คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

401

ยอดวิวเดือนนี้

16

ยอดวิวรวม


401

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ต.ค. 61 / 23:03 น.
นิยาย 繹ͧ س¨ҡҧš ขอเป็นน้องสาว ให้คุณพี่ชายจากต่างโลก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
      บางคนมักจะมีชีวิตที่อยู่ในจุดสูงสุด แต่ทว่ามันไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดตลอดไป
ทุกอย่างล้วนพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อขึ้นอยู่กับเวลา  และเวลาเหล่านั้นคุณจะ
รักษามันไม่ให้พังลงมาได้นานซักเท่าไหน

      หากถามย้ำเตือนตัวเอง สิ่งที่เหลืออยู่หลังจากนั้น คืออะไร...?
ถ้าหากไม่เหลืออะไรอยู่เลยสิ่งที่รออยู่มันก็คือความสิ้นหวัง


ทาคากิ ยูยะ 
    เด็กหนุ่มที่มีผมสีขาวแปลกตา ในเมืองแถบตะวันตก เขาเติบโตมาในหมู่บ้านเล็กๆ
แถบชุมเขาล้อมรอบ ค่อนข้างยากจน แต่หลังครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาเสียชีวิต
เขานำเงินทั้งหมดที่มีไปอยู่ในเมืองหลวงและเรียนพร้อมหาเลี้ยงชีพจนพบพรสวรรค์
ของตัวเองนั่นคือการเล่นดนตรี เขากลายเป็นนักเล่นดนตรีมืออาชีพ  ตั้งแต่ยังเรียน
มัธยมปลาย  คนต่างเชิดชูเขา  นั่นเป็นเรื่องราวก่อนที่เขาจะไปต่างโลก



อายะ  (อายุ 13ปี)
     เด็กสาวผมทองอาศัยอยู่ตัวคนเดียว แต่เพราะพวกผู้ใหญ่ระแวกที่อาศัยอยู่กับเธอให้
ความเอ็นดูอยู่เสมอ เธอเลยสามารถอาศัยอยู่ได้โดยไม่อดยาก แต่เพราะพวกผู้ใหญ่
เอาใจใส่อายะ  พวกเด็กวัยใกล้ๆกันจึงไม่ชอบใจนัก



เน็นซัง (อายุ ไม่แน่ชัด)
    หญิงสาวใส่ชุดสีโทนโกธิค เจ้าของร้านขายของระแวกชุมชนที่อายะอาศัยอยู่ บางคน
ก็ว่าเธอเป็นพวกลึกลับ มีข่าวลือน่าขนลุก จนคนส่วนมาก ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้





    
 


เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ต.ค. 61 / 23:03


"♫ ~ ♫~♬ ~"

"♪~"


"เสียงใครกำลังร้องเพลง...."
      ชายหนุ่มถอยออกมา จากเชือกที่ตนกำลังจะปลิดชีวิตตัวเอง
เขาหันมองดูรอบๆในห้องอันเงียบสนิท นอกจากเขาแล้วไม่น่าจะมีใครอยู่แถวๆนี้
ห้องเช่าที่เขาอยู่นั้น ด้านห้องข้างๆ คุณยายที่ชอบเลี้ยงนกแก้ว เพิ่งย้ายออกไปไม่นาน
ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามก็ย้ายออกไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ตามแฟนสาว 

     ถ้าอย่างนั้น เสียงดังมาจากไหน?

เขาคิดในใจว่า ตัวเขานั้นคงจะสิ้นหวังจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ

"แต่ว่า.. ถึงจะได้ยินไม่ค่อยชัดเจน แต่เป็นทำนองที่...ฟังแล้วอบอุ่น"

     หลังจากชายหนุ่มหาต้นตอของเสียงอยู่พักนึงก็ยอมแพ้  ห้องที่ปิดสนิทมีแต่เสียง
เครื่องปรับอากาศอยู่เหนือหัว แต่กลับมีเสียงทำนองเพลงดังมาอยู่ภายในห้อง
    แม้จะค้นหา มือถือ หรือเครื่องวีดีโอต่างๆก็ ไม่ได้เปิดใช้อยู่แท้ๆ  

พุบ...

   ร่างกายเขาแผ่ลงกับเตียงนอน นอนฟังเสียงทำนองเพลงที่ดังมาจากไหนไม่รู้นั่น
เขามองดู เชือกที่เขาผูกไว้กับเพดาน ด้วยใบหน้าราวกับน้ำอันนิ่งสงบ

"เมื่อกี้ ฉันเกือบจะเผลอฆ่าตัวตาย ไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบซะแล้วสินะ"

"เพราะทุกอย่าง มันพังลงมาพริบตาเดียว.... รับมัน...ไม่ใหวอีกแล้ว"

"....ขอหลับซักงีบ..แล้วกันนะ"

   ความอ่อนล้าจนหลับไปในที่สุด มันทั้งสงบ และไม่ได้ยินเสียงใดๆ 
ได้แต่เพียงคิดว่าพอตื่นขึ้นมาจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง


...

"อ่า คือว่า!!"

พรึบ!......

"เอ๋.................."

   เมื่อตื่นขึ้นมาสิ่งที่พบอยู่ตรงหน้าคือเด็กสาวผมทองดวงตาสีเหลืองอำพัน กำลัง
สัมผัสใบหน้าของชายหนุ่มด้วยท่าทีเป็นห่วง

   เขาไม่รู้ตัวเองว่าหลับไปนานแค่ไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ รอบๆนั้นไม่ใช่ห้องที่
เขาเคยนอนอยู่ แต่เป็นสถานที่ที่ไม่รู้จัก  รายล้อมไปด้วยป่าไม้อันอุดมเขียวขจี

"ค่อยยังชั่ว...ถ้าคุณพี่ชายไม่ตื่นหนูก็คงทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ"

"เอ่อ... ที่นี่คือที่ไหนหรอ?"

"ป่าตอนใต้ของ [เมืองฟอลเรท] ค่ะ คุณพี่ชายจำไม่ได้เลยหรอคะ?"

  ชายหนุ่มลังเลและสับสน ไม่รู้จะควรเริ่มจากตรงไหนดี เขาพยามคิดถึงช่วงเวลาที่เขา
พอจะนึกได้ล่าสุด แต่มันก็ไม่ได้ปะติดปะต่อกันซักเท่าไร่  ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขา
จะมาอยู่ในป่านี้คนเดียว

  เด็กสาวคนนั้นเห็นชายหนุ่มกำลังสับสน จึงเกิดความคิดอยากอาสาช่วยเหลือ 

"ถ้าอย่างนั้น ไปในเมืองกันเถอะค่ะ เผื่อจะนึกอะไรออกก็ได้นะคะ?"

"อะ อื้ม..."

  เมื่อคิดได้ว่าไม่มีอะไรต้องลังเล เขาจึงตามเด็กสาวคนนั้นไป  รูปร่างผอมพอสมควร
แต่กลับแบกตระกล้าแอปเปิ้ลได้หลายลูกด้วยความชำนาญ ดูแล้วน่าจะออกมาเก็บผลไม้
ในป่าอยู่ประจำ 

"ตะกร้าผลไม้นั่น ขอผมถือจะได้ใหม ถือว่าแทนคำขอบคุณที่อุส่านำทางให้"

"มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณพี่ชาย เรื่องแค่นี้เอง!"

"ไม่อย่างนั้น ความเป็นลูกผู้ชายผมคงกำลังร้องไห้อยู่แน่ๆ ให้ผมได้ช่วยเธอเถอะนะ"

   จากการประเมินชายหนุ่ม เด็กสาวคนนี้ค่อนข้างเกรงใจผู้คนพอสมควร แต่ซักพักเธอ
ก็ยอมส่งตระกร้าผลไม้ให้ชายหนุ่มถือ

"ขอบคุณ นะคะคุณพี่ชาย"

   เด็กสาวยิ้มส่งมา ชายหนุ่มส่งยิ้มตอบ  พวกเขาเดินลัดออกจากป่าโดยใช้เส้นทางเดินไปตามลำธาร  เพราะเด็กสาวบอกว่านอกจากปลอดภัยแล้วจะทำให้ไม่หลง

"จะว่าไป เธอชื่ออะไร?"

"อายะ ค่ะ แล้วคุณพี่ชายล่ะคะ?"

"ผมชื่อ ยูยะ ...ทาคากิ ยูยะ แต่เธอมีชื่อนามสกุลใหม พวกเราเพิ่งเจอกัน ถ้าเรียกชื่อต้นเธอ อาจจะออกเสียมารยาท "

"นามสกุล คืออะไรหรอคะ?"

   เด็กหนุ่มชะงักระหว่างเดินอยู่ เขาหันไปมองเด็กสาวที่แสดงใบหน้าสงสัย แต่ดูแล้ว เธอจะไม่รู้จักคำว่า นามสกุล จริงๆ

"เป็นคำใช้เรียกตัวแทนทั้งครอบครัวน่ะ"

"...อ๋อ หนูไม่มีหรอกค่ะ คุณพี่ชาย สำหรับระดับผู้อาศัย แต่ต้องเป็นระดับขุนนาง หรือสูงกว่านั้น เท่าที่หนูรู้นะคะ เขาถึงจะใช้กัน แต่ว่าถ้างั้นคุณพี่ชาย เป็นชนนั้นสูงหรอคะ 
[ทาคากิ] นี่..."

"อ๋อ เปล่าหรอก ชื่อผมยาวน่ะ ผมก็เป็นแค่ผู้อาศัย "

    ชายหนุ่มมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ เป็นขุนนาง หรือชนชั้นสูงอะไร จึงกล้ายืนยันไปแบบนั้น
แต่ว่าเขาเริ่มมั่นใจว่า ที่นี่ไม่ใช่โลกที่เขาเคยอยู่
    
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณยูยะ......."

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน อายะ"

   ทั้งสองทำความรู้จักกันและคุยเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งกลับไปถึงเมือง

[เมืองฟอลเรท] ที่อายะเล่านั้นเป็นเมือง ใหญ่ 1 ใน 3 ของ [อาณาจักร คอนเดรีย]
การค้าขายจากพ่อค้าเร่ มาที่เมืองนี้ไม่ขาดสาย รวมถึงนักท่องเที่ยว การตลาดที่นี่จัดว่า
เฟื่องฟูมาก 
   อายะ พายูยะ เดินเข้ามาในเขตในกำแพงเมืองอย่างเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ ยูยะจับจ้องไปที่สิ่งต่างๆอย่างไม่วางตา ราวกับเป็นสิ่งที่เคยพบเป็นครั้งแรก  ทั้งชายทหารร่างยักษ์ สูงเกือบสองเมตร นักผจญภัยที่พกอาวุธที่ได้กลิ่นของเหล็กโชยมาเป็นระยะ 

   เขาจ้องไปที่อายะ จากที่ได้ฟังเรื่องของเธอมาก่อนหน้านี้ เธออาศัยอยู่คนเดียว และหา
เลี้ยงชีพคนเดียว แม้จะมีพวกผู้ใหญ่ ที่เป็นพ่อค้าเอ็นดูให้ของกินเธอก็ตาม แต่ว่าหลังของเด็กคนนี้ เล็กนิดเดียว แขนกับตัวก็ค่อนข้างผอมแห้ง แต่จิตใจกลับดูแข็งแกร่งกว่าที่
เห็นจากภายนอก

   อายะส่งยิ้มให้ยูยะ และบอกว่าใกล้จะถึงแล้ว  สถานที่ ที่อายะจะพาเขาไปก็ถือศูนย์
ช่วยเหลืออาสาสมัคร ที่มีกลุ่มตั้งขึ้นโดยเป็นทหารทั้งหมด คอยดูแลประชาชน และความปลอดภัย แก่นักผจญภัย

  ยูยะยังคงไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเอายังไงต่อไปดี ถึงลองคิดไตร่ตรองอย่างดีแล้วก็ตาม
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับโลกที่ตัวเองไม่รู้จัก

"เด็กหนุ่มคนนี้...หลงงั้นหรอ หรือว่าความจำเสื่อม?"

   อายะเข้าไปคุยกับทหารคนหนึ่งที่ศูนย์อาสาสมัคร จนทหารคนนั้นเดินเขามาถามยูยะตรงๆ

"...เป็นแบบหลังน่ะครับ จำอะไรไม่ได้ พอรู้สึกตัวก็อยู่ที่ป่าที่ไม่รู้จัก"

"ถ้าไงขอสอบถามขอมูล ..."

   ทหารถามข้อมูลต่างๆที่ยูยะพอนึกออก อยู่หลายนาที จนปล่อยตัวมา

"คุณพี่ชายเป็นไงบ้างคะ?"

"เขาบอกจะแปะประกาศ และก็ตามหาข่าวจากเมืองรอบๆให้ด้วย คงใช้เวลาเกือบ1สัปดาห์ เพราะข้อมูลมีน้อยเกินไป"

"ตั้งสัปดาห์นึงเลยหรอคะ!?"

    อายะเคยคิดไว้ว่าถ้าขอความช่วยเหลือจากพวก ทหารอาสาสมัครจะเจอเบาะแสไวไม่เกินมะรืน แต่นั่นสำหรับคนที่ให้ข้อมูลได้..  
    แต่กับยูยะนั้น เขาไม่รู้ว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน ...
    หรือมันอาจจะไม่มีในโลกนี้เลยก็ได้ ชื่อญาติที่น้องที่เขารู้จัก ก็ไม่มีเพราะเขาเองก็
อยู่ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่มัธยมต้น

"เอ่อ คุณพี่ชาย ถ้าไม่รังเกียจละก็มาพักอยู่ที่บ้านหนูก่อนใหมคะ"

"แต่ว่า... ผมเป็นแค่คนแปลกหน้า มันจะดีหรอ?"

"แต่หนูมั่นใจว่า คุณพี่ชาย คือคนอ่อนโยนไม่ผิดแน่ค่ะ ระหว่างทางเมือกี้ที่เยี่ยมหลุมศพ
คุณแม่หนู  คุณพี่ชายแสดงใบหน้าเจ็บปวดออกมา แถมยังใหว้อย่างตั้งใจมากอีกด้วย"

"คุณแม่ของหนูต้องดีใจแน่ๆค่ะ"

"นั่นมันก็"
   
    ก่อนมาถึงเมือง อายะแวะผ่านหลุมศพคุณแม่ของเธอที่อยู่ในป่า  เมื่อหลายปีก่อนในป่านี้มีสัตว์ร้ายมากมาย และแม่ของเธอก็เป็นเหยื่อของพวกสัตว์ดุร้ายเหล่านั้นฆ่าตาย 
ทำให้อายะต้อง อาศัยอยู่ลำพัง เพราะครอบครัวคนสุดท้ายไม่อยู่อีกต่อไป  ถึงแม้ว่า
ภายหลังจะมีอัศวินอาณาจักรลงไปปราบสำเร็จก็ตาม แต่ก็สายเกินไปสำหรับคุณแม่อายะ

    ที่ยูยะ รู้สึกเจ็บปวดเพราะตนเองก็เคยเสียคุณแม่ของเขาไปเช่นกัน แม้จะผ่านมานานแล้วแต่เขาก็สัมผัสความเจ็บปวดได้อยู่ 

    หากมนุษย์เราเคยได้รับความเจ็บปวดรุนแรงมาครั้งนึงร่างกายจดจำโดยอัตโนมัติ
แม้จะไม่อยากแต่ก็ห้ามไม่ได้   และส่วนมากจะจำได้ดีกว่าความสุขที่เคยได้รับเสียอีก

"ถ้าอายะไม่รังเกียจ... เข้าใจแล้วล่ะ ขอรบกวนด้วยนะ"

    บ้านของอายะเดิมที่อยู่กับคุณแม่เมื่อสิบปีก่อนนั้นถูกทุบทิ้งแล้วเนื่องจากมีสภาพเก่า
ที่อยู่ใหม่ของอายะเพียงลำพังนั้น ถูกสร้างขึ้นโดยกองทหารอาสา ขนาดตัวบ้านมีชั้นเดียว
สร้างจากไม้ที่ดูทนทาน เหมาะสำหรับอยู่ ไม่เกินสองคน

    อันที่จริงอายะบอกว่า ถ้าไม่มีที่อยู่ ทหารอาสาจะเลือกที่อยู่ให้อาศัยชั่วคราวได้ 
แต่นอกจาก อายะแล้ว ยูยะไม่รู้จักใครแม้แต่คนเดียว การเลือกอยู่กับเธอจึงเป็นทางเลือก
ที่ดีกว่า

   และพวกเขาก็ได้เริ่มใช้ชีวิตใต้ชายหลังคาเดียวกัน 

"ห้องเล็กไปใหมคะ คุณพี่ชาย?"

"ไม่เลย ที่นอนก็สบายด้วย"

    ปกติแล้วห้องที่อายะ ให้ยูยะนอนนั้น เป็นห้องเก็บของ แต่เพราะทำความสะอาดบ่อยๆ
เลยเอามาใช้เป็นห้องนอนได้ แต่โดยรวมความกว้างขนาดห้องเก็บของอาจจะใหญ่กว่า
ห้องอายะซะอีก

    ก่อนหน้านี้อายะแวะเอาแอปเปิ้ลที่เก็บได้ไปขายในตลาด ได้มาเฉลี่ยลูกละสิบทองแดง  ในขณะที่ยูยะมองดูร้านพ่อค้าแม่ค้าที่ขายแอปเปิ้ล เขาขายเฉลี่ยลูกละเพียง ทองแดงเดียวเท่านั้น  นั่นก็เพราะอายะมีความรู้ในการคัดพันธุ์แอปเปิ้ล อย่างที่เธอเก็บมา
นั้นล้วนขายได้ราคาดี วัตถุดิบเหล่านั้นถูกนำไปขายต่อให้ขุนนางแน่นอน  เพราะเธอใช้วิธี
นี้เลยสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ถึงแม้บางครั้งจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกผู้ใหญ่ก็ตาม

    ยูยะจึงอาสาช่วยเหลือในการทำอาหารค่ำ เขาได้ปลาจากที่อายะซื้อมา  ด้วยความรู้จากโลกเดิม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะนำมาใช้  นั่นก็คือปลานึ่ง ที่ต่างโลกนี้จากที่ฟังมาจาก
อายะนั้น มีเพียงวิธีกินที่ใช้ปิ้งปลาให้สุกแล้วปรุงนิดๆหน่อยๆเท่านั้น 
     แต่เพราะสูตรวิธีทำอาหารอร่อยนั้นถือว่าลับมากๆ คนรู้เลยไม่ค่อยมีมากนัก จะมีก็พวกขุนนางที่ทำอาหารระดับนั้นเท่านั้น

     เพราะยูยะเคยอยู่คนเดียวบ่อยๆเลยถนัดทำอาหารพอสมควร ไม่นานก็ทำเสร็จ
"เสร็จแล้วล่ะ อายะ"

"คุณพี่ชาย นะ นั่นคืออะไรหรอคะ?"

     อายะ ตกใจกับปลาที่มีกลิ่นหอมออกมาและเริ่มน้ำลายยืด  มีน้ำเดือดปุดๆ
แปลกตาเธออย่างมาก

"ปลานึ่งสมุนไพรน่ะ ถึงจะไม่ค่อยรู้จักชนิดปลา แต่ก็ไม่ต่างกับที่ผมรู้จักมากนัก
แต่ก็ต้องขอบคุณ เครื่องปรุง และก็อุปกรณ์ทำอาหารพร้อมต่างหากผมเลยทำได้แบบนี้"

"มาลองชิมกันเถอะ?"

     อายะพยักหน้าอย่างเร็ว เธอช้อนน้ำซด ตามที่ยูยะทำให้ดู  

"ซูดดดดดด"

"อาร่อยยยอะไรแบบนี้!? "

     อายะพลางพูดด้วยดวงตาเป็นประกลาย พร้อมหันมามองยูยะด้วยท่าทีตกใจมาก
จะพูดว่าคนในหมู่บ้านนี้ไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้ก็คงจะจริง

"จุดสำคัญอยู่ที่เนื้อล่ะนะ ระวังก้างด้วยนะ"

    อายะรีบลงมือตักชิ้นเนื้อปลาออกมาอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนก้างตามที่ยูยะบอก
เธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ทานอาหารมื้อดี  ยูยะก็ดีใจที่ได้เป็นประโยชน์แก่เธอบ้าง


   ไม่นาน จานที่เต็มที่ด้วยปลานึ่งสมุนไพรเต็มจานก็หมดลงในพริบตา

"...อร่อยจังเลยค่ะ"

"ดีใจนะที่ได้ยินแบบนั้น"

"...แล้วก็ หนูไม่ได้ทานอาหารพร้อมกับคนอื่นมานานมาก...แล้วจริงๆ
ตอนนี้หนูเลยรู้สึกมีความสุขที่สุดเลยค่ะ คุณพี่ชาย"

 "ผมเองก็เช่นกัน ดีใจที่ได้เห็นอายะมีความสุข"

     ยูยะลูบหัวเธอเบาๆ หลังจากล้างจานพวกเขาใช้ห้องอาบน้ำในบ้าน ซึ่งค่อนข้างแคบมาก และต้องใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่สามารถแช่น้ำได้เหมือนที่ยูยะเคยทำตอนอยู่ที่โลกเดิมของเขา

     ในหลายๆสิ่งที่อยู่ต่างโลกล้วนไม่สะดวกสบายเอาซะเลย แต่ก็มีบางอย่างมาทดแทน
ทุกสิ่งล้วนดีแย่ ต่างกันไป

     ยูยะกลับไปห้องนอน  เวลานี้ราวสองทุ่มกว่าๆ จากเครื่องมือวัดเวลาของโลกนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ควรเข้านอนแล้ว ถึงแม้จะเข้านอนไว แต่คนในโลกนี้จะตื่นเช้าตรู่ชดเชยกัน

     ยูยะนอนลงบนเตียง เขานึกถึงสิ่งเหลือเชื่อมากมายที่เกิดขึ้น พอคิดๆดูแล้ว เรื่องดีๆ
ก็เริ่มกลับคืนมา หลังจากเขาฟังทำนองเพลง ในตอนนั้น  ไม่รู้ว่านั่นจะเป็นเหตุให้เขาได้
มาที่ต่างโลกนี้รึเปล่า  เขานึกถึงรอยยิ้มอายะ ทั้งสดใส และร่าเริง แถมยังจิตใจแข็งแกร่ง
ต่าจากภายนอกที่มองเห็น  กำลังใจของเขารู้สึกเพิ่มขึ้น เป็นเพราะเธอ

  แค่ก

แปะ.... แปะ...
    เสียงเลือดหยดกระทบลงบนพื้นห้อง  ยูยะรีบหาอะไรมาเช็ดทันที ที่ผ่านมาเขาพยามซ่อนมันมาตลอด  อาการป่วยฉับพลัน โรคร้ายที่ทำลายชีวิตของเขา  แพทย์ต่างไม่เคยพบเคสนี้มาก่อน มันมีอาการรุกรามเหมือนมะเร็ง รักษาไม่ได้ คนไข้อาจมีชีวิตอีกไม่นาน
..อย่างมากไม่เกิน เจ็ดวัน ซึ่งยูยะเองก็เพิ่งรู้ไม่กี่วันมานี้ และพยายามตระเวณหาโรงพยาบาลที่อาสารักษา แต่ก็ไม่มีเลย

"ขอเวลาอีกหน่อยสิ... อุส่าได้เจอความหมายของการมีชีวิตต่อแล้ว"

     เพราะชีวิตนักดนตรีถูกทำลายเพราะโรคนี้ นิ้วมือไม่สามารถเคลื่อนใหวอย่างที่ต้องการ  ใช้เสียงสูงจนเกินกำลังปอดมากก็ไม่ได้   แถมแฟนที่เพิ่งคบกันได้ปีนึงก็ทิ้ง จนไม่เหลืออะไรซักอย่าง

     หลังจากคิดอะไรต่ออะไร ยูยะก็เผลอหลับไป ตั้งแต่นี้เขาตั้งใจว่าจะทิ้งความทุกข์ไว้เบื้องหลัง แต่ไคว่คว้าหาความสุข


   เสียงบางอย่างทำให้ยูยะ ต้องตื่นนอน
"อึกกก"

"เอามานี่นะ ยัยอายะ!!"

"นั่นมันส่วนของคุณพี่ชายนะ!!"\\

"คุณพี่ชายอะไรละนั่นพูดไม่รู้เรื่องรึไง?!"

     ยูยะรีบวิ่งไปนอกบ้าน เพื่อดูต้นเสียง และตามที่เขาคาดไว้ เสียงนั้นเป็นของอายะ
กับแก๊งของเด็กผู้หญิงด้วยกันราวๆสี่คน ล้อมอายะเพื่อลุมทำร้าย(?)

"นี่ พวกเธอจะทำอะไรอายะน่ะ!!"

"ว้ายยยย!?"

     ยูยะดุเสียงดัง จนเด็กๆผู้หญิงพวกนั้นตกใจเสียงของเขาจนรีบวิ่งจนตั้งหลักไม่ทัน  
ทิ้งเพียงอายะที่นั่งลงกับพื้น เธอหลบหน้ายูยะทั้ งๆที่มีแผลที่หกล้ม แถมยังมีรอยช้ำที่แก้มนิดหน่อยด้วย

"เป็นไรใหม อายะ คนพวกนั้น?.."

"คะ คือว่า..."

     ในอ้อมกอดของเธอ มีหัวมันอยู่เพียงสองหัว ถ้าเดาไม่ผิดอายะน่าจะได้รับมาจาก
พวกผู้ใหญ่พ่อค้าแม่ค้าใจดีในเมือง แล้วมาโดนเด็กพวกนั้นแย่งไป 

"ผมจะไปเอาคืนมาให้ ส่วนที่พวกนั้นแย่งจากเธอไป"

"!? ดะ.... เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณพี่ชาย!?"

     อายะรีบลุกขึ้นมาคว้าแขนยูยะไว้ 

"มะ..ไม่เป็นไรหรอกนะคะ หัวมันพวกนั้นพอดีมีคนอื่นให้มา แบ่งๆกับพวกเด็กคนอื่นๆเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ"
    
     อายะยิ้มเล็กน้อย แต่เธอรนรานนิดหน่อย เหมือนกับว่าไม่อยากให้ยูยะรู้ว่าเธอถูกพวกนั้นแกล้ง แต่ดูจะสายไปแล้ว 

"อื้ม ช่างเถอะ ที่สำคัญรีบทำแผลดีกว่านะ"


     ยูยะได้ยาล้างแผลมาจากกล่องปฐมพยาบาลในห้องนอนอายะ เขาค่อยๆทำอย่างช้าๆเพราะแผลใหม่ๆคงจะแสบ แต่คงไม่เท่าแผลจิตใจที่เธอโดนมา  ดูแล้วคงไม่ใช่แค่เพิ่ง
วันสองวัน เธออาจจะโดนรังแกมานานแล้วก็ได้  เขาพันผ้าให้อายะอย่างเรียบเนียน ที่ข้อเท้าเธออย่างอ่อนโยน แม้ว่าจะได้ยินเสียงร้องสะอื้นเล็ดออกมาจากตัวเธอ 
     แต่เพราะไม่ได้มองหน้าก็เลยไม่รู้ว่าอายะแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่อาจจะกลั้นร้องไห้อยู่อย่างเต็มที่ก็ได้


"คะ คุณพี่ชาย ฮึก... หนูน่ะ แอบคิดนิดนึงเมื่อวานนี้ว่าถ้า ให้คุณพี่ชายมาอยู่ด้วย
หนูจะปลอดภัยมากขึ้น ... น่าสมเพชใช่ใหมคะ หนูก็แค่เด็กที่ถูกเพื่อนๆวัยเดียวกัน
เกลียดขี้หน้า ฮึก"

     ยูยะมองหน้าเธอ อายะแสดงสีหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนต่างจากคืนวาน  เธอเจ็บปวดทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจแทนด้วยเช่นกัน

"ถูกแกล้ง? ไม่ใช่เรื่องน่าสมเพชหรอก คนที่แกล้งต่างหากที่น่าสมเพช 
ความอิจฉา ความริษยา ทำให้ แสดงด้านมืดของคนออกมา"


" นี่อายะ... ผมน่ะอยากลองมีน้องสาวจริงๆนะ เมื่อวานรู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเธอ"


"จะรังเกียจใหม ถ้าอยากจะให้เธอช่วยเป็นน้องสาวให้พี่ชายงี่เง่าคนนี้น่ะ?"

"ฮึก...คุณพี่ชาย"

       อายะ ดวงตาพองโตด้วยสีหน้าแปลกใจ รอยยิ้มค่อยๆตอบรับออกมาหลังยูยะพูดออกไป

"ดะ ด้วยความยินดีเลยค่ะ ..คุณพี่ชาย"

"ต่อจากนี้ผมจะเป็นพี่ชาย และคอยปกป้องเธอเอง"

"ค่ะ"

       ยูยะกอดอายะแน่น แม้จะได้ยินเสียงร้องของอายะอยู่ก็ตาม แต่ต่างจากก่อนหน้านี้ 
ตอนนี้เธอยิ้มอย่างมีความสุขอย่างมาก  บางทีพวกเราอาจจะต้องการสิ่งเดียวกันตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้

     สิ่งที่ถูกเติบเต็มให้กัน ทำให้ค้นพบกับความหมายของการมีชีวิต ผมอยากจะดูแล
เธอให้ถึงที่สุด อยากจะอยู่กับเธอต่อไป 


    พวกเราไปเที่ยวในเมืองกันเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้ลมพัดเย็นสบาย ใบไม้ลอยว่อน
อยู่บนฟ้า  ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ อายะร้องเพลงออกมา

"♫ ~ ♫~♬ ~"

"♪~"


    ยูยะ เบิ่งตาออกกว้าง 

 เสียงเพลงที่เคยได้ยินก่อนหน้าที่เขาจะมายังโลกนี้

เสียงที่ทำให้เขาไม่ได้ฆ่าตัวตายไปซะก่อน

เสียงที่เขาตามหามาจากก้นบึ้งของหัวใจ

แม้ว่าเขาจะเคยเป็นนักดนตรีมืออาชีพที่เก่งกาจมากก็ตาม แต่เขาก็โหยหาเพลงที่จะ
เติมเต็มเขามาโดยตลอด

   "เป็นเธอเองงั้นหรอ ...ขอบคุณที่ช่วยผมไว้นะ ...อายะ"


พรึบ พรึบ



"อ้ะ!? เมื่อกี้ลมค่อนข้างพัดแรง พูดอะไรรึเปล่าคะ คุณพี่ชาย?"

"อื้ม ไม่มีอะไร... แต่ว่าเพลงนั้น เพราะจังเลยนะ"

"๋อ๋อ เพลงนี้ได้ยินจากคุณแม่ตั้งแต่เริ่มจำความได้น่ะค่ะ ถึงจะจำเนื้อเรื่องร้องจนจบไม่ได้ก็เถอะ..แหะ แหะ"

"แต่ผมชอบนะ เพลงนี้ของอายะน่ะ มันทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น ผมไม่เคยพบเพลงที่ดี
ขนาดนี้มาก่อนเลยล่ะ"

"พะ..พอเธอค่ะ อย่าทำหน้าจริงจังแบบนั้นสิคะ น่าอายจัง เพลงของหนูไม่ได้ดีอะไรแบบนั้นหรอก"

"แล้วซักวันผมจะร้องเพลงของผมให้อายะฟังบ้างละนะ?"

"เห เพลงของคุณพี่ชาย!? อยากฟังเร็วๆจังเลยค่ะ ร้องวันนี้เลยไม่ได้หรอคะ!?"

"ฮะๆ คงต้องขอเตรียมตัวหน่อยล่ะ"

"สัญญาแล้วนะคะ?!"

"อื้ม สัญญาเลย "

       

-------------------------------------------จบ----------------------------------------------




เน็นซังนั้น เป็นเจ้าของร้านดนตรีในชานเมือง คนไม่ค่อยเข้าเพราะเธอค่อนข้างแปลกๆ
และลึกลับหน่อยๆ แต่หลังจากมากับอายะบ่อยๆก็เริ่มชินซะแล้ว แถมยังโดนแหย่เหมือน
คนสนิทกันซะอีก

"คู่รักมาอีกแล้ว"

"อย่าล้อเล่นสิครับ ... อายะวันนี้ลองเล่น ทรัมเป็ตหน่อยใหม "

"อะ อื้ออ"

"อายะ เป็นอะไรล่ะ หน้าแดงเลย?"

"เห้อ นายงี่เง่ารึไงนะ "

"ห้ะ งี่เง่าหรอ?! เน็นซังหมายถึงอะไรหรอครับ?!"

"ม่ายรู้ม่ายชี้แล้วล่ะ"

-------------------------------------------------






ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ EndlessTears9 จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 viruscode (@viruscode) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 09:42

    bitter sweet end เฉยเลย
    #1
    0