[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 13 : -7- SOUL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    19 ส.ค. 60

-7- SOUL



“เมื่อคืนฉันรู้สึกแปลกๆ” เสียงเล็กเอ่ยเปิดประเด็นเป็นคนแรก เด็กสาวนั่งเท้าคางกับโต๊ะอย่างใช้ความคิดก่อนที่ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมจะเลื่อนไปสบกับแซนส์ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว “เหมือนกับ...สัมผัสได้ถึงวิญญาณของฟริกส์ยังไงไม่รู้...”


“เธอ...อะไรนะ!?” จากที่แค่นั่งเอนหลังกับพนักเก้าอี้เอื่อยๆอยู่ แต่เมื่อได้ฟังประโยคนั่น โครงกระดูกหนุ่มก็เด้งตัวขึ้นมาตั้งใจฟังแทบจะทันทีจนคาร่าเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้นิดๆ


“ทีอย่างนี้สนใจขึ้นมาเชียวนะเจ้าถุงขยะหน้ายิ้ม” เด็กสาวเอ่ยอย่างเซ็งๆก่อนที่จะเปลี่ยนจากนั่งเท้าคางกับโต๊ะเป็นกอดอกแทน


ตอนนี้พวกเธออยู่กันสองคนที่แล็ปของอัลฟี่ซึ่งตอนนี้อัลฟี่ขอตัวไปหาอันไดน์และแอสเรียลอยู่ที่บ้าน ที่นี่จึงมีแค่แซนส์และคาร่าเพียงเท่านั้น เด็กสาวเพียงแค่มาตรวจเช็คเครื่องจักรที่แซนส์กับอัลฟี่พยายามปรับปรุงและซ่อมแซมกันอยู่ในเวลา3วันที่ผ่านมาและเพื่อมาเล่าเรื่องที่เธอรู้สึกเมื่อคืนนี้ ความรู้สึกเหมือนกับสัมผัสของฟริกส์ที่เธอรู้ดีมากกว่าใคร


เรียกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟริกส์นั่นไม่มีวันที่จะตัดขาด เหมือนกับฟริกส์เป็นฝาแฝดของเธอก็ไม่ปาน


“แต่ว่า...ได้ยังไงล่ะ อยู่ๆทำไมเธอถึงสัมผัสถึงวิญญาณของฟริกส์ได้ ทั้งๆที่ก่อนหนี้ก็ไม่มีสัญญาณใดใดว่าฟริกส์มีตัวตนอยู่บนโลกแท้ๆ” แซนส์เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย นั่นทำให้คาร่าคิดตาม


“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่า...ทิศทางมันมาจากทางภูเขาEbott


ซึ่งมันก็หมายความว่ามาจากทางอันเดอร์กราวด์


 “ฉันกับแอสเรียลตั้งใจว่าจะกลับไปสำรวจในอันเดอร์กราวด์ เพราะสัมผัสมันชัดเจนมากว่ามาจากที่นั่น” คาร่าเอ่ยต่อก่อนที่จะหยิบช็อคโกแล๊ตแท่งออกมาแกะห่อออกแล้วนั่งทาน “ฉันมั่นใจเกินครึ่งว่านั่นคือวิญญาณของฟริกส์แน่ๆ”


“ฉันก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้ต้องยกให้เธอจัดการ heh” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของแซนส์ก่อนที่จะหันไปมองเครื่องจักรที่อยู่ไม่ไกล “ทางนี้เองก็งานเดินเร็วเหมือนที่คิดไว้ ยังไงก็มีแปลนของแกสเตอร์อยู่แล้วแค่เอาปรับปรุงนิดๆหน่อยๆกับรันโปรแกรมให้เข้าที่แค่นั่นเอง”


อีกไม่นานพวกเราก็จะสามารถช่วยฟริกส์ออกจากที่นั่นได้แล้วสินะ


“ไม่รู้ว่าที่แห่งนั่นจะถูกกลืนกินหายไปแค่ไหนแล้ว ฟริกส์จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ยังไงก็ต้องรีบหน่อยล่ะนะ” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยก่อนที่จะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้บ้าง คาร่าหรี่ตาลงมองเจ้าตัวเล็กน้อยก่อนที่จะยกยิ้มอย่างนึกสนุกนิดๆ


“นี่แซนส์...ถ้าฟริกส์กลับมาได้แล้ว...นายจะเอายังไงต่อหรอ” คำถามนั่นทำให้ดวงตาสีขาวหันมองเด็กสาวที่ตัวสูงกว่าอย่างมึนงง


“ถ้าฟริกส์กลับมาได้แล้ว อย่างแรกที่ฉันจะทำก็คือนอนพักแล้วจับเด็กนั่นมานอนกอดโทษฐานทำให้ฉันต้องขยันเกินกว่าที่คิดจะทำในการหาทางช่วยเธอ หลังจากนั่นฉันก็จะไม่ปล่อยให้ฟริกส์อยู่คนเดียวจนหาทางทำอะไรแบบนี้อีกล่ะมั้ง” โครงกระดูกหนุ่มไหวไหล่น้อยก่อนที่จะมองคาร่าที่เหมือนกำลัง...ยิ้มกริ่ม? “แล้วเธอถามทำไม”


“เปล๊า ก็แค่...” ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมฉายแววเจ้าเล่ห์นิดๆ “คิดว่านายนี่ชอบฟริกส์มากกว่าที่คิดอีกนะเนี่ยยย =)


เท่านั่นแหละ ใบหน้าของเขาก็ขึ้นสีฟ้าลามไปทั่วทั้งใบหน้าแถมยังเหมือนจะได้ยินเสียง ฉ่าเบาๆอีกด้วย!


“จะ...จะเป็นแบบนั่นได้ยังไงกันยัยโรคจิต!” แซนส์ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ราวกับกำลังจะหนีเด็กสาวแต่ว่าคาร่าก็เอื้อมมือมากระชากเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีฟ้าของเจ้าตัวไว้จนแซนส์สียหลักล้มนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเดิม “เฮ้ย!! จะทำอะไรของเธอ ห๊ะ!


“ดึงโครงกระดูกซึนที่คิดจะหนียังไงล่ะ =)” ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงโดยที่ไม่ยอมปล่อยมือจากแจ็คเก็ตของอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเขาจะหนีอีก “อะไร แค่ยอมรับว่าชอบฟริกส์นี่ยากนักหรอ”


แซนส์ที่เห็นว่าตัวเองคงไม่สามารถหนีออกจากสถานการณ์นี้ไปได้แล้วเขาจึงยอมที่จะนั่งตอบคำถามของเด็กสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้


“นี่ ฉันไม่ได้ชอบเด็กหรอกนะ จะบ้าหรือไง” โครงกระดูกหนุ่มเสสายตาไปด้านข้างพลางเอ่ยตอบคาร่า ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมหรี่ตาลงมองโครงกระดูกตรงหน้าอย่างนิ่งๆ


“จริงนะ ไม่ได้ชอบฟริกส์จริงๆนะ?” คาร่าเอ่ยถามพลางยิ้มกว้างบนใบหน้า


“จริงสิ ฉันไม่ได้ชอบฟริกส์หรอกน่า” แซนส์เอ่ยตอบเสียงเบา เด็กสาวแกล้งถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะปล่อยจากเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าของอีกฝ่าย


“ว้า...ฟริกส์ของฉันมาได้ยินคงเสียใจน่าดูเลยนะ” ใบหน้าน่ารักส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะตีหน้าเศร้า “แต่ไม่เป็นไรๆ ฟริกส์กลับมาได้ฉันจะพาไปทำความรู้จักกับเพื่อนที่โรงเรียนเอง รับรองว่าต้องมีเด็กผู้ชายชอบเยอะแน่ๆ ก็ฟริกส์น่ะน่ารักจะตายไป”


“นี่! ยัยเด็กโรคจิต ฟริกส์ไม่ใช่ของเธอนะ เด็กคนนั่นน่ะเป็นเด็กของฉันต่างหาก ฉันไม่ยอมให้เธอพาฟริกส์ไปรู้จักกับเพื่อนผู้ชายของเธอหรอกนะ!” แซนส์รีบสวนกลับมาทันทีด้วยใบหน้าที่ดูน่ากลัวขึ้น คาร่าหยักไหล่เบาๆ


“นายจะห้ามได้ยังไง ฟริกส์ไม่ใช่ของนายสักหรอก แถมนายยังบอกว่าไม่ได้ชอบฟริกส์อีกนี่นา” เด็กสาวหรี่ตาลงมองแซนส์อีกครั้ง โครงกระดูกหนุ่มชะงักไปก่อนที่จะตบโต๊ะเสียงดัง เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้


“ไปตามหาวิญญาณของฟริกส์ไปยัยโรคจิต!” ว่าจบ เขาก็เดินไปทางเครื่องจักรก่อนที่จะมุดเข้าไปภายในเครื่องเพื่อซ่อมส่วนข้างในโดยมีเสียงหัวเราะคิกคักของคาร่าดังแววให้ได้ยินอยู่


“สวัสดีครับ...อ้าว คาร่า หัวเราะอะไรน่ะ” เสียงขององค์ชายแห่งตระกูลดรีมเมอร์ดังแว่วมาก่อนที่แซนส์จะได้ยินเสียงเด็กสาวเอ่ยตอบ


“หัวเราะคนไม่ยอมรับว่าชอบเขาน่ะ ไม่มีอะไรหรอกแอสเรียล =)


ยัยเด็กบ้า!!

.

.

.

.

”สรุปว่าพรุ่งนี้พวกเราจะต้องกลับไปที่อันเดอร์กราวด์สินะ” แพะหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาวข้างตัวที่ตอนนี้นั่งเท้าคางคาบแช็คโกแล็ตแท่งอยู่ คิ้วเรียวขมวดอย่างไม่ชอบใจนัก “นั่งกินดีๆสิคาร่า!


มือเล็กหยิบช็อคโกแล๊ตนมแท่งออกจากปากก่อนที่จุมุ่ยหน้าใส่เพื่อนสนิทอย่างไม่พอใจ


“อะไรกันเล่าแอสเรียล อย่าเคร่งไปหน่อยเลย จะเป็นคุณแม่เบอร์สองหรือไง” ใบหน้าเล็กน่ารักพองแก้มอย่างน่ารักแต่ก็ยอมนั่งดีๆเพื่อทานช็อคโกแล๊ต “แล้วก็ใช่ พรุ่งนี้พวกเราสองคนจะกลับเข้าไปที่เมืองอันเดอร์กราวด์กัน!


“คาร่า ถามจริงๆเลยนะ...” อยู่ๆแพะหนุ่มก็เอ่ยถามเสียงเครียดขึ้นจนเด็กสาวขมวดคิ้วนิดๆก่อนที่จะหันไปมองเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กๆเชิงสงสัย “ฟริกส์เนี่ย...คือใครกันหรอ?”


ร่างเล็กกว่านิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะแตะมือที่หน้าอกของเธอ หัวใจสีแดงสดที่เปี่ยมไปด้วยปณิธานที่มีเพียงครึ่งเดียวก็ค่อยๆปรากฏออกมา


“แอสเรียลรู้มั้ยว่าวิญญาณดวงนี้น่ะ เป็นของใคร”


แพะหนุ่มยิ้มร่าก่อนที่จะดึงวิญญาณหัวใจกลับหัวสีขาวที่เจือสีแดงจางออกมาด้วยเช่นกัน วิญญาณ2ซีกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดวงเดียวกันมาก่อน


“ก็เป็นของคาร่าไง! คาร่าแบ่งวิญญาณให้กับผมที่ตอนนั่นอยู่รูปลักษณ์ของดอกไม้สีทองไร้วิญญาณให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งไง!” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางยิ้มร่าเมื่อนึกถึงตอนที่ได้กลับมาอยู่กับเพื่อนสาวอีกครั้งหนึ่ง


หากแต่คาร่าส่ายหน้า


“วิญญาณที่ตอนนี้อยู่กับฉัน...” เด็กสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยต่อ “อยู่กับนาย”


“มันไม่ได้เป็นทั้งของฉันทั้งของนายหรอกนะแอสเรียล”


แพะหนุ่มนิ่งไปอย่างไม่เข้าใจ ก็เขาจำได้ว่าคาร่าเป็นคนแบ่งวิญญาณมาให้เขาไม่ใช่หรอ วิญญาณที่เต็มไปด้วยปณิธานแบบนี้น่ะ มีแค่คาร่าคนเดียวเท่านั่นไม่ใช่หรอ


“วิญญาณดวงนี้น่ะ...มันเป็นของฟริกส์ต่างหากเจ้าเด็กบื้อ”


ดวงตาของแพะหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตกใจปนๆกับความแปลกใจ


“ตะ...แต่...ยังไง...” แพะหนุ่มเอ่ยด้วยความไม่สบายใจ เขามีวิญญาณของใครสักคนที่เขาไม่รู้จัก ทำไมถึงเป็นแบบนั่นไปได้ หรือว่า...คาร่าจะ...


“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั่นเลย ฉันไม่ได้ฆ่าฟริกส์นะ เอาเถอะ เดี๋ยวฟริกส์กลับมา ฉันจะเล่าเรื่องของเด็กคนนั่นให้ฟังก็แล้วกันนะเด็กขี้แย” คาร่าหัวเราะพลางเอ่ยเชิงล้อเลียนเพื่อนสนิทของเธอ ใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยเส้นขนอ่อนนุ่มสีขาวสะอาดขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย


“ฉันไม่ได้ขี้แยนะคาร่า!


“แซนส์!!! พาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่เอาข้าวเย็นมาให้!!


เสียงสองเสียงดังประสานกันเพียงแต่เสียงของผู้มาใหม่ดันดังกว่าเสียงของแอสเรียล จนทั้งคาร่าและแอสเรียลชะงักพร้อมกับหันไปมองเจ้าของเสียงเมื่อครู่ที่ประกาศตัวเสียราวกับว่าคนในห้องนี้จะไม่รู้กัน โครงกระดูกร่างสูงหันมาสบตากับทั้งคู่พอดีก่อนที่เขาจะนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคาร่าอยู่ในห้องนี้ด้วย


“พาไพรัส ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเอาข้าวเย็นมาให้ก็ได้น่ะ อัลฟี่ก็ทำอาหารเป็น” แซนส์มุดออกมาจากใต้เครื่องจักรที่ว่าก่อนที่จะวางอุปกรณ์แล้วเดินมาหาน้องชายตัวสูงของเขา


“เนี๊ยะ! ฉันบอกแล้วไงว่าเย็นนี้จะเอามาให้น่ะแซนส์! พาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยผิดสัญญาอยู่แล้วล่ะ” เจ้าของผ้าพันคอสีแดงสดผืนโปรดหันกลับมาพูดกับพี่ชายของเขาก่อนที่จะดันกล่องสปาเก็ตตี้กล่องใหญ่ส่งให้แซนส์และหันไปทักทายแอสเรียสกับคาร่าเป็นการตัดบทพี่ชาย “โอ้ว สวัสดีองค์ชายกับองค์หญิง ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่ชายแสนขี้เกียจแต่อยู่ๆก็ดันขยันขึ้นมานะ”


และดูเหมือนว่าเขาจะมองคาร่านานกว่าทุกคนยังไงไม่รู้


“สวัสดีครับคุณพาไพรัส ผมไม่ค่อยได้มานักหรอกครับ ส่วนใหญ่คนที่มาที่นี่คือคาร่าต่างหากล่ะครับ” แพะหนุ่มโบกมือน้อยก่อนที่จะหันไปมองคาร่าที่นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้มองแซนส์ หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเธอยักคิ้วให้แซนส์เล็กน้อยและแซนส์เองก็จ้องคาร่าอยู่เหมือนกัน


-ช่วงแปลภาษาจิต-


โตขนาดนี้ยังต้องให้น้องชายมาส่งข้าวกล่องอีกหรอ เด็กน้อยจังเลยนะแซนส์ =)’


เธอเองก็โตขนาดนี้ยังต้องให้น้องชายเตือนเรื่องการทานช็อคโกแล๊ตยังไงไม่ให้ติดคออีกหรอ ทำตัวเป็นเด็กจังเลยนะคาร่า


ว่าไงนะ จะเอางั้นหรอไอ้ถุงขยะยิ้มได้ =) !!’


พร้อมเสมอนะยัยเด็กโรคจิต!’


“เอ่อ...ทำไมรู้สึกว่าบรรยากาศมันเย็นขึ้นยังไงไม่รู้”


“เรื่องนั่นพาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่ก็เห็นด้วย!


เสียงของบุคคลที่รักทั้งสองคนดังขึ้น นั่นทำให้แซนส์กับคาร่าหยุดส่งกระแสจิต(?)คุย(?)กัน บรรยากาศรอบๆข้างก็กลับมาเป็นปกติ


“คิดไปเองรึเปล่า ฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย” เด็กสาวเอ่ยพลางมองพาไพรัสกับแอสเรียลอย่างงงๆ


“น้องชาย ก็รู้สึกหรอว่าห้องนี้น่ะ...”


“แซนส์...ไม่!


“มัน ‘cool’ ขนาดไหน”


“แซนส์!!!


แอสเรียลกับคาร่ามองหน้ากันก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆและยืนนิ่งไว้อาลัยพาไพรัสที่กำลังโวยวายแซนส์ที่บังอาจเล่นมุขต่อหน้าเขา เด็กสาวเงยหน้ามองแซนส์นิ่งๆก่อนที่จะมือมองตัวเองพลางหลับตาลง ยังไงเธอก็ยังรู้สึกถึงวิญญาณของฟริกส์ได้ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหนในอันเดอร์กราวด์


เธอก็พอจะเดาได้ล่ะนะว่ามันคือที่ไหน...

.

.

.

.

“คาร่า...เอาจริงหรอ...”


และนั่นทำให้เด็กสาวยอมที่จะใช้ทางลัดเพื่อไปที่นั่นโดยที่ไม่ต้องเดินตั้งแต่ห้องบัลลังค์กลับมา ร่างเล็กของเด็กสาววัย13ปีจึงมายืนอยู่ริมขอบเหวลึกพร้อมกับมอนสเตอร์แพะหนุ่มแบบนี้ยังไงล่ะ


เหวลึกที่มักจะมีมนุษย์ตกลงไป


“เอาจริงสิแอสเรียล ไม่ต้องห่วง มันยังมีกอดอกไม้สีทองกอใหญ่รองรับเราอยู่ ไม่เจ็บหรอกน่า”


“ตะ...แต่...แน่ใจนะคาร่า...” เมื่อมองลงไปภายในเหวนั่นมันลึกมากเสียจนเขาไม่กล้าถึงคาร่าจะยืนยันว่าไม่เป็นอะไรก็ตาม ซึ่งเขาก็จำได้ว่าอีกฝ่ายก็ตกลงมาจากตรงนี้เช่นกันเมื่อนานมาแล้ว


“แน่ใจสิแอสลี่ ไม่เอาน่า อย่าป๊อดไปหน่อยเลย =)” ร่างบางยิ้มขำอีกฝ่ายก่อนที่จะก้าวไปหยุดที่ขอบเหวจนน่าหวาดเสียว มือเล็กดึงมือแอสเรียล “พร้อมนะ”


“มะ...”


“โดด!


“ม่ายยยยยย!!


แล้วร่างของทั้งคู่ก็ตกลงไป



 

 

ร่างของทั้งคู่ตกลงบนกอดอกไม้สีทองนุ่มที่รองรับตัวของคาร่าและแอสเรียลอย่างที่เคยทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นจากกอดอกไม้สีทองก่อนที่จะยิ้มอ่อนๆให้มัน


ขอบคุณนะ


ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะเหลือบมองแพะหนุ่มที่เหมือนจะสลบไปด้วยความตกใจจากที่ตกจากที่สูง คาร่ามุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจ


แค่นี้ก็สลบ ขวัญอ่อนจริงๆเลยนะแอสลี่ หืม...


สัมผัสบางอย่างทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองเหนือศีรษะของเธอ และอย่างที่คาดการณ์ไว้ ดวงวิญญาณสีหม่นโปร่งใสล่องลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ ถึงแม้จะไร้ซึ่งปณิธานที่เธอคุ้นเคย แต่ลักษณะและสัมผัสที่ว่างเปล่าหากแต่นุ่มนวลแบบนี้ เธอไม่มีวันลืม...


“มารับแล้วนะ คู่หู =)

.

.

.

.

TO BE CONTINUES





-Talk with Writer-

           สวัสดีค่าาาา เอาฟิคมาลงให้ค่าาาา อา กว่าจะลงได้ เราเขียนตั้งนาน(นานเพราะอู้----//โดนตบ)กว่าจะมาเป็นตอนนี้ ถถถถถถถ ทำไมเรารู้สึกว่าคาร่าเป็นพระเอกแปลกๆ แซนส์บทน้อยๆนะ--- ม่ายยยยยย//ตบหน้าตัวเอง คาร่าก็จะบทเยอะหน่อย แอสเรียลกลายเป็นชนชั้นผู้น้อย---- ตอนต่อไปแซนส์จะบทเยอะแล้วไม่ต้องห่วงนะคะ!!

             สำหรับรีเควส ก็รีเควสกันมามากมาย เห็นMafiataleเยอะมาก--- โอเคค่ะ ต่อจากUnderfellจะเป็นMafiataleนะคะ ที่เหลือก็ตามลำดับที่คอมเม้นกันมา เราจะสะสมไว้แต่งควบคู่กับเรื่องยาวนะคะ

             วันนี้เราก็ขอตัวลากันไปก่อน ขอบคุณหลายๆท่านที่บอกว่าชอบเรื่องของเรานะคะ เราปลื้มและดีใจมากเลยค่ะที่ท่านชอบ ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามนะคะ วันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันตอนหน้า บะบายยยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #182 Hiromi_zan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 02:44

    แหมๆๆ ซึนแบบนี้ระวังน้องโดนแย่งไปน้าาา เจ้ากระดูกซึน

    ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมก็เถอะแต่ว่า...เราชอบคำว่า คู่หู มากๆเลยอ่ะ!

    ในที่สุด...ในที่สุด...เราก็จะได้เจอน้องอีกครั้ง!!!

    #182
    0
  2. #49 wan - wan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 20:46
    มุขนี่ก็เล่นได้เหรอ---
    คาร่าเองก็ถือเป็นตัวละครหนึ่งที่เราชอบนะคะ เรื่องบทเยอะนี่ไม่ว่า เยอะไปสิ เพื่อไม่ให้เรื่องมันจบง่ายๆ---- แค่กๆ
    #49
    0
  3. #48 dragoncat5273 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 20:24
    เค้ามาป่ว-เอ้ยมาอ่านแล้ว//อ่านเสร็จนั่งปั่นงาน
    #48
    0