Mercury : เด็กกว่าแล้วไง ดูแลคุณได้แล้วกัน

ตอนที่ 10 : Mercury 10 : เอาลาเต้แบบขมที่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    19 ก.ย. 61

วีนัส Talks

          ณ ร้าน ฌาม-มิ่ง เวลา 06.30 น.

          "นัส เมื่อคืนมึงได้ดูลิ้งค์ที่กูส่งให้มั้ยวะ" 

         เสียงไอ้มาร์สถามผมขณะที่พวกเราสี่คนกำลังนั่งกันอยู่ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำครับ ฟังไม่ผิดหรอกครับว่าสี่คน เพราะไอ้ตัวแปลกแยกมันยังไม่มาครับ ตามประสาอนาคตซีอีโอครับ งานเยอะ เรียนหนัก แต่มันก็ไลน์มาบอกในกลุ่มว่าใกล้ถึงแล้ว 

       "ลิ้งค์อะไรของมึงวะ" ผมถามมัน แล้วทำไมถึงมาถามผมคนเดียว

      "ก็คนที่มึงชอบไง เค้าร้องเพลงเล่นอูคูเลเล่เพลงที่มึงชอบด้วย บังเอิญมั้ยล่ะ" ไอ้มาร์สมันช่างยั่วโมโหดีจริง ๆ นะครับ คนที่ผมแอบชอบน่ะ เขาน่ารักครับ แต่ผมไม่เคยบอกให้เขารู้หรอก เพราะผมก็ขี้อายเกินจะบอกกับคนที่ผมชอบจริงจังอ่ะครับ ผมเลยเข้าใจอารมณ์ไอ้เมิร์สมัน กับคนที่เราไม่ได้คิดจะเล่น ๆ เราก็ไม่กล้าเป็นธรรมดาครับ มันอาจจะต้องมีพิธีรีตองนิดนึง ซึ่ง...มันคือความยากนั่นแหละครับ

       "เรื่องของเขามั้ยล่ะ" ผมว่าไป ไม่คิดจะสนใจจริง ๆ นั่นแหละครับ เพราะยิ่งผมดูผมอาจจะยิ่งใจสั่น แล้วยิ่งรู้สึกหัวใจล้มเหลวเอาได้ แค่นี้ก็สนใจจะตายอยู่ละ 

       "มึงนี่ก็อีกคน ชอบเขาก็ไม่คิดจะจีบไงวะ หน้าตามึงก็เรียกคนทั้งมหา'ลัยเข้ามาหาได้อยู่แล้ว กับอีแค่คนที่มึงชอบ ทำไมไม่เดินหน้าให้มันรู้แล้วรู้รอด" ไอ้มาร์สว่าผม

        "มึงก็เป็นซะอย่างเนี้ยมาร์ส...เหมือนคู่แฝดมึงไม่มีผิด คิดว่าทุกอย่างมันง่ายไปหมดหรือไง"

        ไอ้เอิร์ธมันช่วยผมโดยที่ผมไม่ต้องเปลืองน้ำลายแล้วครับ แล้วคู่แฝดที่ว่าก็คงเป็นไอ้เมิร์ส

        "แล้วมันยากตรงไหนวะ แค่เข้าไปจีบ" ไอ้มาร์สยังว่าต่อไป

       "เพราะตอนนี้มึงยังไม่รู้สึกรักใครจริงไง มึงก็เลยรู้สึกว่ามันต้องง่าย ชีวิตมึงเคยได้ผู้หญิงมาแบบยาก ๆ มั้ยล่ะ" เอิร์ธว่าไปอีก ผมรู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ ครับ 

      "ตัวอย่างตอนนี้ก็มีให้เห็นแล้วมึง" พลูโตเอ่ยออกมาบ้าง

      ไอ้มาร์สตวัดสายตาไปมองพลูโต "ไอ้เมิร์สน่ะเหรอ"

      "ไม่เห็นเหรอ ว่ามันดูเครียดมากแค่ไหน วันก่อนมึงโทร.ไปยั่วมันว่าเจอพี่พอเพียงที่นี่ แถมยังส่งรูปเข้าไลน์กลุ่มไปยั่วมันอีก มันถึงขนาดโทร.มาหาไอ้นัส เห็นความกระวนกระวายใจของมันละยังล่ะ" พลูโตร่ายยาว

       "หึ...ไอ้เมิร์สมันอ่อนไง" ไอ้มาร์สยังคงไม่รู้สึกรู้สา ผมคิดว่ามันต้องเจอกับตัวแล้วล่ะ พูดไปตอนนี้ก็เหมือนพูดให้ควายฟัง อ่อ...ผมว่าควายยังฉลาดกว่ามันอีกเหอะ 

       "เออ...พวกกูจะรอดู วันที่มึงตกอยู่ในสภาพแบบไอ้เมิร์ส" ไอ้เอิร์ธว่าด้วยเสียงนิ่ง ๆ แต่ฟังแล้วขนลุกครับ ไม่รู้ไอ้มาร์สจะรู้สึกอะไรมั้ย เพราะมันทำแค่ยักไหล่ให้พวกผม 

       "แล้วนี่เรื่องไอ้เมิร์สไปถึงไหนวะ...พี่พอเสร็จมันละยัง" ไอ้มาร์สปากเสียเ_ี้ย ๆ ครับ 

      "มึงนี่นะ เมื่อไหร่จะมีจิตสำนึกดี ๆ บ้าง" เอิร์ธด่ามันอีกแล้วครับ ไอ้นี่เป็นพวกคุณธรรมสูง ก็พอ ๆ กับผม แต่เอิร์ธ มันออกดาร์ก ๆ กว่าผมหน่อย 

      "ก็ถามดี ๆ...ปกติไอ้เมิร์สคบใคร ไม่กี่วันก็ได้กันแล้วไม่ใช่เหรอวะ" ไอ้มาร์สมันไม่รู้ซะแล้วครับว่า พี่พอเพียงไม่ใช่แค่พอเพียงครับ "นัส...ได้ข่าวมันคุยกับมึง มึงน่าจะรู้ดี" 

      "เออ...มันคุยกับกู แต่ก็อย่างที่พวกมึงเห็นนั่นแหละ พี่พอไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ผ่าน ๆ มาของมันจริง ๆ อ่ะ" ผมบอก

      "แล้วพี่พอเป็นยังไงวะ...ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นตรงไหน ก็มีทุกอย่างเหมือนคนอื่น" ไอ้มาร์สยังทื่อไม่เลิกครับ ผมอยากเอาแก้วกาแฟปาใส่หน้ามันจริง ๆ

       "จิตใจเว้ย ไม่ใช่หน้าตากับรูปร่าง" ผมตะคอกเบา ๆ กลับไป 

      "ถ้ามองที่จิตใจ แล้วมันจะเข้ากับไอ้เมิร์สได้ยังไง ไอ้เมิร์ส...เ_ี้ย ยิ่งกว่าอะไรดี" ไอ้มาร์สว่าเพื่อนผู้ยังมาไม่ถึง พร้อมหัวเราะเบา ๆ 

       "กูจะฟ้องมัน" พลูโตเอ่ยเสียงเย็น ๆ 

      "เอาสิ...มันมาโน่นละ" ไอ้มาร์สพยักพเยิดไปที่ไอ้เมิร์สที่เพิ่งเปิดประตูร้านเข้ามา ผมก็สุดงงกับมันครับ ยังเช้าอยู่เลย แต่เสื้อมันหลุดลุ่ยออกนอกกางเกง สภาพอย่างกะคนทำงานมาก่อนจะมาที่นี่ นี่มันเจ็ดโมงอยู่เลยนะมึง ทำไรมาวะท่าทางเหมือนไม่ได้นอน 

        แต่ว่า...มันเดินมาพร้อมกับ 'แป้งฝุ่น' ครับ 

       แป้งฝุ่นเนี่ย ผมว่าถ้าไม่มีพี่พอ คงจะเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมและคู่ควรกับการเป็นคู่ชีวิตของไอ้เมิร์สมันมากเลยล่ะครับ 

        "แป้ง...มาพร้อมกับเมิร์สได้ไงเนี่ย" เอิร์ธเอ่ยทัก 

       ทั้งคู่นั่งลงข้างกันตรงโซฟาตัวเดียวกัน ที่เหลือไว้เพื่อมันโดยเฉพาะ เมิร์สทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ยกสองมือขึ้นพาดกับพนักโซฟา มีแป้งฝุ่นนั่งข้าง ๆ ขาข้างนึงยกขึ้นมาไขว่ห้างอีกข้าง ถ้ามีสาว ๆ มาเห็นมันตอนนี้คงกรี๊ดกร๊าดไม่เบา และคงอิจฉาแป้งฝุ่นกันแน่ ๆ ที่เมิร์สทำท่าทางเหมือนกอดแป้งฝุ่นเอาไว้ด้วยมือที่พาดมาจากด้านหลังทั้งที่แค่วางพาดไปบนขอบพนักโซฟาเฉย ๆ แต่ถ้ามองไม่ดีก็คิดอย่างนั้นได้ครับ 

       "เจอกันตรงบริษัทเมิร์สน่ะ พอดีแป้งไปส่งพี่ปันด้วย แล้วบังเอิญเจอเมิร์ส เมิร์สบอกว่าจะมาที่ร้านกาแฟ เลยคิดว่ามาด้วยดีกว่า"

         แป้งฝุ่นอธิบายพร้อมยิ้มให้เอิร์ธ พี่ปันเป็นพี่สาวของแป้งฝุ่นครับ ทำงานอยู่ที่บริษัทไอ้เมิร์ส แต่ขับรถไม่เป็น แป้งฝุนก็คอยรับส่งตลอด และเรื่องการทำงานในบริษัทไอ้เมิร์สเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยทันใคร เมิร์สเลยแนะนำว่าให้มาทำที่บริษัทมันก่อนก็ได้ 

       "แล้วมึงเนี่ย...เข้าบริษัทตั้งแต่หัวรุ่งเลยหรือไงวะ สภาพถึงดูไม่ได้ขนาดนี้" ผมถามมัน มันปรายตามามองผม พยักหน้าแบบเชิดขึ้นพร้อมคำตอบว่า

       "อืม"

      "ช่วงนี้โหมงานหนักไปมั้ยวะมึง กูรู้สึกว่ามึงทำงานหนักมากกว่าก่อนหน้านี้นะ" ไอ้เอิร์ธก็ช่างสังเกตเหมือนผมครับ และผมคิดว่าช่วงนี้คือช่วงตั้งแต่ที่เริ่มเจอพี่พอ มันก็โหมงานหนักมากกว่าเดิมขึ้นมาจริง ๆ 

      "กูอยากทำ" มันตอบ

      "ไม่อยากฟุ้งซ่านล่ะสิมึง" ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคำพูดจากปากไอ้มาร์ส 

      "กูจะฟุ้งซ่านเรื่องอะไร" 

       "ก็เรื่อง..." 

      ไม่ทันที่ไอ้มาร์สจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเปิดประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นครับ ทุกคนเลยหันไปมองทางนั้นเป็นตาเดียวแบบไม่นัดหมาย 

      พี่พอเพียงเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมเต็มมือ 

      ผมรีบตวัดสายตากลับไปมองไอ้เมิร์ส ไอ้นี่นั่งนิ่ง ทำเพียงจ้องมองเท่านั้นครับ มองด้วยสายตาและสีหน้านิ่ง ๆ ไม่ยิ้มไม่ทัก ไม่อะไรทั้งนั้น ผิดกับอีกฝ่าย ที่พอได้สบตาไอ้เมิร์สก็เม้มยิ้มน่ารักให้ทันที สงสัยเห็นไอ้เมิร์สทำหน้านิ่งใส่เลยไม่กล้าทักอะไรมัน และพลอยไม่กล้าทักกลุ่มผมด้วย 

      แวบหนึ่งผมเผลอเห็นสายตาของพี่พอเพียงตวัดไปมองแป้งฝุ่น 

  

 พอเพียง Talks

         พอมาส่งขนมให้พี่ลูกนิดในเช้าวันนี้ บังเอิญเจอกลุ่มของเมิร์สนั่งกันอยู่ที่มุมเดิม โต๊ะเดิม พอยิ้มให้เมิร์สทันที่ที่ได้เห็นหน้าเขา แต่เขาก็จ้องพอกลับมาแบบนิ่ง ๆ ไม่ทักทายด้วยรอยยิ้มอะไรสักอย่างเลย พอว่าพอก็น่าจะชินกับเมิร์ส ลุคนี้ได้แล้ว นิสัยและสไตล์ของเขาก็เป็นแบบนี้แหละ 

       แต่ที่แปลกไปกว่าทุกครั้งที่เจอคือ ข้าง ๆ เมิร์สมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูน่ารักมากจริง ๆ ค่ะ พอคิดว่าเจ้าออมน้องสาวพอดูเข้ากับเมิร์ส เหมาะสมกับเมิร์สแล้วนะ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับดูเหมาะสมกว่าอีก แล้วดูท่านั่งของเมิร์ส สองแขนวางพาดไปบนขอบพนักโซฟา ดู ๆ ไปเหมือนโอบน้องผู้หญิงด้วยมือข้างเดียวจากด้านหลังเลยอ่ะ 

        แปลกอีกแล้วที่ใจของพอมัน...เต้นผิดจังหวะ มันรู้สึกแบบวูบ ๆ ด้วย 

       ลึก ๆ ก็อยากรู้แฮะว่าน้องผู้หญิงเป็นใคร 

      "แหม...ช่วงนี้มาส่งขนมให้พี่เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนนะเนี่ย มีอะไรที่ทำให้อยากมาเช้า ๆ หรือเปล่าจ๊ะ" 

      พี่ลูกนิดแซวแต่เช้าเลย พอยกถุงขนมยื่นให้พี่ลูกนิดข้ามเคาน์เตอร์แคชเชียร์ไป แกรับไปพร้อมกับไปวางที่โต๊ะด้านหลัง น้องพนักงานคนหนึ่งก็มาจัดการต่อ แล้วพี่ลูกนิดก็มายืนที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ คุยกับพอ 

      "ก็พี่ลูกนิดบอกเองไม่ใช่หรอ ว่าให้มาเร็ว ๆ บ้าง จะได้มาคุยกับพี่บ้าง" 

     พี่ลูกนิดยิ้มเผล่ สายตานั่นกำลังล้อพอชัด ๆ "จ้า...มาเพราะอยากคุยกับพี่ก็ได้ พี่จะพยายามเชื่อนะ" 

     พอถอนหายใจส่งไปให้เฉย ๆ พร้อมรอยยิ้ม ไม่อยากเถียงอะไรกลับไป เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ 

     "กินน้ำอะไรก่อนมั้ย"  พี่ลูกนิดถาม 

     "ไม่ดีกว่าค่ะ ร้านพี่มีแต่กาแฟ พอไม่กินกาแฟอ่ะ" 

     "ใครบอกว่ามีแต่กาแฟ นี่...พี่มีเมนูใหม่แล้วนะ แนะนำก่อนเลย น้ำส้มคั้น น้ำแดงโซดามะนาว น้ำมะพร้าว น้ำโปรดของพอไง" 

      พอยิ้มตื่นเต้นขึ้นมานิดหนึ่ง "หืม...ทำไมถึงเพิ่มเมนูน้ำล่ะคะ"

     "มีลูกค้ารีเควสมาน่ะ ว่าน่าจะเพิ่มเมนูน้ำขึ้นมาบ้าง เขาบอกว่าบรรยากาศร้านพี่มันดีมาก อยากมานั่งบ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยอยากกินกาแฟ เลยเสนอให้มีน้ำอื่นบ้าง"

       "นี่พี่ทำเป็นเหรอคะ" 

      "ระดับนี้แล้วพอ" พี่ลูกนิดโม้หน่อย ๆ

      คุยกับพี่นิดสักพักก็รู้สึกอยากหันไปมองกลุ่มของเมิร์ส แต่พอหันไปปุ๊บ สายตาดันไปเห็นลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้าประตูมาใหม่ 

       "พอเพียง!" เสียงเขาทักขึ้นมาก่อนพอจะทักเขา

       พอรู้ตัวเลยว่ายิ้มให้เขาทั้งตาทั้งปาก แทบจะโผเข้าไปหาได้เลยมั้ง อีกฝ่ายก็คงรู้สึกไม่แพ้พอหรอก ถึงได้ยิ้มตาหยีแล้วรีบสาวเท้ามาหาพอ 

       "ไอ้หมา!

       พอก็ไม่รู้ตัวว่าเสียงดังแค่ไหน แต่รู้ว่าเรียกออกไปเพราะอยากกวน ๆ มันตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ พอลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองหันไปเพื่อจะมองกลุ่มของเมิร์ส

      "ไปไงมาไงเนี่ย ทำไมมาที่นี่ได้" พอถามเขา เมื่อเขามายืนอยู่ข้าง ๆ พอแล้ว เขายังคงยิ้มแบบดีใจอยู่ไม่คลาย 'หก' เป็นแบบนี้เสมอเวลาเจอพอ ทุกครั้งที่เจอกันเขาจะยิ้มให้พอก่อน และแววตาแม้จะไม่ค่อยได้เห็นเพราะมันปิดสนิทเวลายิ้ม แต่รู้ว่าดีใจ 

      "มาธุระแถวนี้ ไม่คิดว่าจะเจอพอที่นี่ด้วย นี่ไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย" หกถาม น้ำเสียงยังเจือด้วยความดีใจอยู่ 

      "ตั้งแต่หกแต่งงานเมื่อต้นปีล่ะมั้ง" พอตอบไปพร้อมยิ้ม ๆ 

     "พูดถึงงานแต่ง นี่ไม่ยอมไปงานแต่งหกเลยนะ ใจร้ายมาก" 

      จริงค่ะ พอรักมันมากแค่ไหนก็ไม่อยากไปงานแต่ง ถึงทำใจได้นานแล้ว แต่ก็ไม่อยากไป ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว "ก็...ไม่ว่างอ่ะ ขอโทษ" 

      "หืม...ไม่เป็นไรหรอก หกเข้าใจ" หกยิ้มให้พออีกที พอก็ยิ้มให้หก อ่า...พอลืมไปเลยว่าพี่ลูกนิดยืนอยู่ ต้องแนะนำให้พี่ลูกนิดรู้จักก่อน 

       "พี่ลูกนิด นี่หกค่ะ เพื่อนพอเอง หกนี่พี่ลูกนิด พี่เจ้าของร้าน" 

     "สวัสดีครับพี่ลูกนิด" หกยกมือไหว้

      "สวัสดีจ้ะ...ได้ยินว่าแต่งงานแล้วเหรอ แหมเสียดายจังนะคะ จริง ๆ พี่ยังโสดอ่ะ" พี่ลูกนิดเจอคนหน้าตาดีหน่อยไม่ได้ ก็หยอดเขาไปทั่ว นี่ขนาดหกแต่งงานแล้วยังหยอด 

     หกยิ้มให้พี่ลูกนิด 

     "แต่ไม่แน่นะคะ มันเจ้าชู้จะตาย พี่ลูกนิดเสนอตัวให้ มันอาจจะสนใจพิจารณาไว้เป็นเมียน้อย" พอแซวทั้งพี่ลูกนิดและหก

      "หืม...ไม่เจอกันนาน ปากคอเราะร้ายนะเรา" หกว่าเชิงแซว พร้อมยกมือขึ้นมาโยกหัวพอด้วย พอเลยทำหน้ามุ่ยใส่เขาไป 

      "ลาเต้...ไม่หวาน เอาขมที่สุด" เสียงคุ้น ๆ ดังขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้านข้างพอ พอสะดุ้งโหยงเพราะกำลังเพลิน ๆ กับการสนทนากับหก หันไปมองต้นเสียงที่พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายตะคอกฟังดูก็รู้ว่าเจือด้วยอารมณ์ที่คล้ายโมโห เป็นเมิร์สนั่นเองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ 

      เขาสั่งกาแฟ แต่สายตาเขามองมาทางพอและหก มองด้วยแววตาที่...โคตรน่ากลัวเลย น่ากลัวกว่าครั้งไหน ๆ ที่พอเคยเจอมาอีก 

      พอแอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก ไม่รู้ว่าเมิร์สไปอารมณ์เสียกับอะไรมา 

     "เมิร์ส..." เรียกน้องด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ช้า ๆ 

      "ทำไมไม่ขับรถผมมา" เขาถามด้วยสีหน้านิ่ง ๆ แววตาดุ ๆ ดุมากกกก กไก่ล้านตัวเลยอ่ะ น่ากลัวอ่ะ 

     นี่โกรธเรื่องรถเหรอ ใช่ค่ะวันนี้พอไม่ได้ขับรถเขามา แต่จริง ๆ ตั้งแต่รับปากเขาวันก่อน พอก็ขับรถที่เขาให้มาตลอด แต่วันนี้พอรู้สึกอยากขับเจ้าเสือบ้าง คิดว่าคงไม่โชคร้ายเจอเมิร์สพอดีหรอก แต่...พอช่างบังเอิญโชคร้ายจัง 

      "เอ่อ...ปกติพี่ก็ขับรถของเมิร์สนะ เพิ่งมาขับรถพี่ก็วันนี้แหละ"

     รีบปฏิเสธไปทันที เผื่อเขาจะอารมณ์ผ่อนคลายลงบ้าง "ผมถามวันนี้ ไม่ใช่วันอื่น" 

      เงียบกริบ พอเงียบกริบ ทำยังไงให้เมิร์สอารมณ์ดีขึ้นมาเนี่ย 

      "ใครเหรอพอ" เสียงหกเอ่ยถามขึ้นด้านหลัง เขามองมาที่เมิร์ส เมิร์สก็มองเขากลับ แล้วตอนที่มองหก สายตาเมิร์สยิ่งกว่าน่ากลัวอีก TT กลัวแล้วจริง ๆ อ่า

      "เมิร์ส...นี่พี่หก เพื่อนพี่เอง หก...นี่เมิร์ส เอ่อ..." พอไม่รู้จะแนะนำเมิร์สกับหกว่าไงดี แต่โชคดีที่วีนัส กับเพื่อนอีกคนหนึ่งของเมิร์ส และน้องผู้หญิงคนนั้นด้วย พุ่งเข้ามาหาเมิร์สซะก่อน 

       "เมิร์ส...ใจเย็นมั้ยมึง" เสียงวีนัสกระซิบเบา ๆ กับเมิร์ส แต่พอได้ยิน แล้วทำไมถึงต้องบอกให้ใจเย็น

      "แต่งงานแล้ว...ไม่มีใครบอกเหรอ ว่าไม่ควรมาทำตัวแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นอีก" 

      เสียงเมิร์สดังก้องในโสตประสาทของพอ เมิร์สมองตาหก และพูดกับหก เมิร์สรู้ได้ยังไงว่าหกแต่งงานแล้ว อ๋อ!...พอเพิ่งถึงบางอ้อ อดออมคงเล่าให้ฟังแล้วสินะ 




**************************
Writer talks 

       รีดเดอร์ไม่เข้าใจเมิร์ส ไรท์ก็ไม่เข้าใจเมิร์สเหมือนกันค่ะ 5555 แต่เค้าคงมีเหตุผลอะไรของเค้าแหละเนอะ ให้เวลาเค้าหน่อย บางทีอารมณ์และความรู้สึกของคนเรามันก็ทำงานซับซ้อนเข้าใจยาก เมิร์สอาจจะกำลังค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองอยู่ อาจจะไม่เข้าใจตัวเอง หรือบางทีเข้าใจแล้ว แต่อาจจะกำลังคิดอะไรอยู่ อันนี้เราก็ไม่รู้ได้ ต้องรอให้เมิร์สบอกเองในสักวันเนอะ ^^

เมิร์ส Talks : อย่ามาหลงรักผมแล้วกัน

#เมอร์คิวรี่พี่พอเพียง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #109 nung221 (@nung221) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 08:46
    หึงแรงงง
    #109
    0
  2. #4 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 07:20
    หึงหวงเกินเบอร์มากกก
    #4
    0