หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

ตอนที่ 27 : 8.2 คำมั่นสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

กศิณาเดินตามเจ้าของบ้านขึ้นเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่ ห้องรับแขกค่อนข้างมืด ดีที่แสงสว่างจากหลอดไฟหน้าบ้านสาดเข้ามาบางส่วน ร่างสูงเดินตรงไปถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย เธอแอบอมยิ้มคิดค่อนแคะเขาในใจ ศานต์คงชินกับการอาศัยมืดๆ ลืมไปว่าคนนอกอย่างเธออาจจะสะดุดหกล้มได้ ดีนะที่ตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์แทบไม่เปลี่ยนทำให้ไม่เกิดเหตุสะเทือนขวัญ

ไฟในห้องครัวสว่างขึ้นเผยให้เห็นข้าวของเรียงเป็นระเบียบสบายตา โต๊ะไม้ขนาดสี่ที่นั่งตั้งชิดหน้าต่างฝั่งหลังบ้านซึ่งปิดสนิท ด้านขวามีตู้กับข้าวชั้นล่างสุดสำหรับวางจามชาม ถัดมาเป็นตู้เย็นโนฟรอสสองประตูสูงระดับไหล่ของชายหนุ่ม ฝั่งตรงข้ามติดหน้าต่างที่เปิดอ้าเป็นซิงค์ล้างจาน ข้างๆ กันเป็นเตาแก๊ส ตามด้วยชั้นสำหรับวางหม้อ กระทะ ครก ชั้นบนเป็นเครื่องปรุงต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำอาหาร

“โห...คุณทำกับข้าวทานเองหรอคะ นี่ฉันโชคดีถึงขนาดได้กินฝีมือเจ้าของไร่เลยเหรอเนี่ย เป็นบุญจริงๆ” กศิณาแกล้งกระเซ้า

“รอบหน้าแล้วกัน ขืนรอฉันทำเธอคงขาดใจก่อนพอดี วันนี้แม่แก้วทำข้าวเย็นมาให้เยอะฉันเลยเก็บไว้ เดี๋ยวเวฟให้ รับรองแป๊บเดียวได้กิน”

เขากล่าวโดยไม่ได้หันกลับมามอง สาละวนกับการหาของในตู้เย็น หยิบปิ่นโตสี่เถาออกมา คว้าจานชามก่อนตรงไปที่เตาอบไมโครเวฟซึ่งวางอยู่บนตู้ไม้เตี้ยมุมห้อง กศิณาเดินเข้าใกล้หวังช่วยผ่อนแรง แต่กลับถูกสายตาดุห้ามไว้ จึงยิ้มแหยให้เขายอมนั่งลงรอคอยแต่โดยดี

อาศัยจังหวะที่ศานต์กำลังยุ่งสำรวจรอบห้อง นานมากแล้วที่เข้ามาที่นี่ นานจนเขาอาจจะจำเธอไม่ได้ แต่กศิณาจำได้ดีที่แรกที่ได้พบศานต์ก็คือห้องครัวแห่งนี้

เผลอหยุดมองที่ตู้ไม้มุมห้อง เพ่งราวกับจะให้ทะลุถึงด้านในจุดที่อยากสำรวจมากที่สุด อยากรู้ว่าเขายังเก็บบางอย่างไว้หรือไม่ แต่ตอนนี้ไม่มีสิทธิ์กระทำตามใจได้

เธอเปรียบเสมือนคนแปลกหน้าสำหรับเขา

กศิณาหันกลับมามองร่างสูงที่จัดการอุ่นอาหารอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากอิ่ม แม้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปแต่ศานต์ยังคงใจดีเหมือนเดิม

ตอนเด็กเธอจำไม่ได้หรอกว่าไร่นี่อยู่ส่วนไหนของปากช่อง แม้แต่ชื่อไร่ก็ไม่รู้ พยายามถามพ่อก็หลายครั้ง แต่เมื่อเชษปิดปากเงียบจึงต้องปล่อยผ่าน ตั้งมั่นว่าจัดการเรื่องแม่เรียบร้อยเมื่อไหร่จะตามหาผู้ชายคนนี้ให้เจอให้ได้

เจอ...เพื่อที่จะทำตามคำสัญญา สัญญาที่เหมือนเชือกร้อยเชื่อมความสัมพันธ์ แต่พันธะนั้นจะเหนียวแน่นหรือขาดสะบั้น อยู่ที่การกระทำล้วนๆ

การได้เจอเขาที่นี่อาจเร็วกว่าที่เธอคาดไว้ แต่กศิณาเตรียมพร้อมที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้สัญญานั่นตั้งแต่เอ่ยมันออกไปแล้ว

‘...จะดูแลปกป้องพี่ตัวใหญ่ไปตลอดชีวิต

แต่คืนนี้ก็ปล่อยให้เขาดูแลในฐานะเจ้าของบ้านไปก่อนแล้วกัน

ไม่นานดังที่เขาออกตัวไว้ กับข้าวอุ่นๆ ก็เสิร์ฟถึงที่ ต้มยำไก่หอมฉุยส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย แล้วยังยำหมูยอที่เขาโฆษณาว่าอิมพอร์ตมาจากอุบลครั้งอาคเนย์ไปเยี่ยมกิจการโรงแรมที่นั่น นอกจากนี้ยังมีลูกชิ้นนึ่งเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

คงกะว่าเธอจะได้ไม่ต้องวิ่งโร่ไปที่โรงครัวตอนตีสี่แล้วกระมัง ถึงจัดอาหารมาให้ทานมากมายขนาดนี้

“คุณทานด้วยหรือเปล่าคะ”

“ไม่ กินคนเดียวหมดไหม”

กศิณาพยักหน้ารับเผลอเลียปากแผล่บ ถามเขาไปอย่างนั้นแหละจะได้มั่นใจว่าทานได้เต็มที่ สายกินอย่างเธอมีหรือจะทำให้เขาผิดหวัง

เริ่มตักอาหารเข้าปากคำแรก ก่อนจะตามด้วยคำที่สอง คำที่สาม และคำต่อๆ มา แม้เธอจะเป็นคนเอ็นจอยอีตติ้ง แต่จริงๆ แล้วอาหารที่ชอบมีไม่กี่ที่ มีแค่ฝีมือคุณย่า ฝีมือคุณพ่อ แล้วนี่ก็กำลังจะเป็นที่ที่สาม จึงอดเอ่ยชมไม่ได้ว่าแม่ครัวของที่นี่ทำอาหารอร่อยดีเหลือเกิน

“แม่แก้วคือแม่ไอ้ช้อง ถ้ายังไงเธอไปขอกินอาหารแม่แก้วได้ตลอดนะ บ้านช้องออกประตูท้ายไร่ข้ามลำธารไปก็ถึง ตั้งอยู่หลังเดียวโดดๆ เลย ไอ้ช้องมันน่าจะยอมแบ่งให้ ถึงจะกินเยอะเหมือนกันก็เถอะ” ศานต์เอ่ยกลั้วหัวเราะ มุมปากแย้มยิ้มอารมณ์ดียามพูดถึงเพื่อนสนิท

กศิณาพยักหน้าหงึกหงักยิ้มรับ หมายมาดว่าเธอจะไม่พลาดสิ่งที่เขานำเสนอ เมื่อหมดเรื่องคุยเธอจึงก้มหน้าก้มตาทานต่อแต่ยังแอบมองเขาเป็นระยะ เห็นว่าศานต์นั่งจิบน้ำเปล่าเป็นเพื่อนโดยไม่มีน้ำอื่นเจือปนก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก

ครั้งแรกที่เจอเขาในห้องนี้...บนโต๊ะมีขวดน้ำสีอำพัน

“เอ่อ...ที่นี่มีแต่น้ำเปล่าเหรอคะ” อดใจถามไม่ได้

คิ้วของเขาเลิกขึ้นทันที “อยากกินพวกน้ำอัดลมเหรอ ฉันไม่มีติดบ้านไว้เลย น้ำเปล่านี่แหละดีที่สุดแล้ว”

“ค่ะ” กศิณารับคำอ้อมแอ้ม รวบช้อนเมื่ออาหารทุกอย่างหายเกลี้ยง ยกน้ำดื่มขึ้นปิดท้าย

“อิ่มแล้ว?” เขาถามอย่างกับว่ายังเหลือสต๊อกอาหารในตู้เย็น

“อิ่มแปล้เลยคุณ คุณนี่ช่วยชีวิตฉันเลย ถ้าไม่ได้อาหารมื้อนี้นะ คืนนี้นอนไม่หลับชัวร์!”

คนช่วยชีวิตเผลอยิ้มตาหยีตามคนที่อิ่มท้องพร้อมนอนหลับ

“เออ เดี๋ยวนะ พึ่งนึกได้ มัวแต่มองเธอกินเพลินเลย นั่งเฉยๆ นะ”

คนพูดลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้องครัว


*****

อยู่ดีๆ ก็หาย...ลุกไปไหนเนี่ยคุณศานต์

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

244 ความคิดเห็น