[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 15 : [Shortfic AU Mafiatale] My boss is so cute

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    27 ส.ค. 60

[Shortfic AU Mafiatale] My boss is so cute

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค*




ในโลกใต้ดินแห่งนี้ ที่ที่เหล่ามอนสเตอร์ได้ถูกมนุษย์ร่ายเวทย์มนต์กักขังไว้ภายในภูเขาEbott ได้เกิดความสับสนวุ่นวายภายในอันเดอร์กราวด์ขึ้น เหล่ามอนสเตอร์ผู้สิ้นหวังได้ก่ออาชญากรรมขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน แม้แต่รอยัลการ์ดก็ไม่อาจช่วยแก้ไขเหตุการณ์อาชญากรรมภายใต้อันเดอร์การ์ดขึ้นได้ ระบบการจัดการหรือกฎหมายก็ไม่สามารถช่วยให้เหตุการณ์สงบสุขได้...


จนกระทั่งราชาแอสกอร์ได้เปลี่ยนกฎต่างๆภายในอันเดอร์การ์ดใหม่ทั้งหมด Dreemurr Familyก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีราชาแอสกอร์เป็นGodfather เหตุการณ์ต่างๆภายในอันเดอร์การ์ดเริ่มสงบสุข แต่แฟมิล่ใหม่ๆก็ถูกก่อตั้งขึ้นในเวลาต่อมาเช่นกัน


รวมถึงSkelefamily องค์กรมาเฟียที่ปกครองSnowdinก็ด้วยเช่นกัน

.

.

.

.

ร่างสองร่างจ้องหน้ากัน ต่างคนต่างไม่ยอมที่จะละสายตาไปจากกันราวกับว่าหันหน้าหนีก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ ก่อนที่ร่างสูงสวมชุดสูทสีดำสนิทจะเอื้อมมือไปอุ้มเด็กสาวชาวมนุษย์วัย8ปีขึ้นมาจากบนพื้นหิมะหนาวเย็น


“เด็กมนุษย์อย่างเธอทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย” เขาเอ่ยก่อนที่จะยกเด็กสาวตัวน้อยในชุดกระโปรงขาดๆโทรมๆขึ้นมองในระดับสายตา ใบหน้าเล็กมอมแมมที่ดวงตาปิดสนิทไม่เปิดเผยสีสันของดวงตาจนน่าแปลกใจว่าเธอมองเห็นได้ยังไง ไหนจะเส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวระลำคอยุ่งเหยิง ราวกับเด็กตัวน้อยหนีอะไรบางอย่างมาหลบซ่อนอยู่ตรงซอกตึกแบบนี้


ร่างเล็กนิ่งเงียบยอมให้อีกฝ่ายอุ้ม ไม่ดิ้นหรือหวาดกลัวใดใดทั้งสิ้นจนโครงกระดูกร่างสูงแปลกใจ


ราวกับมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเด็กน้อย นั่นทำให้เขาตัดสินใจที่จะพาตัวของเด็กคนนี้กลับไปด้วย

“งั้น...ไปอยู่กับฉันก็แล้วกันนะเด็กน้อย ฉันจะดูแลเธอเอง” แกสเตอร์ godfatherแห่งSkelefamilyยิ้มก่อนที่จะอุ้มเด็กสาวขึ้นในอ้อมแขนของเขาแล้วเดินออกจากซอกตึกไปเพื่อกลับบ้านของเขา

 

และคำถามแรกก็ดังมาจากลูกชายของเขาหลังจากที่กลับถึงบ้าน


“พ่อ...หมายถึงบอส เด็กนั่น...” โครงกระดูกร่างเล็กสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในบ้านเบิกตากว้างเมื่อพบว่าพ่อหรือบอสของพวกเขาพาเด็กมนุษย์กลับมาด้วย! “บอสคงไม่ได้ไปลักพาตัวเด็กนี่มาหรอกนะ!


ฟิ้ว! ฉึก!


โครงกระดูกหนุ่มเอียงศีรษะหลบกระดูกปลายแหลมที่พุ่งเข้ามาใส่อย่างสบายๆราวกับคุ้นชินดวงตาสีขาวยังคงจับจ้องไปยังร่างเล็กที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของแกสเตอร์ไม่ยอมตื่น ดูยังไงเด็กคนนี้ก็เป็นเด็กมนุษย์ คงจะเป็นมนุษย์ที่ตกลงมาจากเบื้องบน ไม่คิดว่าจะได้เห็นมนุษย์ตัวเป็นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นะเนี่ย


“ไม่ได้ลักพาตัวมา ไปเจอที่ซอกตึกต่างหากเจ้าลูกบ้า” โครงกระดูกร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทเจ้าของใบหน้าที่มีรอยแตกร้าวบริวเณดวงตาทั้งสองข้างถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะมองแซนส์นิ่งๆ “อีกอย่าง นี่นอกเวลางานแล้วยังจะเรียกบอสอยู่อีก”


ร่างเล็กกว่าไหวไหล่นิดๆในขณะที่ยังมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของแกสเตอร์ไม่วางตา


“แล้ว...นึกยังไงถึงช่วยเด็กนี่กลับมา ปล่อยให้จมกองหิมะตายไปก็ได้นี่นา” นั่นคือสิ่งที่แซนส์ไม่เข้าใจพ่อของเขา อีกฝ่ายไม่เคยที่จะสนใจหรือเป็นห่วงเป็นใยใครนอกจากแฟมิลี่ของตัวเองเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้กลับใจดีพาเด็กมนุษย์นี่กลับมาด้วย


ยิ่งการเก็บเด็กมนุษย์นี่มานี่แหละที่จะทำให้เกิดปัญหาระหว่างSkelefamilyกับDreemurr family...


“เด็กคนนี้...มีอะไรที่น่าสนใจดี”มือโครงกระดูกที่กลางฝ่ามือมีรูโหว่งลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงของเด็กสาวอย่างเอ็นดู สร้างความแปลกใจให้ลูกชายคนโตอย่างมากจริงๆ


หายากที่จะเห็นอะไรแบบนี้จากแกสเตอร์ เขาเห็นอะไรในตัวของเด็กคนนี้กันแน่


heh พ่อจะทำอะไรกับเด็กคนนี้ก็เรื่องของพ่อ แต่อย่ามายุ่งกับผมก็พอ” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยก่อนที่จะหันกลับมาสนใจรายการทีวีตรงหน้าต่อ แกสเตอร์ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่สร้างความสงสัยให้แก่แซนส์


“คงจะไม่ได้ล่ะนะก็ฉันน่ะ...”


“บอส! กลับมาทันมื้อเย็นพอดีเลย!!” ร่างสูงอีกร่างเดินออกมาจากห้องครัว เขาอยู่ในเชื้อเชิ้ตสีแดงพร้อมกับผูกผ้ากันเปื้อนสีครีม “วันนี้ก็เป็น...เอ๊ะ? นั่นอะไรน่ะบอส?” โครงกระดูกร่างสูงพอๆกับแกสเตอร์จ้อมไปที่ร่างของเด็กน้อยในอ้อมแขนของแกสเตอร์อย่างสนใจ ในตอนนั่นเองที่ร่างเล็กที่หลับอยู่ค่อยๆขยับตัวคล้ายกับกำลังจะตื่นพอดี


“อื้อ...” เสียงเล็กใสครางเบาๆเนื่องจากเพิ่งตื่นนอน มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเล็กน้อยอย่างงัวเงีย ถึงแม้จะตื่นแล้วแต่เธอก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาอยู่ดี...


“พอดีเลยพาไพรัส นี่น่ะสมาชิกใหม่ในแฟมิลี่ของเรา...”


Wowie!! น่ารักจังเลย!!


ยังไม่ทันที่แกสเตอร์จะพูดจบร่างสูงก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาเด็กสาวตัวน้อยที่ถูกบอสแห่งSkelefamilyอุ้มอยู่แทบจะทันที นั่นทำให้เด็กน้อยที่เพิ่งจะตื่นนอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้ามองโครงกระดูกร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีแดงอย่างมึนงง


“นี่น่ะ เด็กมนุษย์ไม่ใช่หรอ!?” พาไพรัสเอ่ยถามเมื่อได้มองเด็กคนนี้ใกล้ๆ ร่างเล็กเงยหน้ามองร่างสูงก่อนที่มือเล็กๆนั่นจะยกขึ้นยื่นออกไปตรงหน้าราวกับต้องการที่จะสัมผัสตัวของโครงกระดูกหนุ่มร่างสูง


แซนส์ที่เห็นแบบนั่นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปหาน้องชายของเขา มือกระดูกแตะที่แขนพาไพรัสเชิงห้ามไม่ให้ยุ่งกับเด็กท่ต้องนำความยุ่งยากมาสู่แฟมิลี่ของพวกเขาแน่ๆ เด็กสาวมองสองพี่น้องโครงกระดูก มือเล็กยังคงยื่นค้างอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ พาไพรัสมองใบหน้าเล็กมอมแมมของเด็กตัวน้อยอย่างนิ่งๆ


“พัพพ์ ไม่เอาน่า...”


หากแต่มือกระดูกภายใต้ถุงสีหนังสีดำก็ยื่นออกไปแตะมือเล็กอย่างแผ่วเบา เท่านั่นแหละที่ใบหน้าเล็กปรากฏรอยยิ้มใสสดขึ้นมาอย่างน่ารัก


“เด็กคนนี้น่ารักจังเลย!” พาไพรัสยิ้มกว้างก่อนที่จะดึงตัวร่างเล็กออกจากอ้อมแขนของแกสเตอร์เข้ามากอดแน่นอย่างเอ็นดูเด็กสาวที่หัวเราะคิกคักเบาๆเมื่อถูกกอด แซนส์หรี่ตามองน้องชายที่กำลังกอดเด็กสาวอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก


 ร่างเล็กที่สังเกตเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของโครงกระดูกร่างเล็กก่อนเอื้อมมือไปตรงหน้าแซนส์ราวกับต้องการที่จะทักทาย หากแต่โครงกระดูกหนุ่มก็หันหน้าหนีราวกับไม่ต้องการยุ่งกับเด็กสาวเสียเท่าไหร่นัก ทำเอาเธอก้มหน้าลงซุกลงกับเสื้อเชิ้ตสีแดงของพาไพรัสอย่างหงอยๆ


“เอาล่ะๆ พอก่อนพัพพ์ พาเด็กน้อยไปอาบน้ำเถอะ เนื้อตัวมอมแมมขนาดนี้ควรจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อยนะ” เสียงปรบมือ2ครั้งดังขึ้น ร่างสูงผู้เป็นทั้งพ่อและหัวหน้าของสองพี่น้องโครงกระดูกเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กๆเมื่อลูกชายคนเล็กสามารถเข้ากับสมาชิกใหม่ได้ เหลือเพียงตัวปัญหา...


ดวงตาสีขาวเหลือบมองลูกชายคนโตที่กอดอกยืนอยู่ห่างๆพลางถอนหายใจเบาๆ ทำไมดื้อขนาดนี้ก็ไม่รู้เจ้าลูกบ้า


“ได้ครับบอส!” พาไพรัสขานรับอย่างกระตือรือร้นก่อนที่จะอุ้มเด็กสาวขึ้น “เจ้าตัวน้อย ไปอาบน้ำกันเถอะ!


เมื่อลูกชายคนเล็กของบ้านอุ้มเด็กน้อยขึ้นชั้นบนไป แกสเตอร์ก็หันไปมองแซนส์ที่ยังคงรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ไม่ไกล


“แซนส์...”


“ผมรู้น่าพ่อ แต่พ่อก็รู้ว่าเรื่องนี้น่ะจะทำให้เรากับDreemurr familyมีปัญหากัน” มือกระดูกซุกหยิบซิกก้าขึ้นมาม้วนหนึ่งก่อนที่จะจุดไฟสูบ เขาค่อยๆผ่อนควันจากซิกก้าอย่างช้าๆ “เด็กนั่นจะนำปัญหามาให้เรา และถ้าเกิด...”


ตอนนั่นเองที่ดวงตาข้างซ้ายของเขาเรืองแสงสีฟ้าประกายพร้อมกับบรรยากาศที่เย็นยะเยือกลงจนรู้สึกได้


“ถ้าเกิดถึงวันนั่น...มันทำให้พาไพรัสเป็นอันตราย ผมจะฆ่าเด็กนั่นซะ”


แกสเตอร์ยกยิ้มเล็กน้อยพลางหัวเราะเสียงแผ่วอย่างขบขันจนแซนส์แปลกใจ


“พ่อจะรอดูวันนั่นแล้วกัน”


“บอส! ผมหาเสื้อให้เจ้าตัวเล็กใส่ไม่ได้!!” เสียงตะโกนดังมาจากชั้นสอง ทำให้ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงอุ้มเด็กสาวที่ถูกพันด้วยผ้าเช็ดตัวอย่างล่อแหลมลงมาจากชั้นสอง นั่นทำให้แซนส์นิ่งอึ้ง


เขามองเห็นผิวขาวนวลของเด็กสาวที่โผล่พ้นชายผ้าเช็ดตัวที่เหมือนว่าพาไพรัสจะพันอย่างเร่งรีบ ใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าระเรื่ออย่างช่วยไม่ได้...


“แซนส์...แซนส์!!


“ห๊ะ!?” เสียงเรียกชื่อเขาทำให้แซนส์สะดุ้งจากภวังค์เล็กน้อยก่อนที่จะหันมองแกสเตอร์กับพาพไพรัสที่จ้องมองเขาอยู่


“วะ...ว่าไงล่ะ” เขาซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อสูทก่อนที่จะใช้อีกมือหนึ่งดึงซิกก้าออกจากปากพลางพ่นควันเล็กน้อยก่อนที่ซิกก้ามวนนั่นจะถูกดึงไปโดยพาไพรัส


“พี่เลิกสูบได้แล้ว ตรงนี้มีเด็กอยู่นะ!!” โครงกระดูกหนุ่มร่างสูงบี้ซิกก้าลงกับที่เขี่ยบุหรี่เพื่อดับมัน แซนส์ไหวไหล่เล็กน้อยเชิงไม่ใส่ใจ สองพ่อลูกมองพี่ชายคนโตของบ้านก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่พาไพรัสจะอุ้มเด็กสาวที่ยังไม่ได้แต่งตัวเสียทีไปใกล้กับแซนส์ “พี่ช่วยหาเสื้อให้เจ้าตัวเล็กใส่หน่อยได้มั้ย เสื้อของพี่น่าจะพอให้มนุษย์ใส่ได้”


“ทำไมฉันต้อง...” แซนส์นิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวชัด เมื่อปราศจากคราบฝุ่นต่างๆมันเลยทำให้เห็นความน่ารักของเด็กน้อยอย่างชัดเจน ร่างเล็กซึ่งมองแซนส์อยู่ทั้งๆที่ยังหลับตาเอียงศีรษะเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องมองมา "heh ก็ได้ ก่อนอื่นพาเจ้าหนูนี่ไปไว้ในห้องก่อน ยังไงเธอก็เป็นเด็กผู้หญิงนะพัพพ์ ไม่ควรให้อยู่ในสภาพ...“ ดวงตาสีขาวเหลือบลงมองผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าเช็ดตัว ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งเห็นได้ชัดว่ามันขาวน่าสัมผัสขนาดไหน...


แซนส์สะบัดหน้าไปมาไล่ความคิดแสนบาป(?)ของตัวเองออกปจากหัว


นี่มันเด็กนะแซนส์!! ถึงจะน่ารักมากก็เถอะ...


พาไพรัสมองพี่ชายของเขาอย่างมึนงงพอๆกับเด็กสาว มีเพียงแกสเตอร์เท่านั่นที่กลั้นยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกชายคนโตที่กำลังปฏิเสธตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย


“สภาพ...นั่นแหละ! พาไปอยู่ในห้องแล้วห้ามเข้าไปอยู่ด้วยล่ะพัพพ์ ฉันจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้เด็กนี่เอง!” ว่าจบ เขาก็ดีดนิ้วแล้วก็หายไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว


“แซนส์!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้เวทย์มนต์พร่ำเพื่อ!! ห้องนอนอยู่แค่ชั้นสองเองนะ เดินขึ้นเองสิ!!” ตามด้วยเสียงตำหนิของแกสเตอร์...

.

.

.

.

“เอานี่ เสื้อผ้าของเธอ” โครงกระดูกหนุ่มเคาะประตูก่อนที่จะบอกเด็กสาวที่อยู่ภายในห้องของพาไพรัส ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่โผล่ออกมาจากหลังประตู ใบหน้าเล็กที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาเลยเงยหน้ามองคนที่เอาเสื้อผ้ามาให้ แซนส์ยื่นเสื้อไหมพรมสีขาวสะอาดกับกางเกงขาสั้นให้อีกฝ่าย “เอาไปสิ”


เด็กสาวร่างเล็กก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณไม่แม้แต่ที่จะเอ่ยปากพูด นั่นทำให้แซนส์ขมวดคิ้ว(?)เล็กน้อย


“ไม่คิดจะพูดหน่อยหรอเด็กน้อย”


เด็กสาวชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาเหมือนกับการเอ่ยปากพูดทำให้เธอลำบากใจไม่น้อยเลย ร่างที่สูงกว่าไม่มากนักมองเด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะไหวไหล่เบาๆแล้วส่งเสื้อผ้าให้ร่างเล็กแบบส่งๆ


“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดก็แล้วกัน รีบๆใส่เสื้อผ้าซะเดี๋ยวจะไม่สบายเอามันจะลำบากพวกฉัน” แซนส์ว่าก่อนที่จะหันหลังเตรียมเดินลงไปชั้นล่าง หากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกแรงดึงจากใครบางคนดึงเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มไว้ซะก่อน เขาหันกลับไปมองเด็กสาว


“ขะ...ขอบคุณ...” เสียงเล็กใสที่ดังออกมาจากริมฝีปากเล็กเป็นประโยคสั้นๆก่อนทีใบหน้าของเด็กสาวจะขึ้นสีแดงจางๆแล้วเธอก็รีบปิดประตูไปอย่างรวดเร็ว


แซนส์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องพาไพรัสสักพักก่อนที่เขาจะหันหลังเดินลงจากชั้นสองก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องครัว พาไพรัสกับแกสเตอร์ที่นั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะทานข้าวพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนที่ทั้งคู่จะทำหน้าประหลาดใจ และเป็นพาไพรัสที่เอ่ยถามพี่ชายของเขาก่อน


“แซนส์ ทำไมหน้าขึ้นสีฟ้าขนาดนั่นล่ะ พี่ไม่สบายหรอ!?” โครงกระดูกร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีแดงลุกขึ้นจากเก้าอี้มาดูอาการพี่ชายที่ตอนนี้ใบหน้าขึ้นสีฟ้าเข้มจัดจนดูเหมือนไม่สบาย แต่แซนส์เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับยิ้มกลบเกลื่อน


“ปะ....เปล่าหรอกพัพพ์ ฉันก็แค่เหนื่อยที่ต้องเดินจากชั้นสองลงมาที่ครัวเท่านั่นแหละ” เขาขยิบตาข้างซ้ายให้น้องชาย


NYEH!!! เจ้ากระดูกขี้เกียจ หัดเดินซะบ้างเถอะ!!” แซนส์หัวเราะให้กับท่าทางโมโหของน้องชายก่อนที่จะเดินไปนั่งทางด้านขวาของแกสเตอร์ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ ตัวเขาที่เป็นมือขวาจึงต้องนั่งทางด้านขวาของบอส พาไพรัสนั่งอยู่ทางด้านซ้าย


บอสแห่งSkelefamilyยิ้มให้เห็นมาแต่ไกลแต่แซนส์เลือกที่จะเมินรอยยิ้มที่รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเลียนเขาอยู่ยังไงอย่างนั่น


ตึกๆ


เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวตัวใหญ่หลวมค่อยๆเดินลงจากชั้นล่างลงมาจากชั้นสองอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้ตัวเองสะดุดขั้นบันไดตกลงมา เมื่อเด็กสาวเดินเข้ามาภายในห้องครัวนั่นทำให้ทุกคนเห็นว่าชัดว่าขนาดเสื้อของแซนส์ยังกลายเป็นเดรสไปเลยเมื่ออยู่บนตัวเด็กสาว


ใบหน้าของแซนส์ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มไปเลยเมื่อเห็นเด็กน้อยในชุดของเขาอย่างชัดเจนก่อนที่เจ้าตัวจะหันหน้าไปทางอื่นทันที


“มานั่งนี่สิเด็กน้อย” เสียงทุ้มจากผู้เป็นบอสเอ่ยเรียกเด็กสาวก่อนที่จะดึงเก้าอี้อีกตัวมาข้างๆตัวเองและแน่นอนว่าข้างๆแซนส์ด้วยเช่นกัน ร่างเล็กยอมเดินไปนั่งแต่โดยดี แซนส์มองตามเด็กสาวไปก่อนที่จะสบสายตากับผู้ที่เป็นทั้งพ่อและบอส นั่นทำให้โครงกระดูกหนุ่มรีบหลบสายตาไปทันที แกสเตอร์ได้แต่อมยิ้มให้ลูกชายตัวเอง


“มนุษย์! รู้มั้ยว่านี่น่ะฉันทำเองเลยนะ! กินเยอะๆจะได้โตไวๆนะ” น้องเล็กสุดของบ้านพูดขึ้นก่อนที่จะวางจานสปาเก็ตตี้ลงตรงหน้าของเด็กน้อย เธอยิ้มบางๆส่งคืนให้กับพาไพรัสอย่างสุภาพและเป็นเชิงขอบคุณอีกฝ่าย “ไม่เป็นไร! ฉันชอบเห็นคนอื่นทานอาหารที่ฉันทำอยู่แล้วล่ะ!” พาไพรัสยิ้มกว้างอย่างร่าเริงให้กับเด็กสาวก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่ตัวเอง


ไม่นานนัก พวกเขาก็เริ่มลงมือทานอาหารเย็นกัน


“จะว่าไปแล้ว เธอชื่ออะไรอย่างนั่นหรอเด็กน้อย” โครงกระดูกร่างสูงในชุดสูทสีดำเปิดบทสนทนาบนโต๊ะอาหารก่อนที่ทั้งหมดจะหันไปมองเด็กสาวตัวน้อยท่นั่งอยู่ข้างๆผู้เป็นบอสจนเธอนิ่งเงียบๆไป


“ฟริกส์...” เสียงเล็กเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่เธอะก้มหน้าลงเล็กน้อย “ชื่อฟริกส์...”


“ฟริกส์อย่างนั่นหรอ! เป็นชื่อที่ดีนะเจ้าตัวน้อย!!” พาไพรัสยิ้มกว้างให้เด็กสาว เธอยิ้มเล็กๆก่อนที่จะพยักหน้ารับคำชมของอีกฝ่ายเบาๆ แกสเตอร์ยิ้มบางๆก่อนที่จะหันมองลูกชายอีกคนที่นั่งทานสปาเก็ตตี้ของพาไพรัสไปโดยที่เหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่เขาจะแอบเห็นว่าโครงกระดูกหนุ่มแอบมองร่างเล็กข้างตัวอยู่เหมือนกัน


ช่างเป็นลูกชายที่ดูออกง่าย(สำหรับพ่อ)ซะเหลือเกิน


“เอาล่ะๆ ฉันมีเรื่องจะบอกในวันนี้” ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านและในแฟมิลี่เอ่ยขึ้น นั่นทำให้ทั้งแซนส์และพาไพรัสหยุดทานอาหารแล้วหันไปมองแกสเตอร์อย่างตั้งใจฟัง แม้แซนส์จะมีแอบหาวเล็กน้อยก็ตาม “ฉันว่ามันถึงเวลาที่ฉันจะลงจากตำแหน่งบอสแล้ว”


“อะไรนะพ่อ!?


NYEH!!!


ทั้งคู่ตกใจอย่างมากที่ได้ยินแกสเตอร์เอ่ยออกมาแบบนั่น


จริงๆแล้วแซนส์นั่นเคยได้ยินอีกฝ่ายเกริ่นๆมาก่อนว่าจะลงจากเก้าอี้บอสและอยากให้เขาขึ้นเป็นบอสแทน แต่เขาเอ่ยปฏิเสธเรื่องนั่นไปแล้ว และแซนส์เองก็ไม่อยากให้พาไพรัสขึ้นสู่ตำแหน่งบอสเช่นกัน เพราะนิสัยอย่างน้องชายของเขาคงไม่สามารถเป็นบอสได้ มันหนักเกินไปสำหรับเขา


“ฉันจะให้ฟริกส์ขึ้นเป็นบอสแทน”


ประโยคนั่น ไม่เพียงสองพี่น้องโครงกระดูกเท่านั่นที่ตกใจ ตัวเด็กสาวที่นั่งทานสปาเก็ตตี้เงียบๆเองก็สะดุ้งด้วยเช่นกัน ใบหน้าเล็กน่ารักเงยขึ้นมองแกสเตอร์อย่างตกใจก่อนที่จะสะบัดหน้ารัวๆเป็นการปฏิเสธอีกฝ่าย ใบหน้าของเธอค่อนข้างจะฉายชัดว่าไม่อยากจะขึ้นเป็นบอสเท่าไหร่


และแซนส์เองก็เป็นอีกคนที่ปฏิเสธ


“แกสเตอร์ นี่มันเรื่องตลกที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลยนะ...ให้เด็กนี่ขึ้นเป็นบอสเนี่ยนะ!?” โครงกระดูกหนุ่มเท้าคางกับโต๊ะจ้องมองหน้าผู้เป็นพ่อก่อนที่จะเคาะโต๊ะเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์ “พ่อหาคนอื่นมาเป็นบอสแล้วไม่ได้หรอ”


แกสเตอร์หรี่ตาลงมองลูกชายคนโตเล็กน้อยก่อนที่จะประสานมือที่ใต้คางก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่สามารถทำให้แซนส์เงียบลงไปได้


“ลูกปฏิเสธที่จะขึ้นเป็นบอส แล้วก็ไม่ยอมให้พาไพรัสขึ้นเป็นบอส ลูดเหลือทางเลือกให้พ่อรึเปล่าล่ะ แซนส์” พลัน ดวงตาของแกสเตอร์ก็เรืองแสงสีฟ้าและสีเหลืออย่างล่ะข้างมองแซนส์ บรรยากาศพลันเย็นยะเยือกขึ้นอย่างน่าประหลาด


heh!” แซนส์หันหน้าไปทางอื่น ที่อีกฝ่ายพูดมานั่นก็มีส่วนถูกจนเขาเถียงไม่ได้ล่ะนะ


แรงกระตุกที่ชายเสื้อทำให้แกสเตอร์หันไปมองข้างตัว เด็กสาวที่แสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนักกระตุกชายชุดสูทของเขาอยู่


ดูสีหน้าก็รู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังปฏิเสธตำแหน่งบอส


“เด็กน้อย ฉันรู้ว่าตำแหน่งนี้มันหนักไปสำหรับเธอ แต่ฉันรู้...ว่าเธอหนีพวกรอยัลการ์ดของดรีเมอร์มาใช่มั้ย”


เธอพยักหน้าเบาๆพลางกำชายเสื้อแน่น


“แล้วเธอก็กำลังเดินทางเพื่อหาทางออกจากใต้ดินอยู่สินะ” คำถามนั่นทำให้เด็กสาวชะงักไปก่อนที่จะเผยสีหน้าประหลาดใจว่าอีกฝ่ายรู้ได้ยังไง แกสเตอร์ยิ้มเล็กๆก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ฉันรู้ว่าเธอไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปตลอดใช่มั้ย”


และเป็นอีกครั้งที่เด็กสาวพยักหน้า นั่นทำให้สองพี่น้องโครงกระดูกประหลาดใจ รู้ว่ากำลังโดนไล่ล่าอยู่ แต่ก็ยังคิดจะออกไปเดินทางต่ออีกอย่างนั่นหรอ?


“เพราะอย่างนั่น เธอถึงต้องขึ้นเป็นบอสแห่งSkelefamilyยังไงล่ะ” มือกระดูกใหญ่เอื้อมไปลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวระลำคอของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา “ถ้าเธอขึ้นเป็นบอส มันจะช่วยให้เธอเดินทางง่ายขึ้น อย่างน้อย...มอนสเตอร์ที่สโนว์ดินจะช่วยเหลือเธอ”


นั่นทำให้เด็กสาวนิ่งคิดไป


“และเธอก็จะมีพวกเราคอยช่วยเหลือ เพราะเธอเป็นบอสของพวกเรายังไงล่ะ!” ในที่สุดพาไพรัสก็พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้างให้เด็กสาว ตอนแรกเขาก็ตกใจอยู่หรอกที่อยู่ๆบอสของเขาก็ยกตำแหน่งให้กับเด็กสาวตัวเล็กๆ แต่เมื่อคิดตามที่แกสเตอร์พูดมันก็เป็นความจริงและเป็นประโยชน์ต่อเด็กสาวอย่างมากทีเดียว นั่นทำให้เขาสนับสนุน “พาไพรัสคนนี้ยอมรับเธอเป็นบอสนะเจ้าตัวน้อย!


เด็กสาวเงยหน้ามองแกสเตอร์ที่ยิ้มบางๆอ่อนโยนให้กับเธอก่อนที่จะหันมองพาไพรัสที่ยิ้มกว้างอย่างร่าเริงและสุดท้าย...เธอหันไปมองแซนส์ที่เหมือนกับยังไม่ยอมรับการที่เธอจะขึ้นเป็นบอส นั่นทำให้เธอคิดหนัก


คุณแม่ทอเรียล...ฉันจะทำยังไงดี...


มือใหญ่ที่วางอยู่บนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอออกแรงลูบไปมาเบาๆ


“คิดไปก่อนก็ได้นะฟริกส์”

.

.

.

.

วันต่อมา วันนี้เธอออกมาในเมืองสโนว์ดินเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่เธอควรจะมี จะให้ใส่เสื้อของแซนส์ตลอดก็คงไม่ได้ แต่มันจะดีมาก...หากเธอไม่ได้ออกมากับแซนส์แค่2คน...


เด็กสาวกระชับเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าตัวเก่าของแซนส์แน่นพลางแอบมองอีกฝ่ายที่เดินอยู่ข้างหน้าเธอ เขาเว้นระยะห่างจากเธอมากทีเดียว แต่เด็กน้อยก็ได้แค่เดินตามอยู่ห่างๆ ไม่กล้าที่จะเข้าไปใหล้กับอีกฝ่ายมากเกินความจำเป็น


เธอรู้ว่าโครงกระดูกหนุ่มไม่ชอบเธอ แต่เธอไม่โทษเขาหรอก เพราะว่าเธอจะทำให้พวกเขามีปัญหา...


'Dreemurr Familyจะตามล่าเธอ วิญญาณมนุษย์ดวงที่7ที่แอสกอร์ต้องการเพื่อทำลายบาเรีย'


คุณแม่ทอเรียลบอกเธอไว้แบบนั่นก่อนที่เด็กน้อยจะออกมาจากเขตการคุ้มครองของแม่แพะ และทันทีที่เธอออกมาจากรูนส์ สิ่งแรกที่เธอต้องเจอนั่นคือการหนีจากการตามล่าของรอยัลการ์ดที่สังกัดอยู่ในดรีเมอร์แฟมิลี่ ถึงมันจะน่ากลัว แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะตามหาทางออกจากอันเดอร์กราวด์แห่งนี้ต่อไป


“นี่ เจ้าหนู” อยู่ๆคนตรงหน้าก็เอ่ยเรียกเธอนั่นทำให้ฟริกส์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายพร้อมกับหยุดเดินตามแซนส์ “heh ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่ยอมรับเธอเป็นบอสหรอกนะ” ร่างสูงกว่าเพียงเล็กน้อยเอ่ยพลางซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อสูทในขณะที่เอ่ย เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอเลยสักนิด “เธออาจจะมีแกสเตอร์หนุนหลัง แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมทำตามคำสั่งของเธอนะเด็กน้อย”


“จำไว้ ฉันฟังคำสั่งจากแค่คนคนเดียวเท่านั่น”


ก่อนที่เขาจะออกก้าวเดินต่อ แต่เด็กสาวได้แต่ยืนนิ่งอยู่กลางหิมะ เธอก้าวขาเดินตามอีกฝ่ายไม่ออก


ใบหน้าเล็กน่ารักที่ดวงตาปิดสนิทเสมอยังคงนิ่งเรียบแต่กลับสัมผัสได้ถึงแววเศร้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะก้าวเท้าตามอีกฝ่ายที่เดินนำเธอไปไกลแล้วอย่างช้าๆ


หากแต่...


“กลิ่นนี้มัน...มนุษย์!


“ใช่ที่รัก กลิ่นมนุษย์”


เสียงสองเสียงดังขึ้นทำให้เธอหยุดชะงักก่อนที่จะหันกลับไปมองสุนัขสองสามีภรรยาที่กำลังขยับจมูกยุกยิกเมื่อได้กลิ่นประหลาด ฟริกส์ก้าวถอยหลังเล็กน้อย ในหัวของเธอคิดหาทางสารพัดเพื่อให้ตัวเองรอดจากสถานการณ์แบบนี้


และแล้วการโจมตีแรกของสองสามีภรรยาแห่งรอยัลการ์ดก็เริ่มขึ้น



 

 

ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย


โครงกระดูกหนุ่มสูบซิกก้าในขณะที่ก้าวเดินนำหน้ามนุษย์เด็กสาวที่เขาได้รับมอบหมายหน้าที่มาเพื่อพาร่างเล็กมาซื้อเสื้อผ้า ไม่รู้ทำไมทั้งแกสเตอร์และพาไพรัสต่างพากันไม่ว่างกัน เขาเลยต้องเป็นฝ่ายพาเธอออกมาซื้อของแบบนี้


ให้เด็กผู้หญิงขึ้นเป็นบอสเนี่ยนะ แกสเตอร์คิดอะไรอยู่


เขาพ่นควันสีเทาขุ่นอย่างช้าๆเพื่อระบายความหงุดหงิดที่ติดค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน ยิ่งวันนี้ต้องพาเด็กสาวตัวเล็กเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสวยออกมาด้วยกันแบบนี้ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ แทนที่จะได้นอนอยู่ที่บ้านสบายๆหรือไปนอนที่ป้อมของเขาอย่างสงบ


มันน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเมื่อใบหน้าของเด็กสาวนั่นไม่สื่ออารมณ์ใดใดที่เรียกว่าเครียดที่ต้องขึ้นเป็นบอสเลยสักนิด...ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตรายน่ะ


“เอาล่ะ ถึงแล้ว จะเลือกอะไรก็ตามใจ” โครงกระดูกหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าร้านขายเสื้อผ้าในสโนว์ดินก่อนที่จะหันกลับไปหาเด็กสาวที่เดินตามมาด้านหลัง “บอกเลยนะว่า...ฟริกส์?”


เมื่อเขาหันกลับมาก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีร่างเล็กในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวตัวยาวและหลวมคลุมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้ามีฮูดตัวหลวมที่ควรจะเดินตามหลังเขามาแม้แต่น้อย แซนส์หันซ้ายหันขวา ภายในใจลึกๆก็เริ่มที่จะเป็นห่วงเด็กสาวนิดๆ


หายไปไหนกัน ไม่ใช่ว่าหลงทางหรอกนะ!?


“นี่...เมื่อกี้เห็นพวกรอยัลการ์ดของดรีเมอร์แฟมิลี่อยู่ในสโนว์ดินด้วยล่ะ” ตอนนั่นเองที่เสียงหวานๆของกระต่ายน้อยลูกสาวของเจ้าของโรงแรมในสโนว์ดินเอ่ยขึ้นกับเพื่อนของเธอ เจ้าหนูตัวน้อยพยักหน้าเห็นด้วย


“นั่นสิ เหมือนจะมาตามหามนุษย์ นี่มีมนุษย์ตกลงมาด้วยอย่างนั่นหรอ”


“เมื่อคืนฉันว่าฉันเห็นคุณแกสเตอร์อุ้มเด็กมนุษย์มานะ”


รอยัลการ์ดของดรีเมอร์แฟมิลี่ยังอยู่ในสโนว์ดิน!


แซนส์รีบหันหลังกลับไปทางที่เขาเพิ่งจะเดินจากมาในทันที มือกระดูกชักปืนพกขึ้นจากซองเก็บปืนพกที่คาดอย่ข้างเอว เขาวิ่งไปก็เช็คกระสุนปืนไป ดวงตาข้างซ้ายพลันเรืองแสงสีฟ้าประกายขึ้นอย่างนึกเป็นห่วงเด็กสาวตัวเล็กที่อยู่ห่างสายตา


ขอล่ะ...อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะฟริกส์!


โครงกระดูกหนุ่มเลือกที่จะวิ่งไปก่อนที่จะใช้เวทย์มนต์ทางลัดของเขาเพื่อย่นระยะทาง เขาเห็นเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าคุ้นตาแล้ว นั่นทำให้เขารีบวิ่งเข้าไปหาเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่กับเด็กสาวด้วย สุนัขสองตัวในชุดเกราะตราสัญลักษณ์ของรอยัลการ์ดยืนอยู่ใกล้ตัวของร่างเล็กมากจนเขายกปืนขึ้น


“เจ้าหนู! เธอ...!


คำพูดของเขาหยุดชะงักไปในขณะที่เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย


“แซนส์...?”


“ลูกสุนัข ลูกสุนัขน่ารัก!


“น่ารัก น่ารักมากๆเลย!


เสียงของสองสามีภรรยา โดกามี่กับโดกาเรซ่าดังขึ้นในขณะที่กำลังซุกใบหน้าเข้าดมกลิ่นของเด็กสาวพร้อมกับเอาศีรษะถูไถแก้มใสของฟริกส์ไปด้วย นั่นทำให้เด็กสาวหัวเราะคิกคักอย่างจั๊กจี้ มือเล็กยกขึ้นลูบเส้นขนสีขาวสะอาดของคู่สามีภรรยามอนสเตอร์สุนัขอย่างเบาๆ


แซนส์มองภาพตรงหน้าอย่างมึนงงในขณะที่เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้บางๆ มือเล็กสะกิดสองสามีภรรยาสุนัขที่กำลังคลอเคลียเธออยู่เบาๆก่อนที่จะเอ่ยบอกว่าเธอต้องไปแล้ว


“จะไปแล้วหรอ น่าเสียดายจัง”


“วันหลังมาเล่นด้วยกันอีกนะ”


แล้วทั้งคู่ก็ปล่อยตัวของเด็กสาวแล้วพากันเจอจากไปแต่โดยดี ฟริกส์หันกลับมาแล้ววิ่งเข้าหามาแซนส์ที่ยืนนิ่งมองร่างเล็กอย่างไม่เชื่อสายตา


เธอทำให้รอยัลการ์ดที่ตามจับมนุษย์เลิกล้มความคิดที่จะจับตัวเธอได้โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวหรือต่อสู้ใดใดทั้งนั่น...


เขามองใบหน้าเล็กน่ารักของฟริกส์นิ่งๆ ใบหน้าเล็กที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและมุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไปโดยไม่ทำร้ายใคร...เขารู้แล้ว่าแกสเตอร์เห็นอะไรในตัวของฟริกส์


และนั่น...ทำให้เขาสนใจในตัวเธอ ตัวเธอมีบางอย่างที่ดึงดูดให้เขาอยากอยู่ใกล้ๆ


กำแพงที่เขาตั้งใว้ปิดกั้นให้ตัวเองตีตัวออกห่างจากเด็กมนุษย์คนนี้พังลงไม่เป็นท่าอย่างไม่น่าเชื่อเพราะสิ่งที่เธอทำให้เขาเห็น


มือเล็กเอื้อมมากระตุกชายเสื้อสูทของโครงกระดูกหนุ่มที่สูงกว่าเธอเพียง10กว่าเซนเล็กน้อย


“ขอโทษ...” เสียงเล็กใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนักผิดแผ่วเบา เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เธอรู้ว่าอีกฝ่ายต้องย้อนกลับมาเพราะเธอหายไป เธอก่อปัญหาให้กับเขาใช่รึเปล่า...


heh เล่นเอาฉันหัวหมุนเลยนะสาวน้อย” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจเบาๆ เด็กสาวห่อไหล่เล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวโดยตำหนิ แต่ว่า...มือกระดูกข้างที่ไม่ได้จับปืนกลับวางลงบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอแทนจนร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ “เล่นเอาฉันตกใจแทบแย่ที่เธอหายไปน่ะฟริกส์ เรารีบไปกันเถอะ”


“อ๊ะ!” ฟริกส์ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อร่างเล็กของเธอถูกเข้าอุ้มขึ้นอย่างกระทันหัน ดวงตาข้างซ้ายของแซนส์ขยิบเล็กน้อย เหมือนเขาจะ...เป็นมิตรกับเธอขึ้นนะ


“มาเถอะ ฉันรู้ทางลัด”

.

.

.

.

ร่างเล็กก้มมองตัวเองที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเน็คไทน์สีม่วงเข้มและสวมทับด้วยเสื้อสูทสีม่วงเข้มด้วยเช่นกัน มือเล็กสวมถุงมือหนังทั้งสองข้างและท่อนล่างเป็นกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย เธอมองตัวเองก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองสามพ่อลูกโครงกระดูกที่ดูจะถูกใจเสื้อผ้าที่เธอสวมเหลือเกิน


“เลือกได้ดีนี่แซนส์ เท่านี้ว่าที่บอสของเราก็น่าเคารพและน่ารักมากๆแล้ว” แกสเตอร์เอ่ยชมลูกชายคนโตพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับเด็กสาว แซนส์กอดอกพร้อมกับหันมองไปทางอื่น


“ฟริกส์น่ารักมากๆอยู่แล้วน่า...” เขาพึมพำเบาๆพร้อมกับผู้เป็นพ่อที่ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันลูกชายของเขา


WOWIE!! บอสน่ารักมากๆเลยล่ะ!!” พาไพรัสร้องอย่างตื่นเต้นและดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น “เอ่อ...เรียกเธอว่าบอสได้แล้วใช่มั้ย...”


แล้วทั้งแกสเตอร์และพาไพรัสก็หันไปมองทางแซนส์อย่างนิ่งๆเพราะตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่ยังไม่ยอมรับฟริกส์ให้เป็นบอส เด็กสาวกำชายเสื้อสูทของเธอแน่นอย่างประหม่า เธอรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอ...


heh ขนาดนี้แล้ว ไม่ยอมยังไงไหว” เขายักไหล่พร้อมกับขยิบตาข้างซ้ายให้ทุกคนอย่างขี้เล่น รอยยิ้มกว้างของแซนส์ทำให้ทุกคนยิ้มออก มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขายอมรับในตัวของเด็กสาวแล้ว ฟริกส์เองก็พลอยส่งยิ้มน่ารักไปให้โครงกระดูกหนุ่มด้วย เล่นเอาใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าจางๆอย่างช่วยไม่ได้


ให้ตายสิ...เด็กนี่น่ารักจริงๆนั่นแหละ...


“เอาล่ะๆ เท่านี้มติก็เป็นเอกฉันท์แล้วสินะ ต่อไปนี้ ฟริกส์จะขึ้นเป็นบอสแห่งSkelefamilyของเรา และแซนส์” แกสเตอร์หันไปทางแซนส์พร้อมกับมอบหมายตำแหน่งสำคัญขอแฟมิลี่ให้กับเขา...ตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับบอสมากที่สุด “เป็นมือขวาของบอสนะ เข้าใจมั้ย”


heh” ร่างสูงกว่าเด็กสาวเพียงแค่ไม่กี่เซนเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ห่างก่อนที่จะคุกเข่าลงแล้วจับมือเล็กของฟริกส์ขึ้นพร้อมกับถอดถุงมือของเธอออกช้าๆ เด็กสาวแสดงสีหน้าแปลกใจไม่น้อยก่อนที่ใบหน้าของเธอจะขึ้นสีแดงจางๆเมื่อเขาจรดปากลงบนหลังมือของเธออย่างแผ่วเบา


“ฉันรับคำสั่งจากคนแค่คนเดียว...และต่อไปนี้ คนคนนั่นคือเธอนะ เด็กน้อย”


จากนี้ไป ฉันจะปกป้องเธอเอง ฟริกส์ บอสที่น่ารักของฉัน


แกสเตอร์ยืนอมยิ้มมองลูกชายคนโตที่จุมพิตลงบนหลังมือของเด็กสาวตัวน้อยก่อนที่จะพึมพำเบาๆ


“ในที่สุดก็เลิกซึนแล้วสินะลูกชาย”

.

.

.

.

END




-Talk with Writer-

               สวัสดีค่ะ!! ขอโทษนะคะที่มาลงช้า บอกจะลงวันเสาร์ ดันมาลงวันอาทิตย์... ต้องขออภัยด้วยจริงๆนะคะ แล้วส่วนที่เราเอาฟิครีเควสมาลงก่อนเพราะว่าตอนนี้ฟิครีเควสมันเยอะมากกกกกก ก็เลยแต่งก่อน ตอนต่อไปถึงจะเป็นฟิคหลักค่ะ! เอาบอสโลลิไปกอดเล่นกอดนะคะ//หลบกระสุนปืน---

อ้อ ใช่ เราได้สร้างตัวละครAUขึ้นมา เป็นฟริกส์ค่ะ เป็นตัวละครพลังระดับAUอีกคน เรากำลังคิดว่าจะขึ้นฟิคหลักฟิคใหม่ แต่คงต้องแต่งเรื่องนี้ให้จบซะก่อนล่ะคะ ดันได้แรงบันดาลใจมากจากUnderverse... ไว้ว่างๆจะลองมาลงข้อมูลให้นะคะ อาจจะเป็นฟิคสั้นของตัวละครนี้ แต่เรายังตัดสินใจเรื่องคู่ให้นางไม่ได้ แต่ใจอยากให้คู่กับCross Sans(สุดหล่อ -////-) 

ถ้าอย่างนั่นวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปก่อนนะคะ เจอกันตอนหน้า ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ บะบายยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #184 Hiromi_zan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 03:03

    เออ! บอกแล้วให้เลิกซึน! แล้วทุกอย่างมันจะง่ายดายขึ้น! แกรฉันมีความสุขมากเลยอ่ะ

    #184
    0
  2. #66 rename-re (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 22:25
    ขอเถอะะะๆๆๆๆ!! ถ้าโลลิจะน่ารักน่ากินขนาดนี้!?!? #อ๊ากก ฟินอมากหมาย

    ทำเอา แซนส์หน้าข้ึ่นสีเยอะมาก 55

    แอบขำ...แกสเตอร์มองเห็นอะไรในตาฟริสก์ ถึงให้เป็นบอส 5555+
    #66
    5
    • #66-2 rename-re(จากตอนที่ 15)
      27 สิงหาคม 2560 / 22:26
      โอ!!! อยากเห็นauใหม่ ของท่านจังง!!!
      #66-2
    • #66-3 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 15)
      27 สิงหาคม 2560 / 22:42
      อ้อ แกสเตอร์มองเห็นความมุ่งมั่นในตัวของฟริกส์ค่ะ!! แบบเด็กมนุษย์เดินทางคนเดียว แล้วก็มองเห็นความกล้าและไม่กลัวตายของฟริกส์ เพราะว่าตอนที่เขาไปเจอแล้วอุ้มขึ้นมาฟริกส์ไม่ได้กลัวหรือขัดขืน นั่นทำให้แกสเตอร์ชอบในส่วนนั่นและคิดว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นบอสแทนเขาได้แน่เลย!! ประมาณนั่น แล้วก็ ขอบคุณที่รอนะคะ ไม่เชิงAUหรอกค่ะ แค่คิดFrisk AUใหม่ขึ้นมาได้เฉยๆค่ะ 5555555
      #66-3
  3. #64 soul (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 21:22
    อ๊าาาากกกกกกกก!!!โลลิล่ะ!!!friskเป็นโลลิบอสล่ะ!!//ฟินมากกกกก(ก.ล้านตัว)
    #64
    0
  4. #62 MewgomiNakigo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 19:59
    หนูนี้กรี๊ดลั้นห้องเลยขอรับ..กรี๊ดดดดดดดด!!!//ฟิน
    (Eเพื่อน : เลิกกรี๊ด! รำไย!//โยนรองเท้าใส่)
    #62
    0
  5. #61 wan - wan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 19:34
    /ตบตีแซนส์ข้อหาซึนอยู่นั่นแหละ
    แอ่ก... /โดนฟาด
    #61
    0
  6. #60 Pookie_Sama (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 18:58
    ฟินนน~
    ~\(???)/~
    #60
    0
  7. #59 Reaperผู้เป็นตปก. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 18:47
    กรี๊ดดดดด โลลิมาแล้ววววว ปูเสื่อรอเรื่องหลักต่อค่ะ!!
    #59
    0