[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 2 : -1- Recall

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

-1- Recall




ฉันไม่...รีเซ็ตอีกแล้ว


เสียงเล็กหวานดังขึ้น แผ่นหลังเล็กและเปราะบางอยู่ตรงหน้าเขา ร่างเล็กในชุดเสื้อไหมพรมสีฟ้าลายขวางสีม่วงกำลังยืนหลังหลังให้กับเขาอยู่ตอนนี้ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นคล้ายกับคาร่าหากแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเด็กสาวที่แสนจะร่าเริงและคึกคักคนนั่นมาก


เด็กน้อยตรงหน้าเขาเหมือนจะกำลังร้องไห้...


ฉันจะไม่อยู่ให้นายเห็นหน้าอีก...แซนส์


เธอเป็นใครกัน...ทำไม...ฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยขนาดนี้


ลาก่อน...


แผ่นหลังเล็กค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาของเขา


เดี๋ยวก่อน! ฉันยังไม่รู้เลยว่าเธอคือใคร!?


เสี้ยวใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าหันกลับมาเพียงเล็กน้อยก่อนที่ทุกอย่างจะสว่างจ้าจนเขาต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้


อย่าตามหาฉันเลย...แซนส์


“เดี๋ยว!!” มือโครงกระดูกยื่นออกไปข้างหน้าหมายจะคว้าตัวของเด็กสาวแปลกหน้าคนนั่นไว้ เบ้าตาของเขาเบิกกว้างพร้อมกับหอบหายใจหนักและถี่ ก่อนที่จะรู้ตัว...


มันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

.

.

.

.

5ปีมาแล้วที่การใช้ชีวิตภายใต้แสงอาทิตย์ที่อบอุ่นเป็นเรื่องที่เหล่ามอนสเตอร์คุ้นชิน พวกเขามีความสุขกับชีวิตบนพื้นดิน ใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นของตอนกลางวัน กลางคืนที่มีพระจันทร์และดวงดาวส่องสว่างกว่าคริสตัลบนผนังถ้ำในวอลเตอร์ฟอล์


ลูกชายและลูกสาวของพระราชากลับมา นั่นคืออีกหนึ่งข่าวดีของเหล่ามอนสเตอร์ การกลับมาของแอสเรียลและคาร่า ดรีมเมอร์สร้างความตื่นเต้นและความยินดีให้กับทุกๆคน


5ปีผ่านมา ทุกๆอย่างลงตัว คาร่าและแอสเรียลกลายเป็นบุคคลที่ได้รับความรักจากทั้งเหล่ามอนสเตอร์และมนุษย์ เป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างมนุษย์และมอนสเตอร์ ด้วยดวงวิญญาณที่มีเพียงคนละครึ่งดวง นั่นทำให้เขามีความสัมพันธ์ที่พิเศษ รู้สึกถึงกันและกันได้ในระดับวิญญาณ


แต่ไม่มีใครรู้...ว่าพวกเขากลับมาได้อย่างไร



 

“แซนส์! พี่ตื่นหรือยัง!?!” เสียงตะโกนเรียกของพาไพรัส ทำให้โครงกระดูกร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างแรงก่อนที่ประตูห้องของเขาจะถูกเปิดเข้ามาโดยมอนสเตอร์โครงกระดูกที่ตัวสูงกว่าเขา พาไพรัส น้องชายของเขานั่นเอง “เจ้าโครงกระดูกขี้เกียจ! รีบตื่นขึ้นมาเตรียมไปทำงานเลยนะพี่ พาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่ได้ทำอาหารเช้ารอไว้แล้ว!


แซนส์ยันตัวลุกจากเตียง เขารู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งได้นอนไปเมื่อครู่นี้เอง


“ไม่เอาน่าพาไพรัส นี่มันเพิ่ง...” เขาหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียง “เพิ่งจะ9โมงเท่านั่นเอง”


“มันสายแล้วนะแซนส์!


“โอเคๆ จะลุกเดี๋ยวนี้แหละนะ”


แล้วกิจวัตรประจำวันของสองพี่น้องโครงกระดูกก็เริ่มต้นขึ้น



แซนส์ขี่รถมอร์เตอร์ไซด์ออกจากบ้านมาเหมือนอย่างทุกวัน ตลอดทาง...เขานึกถึงความฝันที่แปลกประหลาดนั่น


เด็กสาวคนนั่น...เป็นใครกัน คาร่าหรือ?


เด็กสาวในความฝัน...ซึ่งมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นเป็นทรงบ๊อบ ไม่ใช่...เธอคนนั่นไม่ใช่คาร่า คาร่านั้นมีเส้นผมสีน้ำตาลแดงไม่เหมือนกับเด็กสาวในฝันเลยสักนิด แถมเด็กคนนั่น...ยังให้ความรู้สึกต่างจากคาร่ามากทีเดียว


ฉันลืมอะไรไปกันแน่


มอนสเตอร์โครงกระดูกครุ่นคิดก่อนที่จะเริ่มสงสัยในอะไรบางอย่าง...รู้สึกได้ถึงความผิดปกติในช่วงเวลาเมื่อ5ปีก่อนที่อยู่ๆแอสเรียลและคาร่าก็กลับมา ทั้งที่ในความทรงจำของเขา...ทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อนานมาแล้ว ทำไมถึงกลับมาได้ และความทรงจำของเขาเหมือนจะสับสน ใครกันที่เป็นคนที่ทำลายบาเรียให้พวกเขากัน


คำถามมากมายเริ่มปรากฏขึ้นภายในความคิดของเขา ความไม่เชื่อมต่อกันของช่วงเวลาชัดเจนมาก ทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตหรือสงสัยมาก่อนเลยล่ะ


ความสงสัยเหล่านี้มาพร้อมกับความฝันแปลกประหลาดเมื่อคืน และคำถามข้อใหญ่ที่สุดของเขาก็คือ...


เด็กสาวคนนั่น...เป็นใครกันแน่

.

.

.

.

“โอ้ว แซนส์ มาได้เวลาพอดีเลยนะจ๊ะ!” ทอเรียลเอ่ยด้วยความยินดีเมื่อเปิดประตูต้อนรับเพื่อนของเธอที่เชิญมาทานมื้อเย็นที่บ้าน แซนส์ยิ้มทักทายอีกฝ่ายแม้ใบหน้าของเขามันจะเป็นรอยยิ้มอยู่แล้วก็ตาม


“โอ้ว ไงทอริ”โครงกระดูกหนุ่มร่างเล็กยกมือขึ้นทักทายอีกฝ่ายก่อนที่ทอเรียลจะเชิญอีกฝ่ายเข้ามาภายในบ้าน


Howdy แซนส์” เสียงทุ้มอีกเสียงดังขึ้นก่อนที่ร่างใหญ่ของราชาแอสกอร์จะเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น เขาอยู่ในชุกเสื้อยืดสีม่วงที่มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า สุดยอดพ่อแพะ


“เสื้อสวยนี่ราชา” โครงกระดูกหนุ่ร่างเล็กเอ่ยชมเสื้อยืดที่แอสกอร์สวมอยู่ ซึ่งราชาหนุ่มเองก็พร้อมจะอวดเช่นกัน


“แน่นอน ลูกสาวฉันทำให้เองกับมือเลยนะ!” องค์ราชายิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจตัวลูกสาวของเขาเอง


“พ่อ หยุดสักทีเถอะน่า” เสียงหวานดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามา ร่างบางของเด็กสาวชาวมนุษย์เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงนุ่มสั้นประบ่า ดวงตากลมโตสีแดงสดทับทิมเบนมาสบกับแซนส์ก่อนที่รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์จะปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาววัย13ปี “ไหนดูสิว่าใครมา ตัวตลกหน้ายิ้มนั่นเอง =)


“คาร่า เรียกแซนส์เขาดีๆหน่อยสิ!” แม่แพะเอ่ยดุคาร่า แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะไม่ใส่ใจเพียงแค่ไหวไหล่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตลอด5ปีที่รู้จักกันมา คาร่าไม่เคยที่จะเรียกเขาดีๆเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดอะไรเขานักหนา ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมไม่เคยที่จะมองเขาแบบดีๆเลยสักครั้ง


 ไม่นานนักแอสเรียลก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับโวยวายใส่คาร่าเล็กน้อย


“คาร่า! เธอเอาดอกไม้สีทองมายัดใส่หมอนของฉันอีกแล้วนะ!” เด็กชายแพะขนสีขาวปุกปุยน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยเนื่องจากถูกเด็กสาวอีกคนแกล้งเอา!


“ขี้แยอีกแล้วนะแอสเรียล ไหนบอกว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะไม่ร้องไห้แล้วไงล่ะ =)” เด็กสาวหัวเราะด้วยน้ำเสียงร่าเริง แซนส์มองเด็กสองคนที่แกล้งกันไปแกล้งกันมาก่อนที่จะรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...


แซนส์! หยุดเอาซอสมะเขือเทศใส่ในเบอร์เกอร์ของฉันเสียทีน้ำเสียงเล็กแต่ติดจะนิ่งๆโวยวายขึ้นเบาๆเมื่อเบอร์เกอร์ของเธอนั่นท่วมไปด้วยซอสมะเขือเทศจนทานไม่ได้


โถ่ เด็กน้อย ซอสมะเขือเทศอร่อยออกนะเขาหัวเราะร่าเมื่อแกล้งเจ้าเด็กน้อยตรงหน้าได้สำเร็จ เด็กหญิงตรงหน้าสะบัดหน้าไปอีกทางจนเขามองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เห็นเพียงเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอเพียงเท่านั้น โอ๋ๆ เด็กน้อย เดี๋ยวฉันสั่งกิลบี้ให้ใหม่ก็แล้วกันนะ ***’


และเขาได้ยินเสียงหัวเราะจากเด็กหญิงข้างตัว


“แซนส์!


เสียงเรียกของทอเรียลทำให้เขาสะดุ้ง


“อะ...อะไรหรือทอริ!?” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยถามด้วยความงุนงงเล็กน้อยเมื่อสบการแววตาที่แสดงความเป็นห่วงของทอเรียลและความสงสัยจากแอสกอร์


“เมื่อครู่คุณเหม่อนะแซนส์ เป็นอะไรรึเปล่า” ทอเรียลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นอีกฝ่ายดูท่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรียกกี่ทีก็ไม่ตอบ นั่นทำให้แซนส์นิ่งไปเล็กน้อย


เมื่อกี้...ฝันอย่างนั้นหรอ


“แซนส์??”


“ผม...ผมแค่นอนจนเหนื่อยไปถึงกระดูกเพียงเท่านั้นเอง” แซนส์หัวเราะพลางเอ่ยมุขแป๊กๆอย่างที่เคยพูดเพื่อให้ทอเรียลเลิกกังวล ทอเรียลมองแซนส์เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มสดใสเหมือนอย่างเคย


“ถ้าอย่างนั้นเราไปทานมื้อเย็นกันเถอะ” แม่แพะเอ่ยชวนทุกคนไปที่โต๊ะอาหาร แอสเรียลยิ้มร่าก่อนที่จะเดินตามแม่ของตนไปพร้อมกับแอสกอร์ แซนส์ถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะก้าวเท้าตามพวกเขาไป


“เดี๋ยวก่อน” เสียงใสดังขึ้นขัด แซนส์หยุดลงพร้อมกับหันไปทางเด็กสาวชาวมนุษย์คนเดียวในบ้านหลังนี้ ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมจ้องมองเขานิ่งๆไม่ฉายอารมณ์ใดใด มันไม่เหมาะกับเจ้าตัวเลยสักนิด มันเหมาะกับ...


กับใครกันล่ะ??


“มีอะไรกับฉันหรือเจ้าหนู” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายพร้อมกับสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ๊คเก็ตสีฟ้าของตัวเอง


“เมื่อกี้...นายเห็นอะไร” เด็กสาวเอ่ยถามพลางกอดอกมองอีกฝ่ายนิ่งๆ แซนส์เลิกคิ้ว(แม้ว่าเขาจะไม่มีก็ตาม)


“เธอหมายถึงอะไร” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาว เธอนิ่งไปเล็กน้อยราวกับกำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่ แซนส์มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ เด็กคนนี้พูดเรื่องอะไรกัน เธอพูดอย่างกับว่ารู้เหตุผลที่เขา...เดี๋ยวก่อนนะ “เธอรู้อะไรกันแน่ เด็กน้อย” คราวนี้เป็นคราวแซนส์ที่มองอีกฝ่ายนิ่งและกดดันบ้าง แต่คาร่ากลับทนแรงกดดันของเขาได้และไหวไหล่เบาๆราวกับเคยชิน


“นั่นสิน้า ฉันรู้อะไรกันนะ แต่ว่า...” ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมมองอีกฝ่ายพลางยกยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์


“มันไม่สำคัญนี่ ใช่มั้ย ก็แค่...ความฝัน =)


“อย่าใส่ใจกับมันเลยแซนส์ ใช้ชีวิตของนายซะเถอะ” ว่าจบ เธอก็โบกมือเบาๆเป็นการตัดจบบทสนทนาแล้วเดินไปที่ห้องอาหาร ทิ้งให้แซนส์นิ่งอยู่กับความสับสนในความคิด ก่อนที่ทอเรียลจะเรียกให้เขาไปทานข้าวกับพวกเขา นั่นถึงทำให้แซนส์ออกก้าวเดินไปที่ห้องอาหารของบ้านดรีมเมอร์


โดยที่ยังความสับสนอยู่ในใจ

.

.

.

.

เธอจะรีเซ็ตอีกใช่มั้ย!?!’ ดวงตาข้างซ้ายเรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองส่องสว่างจ้องมองไปที่แผ่นหลังเล็กตรงหน้าในความฝัน

ฉันบอกนายแล้วว่าจะไม่รีเซ็ตอีกน้ำเสียงเรียบนิ่งตอบกลับมาจากเด็กสาวที่หันหลังให้เขา ตอนนี้พวกนายมีความสุขกันดีแล้ว ทำไมนายยังกังวลอะไรอยู่อีก


‘*** ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง เธอมันยัยฆาตกรเลือดเย็น!’


แผ่นหลังตรงหน้านิ่งไปเล็กน้อย น่าแปลก...ที่เขาเสียใจที่พูดแบบนั่นกับเธอออกไป ทั้งเสียใจ เศร้าใจและผิดหวัง...


ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่าฉันพูดความจริง น้ำเสียงของเด็กสาวตรงหน้าจริงจังขึ้น มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเป็นคำสัญญาที่เธอมอบให้ ใจของเขาเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายอย่างสนิทใจ ฉัรู้ว่านายจะไม่เชื่อฉัน แต่ครั้งนี้...ฉันสัญญาว่าจะไม่รีเซ็ตไทม์ไลน์อีก ฉันจะให้พวกนายเดินต่อไป ไปสู่อนาคตที่ดี


ดังนั้นแล้ว...เสี้ยวใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าหันกลับมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่เธอจะพูดพึมพำอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน


เธอพูดอะไรกัน ฉันไม่ได้ยิน


รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเด็กคนนั่น


ลาก่อนแซนส์


ร่างของเด็กสาวตรงหน้าหายไปต่อหน้าต่อตาของเขา


 เดี๋ยวก่อน! ฉันยังไม่เข้าใจเลย...


“ฟริกส์!!


และเป็นอีกครั้ง...นี่คือความฝัน หรือว่าไม่ใช่แล้วกันนะ

.

.

.

.

TO BE CONTINUES 



-Talk with Writer-

   ว้าว...น่าแปลกใจที่ยังมีคนอ่านอยู่//ช็อคแปป สวัสดีค่ะ! Missmichคนเดิม เพิ่มเติมคืนกลับมาแต่งฟิคUndertaleอีกครั้ง!!! ก่อนหน้านี้เราหายไปอยู่กับวิคยูและส้มค้างคาวมา--- ก็นะ...มันมีใครบางคนทำให้เรากลับมาคลั่งอันเดอร์เทลอีกรอบล่ะนะ 5555 (ดันมายัดข้อมูลที่เรายังไม่รู้ใส่เรา ก็เลยกลับมาติดอีกรอบ---) ยังไงก็ตาม บางทีคาร์ของแซนส์อาจจะแปลกๆไปบ้าง (หนึ่งเพราะเราเขียนมุขไม่ค่อยจะเป็น----) แต่ก็ขอให้สนุกกับเรื่องราวที่เราได้นำเสนอนะคะ อ้อ อีกอย่าง เราอาจจะมีฟิคสั้นมาคั่นเรื่อง ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

   ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน วันนี้เราก็มาเพียงเท่านี้แหละค่ะ วันนี้ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันตอนหน้า บะบายยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #173 Hiromi_zan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 01:45

    ซึ้งมากอ่ะ...แซนส์...โอ้ ให้ตายเถอะ น่าสงสารกันชะมัน ทั้งคู่เลย

    #173
    0
  2. #7 WWWwwwwwWWW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:36
    ดราม่าแน่ดราม่าแน่นอน
    #7
    0
  3. #6 MewgomiNakigo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:06
    เเซนส์นายจำฟริกค์ได้เเล้ว!!//อินจัด
    #6
    0