รักล้นใจ นายปากกาทอง

ตอนที่ 2 : ในวันที่เรียนจบปริญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

บทที่2

      ขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มสิบเอ็ดนาทีแล้ว ธารศักดิ์เดินเข้าไปในห้องพัก เขาเดินไปที่ตู้เย็นแล้วนำขวดเบียร์สองขวด วางไว้ในช่องฟิชชั้นบนสุดของตู้เย็น แล้วเดินตรงไปหยิบจานพลาสติกเมลามีน ที่เขาใช้ประจำตั้งแต่อยู่หอพักนี้มาแรกๆธารศักดิ์หยิบมาสองใบ แล้วจัดแจงนำลูกชิ้นทอดกับใส้อั่วทอดลงจานแยกอย่างละใบ

ธารศักดิ์เดินไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดเพลงฟัง คอมพิวเตอร์รันเปิดวินโดว์ธารศักดิ์ถือเมาส์ แล้วเลื่อ่นเมาส์ไปคลิ๊กชื่อเพลงที่สุดของหัวใจ ของแจ้ ดนุพล แก้วกาญจณ์ เพลงเริ่มบรรเลงเสียงของแจ้ ดนุพลเริ่มขึ้น

 “ หากค่ำคืนนี้ หัวใจไม่แหลก ยับเยินเสียก่อน จะไปอ้อนวอน ขอเธออย่าตัดรอน รอก่อนวันพรุ่งนี้ “

ธารศักดิ์ร้องตามเพลงคลอๆแล้วคิดว่า ชีวิตเขาก็เหมือนกับเพลงๆนี้ เขาคิดถึงวราพรรณขึ้นมาอีกแล้ว 

ธารศักดิ์ร้องเพลงพร้อมเครื่องเล่นในคอมพิวเตอร์แล้วเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ สิบนาทีผ่านไป ธารศักด์ออกจากห้องน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาใส่กางเกงขาสั้นเสื้อโปโลมีลายแถบสีเขียววิเรเดียน สีที่เขาชอบ เป็นเสื้อที่วราพรรณให้เป็นของขวัญในตอนที่เขามีอายุครบยี่สิบเอ็ดปี เสื้อยังใหม่เพราะเขาซักด้วยน้ำยาซักผ้าอย่างดีอยู่ตลอดเขาฉีดน้ำหอมขวดละเก้าสิบเก้าพรมไปที่หน้าอกเสื้อ มีกลิ่นหอมของสารสกัดเปลือกไม้จากธรรมชาติ แม้จะเป็นน้ำหอมราคาถูกแต่ก็ให้กลิ่นที่นุ่ม สุขุม เมื่อเขาดมกลิ่นหอมของน้ำหอม เขาจินตนาการไปถึงชีวิตที่หรูหรา ในตอนที่โตเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีราศี บารมี มีครอบครัวเป็นบึกแผ่นและมีเสน่ห์ภูมิฐาน ตอนนี้เขามีอายุยี่สิบสามปีแล้วและเรียนจบมาด้วยความเคว้งคว้าง ว้าเหว่ ในตู้เย็นมีเบียร์และที่โต๊ะอาหารมีลูกชิ้นทอดกับใส้อั่วย่าง ธารศักดิ์เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้เหล็กที่เป็นของเช่ามีพร้อมสำหรับทุกห้องในอพาร์ตเม้นต์หลังนี้ เขาใช้ไม้เสียบลูกชิ้นเอ็นเนื้อยกลูกชิ้นกลมๆขึ้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ลูกชิ้นทอดเย็นชืดแล้วแต่รสหวานของน้ำจิ้ม ผสมกับรสนัวของลูกชิ้นที่ยังกรุบกรอบ ทำให้ท้องของธารศักดิ์มีน้ำย่อย เขากลืนลูกชิ้นลงไปเป็นคำแรก แล้วใช้ช้อนตัดใส้อั่วตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ กลิ่นหอมของตะไคร้ที่อวลอยู่ในคำ ทำให้เขาเคลิ้มอิ่มใจไปด้วย แล้วธารศักดิ์ก็หยิบแก้วเปล่าที่วางอยู่หลังตู้เย็น เปิดฝาตู้เย็นแล้วถือขวดเบียร์ขึ้นมาเปิดฝาด้วยที่เปิดขวด เขาค่อยๆรินเบียร์ลงไปในแก้ว เขาต้องค่อยๆบรรจงรินบียร์เพื่อไม่ให้ฟองท่วมทะลักเลอะเทอะ เขาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามเดิม แล้วยกเบียร์ขึ้นละเลียดริมฝีปาก ค่อยดื่มกลืนน้ำเบียร์เย็นๆ รสนุ่มๆเขาไม่รู้สึกว่าเบียร์มีรสขมเลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะลิ้นรับรสของเขาชาชินแล้วกับเบียร์เกรดนี้ ทานศักดิ์กินลูกชิ้นและใส้อั่วแกล้มเบียร์หมดไปขวดที่หนึ่ง

เขารู้สึกตึงๆชาๆ ใบหน้าธารศักดิ์ฝาดเลือดก่ำ เครื่องเล่นเพลงจากคอมพิวเตอร์กำลังเล่นเพลงแอบเหงาอย่างเบาๆ ทำให้ธารศักดิ์ใจเย็นอารมณ์เย็นธารศักดิ์คิดว่า เขาควรจะโทรไปคุยกับวราพรรณเพื่อขอให้เธอเห็นใจเขาบ้าง ในตอนที่เขากำลังจะก้าวหน้าไปในอนาคต

คิดแล้วธารศักดิ์จึงยกหูโทรศัพท์ประจำห้องกดหมายเลขห้องของวราพรรณทันที พอปลายสายรับโทรศัพท์ได้ยินเป็นเสียงผู้ชายทุ้มๆ ทำให้ธารศักดิ์แปลกใจเพราะคิดว่าวราพรรณพาใครมาอยู่ในห้องด้วยในเวลากลางคืนอย่างนี้ อารมณ์ดีใจที่จะได้คุยกับวราพรรณเปลี่ยนเป็นใจที่ตกวูบลง เกิดความร้อนระอุกลางใจของธารศักดิ์

“ฮาโหล “ธารศักดิ์กล่าวทักทาย

“ฮาโหล ใครน่ะ”เสียงผู้ชายที่อยู่ปลายสายถามกลับมายังธารศักดิ์ ธารศักดิ์ฟังเสียงผู้ชายกะดูอายุน่าจะมากกว่าเขา

“ขอสายพรรณหน่อยครับ บอกว่าสายจากธารครับ”ธารศักดิ์อยากรู้นักว่าใครที่ไหนที่มาอยู่ในห้องของวราพรรณตอนกลางคืนแบบนี้

“ธารไหน เป็นอะไรกับพรรณ ถ้าเป็นแฟนเก่าบอกก่อนเลยว่า คนที่กำลังคุยอยู่นี่แหล่ะเป็นแฟนใหม่ของพรรณ” ปลายสายบอกออกมามาตรงๆว่า เป็นแฟนใหม่ของวราพรรณ ทำให้ธารศักดิ์ต้องวางสาย

“อ๋อเหรอ งั้นฝากบอกพรรณด้วยว่าดูแลตัวเองดีๆนะ” ธารศักดิ์พูดจบก็วางสายลงขวับ แล้วดื่มเบียร์ ธารศักดิ์รู้สึกว่าคนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของคน เป็นคนก็เหมือนไม่ใช่คน อย่างวราพรรณเองก็เช่นกัน ทำไมไม่รู้เลยเหรอว่าความทรมานใจในความรักที่ธารศักดิ์มีต่อเธอแล้วถูกเธอดูแคลนเหยียดหยามนั้น สร้างความทรมานแก่เขาไม่น้อย ซ้ำยังได้นำใครบางคนเข้ามามีส่วนช่วยกันทำให้จิตใจของเขายิ่งทรมานร้อนรุ่มยิ่งขึ้น เธอน่าจะให้เหตุผลที่ทำให้เขาสบายใจดีกว่าการตัดเยื่อใยแบบหักหาญน้ำใจ ที่เขาอยากจะให้ชีวิตของเธอสมหวังเพราะเขา เขาที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้ากับอนาคตที่ดี อนาคตที่เขาคิดว่าจะไปสมัครทำงานในเร็วๆวันนี้ เขาคิดในเชิงลบมามากแล้วเพราะฤทธิ์ของเบียร์ พร้อมจิตใจที่เศร้าหมองอลม่าน ธารศักดิ์กำลังตกอยู่ในภวังค์รักร้าว ธารศักดิ์ดื่มเบียร์ขวดที่สองพร้อมกับกินถั่วลิสงทอดตรามือ เขาเคี้ยวถั่วลิลงเสียงดังกรุบๆ พลางก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มกลั้วคอ 

           การเรียนวิชาการปกครองที่ธารศักดิ์เรียนจบมา เขามีเพื่อนที่สนิทที่สุดอยู่หนึ่งคนคือดนุรักษ์  ดนุรักษ์เป็นคนมีอัธยาศัยดีมีไมตรีน้ำใจกว้างขวาง รูปหล่อแถมเป็นลูกคนรวยคนมีเงินจากจังหวัดทางภาคกลาง 

ดนุรักษ์เรียนจบพร้อมกันกับธารศักดิ์ เขาโทรมาหาธารศักดิ์เพราะอยากรู้ว่าธารศักดิ์เริ่มหางานทำหรือยัง หรือกลับบ้านที่จังหวัดอำนาจเจริญแล้ว 

“ติ๊ดๆๆๆ ติ่ดๆๆ ติ๊ด ติ่ดๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ของธารศักดิ์ ดังเป็นเมโลดี้แบบเชยๆที่ธารศักดิ์ชอบ

“ฮาโหล ธาร” ดนุรักษ์กล่าวทักทายธารศักดิ์

“ฮาโหล ดนุรักษ์เหรอ” ธารศักดิ์กล่าวทักทายเพื่อนรักกลับ

“เป็นไงมั่ง กลับบ้านหรือยัง หางานทำแล้วใช่มั้ย ตอนนี้อยู่ที่ห้องหรือเปล่า” ดนุรักษ์ถามเรื่องที่อยากรู้

“ตอนนี้เราอยู่ห้องนี่แหล่ะ กำลังกินเบียร์อยู่คนเดียวใกล้จะหมดแล้ว เดี๋ยวเข้านอน ยังไม่ได้กลับบ้านคิดว่าพรุ่งนี้จะหางานทำแล้ว แล้วนายล่ะเป็นไงมั่ง” ธารศักดิ์บอกเพื่อนซี้ด้วยความหงุดหงิด เพราะเพิ่งอารมณ์เสียเรื่องวราพรรณ

“ เออเราก็ดี ตอนนี้นายอยู่ห้องใช่มั้ย ดีล่ะเดี๋ยวเราไปหา เดี๋ยวนี้เลย กำลังเซ็งๆเหมือนกัน เรียนจบแล้วไม่มีอะไรให้ทำเลย เดี๋ยวซื้อเบียร์ไปสมทบ” ดนุรักษ์บอกถึงความประสงค์ของการโทรศัพท์มาหาธารศักดิ์ในครั้งนี้

ขณะนี้เป็นเวลาสามทุ่มยี่สิบสองนาที ณ ลานจอดรถของตึกอพาร์ตเม้นต์ที่ธารศักดิ์เช่าอยู่ ยังพอมีพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถอยู่ เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามาพักอาศัยเป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสองสามแห่งในละแวกนี้ มีจักรยานยนต์จอดเต็มลานจอด

ดนุรักษ์ขับรถซูซิกิสวิฟซ์สีแดงเลือดหมูคันเก่ง ที่เขาได้เป็นของขวัญจากพ่อเพราะการสอบเอ็นทรานซ์ติดเมื่อสี่ปีก่อน จากพ่อและแม่ของดนุรักษ์ เมื่อรถของดนุรักษ์มาถึงหอพักของธารศักดิ์ และจอดสนิทดนุรักษ์ก้าวลงจากรถ ปิดประตูรถ พร้อมหิ้วถุงพลาสติกที่มีเบียร์สิงห์อยู่สี่ขวดพร้อมขนมขบเคี้ยว มีถั่วลิสงทอดตรามือที่ธารศักดิ์ชอบอยู่ด้วย เมื่อโทรไปบอกธารศักดิ์ว่าตนได้มาถึงแล้ว ธารศักดิ์จึงลงจากตึกเปิดประตูอพาร์ตเม้นต์ด้วยคีย์การ์ด เพื่อมารับให้ดนุรักษ์เข้าไป

“มาๆ กำลังกรุ่มๆเคลิ้มๆอยู่พอดี นายมาก็ดีแล้ว เรามีเรื่องอยากจะคุยเยอะแยะเลย” ธารศักดิ์เห็นเพื่อนรักถือขวดเบียร์พร้อมมีขนมขบเคี้ยวและถั่วลิสงทอด ก็ดีใจ

แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในตึก ในระหว่างที่กำลังเดินจะเข้าห้อง ธารศักดิ์เห็นประตูห้องของวราพรรณเปิดไว้ และเห็นเธอเดินออกมาจากห้องกำลังพูดคุยอย่างอารมณ์ดี กับคนที่อยู่ในห้องที่กำลังใส่รองเท้าพร้อมที่จะออกมาจากห้อง 

เมื่อธารศักดิ์เห็นวารพรรณและคนที่ออกมาจากห้องของวราพรรณ ปรากฏว่าเป็นอาจารย์คนเดียวกันที่ธารศักดิ์เพิ่งคุยที่หน้ามินิมาร์ตเมื่อตอนหัวค่ำ ธารศักดิ์และดนุรักษ์เห็นดังนั้น ทั้งวราพรรณและอาจารย์เดินผ่านมาสวนทางกันตรงโถงทางเดิน ดนุรักษ์เห็นอาจารย์ที่เขาเคารพมากคนหนึ่งจึงได้ยกมือไหว้ วราพรรณทำหน้าตกใจที่เห็นธารศักดิ์กับเพื่อนซี้ และธารศักดิ์ที่กำลังอยู่ในอาการโกรธทั้งวราพรรณและอาจารย์ เดินผ่านอย่างเฉยๆ 

“สวัสดีครับอาจารย์ เป็นไงมาไงครับถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้” ดนุรักษ์กล่าวสวัสดีคณบดีจากคณะที่เขาเพิ่งเรียนจบออกมา เขาเองก็รู้สึกเคืองอยู่นิดๆ ที่เห็นอาจารย์ผู้ชายมาอยู่กับนักศึกษาสาวรุ่นสองต่อสองในห้องพัก ซ้ำยังเป็นวราพรรณแฟนเก่าของเพื่อนรักอย่างธารศักดิ์ 

“อ้อสวัสดีๆ อาจารย์มาติววิชาเรียนให้วราพรรณน่ะ กำลังจะกลับบ้านแล้ว อาจารย์ไปก่อนนะ” อาจารย์รีบๆยกมือไหว้ อย่างลุกลนแล้วเดินจากทั้งสองไปพร้อมกับวราพรรณ เมื่อธารศักดิ์เห็นดังนั้น คิดจะง้างมือกำหมัดขึ้นต่อยอาจารย์สักหมัดสองหมัด แต่ก็ทำได้แค่กัดฟันเดินผ่านไป เมื่อวราพรรณและธารศักดิ์สบตากัน มีแววตาจืดชืดปนเบื่อหน่าย มีแต่ธารศักดิ์ที่เป็นฝ่ายเศร้าเสียใจ ธารศักดิ์และดนุรักษ์เดินไปที่หน้าห้อง ธารศักดิ์เปิดกุญแจห้องแล้วทั้งสองก็เข้าไปในห้องพักของธารศักดิ์ ดนุรักษ์เดินไปที่ตู้เย็นตั้งไว้ เขาเปิดตู้เย็นเอาเบียร์สิงห์สามขวดใส่เข้าไปในช่องฟิช ที่เหลืออีกหนึ่งเขาเปิดฝาขวดแล้วตั้งไว้ที่พื้น และนั่งขัดสมาธิลงที่พื้นห้องที่ปูด้วยกระเบื้องสีฟ้าอ่อน ธารศักดิ์เดินไปหยิบแก้วเปล่ามาให้ดนุรักษ์ พร้อมทั้งถือขวดเบียร์ลีโอที่เขาดื่มเหลือไว้และแก้วเบียร์ของตัวเองมานั่งขัดสมาธิลงที่พื้นพร้อมกับเพื่อนรักที่กำลังรอดื่มเบียร์ด้วยกัน ดนุรักษ์แกะถุงมันฝรั่งทอดเลย์รสซาวน์ครีมและถั่วลิสงทอดตรามือที่ธารศักดิ์ชอบ แล้วธารศักษ์ก็รินเบียร์ลีโอของเขาที่ยังเหลือให้ตัวเองและดนุรักษ์เช่นเดียวกัน

“อ้าวดื่มเบียร์เราไปก่อนนะ ยังเหลืออยู่เบียร์ลีโอนายกินได้ใช่มั้ย” ธารศักดิ์ที่กำลังกรุ่มๆด้วยเบียร์อยู่ก่อน รินเบียร์ลีโอให้ดนุรักษ์ แล้วดนุรักษ์ก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ธารศักดิ์ก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวเช่นกัน

“เดี๋ยวเราเปิดเพลงก่อนนะ” แล้วธารศักดิ์ก็เดินไปคลิ๊กเลือกเพลงที่เขาเปิดคอมพิวเตอร์ค้างไว้ เมื่อตอนที่เดินลงจากตึกไปรับดนุรักษ์ เพลงใช่เลยของไท ธนาวุฒิ บรรเลงขึ้น

-ใช่เลย คือคนนี้เลย ไม่มีมากไป ไม่มีน้อยไป ถูกใจทุกอย่าง-เสียงของไท ธนาวุฒิ เริ่มขึ้น

“นายฟังเพลงแบบนี้เหรอ เพลงยุคเก่านิ แต่ก็เพราะดี เราก็ฟังเพลงไทยเยอะ แต่เพลงไทยสมัยใหม่รุ่นเราๆ ก็คงเป็นบอดี้สแลมแหล่ะนะ ที่ดังที่สุด” ดนุรักษ์เป็นคนที่ชื่นชอบเพลงของบอดี้สแลมเหมือนกันกับธารศักดิ์ 

เบียร์ลีโอหมดไปแล้ว ดนุรักษ์จึงรินเบียร์สิงห์ ใส่แก้วเปล่าของธารศักดิ์และแก้วของตัวเอง

“มา มาเข้าเรื่องมา เรื่องวราพรรณเราว่านายตัดใจได้ก็ตัดใจเสียเถอะ ไม่ต้องอาวรณ์ เราได้ข่าวว่าอาจารย์ทัษเป็นคนมาจากทางเหนือ แกเป็นโสดมานาน ไม่มีเมียไม่มีลูก มีเด็กนักศึกษาหลายคน ก้าวหน้าในตำแหน่งมาได้ เพราะส่งลูกศิษย์เข้าทำงานเป็นใหญ่เป็นโตมามาก ลูกศิษย์ที่มีบารมีในสังคมก็เลยดันอาจารย์ขึ้นเป็นคณบดี ส่วนวราพรรณผู้หญิงที่เขาชอบแฟนแก่ๆน่ะ เขาก็เห็นความรวยความภูมิฐาน ที่เขาไม่สนใจคนรุ่นหนุ่มเด็กนักศึกษาหรือเด็กจบใหม่ ก็คงเป็นเพราะคนรุ่นๆเราไม่มีเงิน สมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหล่ะ โลกทุนนิยมทั้งนั้น”

ดนุรักษ์เล่าเรื่องอาจารย์ทัษและวราพรรณที่เป็นสาวภูเก็ตให้ธารศักดิ์ฟัง ธารศักดิ์ได้ยินดังนั้น จึงตกลงว่าจะทำใจให้ได้ตามคำแนะนำของเพื่อนรัก

“ตกลง เอาวะไอ้ธาร ทำใจได้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าปล่อยให้ช้ำไปนาน โลกไม่ได้แตกซะหน่อย คนอื่นๆเขาก็ยังอยู่ได้นี่นะ คืนนี้ขอดื่มให้กับความสำเร็จทางการศึกษาและขอปล่อยให้นกให้ปลาได้ลอยให้บินไปตามทางของมัน ชนแก้วกันดนุรักษ์” ธารศักดิ์ตัดใจ ว่าแล้วธารศักดิ์ก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นพร้อมทั้งดนุรักษ์ที่ยกแก้วเบียร์ขึ้นกระทบเสียงดังกริ๊ก แล้วทั้งสองก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นซดเอื้อก 

“ใช่ ที่สังคมอยู่มีชีวิตอย่างนี้โทษใครไม่ได้หรอก ถ้าจะโทษก็โทษคนสร้างโลกแล้วเราก็เกิดมาไม่ทันสมัยนั้นด้วยน่ะสิ จะไม่ชอบการมีชีวิตอยู่ของคนอื่นไม่ได้หรอก แม้แต่เราสองคนเองก็เถอะ เวลาผ่านไปอีกหกสิบเจ็ดสิบปีก็ตายจากกันแล้วเหมือนกันนั่นแหล่ะ” ดนุรักษ์เข้าใจสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนกล่าวกับธารศักดิ์ที่กำลังทำใจ เบียร์หมดขวดที่หนึ่ง ทั้งสองจึงนำเบียร์ที่เหลือแกล้มขนมขบเคี้ยวคุยกันไปเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระ พวกเขาดื่มเบียร์หมดทุกขวด ธารศักดิ์เมามากและดนุรักษ์ก็เมาเช่นเดียวกัน ทั้งสองนอนแผ่หลาลงนอนหลับปางตายที่พื้นห้องพัก จนถึงเช้าของวันใหม่

        ธารศักดิ์พยายามหางานทำ จากการประกาศรับสมัครงานในอินเตอร์เน็ต มีงานที่น่าสนใจอยู่บ้างแต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร เขาสมัครงานในที่ต่างๆและไปสอบสัมภาษณ์อยู่หลายที่ แต่ไม่มีบริษัทไหนที่รับนักศึกษาจบใหม่ เขาต้องรออยู่เป็นราวหนึ่งอาทิตย์สองอาทิตย์ กว่าจะได้สัมภาษณ์งานในแต่ละที่ก็เสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินที่ยังเหลืออยู่เป็นเดือนสุดท้ายที่พ่อและแม่ส่งมาให้ใช้กินอยู่ ถ้าเงินหมดก็คงต้องกลับไปอยู่กินที่บ้าน จนเมื่อมีงานหนึ่งที่น่าสนใจและคิดว่าเป็นงานที่ไม่ยากเกินไปคืองานนักเขียนสำนักพิมพ์ ธารศักดิ์คิดว่าเขาเรียนจบมาถึงขนาดนี้แล้ว วิชาการและความรู้เขามีพร้อมและเขาน่าจะทำได้ เขาน่าจึงสมัครงานนั้นลองดู จนเมื่อได้เข้าสอบสัมภาษณ์ ทางบริษัทสำนักพิมพ์ที่ธารศักดิ์ไปสมัครตอบรับ เพราะยินดีให้นักศึกษาจบใหม่ได้เข้าทำงาน และพร้อมที่จะให้ทดลองงานเป็นเวลาสี่เดือนก่อนบรรจุเป็นพนักงานประจำ เมื่อธารศักด์ผ่านสัมภาษณ์ เขาจึงได้เข้าทำงานที่นั่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น