หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

ตอนที่ 43 : 12.2 ชายผู้เป็นรักแรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

เสียงเคาะประตูจากหน้าบ้านทำให้หนุ่มใหญ่ที่นั่งตรงโต๊ะอาหารเงยหน้าเล็กน้อย คิ้วขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย กระทั่งเสียงหวานใสเอ่ยพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงอ่อนเยาว์โผล่พ้นประตูครัว แผ่นหลังของเชษก็เหยียดตรงนิ่งเกร็งทันที

“คุณเชษคะ รุ้งทำบัวหิมะมาฝากค่ะ”

เจ้าของบ้านก้มมองขนมที่ตนกำลังทานอยู่ นึกถึงคนเอามาให้อย่างคาดโทษ

ไม่น่าหลงกลกศิณาเลย รู้อยู่ว่าบุตรสาวเจ้าเล่ห์ขนาดไหน บอกว่าซื้อมาจากตลาดแถมมีเขียนราคาไว้ด้วยปากกาสีดำที่ฝาพลาสติก ทั้งที่เขาถามย้ำแล้ว เนื่องจากหน้าตาคล้ายของที่พลอยรุ้งเคยทำมาฝากชอบกล

“ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมอิ่มแล้ว” เชษค้อมศีรษะให้เล็กน้อย ลุกเดินจากทั้งที่ยังทานขนมบนโต๊ะไม่หมด

ในขณะที่เจ้าของบัวหิมะได้แต่มองตามตาปริบ อดนึกสงสัยไม่ได้ ขนมของตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อมีแค่กศิณาที่เธอให้ขนมมา หรือว่าเด็กสาวจะเอามาฝากผู้จัดการไร่

ดูท่าว่าสองคนนี้ชักจะยังไงเสียแล้ว

พลอยรุ้งได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ตัดสินใจวางขนมที่นำมาให้ไว้บนโต๊ะ สอดส่องหากระดาษพร้อมเขียนโน๊ตทิ้งไว้

...ขอบคุณนะคะ...

ก่อนขึ้นรถรางของรีสอร์ตที่จอดรออยู่ ไม่วายทอดสายตามองตามแผ่นหลังของคนที่เดินห่างออกไป ท่ามกลางไฟจากข้างทางที่เลือนราง แม้จะมืดเพียงไหนแต่การเคลื่อนไหวนั้นชัดเจนเสมอ และเธอก็จำได้ว่าเขาคือคนที่พึ่งเดินหนีเธอ ออกจากบ้านของเขาเอง

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมยามเผชิญหน้าเชษถึงได้ดูใจร้ายนัก แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ใจดำจนเกินไป ต้องขอบคุณผู้จัดการสำนักงานของไร่ที่คอยบอกเล่าให้ฟังว่าความหวังดีเหล่านั้นมาจากใคร และทำให้เธอมีกำลังใจที่จะชอบเขาต่อไป

ชายผู้เป็นรักแรกพบ

 

เมื่อพ้นจากตัวบ้าน เชษก็ไม่ได้เร่งฝีเท้าอีก ใจหนึ่งก็กะจะไปตามคิดบัญชีกับกศิณา ในขณะที่ประเด็นสำคัญกว่าคือไม่อยากสนทนากับพลอยรุ้ง ก่อนจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ จึงหยุดเดินแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสาย

“คุณทิมครับ เรื่อง เอ่อ...ที่รีสอร์ต สรุปว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

“เห็นคุณรุ้งบอกว่าท่อน้ำด้านหลังเรือนใหญ่รั่วครับ แล้ววันนี้ช่างที่รีสอร์ตออกไปซื้อของในอำเภอพอดี เลยจะมาขอยืมช่างจากไร่ไปช่วย”

“คุณทิมจัดการให้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”

“เรียบร้อยตั้งแต่กลางวันแล้วครับอาเชษ”

“คุณทิม...ไม่ได้บอกไปใช่ไหมครับ ว่าผมบอกคุณ”

“ครับ! ไม่ได้บอกครับอาเชษ รูดซิปปากสนิทเหมือนทุกครั้ง ก็แค่ตีเนียนเข้าไปชวนคุยว่าคุณรุ้งมาทำอะไรที่ไร่ แค่นั้นเองครับ” เสียงหัวเราะที่ดังมาตามสาย เรียกรอยยิ้มผ่อนคลายจากใบหน้าหนุ่มใหญ่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างที่ตามหาเดินอยู่ไวๆ จึงขอวางสายแล้ววิ่งไปดักหน้า

“ตัวแสบ มานี่เลย หลอกมาได้นะ หนูซื้อมาจากตลาด หนูเคยหลอกใครที่ไหน เชื่อหนูสิ หัวหงอกนี่ก็เชื่อซะเต็มเปาเลย” เชษแกล้งพูดทีเล่นทีจริง ก่อนจะล็อกคอบุตรสาว เหล่มองรอบด้านแล้วไม่พบใครจึงเคาะหัวเบาๆ ไปสองสามที

“เฮ้ย! ใจเย๊น...ใจเย็นเกิดหนูสมองเสื่อมขึ้นมานี่ ติดแหง็กอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตนะ ฉะนั้นอย่าพึ่งประทุษร้ายหนูเลย เด็กตาดำๆ ไม่รู้เรื่อง”

ทีท่าน่าหมั่นไส้ ทำให้คนเป็นพ่อแจกของแถมเป็นมะเหงกอีกสองลูก

“ไม่ติดแหง็กหรอก เอาไปชั่งกิโลขายน่าจะได้หลายตังค์ ว่าแต่ไปเอาบัวหิมะมาจากรีสอร์ตได้ยังไง”

กศิณาเงยหน้ามองคนที่เข้าสู่โหมดจริงจัง แกล้งหรี่ตาแล้วยกนิ้วชี้หน้าผู้สูงวัยกว่าอย่างไม่เกรงกลัว

“สรุปมันอะไรยังไงกันแน่ คุณรุ้งออกจะน่ารัก ทำไมถึงต้องไม่ชอบเขาด้วย” เอ่ยถามข้อสงสัยที่คาใจตั้งแต่ตอนเอาขนมไปให้ เมื่อเธอถามว่าทำไมตอนกลางวันไม่ช่วยพลอยรุ้ง พ่อกลับตอบว่าคนทางรีสอร์ตไม่มีอะไรให้ช่วยหรอก มาแนวนี้หลายรอบแล้วเลยขี้เกียจคุย

ไหนจะเรื่องขนมอีก จนอดจะสงสัยไม่ได้ ทำไมคนตรงหน้าต้องตั้งแง่กับพลอยรุ้งขนาดนั้น ดีนะที่ศานต์ไม่เคยบอกว่าอาหารที่ถือมาฝากบ่อยๆ มาจากใคร ไม่อย่างนั้นไม่มีทางแตะแน่ๆ

“ไม่ได้ไม่ชอบ แต่…” ยังไม่ทันพูดจบก็สังเกตเห็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่ห่างออกไป เชษผละออกจากบุตรสาวแล้วก้าวยาวด้วยขาแกร่งตรงไปหาบุคคลตรงหน้าทันที กศิณารีบตามไปห่างๆ อย่างเงียบเชียบ คอยสังเกตการณ์

คุณศานต์ คุณอาคเนย์ คุณไพลิน…

“สรุปพรุ่งนี้พี่ลินจะเข้าไปในตัวอำเภอกี่โมงครับ พวกเราจะได้จัดเตรียมรถให้” หนุ่มผิวเข้มเอ่ยถาม ในขณะที่ผู้มาใหม่เดินถึงวงสนทนาพอดี

“พรุ่งนี้คุณลินจะเข้าเมืองหรือครับ เดี๋ยวผมขับรถไปให้ไหม คุณศานต์เห็นว่ายังไงบ้างครับ” ผู้จัดการไร่อาสาตัวทันทีเมื่อมาถึง

“ได้นะครับ พรุ่งนี้ที่ไร่ไม่มีอะไรพิเศษ แถมเป็นวันหยุดด้วย ให้อาเชษขับไปให้ดีกว่าครับพี่ลิน คนพื้นที่ด้วย”

ไพลินปรายตามองผู้จัดการไร่เล็กน้อย แล้วทำเพียงแค่พยักหน้ารับด้วยท่าทางไว้ตัว

“ยุ้งขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ พอดีนึกได้ว่ามีธุระในเมือง จะได้ไม่ต้องรอรถสองแถวเข้าไป” กศิณาที่ตอนแรกยืนเงียบๆ รีบกล่าว กะพริบตาปริบๆ มองรอบวงเป็นการขอร้องให้เธอติดรถไปด้วย

“ก็ดีเหมือนกันนะ เผื่อยุ้งข้าวจะได้ไปช่วยถือของด้วย อ้อศานต์ อย่าลืมดูแผนผังใหม่ที่เอามาให้นะ ปรับแล้ว เผื่อถูกใจเรา พี่รอรับโทรศัพท์อยู่” ไพลินกล่าวก่อนขอตัวจากไปพร้อมอาคเนย์

ในขณะที่คนขับรถในวันพรุ่งนี้มองตามเล็กน้อย แล้วเหลือบมามองคนใกล้ตัวแทน

“ธุระอะไรของเราที่จะต้องเข้าไปตัวอำเภอพรุ่งนี้” เชษหรี่ตามองอย่างสงสัย ในขณะที่เจ้าของไร่ก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน

“ใช่ มีอะไร จะไปไหน อยากได้อะไรหรือเปล่า จริงๆ ฉันพาไปก็ได้นะ” ศานต์อาสา

“ก็พรุ่งนี้ยังไงอาเชษก็เข้าไปอยู่แล้ว ไปคันเดียวประหยัดน้ำมัน คุณจะมาพาฉันไปอีกทำไมฮะ” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูด เผลอย่นจมูกทำแก้มป่องใส่ผู้เป็นนายอย่างลืมตัว

ก็เขาชวนง่ายๆ ราวกับว่า เจ้าของไร่พาคนงานเข้าอำเภอเป็นเรื่องธรรมดา

ศานต์ขมวดคิ้วมองภาพนั้นนิ่ง รู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับตอนที่เจอหน้าครั้งแรกที่สถานีรถไฟ แต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเคยเห็นที่ไหน

“เผื่อวันอื่นไง จะได้ไม่ต้องลำบากนั่งรถสองแถวไป” เขาเอ่ยยืนยัน แม้วันนี้หลังจากกลับจากขี่ม้า ความสงสัยในตัวกศิณาจะลดลงไปเกือบหมด แต่มันยังเหลือเศษเสี้ยวบางเบาไว้ ถ้าอยากปัดมันทิ้งไปก็คงต้องรีบตามติดจนไว้ใจในพฤติกรรมของหญิงสาว

“โธ่...ไม่ลำบากหรอกคุ๊ณ “

กศิณาอมยิ้มเจ้าเล่ห์ จะลำบากอะไร เพราะคราวหน้าที่เธอจะเข้าเมืองคงไม่มี นอกเสียจากว่า...พ่อจะไปก็เท่านั้น


*****

อาเชษนี่ก็...แอบซึนนะ แล้วทำไมต้องเลือกปฏิบัติละเนี่ย

ไอ้ยุ้งก็รอหาคำตอบอยู่นี่แหละ

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

244 ความคิดเห็น