Mercury : เด็กกว่าแล้วไง ดูแลคุณได้แล้วกัน

ตอนที่ 51 : Mercury 51 : แฟนงอน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    20 ก.ย. 62

พอเพียง Talks

      พอไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร รู้แต่ว่ารู้สึกเจ็บแปลบ ๆ เวลามองเมิร์สยิ้มบาง ๆ ให้กับอิงลิช ทั้งคู่เคยคบกันมาก่อนจริง ๆ เพราะอิงลิชพูดออกมาเอง แถมเมิร์สก็ไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ อีก 
       ลึก ๆ แล้วพอเชื่อใจเมิร์ส พอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเชื่อใจ ในขณะที่อีกใจมันสั่นคลอนไปหมด ตอนนี้บอกตรง ๆ ว่าพอสับสนจนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถามหรือพูดคุยกับเมิร์ส ไม่รู้ว่าพอกลัวอะไร
       หรือกลัวคำตอบ?
       เราสองคนเพิ่งกลับมาคบกันเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แต่วันนี้เราสองคนดันมามีเรื่องให้ปวดหัวปวดใจกันอีกแล้ว หรือเป็นพอคนเดียวก็ไม่รู้ที่ปวดใจอยู่เพียงลำพัง 
       และเวลาที่พอเป็นแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะไประบายลงในทวิตเตอร์ 
       'เจ็บแฮะ' 
       ทวิตไว้แค่นี้ และถอนหายใจเบา ๆ แอบชะเง้อคอมองไปที่หน้าบ้าน ไม่เห็นมีใครมายืนอยู่เลยสักคนเดียว
       แล้วพอกำลังรอใคร? นี่พอรอเมิร์สมาง้อเหรอ?
       พอรู้ตัวแบบนี้ก็เลยลุกขึ้นเข้าไปในครัว 
       "แม่คะ ทำกับข้าวอะไรกินคะวันนี้" พอเอ่ยถาม ประมุขของบ้านที่ทำอาหารอร่อยที่สุดในโลก 
       แม่รักหันมายิ้มบาง ๆ ให้พอ ก่อนจะเอ่ยตอบ "เมื่อกี๊เมิร์สโทร.มาหาแม่ บอกว่าอยากกินคะน้าปลาเค็มกับผัดมะระ แม่เลยจะทำสองเมนูรอเมิร์สจ้ะ"
       พอขมวดคิ้วมุ่น เมิร์สโทร.มาหาแม่ แต่ไม่โทร.ไม่ไลน์ ไม่ติดต่อพอ นี่เมิร์สกำลังทำอะไร? จู่ ๆ พอก็รู้สึกหงุดหงิดปนดีใจเล็ก ๆ ขึ้นมา วันนี้ตัวเองชักมีอารมณ์หลากหลายเกินไปแล้ว
      "เขาจะมากินข้าวที่บ้านเราเหรอคะ" 
      "น่าจะมากินที่นี่ล่ะมั้ง...ทำไมถามแม่ ไม่คุยกับเมิร์สเหรอ"
      พอแม่ถามแบบนี้ พอเลยเม้มปากแน่น "คุยค่ะ...แต่แค่...ไม่รู้ว่าเมิร์สจะมากินข้าวที่นี่" มีคนเกาะแขนแจขนาดนี้ ใครจะไปคิดว่าจะมีโอกาสหลุดไปไหนได้ 
      "นั่นไง...น่าจะมาถึงแล้ว" แม่เอ่ยบอก เพราะได้ยินเสียงรถยนต์ขับมาจอดหน้าบ้าน 
      จู่ ๆ หัวใจพอก็เต้นตึกตัก ๆ ขึ้นมาดื้อ ๆ รู้สึกทั้งประหม่า ทั้งไม่กล้าสู้หน้า โอ๊ย! พอเป็นอะไรของพอ
      "เอ่อ...แม่คะ พอ...เปิดโน้ตบุ๊คทิ้งไว้ พอขอขึ้นไปปิดก่อนนะคะ" 
      โกหกไปแบบไม่รู้ว่าเนียนหรือไม่เนียน และแม่ก็คงไม่สงสัยหรอกมั้ง ก่อนจะรีบวิ่งฉิวขึ้นไปบนห้องนอนตัวเองให้ทันก่อนเมิร์สจะเข้ามา 
      
       พอหายใจเข้าออกทางปากอย่างตื่น ๆ หลังจากขึ้นมาถึงห้องและปิดประตู ยืนนิ่งอยู่ตรงประตูสักพักก่อนจะค่อย ๆ เดินไปที่หน้าต่างห้องตัวเอง ซึ่งถ้ามองลงไปก็จะเห็นส่วนหน้าบ้าน ถ้าเกิดเมิร์สยังเดินมาไม่ถึงประตูในบ้าน เขาก็คงจะยังอยู่แถว ๆ นั้น พอเลยพยายามหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดูก่อนว่าเขาเข้ามาถึงตัวบ้านแล้วยัง และปรากฏว่ามีแต่รถเท่านั้นที่จอดอยู่ ไร้วี่แววเจ้าของรถ
       และก็เป็นเสียงรถเมิร์สจริง ๆ ที่จอดอยู่ พอจำรถเขาได้ กำลังคิดว่าตัวเองจะทำยังไงต่อไปดี จะซ่อนอยู่บนนี้จนกว่าตัวเองจะทำใจให้สู้หน้าเขาได้ หรือว่าจะลงไปตอนนี้เลย 
       แต่พอยังไม่อยากเจอเมิร์สเลย อยากหลบอยู่แบบนี้ ไม่รู้มันจะเรียกว่าอาการงอนหรือเปล่า และมันดูงี่เง่าหรือเปล่า แต่พอรู้สึกว่าพอเจ็บจริง ๆ นะกับเหตุการณ์ในร้านพี่ลูกนิด 
       แอ๊ด~
       เสียงประตูห้องของพอดังขึ้น พอจึงหันขวับไปมอง 
       พอตกใจจนตาเบิกกว้าง หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
       "เมิร์ส!" เขาขึ้นมาได้ไง แม่อนุญาตเหรอ??
       เด็กหนุ่มยืนยกยิ้มมุมปาก และพิงกรอบประตูเฉย ๆ มองมาที่พอด้วยแววตายากเดาความคิด แต่ทำไมพอรู้สึกเหมือนเขากำลังมีความสุขก็ไม่รู้ 
      นี่พองอนอยู่นะ เขายังจะมาทำหน้ายิ้ม ๆ เยาะ ๆ พออยู่ได้ น่าโมโหชะมัด
      "ขึ้นมาได้ไงคะ"
      "ก็...เดินมา"
      พอถอนหายใจเบา ๆ เหนื่อยหน่ายกับคำตอบกวน ๆ นั่น "พอหมายถึง เมิร์สขึ้นมาได้ไง แม่อนุญาตเหรอ"
      เมิร์สเลิกคิ้วสูง "นี่ไม่รู้เหรอ ว่าผมมีสิทธิ์ไปแค่ไหนแล้วในบ้านหลังนี้" 
      ดูพูดเข้าสิ นี่เขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงกับเรื่องเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ยังจะมาเล่นลิ้นกับพอ 
      "เอาสิทธิ์อะไรมาจากไหน" ถามไปด้วยน้ำเสียงที่ขุ่น ๆ เล็กน้อย 
      เมิร์สยิ้มบาง "แม่รักให้สิทธิ์ผมเป็นลูกรักเบอร์หนึ่งของบ้านแล้ว"
      พอขมวดคิ้วใส่เขา ไม่รู้ทำหน้ายุ่งแค่ไหน เพราะจู่ ๆ เมิร์สก็หัวเราะเบา ๆ 
      "แต่พอกับออม ไม่ได้ให้สิทธิ์อะไรเมิร์สเลยนะ เมิร์สยังไม่ใช่สมาชิกในบ้านนี้"
      เมิร์สเลิกคิ้วนิด ๆ มือที่กอดอกอยู่ก็ค่อย ๆ คลายออกและลดลงไปซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง จากที่ยืนเอียง ๆ พิงกรอบประตูเขาก็เปลี่ยนมายืนตัวตรงแล้วค่อย ๆ เดินช้า ๆ เข้ามาในห้อง เมื่อพ้นประตูมาเล็กน้อยเขาก็เอื้อมมือไปปิดประตูด้วย แต่ก็ไม่ได้ล็อค แค่ปิดไว้เฉย ๆ พอมองการกระทำของเขาอย่างหวาด ๆ ก่อนจะพยายามส่งสายตาไปให้เขาเชิงบอกว่า ห้ามทำอะไรแผลง ๆ นะ
      เมิร์สเดินเข้ามาเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดอยู่แค่ปลายเตียงนอนของพอ และห่างจากพอตอนนี้ประมาณ 5 ก้าว 
      เราสองคนยืนมองตากันนิ่ง ๆ 
      "หึงผมเหรอ" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามด้วยยิ้มที่แต้มอยู่ตรงมุมปาก จ้องหน้าพอไม่ลดละ
      "ไม่!..." พอสวนกลับไปด้วยเสียงแข็ง ๆ ไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็ไม่ต่างจากตะคอก "พอไม่ได้เป็นอะไร" พูดไปแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเลิ่กลักไปแล้ว
      และทำให้เมิร์สหัวเราะหึ ๆ ออกมา "เวลาคุณหึงนี่เหมือนเด็กเลย" 
      พอขมวดคิ้วมุ่นใส่เขา ยื่นหน้าไม่พอใจใส่ด้วย "ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้หึงไงคะ อิงลิชก็เป็นคนที่เมิร์สคบมาก่อน ก่อนจะมารู้จักพออีก ทำไมพอต้องไปคิดอะไรแบบนั้นด้วย"
      "เพราะคุณรักผมไง คุณก็เลยต้องหึง"
      พอเงียบกริบ จริง ๆ มันก็เป็นเรื่องปกติของคนรักกันนี่นะ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าพอจะหึงเมิร์ส ถ้าพอไปหึงเพื่อน ๆ เมิร์สสิ ถึงจะแปลก
       "ทะ...ทำไมเมิร์สถึง..." ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเองจะหึงเมิร์ส พอเลยตัดสินใจถามให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย "ทำไมถึง...ปล่อยให้เขาแตะเนื้อต้องตัวแบบนั้น" 
       คราวนี้เมิร์สเม้มยิ้มจนทำให้พอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเลย เขากำลังยิ้มแบบรู้ทันพอและมันทำให้พออาย 
       เฮ้อ! อยากมุดดินจริง ๆ เลย
      "หวงผมเหรอ"
      พอหันขวับจากที่เสมองไปทางอื่นก่อนหน้านั้น ไปมองเมิร์สด้วยแววตาดุ ๆ 
      "ไม่มีสิทธิ์หรือไงคะ...ก็เราสองคนคบกันนี่" พอพูดออกไปอย่างงอน ๆ และพยายามหาเหตุผลมาอธิบายให้สมเหตุสมผล
      เมิร์สยิ้มบาง ๆ 
      บอกตรง ๆ เลยว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้พอเหนื่อยหัวใจเหลือเกิน ไม่ได้เหนื่อยเพราะเขาทำให้พอลำบาก หรือไม่มีความสุขหรอก แต่เหนื่อยที่เขาทำให้หัวใจพอแพ้เขาแล้วแพ้เขาเล่า แพ้จนไม่รู้จะแพ้ยังไง ยิ่งได้มองหน้า ได้มองรอยยิ้มที่แม้แต่จะปรากฏออกมาแค่น้อยนิดตรงมุมปาก ก็ทำให้พอแพ้จนหัวใจอ่อนยวบไปหมดแล้ว 
      ถ้าเกิดวันหนึ่งเขาทำร้ายจิตใจพอ จนเราต้องเลิกกัน พอจินตนาการไม่ออกเลยว่าพอจะใจแข็งไม่กลับไปคบเขาได้อีกมั้ย ถ้าเขามางอนง้อขอคืนดี 
      เขาจะรู้มั้ยนะ ว่าทำพอแพ้ขนาดนี้...
      "มีสิ...คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวผม ทั้งหัวใจ ทั้งร่างกาย เป็นของคุณหมดแล้ว คุณจะแตะจะต้อง จะลูบจะคลำตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น" 
      ไม่พูดเปล่า ยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้กันด้วย 
      แต่ไม่จำเป็นต้องพูดว่า จะลูบ จะคลำ จะแตะจะต้อง มั้ย??
      "ใครก็คงมีสิทธิ์ไม่ต่างจากพอมั้งคะ เขาถึงได้เกาะแขนและนั่งแนบชิดได้" 
      พอก็ไม่รู้ว่าไปสรรหาคำพูดแบบนี้มาจากไหน ร้อยวันพันปีไม่เคยมีอารมณ์และคำพูดแบบนี้กับเขาเลย
      เมิร์สก็ยิ้มมุมปากอีกแล้ว ทำไมขยันยิ้มเยาะกันจัง
      "อิงลิชทำได้แบบนั้น เพราะผมอนุญาตหรอก" 
      นั่นไง เขาพูดเองเลยนะ และพอรู้ตัวด้วยว่ากำลังมองค้อนใส่เขา จากที่หงุดหงิดก่อนหน้านี้ก็เริ่มมาคุขึ้นมาแล้ว "เมิร์ส!" 
      "แค่อยากเห็น ว่าคุณจะเป็นยังไง" เขาอธิบายอีกด้วยสีหน้านิ่ง ๆ และพอก็ขมวดคิ้วมุ่น ทั้งงง ทั้งหงุดหงิด
      "อิงได้แค่เกาะแขนผมเท่านั้นแหละ ทำอย่างอื่นไม่ได้หรอก" เขาบอกอีก
      "..." พอเม้มปากเบา ๆ จู่ ๆ ความรู้สึกอยากรู้อะไรมากกว่านั้นก็ผุดขึ้นมา 
      ทำไมถึงอยากรู้ว่าเมิร์สกับอิงลิชเคยถึงขั้นไหนกันแล้วนะ?
      "เราเคยมีอะไรกันแล้ว" 
      พอเงยหน้าพรึ่บขึ้นมองเขา คงเป็นเพราะพอเงียบและดูมีท่าทีกำลังคิดอะไรอยู่ เมิร์สเลยบอกออกมาแบบนั้น และเมิร์สช่างเดาใจพอถูกจริง ๆ ว่าอยากรู้เรื่องอะไร 
      บอกตรง ๆ ว่าตกใจมากเลยค่ะ ตกใจที่ความจริงที่เมิร์สบอกมานั้นมันคือสิ่งที่พอรู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง 
      "ตอนนั้นผมอยู่ ม.ปลาย ประมาณ ม.4 ม.5 อิงลิชก็ ม.3 มั้ง เราคบกันอยู่พักหนึ่ง ไม่นานหรอก ไม่ถึงเดือน เพราะผมคบแค่ร่างกาย ไม่ได้ลงลึกถึงจิตใจ" 
       พอเงียบกริบ รู้สึกดวงตาร้อนผ่าว น้ำตากำลังจะไหลหรือนี่
      "...." 
      จู่ ๆ เมิร์สเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพอเมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ พอไม่รู้ตัวเลย หรือเพราะกำลังตกใจอยู่ หลังจากเงยหน้ามองเขาที่อยู่ใกล้กับพอจนอกแทบจะชนกัน เขาก็ดึงพอเข้ากอดเอวไว้ แรงรัดไม่ได้เบาเลย แต่พอไม่ได้สนใจนัก เพราะตอนนี้เขากำลังก้มลงมาใช้ริมฝีปากประทับลงตรงดวงตาของพอ ก่อนจะค่อย ๆ ผละออกมามองหน้าพอ พอรู้สึกว่าใบหน้าเขาเลือนลาง อาจจะเพราะมีม่านบังตาเป็นหยดน้ำใส ๆ ที่กำลังคลอ ๆ อยู่
     "พอเพียง...มันคืออดีต คุณเข้าใจใช่มั้ย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มหู ฟังดูเหมือนปลอบโยน 
     จริง ๆ พอไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเขาเลย พอเป็นคนที่เข้าใจใครง่าย และไม่ค่อยเอาอดีตมาตัดสินตัวตนปัจจุบันของใคร ๆ แต่ตอนนี้พอแค่นี้รู้เจ็บแปลบ ๆ หนักอึ้งที่หัวใจจนอธิบายไม่ถูก 
     "ค่ะ...เข้าใจ" พอตอบไปเหมือนคนเบลอ ๆ 
     "ผมเล่าให้ฟัง เพราะผมไม่อยากปิดบัง ผมอยากให้คุณรับรู้ทุกเรื่องที่เป็นตัวผม ผมเคยทำอะไรมา ผมก็อยากบอก เพราะผมรู้ว่าวันหนึ่งถ้าคุณมารู้ด้วยตัวเอง มันจะแย่กว่าที่ฟังจากปากผม..." เมิร์สกำลังใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้พอ ซึ่งจู่ ๆ มันก็ร่วงลงมาแล้ว "อดีตผมเคยทำอะไรแย่ ๆ คิดอะไรแย่ ๆ ทำตัวแย่ ๆ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะ คุณก็เห็นนี่"
      พอพยักหน้าเบา ๆ ช้า ๆ เข้าใจ แต่ยังไม่หายเจ็บ
      "ไม่ใช่แค่อิงลิชหรอกนะ มีผู้หญิงอีกสี่ห้าคนเลย ที่เคยนอนกับผม" 
      อาการพอยังไม่ดีขึ้นเลย เมิร์สก็ซ้ำลงมาอีกรอบ พอเผลอเงยหน้าขึ้นมองเขาอึ้ง ๆ อีกครั้ง ก็เห็นเขายิ้มบาง ๆ ให้กับพออยู่ เด็กนี่อารมณ์ไหนกันนะที่เล่าเรื่องพวกนี้ให้พอฟังพร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
      ฮือ!!...หัวใจพอวูบลง ๆ จะแย่แล้ววว
      "แต่ก็แค่นอน..." เมิร์สเชยคางพอขึ้นมา ให้จ้องหน้าเขา "แต่รู้มั้ย มีอยู่คนนึงที่ผมอยากนอนด้วย...แต่ทำไม่ได้สักที" 
      พอขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้รู้สึกอยากออกจากกอดนี้และอยากเมินหน้าหนีเขาเหลือเกิน ไม่ใช่อะไร...พอเริ่มรู้สึกประหม่าและอายขึ้นมาดื้อ ๆ
      "เมิร์ส...ปล่อยพอเถอะค่ะ"
      "ไม่อยากรู้หน่อยเหรอ ว่าคนที่ผมอยากนอนด้วย และนอนไม่ได้สักทีเป็นใคร"
      "ไม่อยากรู้..." จริง ๆ อยากรู้ แต่เหมือนจะรู้แล้ว เลยไม่อยากรู้แล้ว
      "หึ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ยากมากกว่าจะได้มา และชีวิตนี้ ถ้าผมไม่แต่งงานกับเธอสักที ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหนอีกที่จะได้นอนกับเธอ" 
      เมิร์สพูดออกมายาวเหยียด และความหมายที่สื่อออกมาทำให้พอร้อนวูบวาบทันที เขาไม่ได้ลืมเรื่องแต่งงานที่เคยขอพอไว้เลย กลับเอามาย้ำกับพอในเวลานี้อีกรอบ 
      จากที่งอนมาทั้งหมด และหัวใจที่วูบไหวก่อนหน้านี้ กลับคลายลงอย่างน่าประหลาด 
      "อีกนานค่ะ" พอเผลอพูดออกไปด้วยอาการเชิงประชด 
      เมิร์สเลิกคิ้วให้และยกยิ้มมุมปาก "แต่ถ้าช้าเกิน ผมอาจจะต้องใช้วิธีรุนแรง"
      พอขมวดคิ้วยุ่ง ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะพูดเล่น อย่างเมิร์สไว้ใจอะไรไม่ได้หรอก "ก็ลองดู..." เผลอท้าทายเขาไปเพราะงอนอีกแล้ว
      "ผมทำจริงขึ้นมา คุณจะพูดไม่ออกนะ" 
      "...เมิร์สไม่ทำหรอก เพราะเมิร์สเปลี่ยนไปแล้ว เมิร์สเป็นคนอ่อนโยนขึ้นแล้ว ใช่มั้ยคะ" พอพูดดักเขาไว้ และเขาก็หัวเราะหึ ๆ 
      "ไร้เดียงสาไปแล้วพอเพียง คนบางคนน่ะ ต่อให้เปลี่ยนแปลงทัศคติ หรือพฤติกรรมไปแค่ไหน แต่สัญชาตญาณดิบในตัวก็ไม่ได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ หรอก โดยเฉพาะสัญชาตญาณนักล่าแบบผม"
       "ถ้าเมิร์สทำอะไรรุนแรง พอจะหนี"
       รู้สึกเหมือนตัวเองจะขาดสติสัมปชัญญะและความเป็นผู้ใหญ่ไปชั่วครู่ เพราะตอนนี้พอพูดอะไรที่เหมือนไม่ได้กลั่นกรองจากสมองเลยสักนิด อยากพูดไรก็พูด แค่ให้ได้สะเทือนใจคนตรงหน้าก็พอแล้ว
       "คงหนีได้ตอนที่ผมได้ทำแล้ว" 
      แล้วดูแต่ละคำ เป็นเด็กที่เหลือเชื่อจริง ๆ เลย
      "เมิร์ส!" พอปรามเขาด้วยน้ำเสียงเชิงขู่ ก็ทำได้แค่ปรามแหละค่ะ
      เมิร์สยิ้มนิด ๆ "เจ็บมากมั้ย" จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องถาม แล้วมันหมายความว่าไง เจ็บมากมั้ย พอควรตอบแบบไหน
      "คะ?"
      "ที่บอกว่า 'เจ็บแฮะ' น่ะ เจ็บมากมั้ย" 
      พองุนงงในตอนแรก แต่เมื่อประมวลผลได้ในเวลาไม่นานพอก็ขมวดคิ้วใส่เขาทันที นี่แอบดูทวิตเตอร์พอเหรอ?
      "เห็นในทวิตของพอเหรอคะ" 
      เมิร์สยิ้มนิด ๆ ยิ้มแบบเยาะ ๆ แต่ดูเท่ห์มากในสายตาพอ "อืม" เขาตอบในลำคอ
      "...."
      "เจ็บมากมั้ย" เขาถามย้ำเมื่อพอเงียบ
      "ค่ะ...เจ็บมาก ไม่คิดว่าจะเจ็บ ไม่อยากเจ็บ ไม่ได้อยากคิดมาก แต่มันเจ็บเอง คิดมากเอง พอก็...ควบคุมมันไม่ได้"
      พอบอกไปตามที่ตัวเองรู้สึก ตอนตอบก็หลบสายตามองแค่หน้าอกเมิร์ส พอพูดจบก็ช้อนตาขึ้นมองเขา ก็เห็นเจ้าตัวกำลังยิ้มมุมปากอีกแล้ว 
      "เข้าใจผมแล้วยัง" เขาย้อนถาม
      พอจำเป็นต้องสร้างเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า เพราะไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรอีก 
      "ตอนที่คุณอยู่กับหก ยิ้มให้หก สนิทกับหก แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาในอดีต แต่มันก็ทำผมเจ็บเหมือนกัน"
      พอถึงบางอ้อทันทีเมื่อเมิร์สเฉลย และพอเข้าใจแล้ว เข้าใจเขามาก ๆ แล้วว่าเขารู้สึกยังไง เพราะมันคงไม่ต่างกับความรู้สึกหึงหวงของพอในตอนนี้ 
      พอพยักหน้ารับเขาเบา ๆ "ค่ะ พอเข้าใจแล้ว เข้าใจดีแล้ว"
      "หายกันนะ" เขาบอกด้วยรอยยิ้ม ๆ 
      พอยู่ปากใส่เขา ไม่อยากจะหายกันก็คงต้องหายล่ะมั้ง ไม่งั้นก็ไม่ยุติธรรม
      "จริง ๆ เมิร์สทำมากกว่าที่พอทำอีกนะคะ..." พอย้อน เมิร์สเลิกคิ้วใส่พอ "พอไม่ได้ลึกซึ้งกับหกเลย แต่เมิร์สน่ะ..." พอไม่พูดต่อ และละไว้ในฐานที่เขาก็คงเข้าใจ 
      "หึ...ผมเป็นผู้ชาย ลึกซึ้งก็แค่ร่างกาย ส่วนคุณน่ะ เป็นผู้หญิง ลึกซึ้งกับหกได้แค่ทางใจก็พอแล้ว คิดดูนะ คุณให้หัวใจกับหก แต่ผมให้แค่ร่างกายกับอิงลิช ใครเยอะกว่าใครกันแน่...คิด" 
      ตอนท้ายเขาก้มลงมาพูดใกล้ริมฝีปากพอ จนพอต้องย่นคอหนี 
      พอไม่เคยเถียงชนะเขาจริง ๆ "โอเค...หายกันก็ได้" พอสรุป
      ก๊อก ๆ ๆ 
     เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนพอสะดุ้งเฮือก ส่วนเมิร์สทำแค่หันหลังไปมองเฉย ๆ 
     "พอ เมิร์ส ไม่กินข้าวเหรอลูก แม่ทำกับข้าวเสร็จแล้วนะ" เสียงแม่รักดังลอดประตูมา เมิร์สหันมามองพอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แกมยิ้ม ส่วนพอไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย แต่ก็เลิ่กลักเล็กน้อย กลัวแม่รักเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเราสองคนอยู่ในสภาพที่เกือบจะหลอมรวมเป็นคน ๆ เดียวกันอยู่แล้ว ก็เมิร์สไม่ได้ล็อคประตูไว้ตั้งแต่ทีแรก
      "ค่ะแม่...กำลังจะออกไปค่ะ...อื้อ" พอรีบตะโกนไปบอกแม่ ก่อนที่แม่จะเปิดประตูเข้ามาเพราะไม่มีคนตอบ ทว่า เมิร์สดันแกล้งพอด้วยการก้มลงมาปิดปากพอไว้ด้วยปากเขา และเปลี่ยนเป็นบดจูบช้า ๆ ตอนแรกพอพยายามผละออก แต่เขาดันใช้มือข้างที่ไม่ได้กอดเอวพอมารับท้ายทอยของพอและกดให้รับจูบเขาโดยไม่ปล่อยให้พอหนี พอโกรธตรงที่เขาแกล้งจูบพอตอนที่แม่มาตาม เลยใช้มือทุบแรง ๆ ไปสองสามทีที่อกเขา 
      เด็กเอาแต่ใจไม่เปลี่ยน! 
      เสียงแม่เงียบไป ถ้าไม่ได้ลงไปด้านล่างแล้วก็คงยังยืนอยู่ที่ประตู พออยากจะบ้าตายที่ต้องมารับจูบจากคนเอาแต่ใจแบบเมิร์สในเวลาแบบนี้ 
       "แฮ่ก...แกล้งทำไม เดี๋ยวแม่ก็เห็นหรอก!" พอว่าทันทีที่เมิร์สผละออก หายใจหอบนิด ๆ แต่เขาดันเม้มยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์มาให้พอแทน ก่อนจะค่อย ๆ เผยรอยยิ้มมุมปากแบบเห็นฟัน
       "ปากบวมเลย" เขาว่า และจ้องปากพอไม่เลิก
       ตึก! 
      พอทุบเข้าที่อกไปอีกที "ดื้อ!" พอว่าเขา พร้อมกับทำหน้าดุใส่ 
      "แม่เห็นก็จะได้รีบให้ผมยกขันหมากมาสู่ขอไง ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลย"
      หือ...ใช่สิ เข้าทางตัวเองไง เจ้าแผนการนัก
      "ไปด้านล่าง...พอหิวแล้ว"
      พอตัดบท และพูดด้วยน้ำเสียงขุ่น ๆ ใส่
      "แต่ผมดันหิวคุณ" 
      "เมิร์ส...เอาใหญ่ละนะ" 
      "ไม่เอาใหญ่ เอาพอได้มั้ย"
      เขายังจะเล่นอีกกกก พอเถียงไม่ออก รู้สึกใบ้กินไปปชั่วขณะ ได้แต่กัดฟันเบ้หน้าใส่เขาแบบไม่รู้จะจัดการเด็กนี่ยังไงแล้ว...

To be continue...
      

พอเพียง Talks
      
      พอได้ลงมาข้างล่างในเวลาไม่นานนัก และที่หลุดมาจากอกเมิร์สได้เพราะเจ้าตัวน่ะปล่อยพอเอง ไม่รู้ว่าทำไมถึงปล่อยง่าย ๆ เหมือนกัน ลองสังเกตกริยาอาการของเขาตอนปล่อยก็ดูประหม่าอยู่เล็กน้อย และเป็นเมิร์สเองที่ดูเหมือนจะรีบลงจากห้องมาก่อนพอ 
       "ให้เมิร์สช่วยอะไรมั้ยครับแม่รัก" เสียงเมิร์สดังขึ้นในครัว ขณะที่พอกำลังก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายพอดี พอชะลอฝีเท้าลง และค่อย ๆ เดินช้า ๆ แบบไม่ได้แอบ ไม่ได้หลบอะไรทั้งนั้น ไปยืนนิ่ง ๆ มองเขาวุ่นวายกับแม่รัก 
       วินาทีที่เห็นเมิร์สเทียวมองโน่นนี่ตามมือของแม่รัก มันทำให้พอรู้สึกอุ่นใจและปลื้มใจแปลก ๆ สายตาเขาไม่ได้ตวัดมามองพอเลย แต่เขากำลังจดจ่อกับการจะช่วยแม่รักยกกับข้าวกับปลามาวางที่โต๊ะกินข้าวด้านนอกจริง ๆ 
       "อดออมไปไหน พอ ไปตามน้องมากินข้าวด้วยไป" แม่รักหันมาบอกพอเมื่อเห็นพอยืนอยู่ตรงประตูห้องครัว 
       พอทำท่าจะตอบรับแม่ แต่เผอิญอดออมก็เดินมาซะก่อน "นี่ไงคะ มาแล้ว" 
       "แม่ทำอะไรกินอ่ะ หอมมากเลย" 
       คงเป็นกลิ่นคะน้าปลาเค็มแน่ ๆ อดออมรีบเดินเข้ามาสูดกลิ่นในครัว ทว่ากลับชะงักกึกเมื่อเห็นบุคคลที่สี่ยืนอยู่กับแม่รักด้วย พอเห็นยัยน้องตัวดีเผลอยู่ปากใส่เมิร์ส ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก สีหน้าบ่งบอกถึงอารมณ์กรุ่น ๆ คล้ายไม่พอใจอยู่ในที
       คิดว่าอารมณ์คงค้างมาตั้งแต่ที่อยู่ในร้านพี่ลูกนิด 
       "คิดว่าจะกลับไปกินของเก่า ๆ ซะแล้ว...โอ๊ย!" อดออมร้องเสียงหลง เมื่อโดนพอหยิกเข้าที่เนื้อแขน มีอย่างที่ไหนมาพูดประชดเมิร์สแบบนี้ต่อหน้าแม่ "พี่พอ ออมเจ็บนะ"
       เมิร์สหันมามองอดออม พร้อมรอยยกยิ้มตรงมุมปาก เด็กคนนี้ก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเขาเลยสักนิด
       "พูดอะไรไม่น่ารักเลย" พอว่าน้อง ตอนนี้แม่กำลังมองเราสองคน
       "อะไรกันพอ...เจ้าออม พูดอะไรน่ะลูก" แม่รักถาม 
       "พูดเรื่องจริงนี่คะ ก็คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม่อ่ะ เจ้าชู้ไก่แจ้ ทำพี่พอเสียใจด้วยวันนี้น่ะ"
       "ออม!" พอเอ็ดน้องเสียงเบา
       "เรื่องอดีตน่ะออม" ประโยคนี้ออกมาจากแม่รักค่ะ ไม่ได้ออกมาจากปากเมิร์ส และมันทำให้เราสองพี่น้องหันขวับไปมองแม่รักทันที แม่รักก็จ้องเราสองคน "เมิร์สบอกแม่แล้ว" แม่รักเอ่ยออกมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเตรียมอาหารเย็นต่อ 
       พอกับออมหันมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองเมิร์สพร้อม ๆ กัน แล้วคนดีของแม่รักก็เม้มยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้พอกับอดออมอยู่ก่อนแล้ว
       นี่เมิร์สไปบอกแม่รักตอนไหน ทำไมพอไม่รู้เรื่อง??!! 
       พอส่งสายตาคาดโทษไปให้เขา และเขาก็ตอบสนองพอกลับมาด้วยกันยักไหล่อย่างสบายอารมณ์
       
       บนโต๊ะอาหารวันนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน คือนายวันพุธ และดูท่าว่าจะเป็นคนที่เจริญอาหารที่สุดแล้วในวันนี้ เพราะแม่รักทำแต่กับข้าวที่เขาร้องขอมา
       "แม่รักนี่ทำกับข้าวอร่อยมากเลยนะครับ เปิดเป็นร้านอาหารได้สบาย ๆ เลยนะครับเนี่ย"
       เมิร์สเอ่ยชม ปากเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ พอมองน้องอยู่ก็รู้สึกเอ็นดู
       "ถ้าเมิร์สพูดแบบนี้ แม่ว่าแม่ลองเปิดดูดีกว่า" 
       "หืม...ทีออมกับพี่พอ บอกให้แม่ลองเปิด แม่ไม่เห็นจะทำเลย ไหงพอเมิร์สพูด ถึงคิดจะทำตามล่ะคะ" อดออมแซะขึ้นมา
       "ก็ตอนเราพูดกับแม่ สภาพทางการเงินของเราไม่ได้ดีเลยไงลูก แม่จะให้พวกหนูลำบากหาเงินมาเปิดร้านให้แม่ทำไม" 
       "ตอนนี้มีผม...ผมลงทุนให้ได้นะครับ" เมิร์สเสนอขึ้นมาทันที จนพอต้องส่งสายตาไปปราม เหมือนเขาจะรู้ว่าพอไม่น่าจะพอใจที่เขาพูดแบบนั้น เขาเลยหันมามองพอทันที
       "พอชอบห้ามผม ไม่ยอมให้ผมช่วยอะไรเลยสักอย่าง" แล้วจู่ ๆ ก็หันไปฟ้องแม่เฉย
       "พี่พอก็พูดถูกนะเมิร์ส เงินของเมิร์ส เมิร์สจะเอามาลงทุนกับเรื่องของครอบครัวแม่ทำไม ไม่ใช่ว่าแม่รังเกียจนะ แต่เรื่องเงินกับเรื่องความสัมพันธ์ มันคนละเรื่องกัน"
      พอเม้มยิ้มบาง ๆ ที่แม่รักก็คิดเหมือนพอ มีแต่เมิร์สนี่แหละที่พยายามยัดเยียดมาตลอด 
      "แต่ตอนนี้มันใกล้จะเป็นเรื่องเดียวกันแล้วนะครับ ต่อไปเงินของผมก็จะเหมือนเงินของพอเพียงด้วย" 
      "เมิร์ส อย่าดื้อนักสิ!" พอปรามเขา นี่ไม่รู้ว่าพอกำลังมีแฟนหรือกำลังมีลูก
      เมิร์สส่งสายตามามองพอนิ่ง ๆ 
      "ถ้าไม่ให้ผมดื้อ ก็แต่งงานกับผมซักทีสิ" จู่ ๆ เขาก็โพล่งขึ้นกลางโต๊ะกินข้าว อดออมสำลักทันทีก่อนจะรีบควานหาแก้วน้ำมาดื่ม 
      โชคดีที่พอไม่ได้เคี้ยวข้าวอยู่ เลยไม่สำลักตามอดออมไปด้วย 
      "โห....ยังเรียนไม่จบเลย นี่คิดจะแต่งงานกับพี่พอละเหรอ" อดออมเอ่ยถาม เมื่อหายลำสักแล้ว 
      "ผมเรียนไปและมีครอบครัวไปด้วยได้ไม่มีปัญหาครับ แต่พอเพียงน่ะ ถ้าจะให้รอผมเรียนจบ ก็อายุเกินจะมีลูกกันพอดี" เขาพูดกับแม่
      "พูดเกินไปเมิร์ส อายุพอสามสิบกว่า ๆ ก็ยังมีลูกได้เถอะ" พอเถียงเขาไป พูดมาได้ไงว่าถ้ารอเขาเรียนจบ อายุพอจะมีลูกไม่ได้ เขาคิดจะเรียนจนอายุพอห้าสิบหรือไง
     "แต่ผมไม่อยากรอ..." เมิร์สพูดออกมาอย่างใจร้อน นี่คงรอเวลาจะมาคุยเรื่องนี้ต่อหน้าแม่รักอยู่นานแล้วสินะ คิดจะมากดดันพอกับแม่รักงั้นเหรอ ฝันไปเถอะเด็กน้อย
     "ออมว่า เมิร์สกลัวพี่พอโดนใครคาบไปกินมากกว่าใช่มั้ยล่ะ" อดออมเอ่ยออกมายิ้ม ๆ ใส่เมิร์ส
     "ใช่" และเด็กหนุ่มหน้าขรึมก็ตอบตรง ๆ ซะอย่างนั้น
     พอรู้สึกเหนื่อยใจกับเด็กหนุ่มสาวสองคนนี้จริง ๆ 
     "แม่ว่า...รออีกนิดดีมั้ย ดูท่าทางพี่พอเขายังไม่พร้อมนะเมิร์ส" แม่รักเอ่ยออกมาเป็นสัญญาณว่าจะช่วยยุติประเด็นนี้ให้ 
     แต่แม่รักคะ ถ้าท่าทางของหนูไม่ดูต่อต้านแบบนี้ แม่ก็จะยอมให้เมิร์สทำตามใจเลยใช่มั้ย???
     "หึ...อายุขนาดนี้แล้ว ไม่รู้จะยังไม่พร้อมอะไรอีก" 
     คำก็อายุ สองคำก็อายุ ไหนเคยบอกว่า ไม่เกี่ยวกับอายุไงล่ะ 
     "เมิร์ส!" พอเรียกเขาเสียงดุ
     เขาเลิกคิ้วใส่พอ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวแบบไม่สนใจพออีก และทำให้พอต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ ทันที


     "จะยังไม่แต่งงานกันจริง ๆ เหรอ" เมิร์สยังตื๊อถามไม่เลิก 
     หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้ว นั่งเล่น ๆ ตรงบริเวณพื้นที่รับแขก พอก็เดินมาส่งเขาที่รถ 
     "เอางี้มั้ย ให้เมิร์สเรียนจบชั้นปีที่สาม หลังจากเมิร์สเรียนจบ พอจะแต่งกับเมิร์สเลย"
     เมิร์สขมวดคิ้วมุ่น แม้ว่าพอจะเสนอยืดเวลาไปแค่ปีเดียวเอง เขาก็ดูเหมือนจะยังไม่พอใจ 
     "ทำไมต้องปีสาม ทำไมไม่จบปีสอง นี่ผมก็ใกล้จะจบปีสองแล้ว" 
     "มันก็ยังเร็วไปไงคะ บางทีเมิร์สอาจจะยังต้องทำอะไรที่อยากทำอยู่อีก การแต่งงานคือการผูกมัดอย่างหนึ่ง เมิร์สแน่ใจเหรอว่าเรื่องนี้มันจะไม่ไปผูกมัดอิสระของเมิร์ส"
     "ผมมีอิสระมามากพอแล้ว และผมก็รู้ตัวดีว่าต้องการอะไร เราแต่งงานกัน เราก็มีอิสระกันได้ คุณยังใช้ชีวิตของคุณ ผมก็ใช้ชีวิตของผม แต่แค่เราเป็นของกันและกัน และไม่มีสิทธิ์ไปเป็นของใครคนอื่นอีกแล้ว...หรือคุณคิดจะมีคนอื่น"
     ดูพูดเข้า
     "เปล่าค่ะ พอน่ะไม่มีใครหรอก แต่เมิร์สนี่สิ พอว่าจริง ๆ แล้วเมิร์สยังมีโอกาสดูใจคนอื่น ๆ ได้อีกนะ เพราะเมิร์สยังเด็ก"
     ทันทีที่พอพูดจบ เมิร์สก็เปลี่ยนสีหน้าทันที และพอก็รู้สึกใจแป้วขึ้นมาเมื่อลองทบทวนคำพูดตัวเองแล้วมันอาจจะทำให้คนฟังตีความไปเป็นอย่างอื่นได้
     "เมิร์ส...พอไม่ได้หมายความในแง่ลบนะคะ..."
     "ทำไมชอบผลักไสกัน ผมยังต้องไปดูใจกับใครอีกเหรอพอเพียง ชีวิตนี้ผมเจอคุณแล้ว ผมยังต้องหวังเจอใครอีกเหรอ แล้วคุณน่ะ พูดมาได้ไง พูดเหมือนไม่ได้รักผมเลย"
     "เปล่านะเมิร์ส พอไม่ได้คิดแบบนั้น"
     "ไม่ได้คิดแล้วพูดทำไม" เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงมองหน้าพอราวกับเด็กกำลังหาเรื่อง
     หน้าพอตอนนี้คงเผือดลงเพราะไม่ชอบเวลาต้องทะเลาะกับเมิร์ส 
    "พอ..." 
    "เข้าบ้านไปเถอะ ผมกลับก่อน" เขาตัดบท แล้วยืนมองพอนิ่ง ๆ ยังไม่ขยับไปขึ้นรถ
    "เมิร์สคะ..." 
    "เข้าบ้านไป ผมจะกลับแล้ว" เขาพูดเสียงเข้ม สีหน้าดูจริงจังจนพอหวั่นใจ 
    นี่เขากำลังโกรธพอหรือเปล่าอ่ะ??
    "เมิร์สฟังก่อนสิคะ..."
    "เข้าบ้าน!"
     เขาขู่ และไม่ยอมให้พอพูดอะไรเลย พอหุบปากฉับ เม้มปากแน่น ก้มหน้านิด ๆ เชิงสลดใจ พอเงยหน้าอีกที ก็เห็นเมิร์สมองดุ ๆ ตอบกลับมา แต่ก็ไม่พูดอะไรเลย 
     และมันทำให้พอคิดว่าพอควรทำตามที่เขาบอกก่อน ตอนนี้แก้ตัวอะไรไปเขาคงไม่อยากฟัง และอารมณ์คงไม่คลายง่าย ๆ หรอก ปล่อยให้เขาสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วคุยดีกว่า 
     "ขับรถดี ๆ นะคะ..." เอ่ยบอกลาด้วยความเป็นห่วง เมิร์สยังคงยืนมองพอ คล้ายจะรอให้พอเข้าบ้านก่อนเขาจะไปขึ้นรถ และเขาก็ไม่ตอบสนองคำพูดของพอเลย ยกเว้นจ้องนิ่ง ๆ ด้วยหน้าขรึม ๆ เท่านั้น "พอรักเมิร์สนะ" 
     พอพูดออกไป รอปฏิกิริยาจากเขาครู่หนึ่ง ทว่าก็ยังนิ่งอยู่เหมือนเดิม และพอก็หันหลังเข้าบ้านทันที 
     หลังจากเดินเข้ามาถึงตัวบ้านแล้ว พอก็หันไปมองเมิร์สอีกครั้ง เจ้าตัวขับรถออกไปแล้ว
     นี่เขาโกรธพอจริง ๆ เหรอเนี่ย แล้วถ้าเขากลับไปถึงบ้าน อารมณ์เขาจะหายมั้ย เขาจะโกรธพอข้ามวันข้ามคืนแล้วจะไม่พูดกันไปตลอดหรือเปล่าอ่ะ? 
     ทำไมพอกังวลจังเลย...
     ใจไม่ดีเลย....เขาจะโกรธอะไรพอขนาดนั้น พอพูดแค่นี้เอง 
     


***************
ไรท์ก็คิดถึงรีดเดอร์มาก ๆ เหมือนกันค่ะ บอกตามตรงว่างานยุ่งจริง ๆ เวลาจะมานั่งเขียนก็มีน้อยนิด แต่จะพยายามมาเขียนมาลงให้ได้ละ เพราะรักคนอ่านนี่แหละ ดังนั้นแต่ละครั้งที่ลงก็จะมีเนื้อหานิด ๆ หน่อย ๆ อ่านกันไม่จุใจ แต่จะพยายามลงให้เยอะ ๆ ในตอนหน้านะคะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #149 แองจี้ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:50

    ขอบคุณไลท์ค่ะ เย้ๆๆๆปูเสื่อรอน่ะ

    คิดถึงไลท์ค่ะ


    #149
    0
  2. #148 おととし (@yodnam-namyod) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 08:43
    รออ่านอยู่เลยค่ะ
    #148
    0
  3. #147 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 06:52
    รออ่านเสมอนะ คิดถึงๆๆ
    #147
    0
  4. #145 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:01
    กรี๊ดดดดด กลับมาแล้ว
    #145
    0