[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 22 : -EPILOGUE-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    31 ต.ค. 60

-EPILOGUE-



“กลับมาแล้วค่ะ” เสียงเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงเล็กใสของลูกสาวคนเล็กของบ้าน นั่นทำให้ทอเรียลละมือจากทัพพีที่กำลังคนซุปอยู่ ปิดไฟและเดินออกมารับฟริกส์ที่กำลังถอดเสื้อโค้ทแขวนไว้ที่ราวหน้าประตูบ้าน


“ยินดีต้อนรับกลับจ๊ะฟริกส์ อ้าว แล้วแอสเรียลกับคาร่าล่ะ? ไม่ได้กลับมาด้วยกันหรอจ๊ะ?” ราชินีของเหล่ามอนสเตอร์เอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อไม่พบลูกชายคนโตและลูกสาวคนรองกลับมาพร้อมกับน้องสาวคนเล็กของบ้านด้วย


“แอสเรียลกับคาร่าติดทำเวรในห้องค่ะ แถมคาร่ายังมีกิจกรรมชมรมด้วย หนูก็เลยกลับมาก่อนค่ะ” เด็กสาวที่ตอนนี้อายุราวๆ9ปีแล้วเอ่ยตอบผู้เป็นแม่บุญธรรมพร้อมกับยิ้มบางๆเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่างหอมๆ “ซุปหอยทากหรอคะ?” เธอเอ่ยถามอย่างรู้ทัน


ทอเรียลหัวเราะเบาๆก่อนที่จะพยักหน้า


“ใช่แล้วจ๊ะ แล้วของหวานก็เป็นบัตเตอร์สกอตซินนามอนพายด้วยนะ” คุณแม่แพะสีขาวเอ่ยตอบก่อนที่จะปล่อยให้เด็กสาวขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าจากที่โรงเรียน


ฟริกส์เปิดประตูเข้าไปในห้องของเธอพร้อมกับวางกระเป๋าลงบนโต๊ะก่อนที่จะถอดรองเท้าและล้มตัวนอนลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตากลมโตสีทองสว่างเลื่อนไปมองรูปบนตู้หัวเตียง


รูปที่เธอถ่ายรวมกับทุกคน ทั้งอันไดน์ อัลฟี่ เมตตาตอน แอสกอร์ ทอเรียล พาไพรัส แอสเรียล คาร่า แล้วก็แซนส์ที่ยืนอยู่ข้างๆเธอแบบเนียนๆ ตลอด1ปีที่ผ่านมา ความทรงจำของเธอกลับมาครบและเรียบเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่ความทรงจำในเหตุการณ์Genocideก็เช่นกัน มีบ้างที่มันคอยย้ำเตือนว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรมา แต่ก็ค่อยบอกเธอว่า ต้องไม่กลับไปทำเรื่องแบบนั่นอีกเป็นครั้งที่สอง


ตอนแรกๆที่เธอจำได้ ก็มีบ้างที่เธอจิตตก โทษตัวเองและลงมือทำร้ายตัวเอง คาร่าคอยปลอบเธอและช่วยให้เธอก้าวไปตอนในวันต่อไปโดยที่ไม่ฆ่าตัวตายเสียก่อน แต่...คำพูด คำปลอบใจที่ได้ผลสำหรับเธอมากที่สุดก็คือคำพูดที่มาจากแซนส์...


การให้อภัยจากเขาทำให้เธอสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ


รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว มือเล็กเอื้อมไปดึงตุ๊กตารูปโครงกระดูกที่หน้าตาเหมือนใครบางคนมากอดไว้พร้อมกับหลับตาลง


จะมีผลต่อจิตใจของเธอมากเกินไปแล้วนะ...


“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ คิดถึงฉันอยู่รึเปล่าที่รัก” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นทำให้ร่างเล็กต้องลืมตาขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้ รู้ตัวอีกที ผู้บุกรุกก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงที่เธอนอนอยู่เสียแล้ว


“แซนส์...อย่าวาร์ปเข้ามาในห้องแบบนี้สิ” ฟริกส์ยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกอดอกมอง คนรักของตัวเองที่เทเลพอตต์เข้ามาโผล่ในห้องเธอโดยที่ไม่ผ่านประตูหน้าบ้านอีกแล้ว! ถึงเรื่องที่เป็นคนรักกันจะปิดไม่ให้ทอเรียลหรือแอสกอร์รู้ก็เถอะ แต่เข้าทางประตูหน้าบ้านหน่อยก็ดีนะ


แต่แทนที่โครงกระดูกหนุ่มจะขอโทษสักหน่อยที่วาร์ปเข้าห้องเธอโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เขากลับไหวไหล่เบาๆอย่างไม่คิดอะไรแทน


heh เธอก็รู้ว่าฉันขี้เกียจเดินเข้าประตูหน้าบ้านแล้วต้องเดินขึ้นบันไดเข้ามาห้องเธอขนาดไหนน่ะเด็กน้อย”


นี่คือสาเหตุหลักที่แซนส์ไม่ยอมเข้าบ้านผ่านประตูหน้าบ้านแต่ใช้การเทเลพอตต์เข้าห้องเธอแทน!!


“ทำไมขี้เกียจขนาดนี้นะแซนส์” ร่างเล็กส่ายหน้าเบาๆ รู้สึกเหนื่อยแทนพาไพรัสขึ้นมาตะหงิดๆยังไงก็ไม่รู้...


แซนส์ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กับเด็กสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ฟริกส์สะดุ้งพร้อมกับเอนตัวออกห่างจากระยะคุกคามของโครงกระดูกหนุ่มแต่ก็ไปไกลไม่ได้ไกลเพราะตัวเธอนั่นนอนอยู่บนเตียง ไม่มีที่จะให้หนีไปไหนอีกแล้ว


ใบหน้าของแซนส์เคลื่อนเข้าไปใกล้กับเด็กสาวจนริมฝีปากแทบจะแนบกันอยู่แล้ว


“แต่ฉันไม่ขี้เกียจกับ...เรื่องแบบนี้นะฟริกส์”


ว่าจบ แซนส์ก็ทาบปากของเขาลงบนริมฝีปากของฟริกส์อย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้เด็กสาวเอ่ยค้านอะไร ร่างเล็กชะงักนิดๆเมื่อถูกอีกฝ่ายจูบ แต่เธอก็ค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นโอบรอบคอของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบารับสัมผัสจากรสจูบอ่อนหวานของแซนส์


ถึงเขาจะไม่มีริมฝีปาก มีเพียงปากกับฟัน แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีได้ ดวงวิญญาณสีขาวและสีแดงของทั้งคู่ประกายแสงเรืองรองเล็กน้อย พวกมันขยับเข้ามาแตะกันราวกับกำลังให้ความอบอุ่นแก่กันและกัน โครงกระดูกหนุ่มเอียงใบหน้าปรับองศาเล็กน้อยเพื่อให้แนบชิดกับริมฝีปากเล็กนุ่มของฟริกส์อย่างถนัด


สัมผัสนุ่มนวลจากแซนส์ทำให้เด็กสาวค่อยข้างเคลิ้ม


ก่อนที่จะชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่แปลกไป


ความนุ่มชื้นแตะลงบนริมฝีปากเล็กพร้อมกับไล้เลียริมฝีปากของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา


“ซะ...อื้อ!” ขณะที่ฟริกส์กำลังจะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างมึนงง สัมผัสแปลกปลอมนั่นก็ดันเข้ามาภายในโพรงปากของเธอจนฟริกส์ตกใจพยายามขัดขืน แต่แซนส์กลับกดตัวเธอลงกับเตียงโดยที่ไม่ละริมฝีปากให้ออกห่างไปไหน รสจูบหนักหน่วงและมึนงงดำเนินต่อเนื่องจนเด็กสาวสับสน ไม่เข้าใจว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น


ความชื้นแฉะของอะไรบางอย่างพัวพันเข้ากับลิ้นเล็กไม่ประสา ไล่ต้อนจนเด็กสาวเริ่มหมดแรงยอมเอนอ่อนให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบ รสจูบหนักหน่วงจากแซนส์กำลังดูดพลังงานจากตัวเธอพอสมควร เธอเริ่มหายใจไม่ทัน


จ๊วบ...


ในที่สุด โครงกระดูกหนุ่มก็ละปากออกจากริมฝีปากของเธอ น้ำลายสีใสยืดเป็นสายเชื่อมปากของเขากับริมฝีปากเล็กสีสดจากการจูบที่หนักหน่วงเมื่อครู่จนต้องหอบหายใจให้ทัน


ลิ้นสีฟ้าแปลกปลอมแลบเลียปากของเขาเองกับภาพของเด็กสาวที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา


ฟริกส์จะรู้มั้ยว่าทำให้เขาห้ามใจตัวเองยากขึ้นทุกวัน


heh ฉันบอกแล้วว่าฉันขี้เกียจที่จะทำแบบนี้กับเธอหรอกนะ” ไม่ว่าเปล่า แซนส์ขยิบตาซ้ายเล็กน้อยส่งให้ฟริกส์ เล่นเอาใบหน้าของเด็กสาวขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายอย่างช่วยไม่ได้


“ระ...รู้แล้วน่า...ลุกไปซะทีสิแซนส์” มือเล็กยกขึ้นดันอกของโครงกระดูกหนุ่มเบาๆ แต่เขาก็ไม่ยอมถอยออกไปเลย กลับกัน แซนส์ก้มหน้าลงมาอีกครั้งก่อนที่จะประทับปากของเขาลงบนหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ


“ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนทั้งทีโดยที่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย ขอจูบอีกหน่อยสิฟริกส์” นิ้วกระดูกแข็งๆยกขึ้นไล้ริมฝีปากเล็กสีแดงสดจากการจูบเมื่อครู่เบาเป็นเชิงขออนุญาต ฟริกส์คล้ายกับเห็นประกายออกอ้อนในแววตาของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ


ตลอด2ปีที่ผ่านมา น้อยครั้งนักที่แซนส์จะได้จูบฟริกส์เนื่องจากเด็กสาวมักจะมีพี่สาวจอมหวงอย่างคาร่าประกบติด หรือไม่ก็อยู่กับทอเรียลเวลาที่อยู่ที่บ้าน พอไปบ้านเขา เด็กน้อยของเขาก็ถูกพาไพรัสลากเข้าไปในครัวเพื่อช่วยกันทำอาหาร มากสุดก็คือการจับมือกันกับกอด


บนโลกมนุษย์ดันมีกฎห้ามไม่ให้ผู้ใหญ่อายุเกินกว่า30ปีอย่างเขาคบหากับเด็กอายุ9ปีอย่างฟริกส์อยู่เสียด้วย ถ้าตอนนี้พวกเขายังอยู่ที่อันเดอร์กราวด์ แซนส์คงไม่ต้องรอให้ฟริกส์โตก่อนหรอก(?)


“ตะ...แต่ว่า...” ใบหน้าขาวแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อได้ยินคำขอแบบนั่นของอีกฝ่ายพลางหันหน้าหนีแววตาออดอ้อนของแซนส์เล็กน้อยแต่ก็ถูกโครงกระดูกหนุ่มเลื่อนมือไปแตะข้างแก้มพร้อมกับดันให้เธอหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง


“นะ...ฟริกส์ นะครับ”


หลังจากนั่น ฟริกส์ก็ยอมให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบอย่างยอมแพ้ในความน่ารักของอีกฝ่าย


ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้ล่ะแซนส์!

.

.

.

.

“เอ๋!? คุณแกสเตอร์ว่ายังไงนะคะ!?!” ราชินีของเหล่ามอนสเตอร์ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจกับเรื่องที่ตัวเองเพิ่งจะรับรู้เมื่อสักครู่นี้พร้อมกับเลื่อนสายตาขึ้นไปมองทางชั้นสองอย่างไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง ผิดกับชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอที่ทำเพียงแค่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเท่านั่น


โครงกระดูกร่างสูงในชุดเสื้อสูทสีดำสนิทลืมตาขึ้นพร้อมกับขยับยิ้มอย่างสุภาพ


“ก็อย่างที่ผมบอกครับองค์ราชินี ลูกชายของผม แซนส์กับลูกสาวของคุณ ฟริกส์ พวกเขากำลังคบกันอยู่ครับ” มือกระดูกสีขาวที่ตรงกลางฝ่ามือกลวงเป็นวงกลมขยับถ้วยน้ำชาเพียงเล็กน้อย ทอเรียลแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินความจริงจากอีกฝ่าย


อีกฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นพ่อของโครงกระดูกร่างเล็กเจ้าของมุขตลกที่เธอชื่นชอบบอกว่าแซนส์กับฟริกส์คบกัน!? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?!


“คะ...คุณแน่ใจอย่างนั่นหรอคะ ฟริกส์ยังเป็นเพียงเด็กอายุ9ขวบอยู่เลยนะคะ แซนส์เขาจะ...เอ่อ...ชอบได้ยังไง...” คุณแม่แพะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลนลานด้วยความที่ไม่คิดว่าทั้งคู่จะคบกันอยู่


“ผมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับลูกชายของผมครับ”


“แต่พ่อไม่เห็นต้องเอามาบอกเองเลยนี่ จริงมั้ย”


เสียงของบุคคลที่ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ด้วยทำให้ทอเรียลสะดุ้งก่อนที่จะหันกลับไปมองแซนส์ที่จูงมือฟริกส์ลงมาจากชั้นบน แซนส์ขึ้นไปบนห้องของลูกสาวเธอตอนไหนกัน!?! ใบหน้าของแซนส์ดูจะหงุดหงิดนิดหน่อยพลางมองไปที่แกสเตอร์ที่นั่งพิงเก้าอี้อย่างไม่สะทกสะท้าน


“ก็ลูกไม่ยอมบอกคนอื่นสักที พ่อก็คิดว่าพ่อต้องเป็นคนที่มาบอกองค์ราชินีด้วยตัวเองน่ะสิ”


“สวัสดีค่ะคุณแกสเตอร์” เด็กสาวเอ่ยทักทายบุคคลที่เธอคุ้นเคยดีพร้อมกับเดินเข้าไปกอดเขาเบาๆเป็นการทักทาย ซึ่งแกสเตอร์เองก็กอดเด็กสาวตอบเป็นการทักทายตอบด้วยเช่นกัน ก็เขาก็เด็กน้อยตรงนี้คุ้นเคยกันมาตั้งนานแล้วนี่นะ


“สวัสดีฟริกส์”


“ดะ...เดี๋ยวนะ ฉันงงไปหมดแล้ว” ทอเรียลกุมศีรษะของตัวเองอย่างมึนงง ฟริกส์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะเดินอ้อมมาสะกิดแขนของคุณแม่ของเธอเบาๆ คุณแม่แพะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว


“หนู...คบกับแซนส์จริงๆค่ะ ขอโทษ...ที่ปิดบังนะคะ...” ร่างเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด แซนส์เดินมาหยุดข้างตัวของเด็กสาวพร้อมกับลูบบ่าของคนรักเบาๆก่อนที่จะหันไปมองทางทอเรียลอย่างจริงจัง


“ทอริ ฉันคบกับฟริกส์จริงๆ ขอโทษด้วยที่ปิดบัง...”


ทอเรียลมองลูกสาวของเธอและเพื่อนของเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองรับรู้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า...เพื่อนของเธอจะแอบคบกับลูกสาวคนเล็กของครอบครัว...ถ้าแอสกอร์รู้เข้าจเป็นยังไงล่ะเนี่ย...


“อายุ...ห่างกันเกินไป...แซนส์แบบนี้น่ะ...” คุณแม่แพะกุมขมับด้วยความเป็นกังวล ด้วยความห่างของอายุ อาจจะทำให้ทั้งคู่ไม่เข้าใจกันในบางครั้ง ถ้าทะเลาะกันหรือเลิกกันล่ะ? ฟริกส์จะเสียใจขนาดไหน ยิ่งแซนส์...บอกตามตรงว่าเป็นคนที่มีสเน่ห์มากที่พอที่จะทำให้สาวๆหลงรัก


“ทอริ” เสียงของโครงกระดูกหนุ่มเอ่ยเรียก ทอเรียลเงยหน้าขึ้นมองแซนส์ที่จับมือของเด็กสาวอยู่ เขายิ้ม “ถ้าเธอกำลังกังวลเรื่องความห่างของอายุหรือว่าฉันจะคบกับฟริกส์แค่เล่นๆล่ะก็ ขอบอกไว้ให้เธอสบายใจ มันจะไม่มีเรื่องแบบนั่น”


ฟริกส์ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ


“คุณแม่อาจจะไม่เข้าใจ แต่ว่า...หนูน่ะ โตกว่าที่คุณแม่เห็นนะคะ”


ทั้งคู่ยิ้ม แกสเตอร์เองก็ยิ้มด้วยเช่นกัน ทอเรียลไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทั้งคู่แน่ใจกันขนาดนี้ รู้จักกันแค่1ปีเท่านั่นเอง


แต่เมื่อเห็นแววตามั่นใจในดวงตากลมโตสีทองสว่างของเด็กสาว ทอเรียลก็ยิ้มอ่อน


“เข้าใจแล้ว...แม่ยอมรับก็ได้จ๊ะ”


ทั้งร่างเล็กและโครงกระดูกหนุ่มหันหน้ามองกันก่อนที่จะยิ้มกว้าง มือของทั้งคู่กุมกันแน่นด้วยความดีใจ


“แต่ว่า...แซนส์...” เสียงของold ladyเย็นขึ้นจนแซนส์จับอารมณ์ได้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องไปที่โครงกระดูกร่างเล็กตรงหน้าราวกับกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง “ถ้าเธอทำลูกของฉันร้องไห้ล่ะก็...ถึงเราจะเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันคงไม่ปล่อยเธอไปแน่ เข้าใจมั้ยจ๊ะ”


“โอ้ว...เข้าใจ เข้าใจไปจนถึงกระดูกเลยล่ะทอริ” โครงกระดูกหนุ่มหัวเราะแห้งๆ เหงื่อใสไหลซึมเล็กน้อยจนฟริกส์หัวเราะเบาๆ แซนส์นักปล่อยมุขตลกที่ไม่ค่อยกลัวอะไรหายไปไหนแล้วนะ “หยุดหัวเราะไปเลยเด็กน้อย”


“ฮะๆๆ” เด็กสาวยังคงหัวเราะต่อไปอย่างขบขันจนแซนส์ยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าของเธอจนยุ่งเหยิง เธอถึงจะหยุดหัวเราะก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโวยวายแทน “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะแซนส์!


“ไม่มีทางซะล่ะ”


คุณแม่แพะยิ้มบางๆขณะที่มองทั้งคู่เล่นกันพลางหันไปมองทางแกสเตอร์ที่ขยิบตาเล็กน้อยเชิงบอกว่าเห็นมั้ยล่ะครับ


เด็กสาวพยายามปัดมือของอีกฝ่ายให้พ้นจากเส้นผมของเธอ แซนส์ยอมหยุดลงในที่สุดพร้อมกับหยิบหวีของเขา(???)ขึ้นมาหวีผมของฟริกส์ให้เรียบร้อย ร่างเล็กกว่ายิ้ม แซนส์ก็ยิ้มตอบกลับมา


รอยยิ้มที่มาจากใจอย่างแท้จริง


ไม่มีความกังวลในเรื่องการรีเซ็ต ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องผิดสัญญา


ไม่มีความแค้น ไม่ต้องมีความโกรธ


แซนส์ดึงตัวของฟริกส์มากอดไว้แน่นพร้อมกับกระซิบเบาๆ


“รักเธอมากขึ้นอีกแล้ว ฟริกส์”


ฟริกส์เงยหน้าขึ้นยิ้มตอบอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบตอบกลับไป


“ไม่เคยหยุดรักนายเลย แซนส์”


ทั้งคู่หัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข


มันจะไม่มีการResetอีกต่อไป มันจะมีแค่คำว่าSaveและContinuesเท่านั่นต่อไปนี้

.

.

.

.

TURE END





-Talk with Writer-

          จบแล้วจริงๆค่าาาา ตอนต่อไปจะเป็นการต่อฟิครีเควสนะคะ ซึ่งตอนต่อไปก็คือHorrortaleค่ะ! ส่วนฟิคยาวเรื่องใหม่เราเคยเกริ่นๆไว้แล้วคงได้ฤกษ์เขียนแล้วล่ะคะ 5555555 ซึ่งสปอยล์ไว้ก่อนว่าพระเอกของฟิคเรื่องใหม่คือCross SansจากX-TaleหรือUnderverseค่ะ เราชอบนะคะ ถึงจะมีคนว่าเขาไว้เยอะก็เถอะ Crossออกจะหล่อ อร๊ายยยย >////<

             งั้น เอาไว้เจอกันตอนหน้านะคะ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ บะบายยยยยย  


STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #190 Hiromi_zan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 03:54

    เย้!!!! Happy Enddingแล้ว! จบสวยมาค่ะ คือ ต่อจากนี้แซนส์ต้องรออีก9ปีถึงจะแต่งงานกับฟริกส์ได้ อืมๆ ถ้าจะนานเกินไปหน่อยนะ บางที่แาจะได้ลูกก่อนแต่งด้วยซ้ำมั้ง ไม่งั้นก็ไปอยู่ที่อันเดอร์กราวด์ซะ จะได้แต่งกันเร็วๆ อืมๆ

    #190
    0
  2. #157 intatsook (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:43
    แซนคุก คุก คุก คุกท่องไว้ คุก คุก คุก
    #157
    0
  3. #128 pat4070076 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 19:15
    น่าจะแต่งตอนที่ผ่านไปสักแล้วซัก10ปีแล้วฟริกกับแซนแต่งงานกันนะจะเปนอะไรที่ดีมาก
    #128
    5
    • #128-2 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 22)
      14 พฤศจิกายน 2560 / 00:23
      จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ค่ะ 5555555 จิ้นเอาเองเลยค่าาาา
      #128-2
    • #128-5 mrzxx189(จากตอนที่ 22)
      24 ธันวาคม 2560 / 15:31
      ใจเย็นผ่านไป10ปีฟริก18เองนะ
      #128-5
  4. #116 จ้าวข้า (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 23:09
    จะติดตามไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่!! รักไรท์ที่สุดเลยยยย
    #116
    0
  5. #115 soul (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:19
    เรื่องใหม่ที่จะเขียนเนี่ยนาวเอกคือfriskของไรท์ใช่มั้ยคะ ถ้าใช่เราจะติดตาม
    #115
    1
  6. #114 Ploykoe (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 18:14
    ตอนนี้บอกได้เเค่สองคำค่ะคือ ฟินเเละก็เขินนนนนน/////^///// ซู้ดดดด กำเดาจาไหล~
    รอตอนต่อไปและเรื่องต่อไปค่ะไรท์!!!^^
    #114
    0