Mercury : เด็กกว่าแล้วไง ดูแลคุณได้แล้วกัน

ตอนที่ 48 : Mercury 48 : กำไลข้อมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

      พอเพียง talks
      พอยืนอึ้งอยู่หน้าบ้านประมาณสิบวินาที เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้น ทำให้พอไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า 
      เมิร์สมาหาพอ!
      หลังจากวันที่พอบอกเลิกเมิร์สไป ต่างคนก็ต่างดูมีเจตนาที่มั่นคงกันทั้งคู่ พอเองตัดสินใจอะไรแล้วก็เด็ดขาด ส่วนเมิร์สพอไม่แน่ใจว่าเขาเด็ดขาดแค่ไหน แต่ลึก ๆ แล้วคิดว่าเขาคงจะเด็ดขาดพอกัน 
      แต่ทำไมวันนี้เขาถึงมายืนอยู่หน้าประตูบ้านแบบนี้ 
      "ไม่เห็นหน้ากันแค่สองสามวัน ก็มองผมเป็นผีไปซะแล้วเหรอ" 
      เมิร์สเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ดุอย่างเก่า มันเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยอารมณ์ที่พอไม่ค่อยได้สัมผัสบ่อยนัก...อารมณ์เย็น 
      "ขอพอโทร.หาพี่ปันก่อนนะ" 
      ในเมื่อมาหากันถึงที่บ้านแบบนี้ ก็ต้องมีเรื่องจะคุยกับพอแน่นอน ยอมรับเลยค่ะว่าลึก ๆ แล้วดีใจมากที่เจอเมิร์ส เลยยอมที่จะขอพี่ปันเข้างานสาย วันนี้ขอเป็นคนเกเรสักวัน 
     เมิร์สไม่ตอบอะไรกลับมา และพอก็หมุนตัวเดินเข้าบ้านพร้อมกับยกมือถือขึ้นมาโทร.หาพี่ปัน ขอเข้างานสายทันที 
     หลังคุยกับพี่ปันเสร็จ พอก็เดินกลับไปหาเมิร์สที่ยังยืนกอดอกอยู่หน้าประตูบ้าน ตอนนี้เราทั้งคู่เริ่มจ้องตากันนานกว่าเก่า ไม่รู้ว่าเมิร์สคิดอะไรอยู่ แต่พอรู้สึกไปไกลมากเลยค่ะ ความคิดถึง โหยหา อยากกอด อยากสัมผัส มันเอ่อล้นจนพอแทบแบกไว้ไม่อยู่ แต่ก็ต้องอดทนแบกเอาไว้ก่อน 
     "ไปกินกาแฟร้านพี่นิดกันมั้ย" เมิร์สเอ่ยชวน 
     น่าแปลกที่คราวนี้เขาไม่เลือกสถานที่ที่ปลอดผู้ปลอดคน แต่เลือกไปในที่ที่ใคร ๆ ก็สังเกตเราได้ง่าย วูบหนึ่งพอแอบสงสัยว่า เมิร์สไม่เฮิร์ทเลยเหรอที่เลิกกับพอ เพราะขณะที่พอมองหน้าเขาอยู่นี้ พอแทบไม่เห็นแววตาของเมิร์สคนเก่าที่เจือปนด้วยอารมณ์ด้านมืดเลยแม้แต่นิด 
    "ค่ะ" พอรับคำเท่านั้น ไม่อยากพูดให้มากกว่านี้ เพราะถ้ามากกว่านี้ มันจะกลายเป็นว่าพอจะอดทนเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ไม่อยู่จนต้องโพล่งออกมาทั้งหมด ให้อับอายขายหน้าเมิร์สแน่นอน 
     ก็พอบอกเลิกเขาเอง แต่ดันเป็นฝ่ายคิดถึงเขามาก ๆ เสียเอง 

     เรามาถึงร้านพี่นิดในเวลาไม่นาน โชคดีอีกอย่างของพอที่พี่นิดไม่อยู่ เพราะถ้าพี่นิดอยู่ พออาจจะโดนซักยาว เพราะพี่นิดเองก็รู้เรื่องที่เราสองคนเลิกกันแล้ว สงสัยพี่นิดคงไปธุระข้างนอก เลยมีแต่เด็กในร้านที่ดูแลร้านให้ 
      เมิร์สสั่งลาเต้มาดื่ม ส่วนพอก็สั่งน้ำมะพร้าว ร้านพี่ลูกนิดเป็นร้านกาแฟร้านเดียวในละแวกนี้มั้งที่มีน้ำผลไม้แบบนี้มาปนด้วย
      "คุณเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย" เมิร์สเริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน คนที่ดูอึดอัดที่สุดไม่ใช่เมิร์สเลย แต่เป็นพอมากกว่า พอทำตัวแทบไม่ถูก ไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหน 
      "สะ...สบายดีค่ะ เมิร์สล่ะคะ" พอถามกลับไปบ้าง 
      เมิร์สเม้มยิ้มเล็กน้อย เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย "ดีจังเลยนะที่คุณยังสบายดี แต่ผมนี่สิ แทบบ้าเลย" 
      พอชะงักไปครู่หนึ่ง เมิร์สพูดออกมาแบบนั้น แต่มันขัดกับสีหน้าและแววตาเขาตอนนี้มาก มันไม่มีสัญญาณบ่งบอกย้อนไปสักนิดว่าก่อนหน้าที่เมิร์สไม่เจอพอนั้นเมิร์สแย่แค่ไหน 
      "แต่เมิร์สก็ดูสบายดีนะคะ" พอพยายามวางตัวให้ปกติที่สุด 
      "วันนี้ผมสบายดี แต่ก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้สบายดีเลย" 
      หัวใจพอตกวูบ เหมือนพอเลยค่ะ พอแย่มาก แย่จนเมิร์สเดาไม่ออกเลยล่ะ 
      "แย่มากมั้ยคะ วันที่ผ่านมา" 
      "แย่สิ...คุณคงไม่รู้ว่าผมรู้สึกกับคุณมากแค่ไหน พอเวลาที่ผมรู้สึกว่าคุณกำลังหายไป มันไม่ต่างกับหัวใจผมกำลังหายไปเลย" 
     เมิร์ส...พอขอโทษ 
     แต่พอก็ไม่พูดออกมา
     "เฮ้อ! มาเจอคุณอีกครั้ง ผมไม่แน่ใจเลยว่ากลับไปแล้ว ผมจะโอเคอีกหรือเปล่า..." เขาพูดจบก็แหงนหน้ามองเพดาน แล้วหัวเราะหึ ๆ "คิดว่าทำใจได้จริง ๆ แล้วเชียว" ประโยคนี้คล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่าจะสนทนากับพอ 
     "...." พอยังคงพูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่พออยากพูดนั้น พูดไม่ได้ 
    เมิร์สผงกศีรษะลงมามองพอดังเดิม น่าแปลกจริง ๆ ที่เมิร์สคนนี้ดูแปลกตากว่าเมิร์สคนเก่าที่พอเคยรู้จัก เมิร์สคนนี้ไม่ใช่ไม่ดี ดีขึ้นกว่าเก่าต่างหาก แต่แค่น่ากลัวในสายตาพอ...ที่กลัวเพราะ กลัวว่าเมิร์สจะทำใจเรื่องพอได้จนเราอาจจะไม่มีวันกลับไปรักกันเหมือนเดิมได้แล้ว 
    "เมิร์สมาหาพอ มีอะไรหรือเปล่าคะ" 
    ค้นหาคำพูดของตัวเองเจอจนได้
    "แค่อยากเจอ" เมิร์สตอบสั้น ๆ จ้องมองกันอย่างไม่ให้คลาดสายตา 
    แปลกจริง ๆ ที่แววตาคู่นั้น ละมุนมาก ๆ ละมุนกว่าเก่า สายตาของเมิร์สเปลี่ยนไปจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่ไม่กี่วัน สายตาของเมิร์สจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
     เมิร์สคนเก่าที่ชอบใช้แววตาดุ ๆ ปนความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้พออึดอัดเล็กน้อย ความรู้สึกประมาณว่าอยากกักกันตัวพอเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน มันต่างจากแววตาตอนนี้ที่พอมองแล้วรู้สึกว่าเป็นอิสระ รู้สึกเหมือนไม่กดดัน แต่ถึงแม้ว่าจะต่างกับเมื่อก่อน แต่สิ่งที่ยังเหมือนกันคือ แววตาที่บ่งบอกถึงความรักความห่วงใยที่มีให้พอเหมือนเดิม 
     จู่ ๆ น้ำตาพอก็เอ่อหน่วยตาจนต้องรีบกะพริบตาปริบ ๆ 
     "เมิร์สดูโตขึ้นนะคะ" พอไม่รู้ว่าสมองสรรหาคำนี้มาได้ยังไง แต่พอพูดออกไปแล้วถึงรู้สึกว่า ใช่จริง ๆ ความหมายที่อยู่ในใจพอตอนนี้คือ เมิร์สดูโตขึ้นมาก ๆ 
     เมิร์สเม้มยิ้มบาง ๆ ให้พอ "ผมคงโตขึ้นจริง ๆ เพราะนัสก็บอกผมแบบนี้" 
     "แปลกจังเลยนะคะ ไม่เจอกันแค่สองสามวัน แต่เมิร์สดันโตขึ้นจากเดิม"
     พอเห็นน้องมองหน้าพอด้วยแววตาละมุนแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีความเกรี้ยวกราดปะปนเลยสักนิด ออกจะเป็นดวงตาที่ยิ้มให้พอ แม้ว่าปากจะไม่ได้ยิ้มอยู่ก็ตาม 
     "คงเพราะคิดอะไรได้เยอะ ถึงได้ดูโตขึ้น" 
     "คิดอะไรได้เหรอคะ" พอถามสวนกลับทันทีจนลืมไปว่า ตัวเองไม่ควรแสดงกิริยาท่าทางสนิทกับเขาเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวตัวเองเผลอให้ความหวังกับอีกคน และให้ความหวังกับตัวเองด้วย จนลืมไปว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ควรแม้แต่มาเจอกันแบบนี้ด้วยซ้ำ
    เมิร์สผันหน้าไปทางแก้วกาแฟของตัวเอง ยกมันขึ้นมาดื่ม ด้วยท่าทางสบาย ๆ 
    "คุณรักผมหรือเปล่าพอเพียง" 
    คำถามนั้นถูกเอ่ยออกมาหลังจากที่เจ้าของคำพูดเงียบไปนานพอสมควร พออึ้งไปอึดใจที่ได้ยินคำถามนี้ ไม่รู้ว่าเวลาแบบนี้ควรตอบยังไงดี ให้หัวใจของตัวเองรอด
    "ทำไมอยู่ ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะคะ" 
    "วันนี้...ผมไม่ได้มาเพื่อขอให้เรากลับมาคบกัน ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ผมแค่มาเพื่อ...คุย คุยในสิ่งที่เราสองคน...อาจไม่เคยได้คุยกันอย่างเปิดอกมาก่อน" 
    พอชั่งใจอยู่นานตอนมองหน้าเมิร์สไปด้วย และพิจารณาไปด้วยว่าตัวเองควรเชื่อสิ่งที่เมิร์สพูดมาหรือเปล่า ไม่ใช่จู่ ๆ เมิร์สก็เกรี้ยวกราดเอาแต่ใจขึ้นมาอีก 
    "เพราะฉะนั้น...เรามาพูดความจริงกันเถอะ" เมิร์สเอ่ยออกมาเพื่อให้พอกล้าที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจพอ
   "ตั้งแต่วันที่พอบอกเลิกกับเมิร์ส...พอกลับไปอยู่ลำพัง แล้วไม่มีความสุขเลยค่ะ พอเคยอยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเฉย ๆ แต่พอมีเมิร์ส มันกลายเป็นความเคยชิน พอรู้ว่าขาดเมิร์สไป มันก็...ไม่ชินไปแล้ว"
    "รัก หรือ แค่ไม่ชินที่ไม่มีผม" 
    "ทั้งสองอย่างค่ะ ทั้งรักและไม่ชิน"
    พอเห็นมุมปากของเมิร์สยกขึ้นนิดนึง "คุณรักผมแบบไหนเหรอ" 
    พอไม่รู้ว่าเมิร์สต้องการอะไร และถามแบบนี้ทำไม แต่พอก็ไม่อยากสนใจแล้วว่าเขาประสงค์คำตอบแบบไหน พอคิดว่าในเมื่อเรามีโอกาสมาเจอและมาคุยกันอีกครั้ง เราก็พูดแต่ความรู้สึกที่แท้จริงของเราออกไปดีกว่า 
    "ตอนแรก...พอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเมิร์สมากไปกว่าน้องชายคนนึง เพราะอายุที่ต่างกันของเรา ทำให้พอมองไม่เห็นความรักแบบชายหญิงทั่วไป อายุมันมีส่วนที่ทำให้พอไม่กล้าคิดอะไรกับเมิร์ส แต่พอนานเข้า พอก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ ว่าตัวเองก็รักเมิร์สเหมือนกัน พอแพ้คนที่ใส่ใจพอ ดูแลพอ ยิ่งเป็นเมิร์สมาทำแบบนี้กับพอ พอยิ่งแพ้" 
    "เป็นผมแล้วทำไมเหรอ"
    "พอดูออกว่าเมิร์สไม่ใช่คนที่จะไปดูแลใครง่าย ๆ แม้กระทั่งพอเอง เมิร์สต้องก้าวข้ามความขัดใจตัวเองเพื่อมาใส่ใจพอ"
     เมิร์สหัวเราะในลำคอเล็กน้อย 
     "คนที่ไม่ค่อยใส่ใจใครแบบเมิร์ส แต่มาใส่ใจพอ มันทำให้พอแพ้เมิร์สราบคาบเลยนะคะ" พอพูดอะไรออกไป อายเมิร์สจริง ๆ
     "เสียใจหรือเปล่าที่บอกเลิกผม"
     เมิร์สจี้ถามได้แทงใจดำมาก และมันทำให้ทำนบน้ำตาของพอแตกทันที แต่ก็ไม่ได้ไหลแบบเชี่ยวกราก แค่ไหลให้เมิร์สเห็นแค่นั้นเอง 
    "เสียใจสิคะ...เสียใจมาก ๆ มากจนอยู่แทบไม่ได้เลย พอไม่อยากอยู่ในห้องของตัวเองเลย เพราะในห้องมีแต่ของ ๆ เมิร์ส โน้ตบุ๊คที่เมิร์สซื้อให้ หนังสือติวที่เมิร์สซื้อมาให้ ยิ่งเจ้าอุ๋ง ๆ มันนอนมองพออยู่บนเตียงทุกคืน..." พูดไป น้ำตาก็ไหลไป แต่ยังดีที่ไม่ได้สะอื้น "แต่พอไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน เพราะในบ้านก็ไม่ได้มีที่ให้นอนสบายเหมือนในห้อง"
    เมิร์สยังคงนั่งอมยิ้มนิด ๆ และทำแค่เพียงมองหน้าพอเท่านั้น "ทำไมไม่เอาข้าวของที่ว่าออกไปไว้ที่อื่นซะล่ะ"
    นั่นสิ พอเมิร์สพูดแบบนั้น ทำให้พอฉุกคิดทันที ทำไมพอไม่ทำ เพราะอะไรกันนะ
    "พอ...นั่นสิคะ ทำไมพอไม่คิดแบบนี้"
    เมิร์สไม่ตอบอะไร แต่อมยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเห็นท่าทางเมิร์สแบบมีลับลมคมในแบบนี้ พอยิ่งคิดถึง เพราะท่าทางแบบนี้มันทำให้พอแพ้เขาอยู่ร่ำไป ทุกคนต้องได้เห็นว่าเสน่ห์ของเขามันอยู่ตรงนี้ มันเท่ห์จนพอชนะใจตัวเองไม่รักเขาไม่ได้เลย
    "พอเพียง...เราเลิกกันแล้วนะ" พอเงยหน้าที่ก่อนหน้านี้ก้มงุดอยู่ขึ้นมามองเมิร์ส อะไรกันมาเจอกับพอเพื่อคุย แต่มาย้ำคำนี้ทำไม
    "..."
    "ถ้าวันนี้ ผมมาเพื่อบอกคุณว่า ผมได้เจอคนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตแล้ว คุณจะทำยังไง" 
    "..." คิดว่าน้ำตาพอต้องไหลกว่าเดิมแน่ ๆ ช็อกไปอีก หรือว่านี่เป็นเหตุผลที่เมิร์สดูสดใสขึ้น เมิร์สเจอคนที่ทำให้เมิร์สมีความสุขได้มากกว่าพอแล้วเหรอ
    "ยะ...ยินดีค่ะ" ตะกุกตะกักขึ้นโดยอัตโนมัติ ปากตอบไปแบบนั้น แต่ในใจมันเปล่าเลย มันเจ็บ เจ็บมาก ๆ เลยด้วย 
    "ไม่เสียใจเลยเหรอ" 
    เมิร์สยังจะถามย้ำมาอีกทำไม ไม่รู้บ้างเหรอว่าทุกคำถามเขาทำให้พอแทบใจจะขาดอยู่แล้ว 
    "...." พอยังไม่ตอบ แต่เริ่มสะอื้น
    "ผมบอกแล้ว ว่าวันนี้ เรามาคุยกันแบบเปิดอกเถอะ เพราะบางทีวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอกันอีก"
    "เสียใจสิคะ..." พอตอบสวนกลับไปทันทีหลังจากที่เมิร์สพูดจบ "ยอมรับเลยว่าพอไม่อยากให้เมิร์สไปรักใครในตอนนี้เลย พอทำใจไม่ได้ พอเจ็บ..."
    "แต่คุณบอกเลิกผมเองนะ" 
    "เพราะพอบอกเลิกเมิร์สเอง พอถึงได้บอกว่า ยินดีไงคะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นทำให้เมิร์สมีความสุขได้มากกว่าพอ พอก็ยินดีจริง ๆ"
    "ถึงแม้ว่าคุณจะเสียใจมากก็ตามน่ะเหรอ"
    "มันก็ดีกว่าเมิร์สเสียใจค่ะ..." คำตอบนี้คงจะมาจากหัวใจตัวเองจริง ๆ เพราะไม่ได้รับการกลั่นกรองมาจากสมองเลย "ถ้าเมิร์สเสียใจ พอยิ่งไม่มีความสุขมากกว่า" 
    เมิร์สเงียบไป แต่ยังคงมองหน้าพอ ไม่ได้มองด้วยแววตาแบบคิดไม่ถึงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นแววตาที่มองด้วยความเฉย ๆ เสียมากกว่า 
    "ผมก็เหมือนกัน" 
    พอนิ่งกึบ ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ผมก็เหมือนกัน หมายถึงคิดเหมือนที่พอตอบเขาไปหรือเปล่า 
    "ผมโตขึ้น เพราะแบบนี้...พอเพียง..." พอหายใจติดขัด มองหน้าด้วยแววตาไม่เข้าใจ "ผมรู้แล้วว่า แค่คุณมีชีวิตอยู่ มันก็ทำให้ผมมีชีวิตแล้ว ผมไม่ควรเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้อีก"
    พออึ้งไปชั่วอึดใจ ที่คุยกันมาทั้งหมด แทบจะทำให้พอไม่เข้าใจอะไรเลย 
    "ผมไม่ได้มาขอคืนดี เพราะแม่น้อยคงยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจของท่าน เราสองคนก็คงรักกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ มันลำบากแย่ ผมมาวันนี้แค่อยากมาบอกคุณให้รู้ว่า ผมมีคุณอยู่ข้างผมตลอดเวลา เพราะคุณอยู่ในใจผมเสมอ และที่ผมได้เจอคนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตแล้ว...ก็คือคุณ" 
   พอตอบสนองไปแค่สะอื้นออกมาอีกครั้ง สองมือกุมกันแน่นอยู่ตรงตักตัวเอง พออยากกลับบ้านเหลือเกิน เพราะรู้สึกหัวใจอ่อนแอจนนั่งก็แทบจะนั่งไม่ไหว อยากเอนตัวลงบนเตียงแล้วหลับตาไปซะ 
    "มานี่มา..." จู่ ๆ เมิร์สก็อ้าแขนของตัวเองออกมาวางพาดบนพนักโซฟา และเรียกพอด้วยสายตา พอค่อย ๆ ลุกขึ้นตามสายตาของเขาที่มองแกมบังคับมาไม่หยุด 
    พอลุกขึ้นและเดินไปนั่งข้างเขา ไม่ได้เข้าใกล้มากนัก จู่ ๆ เมิร์สก็ใช้แขนที่วางพาดพนักโซฟาก่อนหน้านี้มารวมพอเข้าไปกอดแนบอก วินาทีนั้นทำนบน้ำตาพังครืนจนตัวเองสะอื้นจนตัวโยนเลยทีเดียว เมิร์ส วางคางตัวเองไว้บนเรือนผมของพอ ฝ่ามือตบ ๆ ลูบ ๆ เบา ๆ ด้านหลังของพอ 
    เขาละมุนเหลือเกิน ละมุนกว่าเมิร์สคนเก่าที่ผ่านมา ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ พอยิ่งคิดถึง ยิ่งทำให้ความรู้สึกอยากกลับไปเป็นแฟนกันเหมือนเดิมกลับมา 
    "ร้องเถอะ ร้องแค่ในอกผม ไม่ต้องไปร้องกับใคร"
     อย่าพูดได้ไหมเมิร์ส ยิ่งพูดพอยิ่งหยุดตัวเองไม่ได้ 
    พอนั่งอยู่ในท่าที่เมิร์สกอดปลอบอยู่แบบนั้นสักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่าควรผละออกมาได้แล้ว และจังหวะที่พอผละออกมานั้นสายตาที่เบลอ ๆ ก็เผลอไปเห็นกำไลที่ข้อมือของเขา 
    มันคุ้นตาเหลือเกิน...
    พอเช็ดน้ำตาตัวเอง และพยายามมองกำไลนั้นให้ชัด ๆ 
    "เมิร์สใส่กำไลด้วยเหรอคะ พอไม่เคยเห็น" 
    ตั้งแต่คบกันมา พอไม่เห็นเขาใส่กำไลจริง ๆ เมิร์สยกข้อมือตัวเองมาชูดูต่อหน้าพอ 
    "นี่น่ะเหรอ...เพราะคุณบอกเลิกผม ผมเลยใส่"
    พอแสดงสีหน้างุนงงใส่เมิร์ส "ยังไงคะ"
    "ไม่รู้สิ...กำไลนี้ผมได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าเธอก็เลือนลางจากผมไปเต็มที แต่ความรู้สึกในวันนั้นยังชัดเจนจนทุกวันนี้..." สายตาเมิร์สดูอ่อนโยนมากขณะที่พูดถึงผู้หญิงคนนี้ "ผมเจอเธอตอนผมอยู่ประถมได้มั้ง ช่วงเวลาหลังจากที่แม่ผมตายแล้ว ผมจำได้ว่าเธอกอดผมไว้แน่นมากตอนที่ผมมาเจอเหตุการณ์รถบิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุชนรถเก๋งจนไฟลุกท่วมอยู่กลางถนน ผมแค่เห็นเหตุการณ์ และเกือบโดนเศษซากจากรถที่ไฟลุกกระเด็นมาโดน แต่ก็นับว่าฉิวเฉียดเหมือนกัน เพราะถ้าผมข้ามถนนไม่พ้นผมก็คงโดนรถชนไปด้วย เธอแค่มาช่วยผมโดยการกอดเอาไว้แนบอก แต่ผมรับรู้ได้ว่า อ้อมกอดเธออบอุ่น...เหมือนอ้อมกอดแม่..."
    เมิร์สไม่รู้เลยว่า พอกำลังอึ้งมากแค่ไหน กับสิ่งที่เมิร์สเล่าให้ฟัง และเมิร์สกับรถบิ๊กไบค์นี่เป็นอะไรกันมากมั้ยนะ เจอกันตลอดเลย
    "ตอนเราจากกัน เธอทำกำไลข้อมือตัวเองหล่นไว้ เพราะมันเกี่ยวกับกระเป๋านักเรียนของผม ผมหยิบมันขึ้นมา และเก็บมันไว้ และทุกครั้งที่ผมเสียใจกับอะไรมาก ๆ ผมก็ชอบเอากำไลอันนี้มาใส่ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่า...เธอกำลังกอดผมอยู่" 
    เมิร์สเล่าพลางมองไปทางอื่น และเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า สีหน้าของพอช็อคแค่ไหน และเมื่อเขาตวัดสายตามามองพอ เขาถึงต้องเลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้างุนงงปนประหลาดใจ
    "อะไรกัน ทำไมทำหน้าช็อคแบบนั้น หึงผมเหรอ...เธอก็เป็นแค่รุ่นพี่คนหนึ่งที่ผมรู้สึกอยากขอบคุณเท่านั้นเอง ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยนะ และตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ตามหาเธอหรอก เพราะผมยอมรับเลยว่า ผมจำหน้าเธอไม่ได้แล้ว วันนั้นจำได้แค่ความอบอุ่นจากกอดเท่านั้น" 
     เมิร์สแก้ตัวยาวเหยียด แต่เมิร์สกำลังเข้าใจผิด พอไม่ได้หึง...
     "เมิร์สเคยดูด้านในของกำไลมั้ยคะ..."
     เมิร์สเลิกคิ้วสูง เขาถอดกำไลออกมาจากมือ แล้วหมุนดูด้านใน "อ่า...มันมีอะไรสลักไว้ด้วยนี่ ผมก็ไม่เคยสังเกตแฮะ ทุกทีก็แค่หยิบมาใส่ ไม่เคยเอามานั่งดูแบบพิถีพิถันเลย อืมข้อความก็เล็กนิดเดียว...เขียนว่า..."
     "พบรักเพียงออม" 
     เมิร์สตวัดสายตามามองพอด้วยสีหน้าที่ไม่คาดคิด "คุณรู้ได้ไง...!?"
     น้ำเสียงที่ถามติดจะเย็นขนน่าขนลุก 
     ใช่แล้วค่ะ...เจ้าของกำไลอันนี้ และคนที่กอดเด็กผู้ชายที่เกือบโดนรถเฉี่ยวในวันนั้น...
     คือพอเอง...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #137 reyaa1987 (@reyaa1987) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:21

    อ่านไปน้ำตาก้อไหลตาม
    #137
    0
  2. #136 leesaw555 (@leesaw555) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 18:56
    รีบมาต่อนะคะ น้ำตาไหลเลย ทั้งดีใจทั้งสงสาร
    #136
    0
  3. #135 0852344933 (@0852344933) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 09:06
    ไรท์รีบมาต่อนะค่ะ...รอออออ
    #135
    0
  4. #134 Manthanee01 (@Manthanee01) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 03:19
    โอ้ย น้ำตาจะไหล ไรท์อย่าใจร้าย
    #134
    0
  5. #133 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 02:24
    พรหมลิขิตไปอี๊กกกกก
    #133
    0