หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,861 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    44,861

ตอนที่ 89 : 26.2 เมื่อเจ้าของไร่ไม่อยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

ราวกับไร่ไอศวรรย์ต้องคำสาป เมื่อเจ้าของไร่ไม่อยู่แค่เพียงวันเดียวเท่านั้นก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เสียงอื้ออึงและร้องตะโกนจากด้านนอกที่พัก เรียกให้กศิณาที่กำลังตบแป้งส่งท้ายหลังจากทาครีมกันแดดเร่งมือ คว้าหมวกที่หน้าตู้เสื้อผ้า วิ่งออกจากห้องหวังแวะไปสอดส่องก่อนเข้างานกะพิเศษว่ามีอะไรเกิดขึ้น

ด้านนอกคนไม่เยอะเพราะคนงานที่พักที่ไร่มีไม่เท่าไร ทว่าที่เธอเห็นด้วยสายตาตอนนี้มีทั้งคนที่ทำงานกะพิเศษ กับบางคนที่ไม่น่าใช่ เพราะยังอยู่ในชุดนอนเสียด้วยซ้ำ

เสียงเอะอะและเสียงฝีเท้าที่ดูเร่งร้อนนั้นดังสนั่นไปทั่วจนกศิณาชักหวั่นใจ รีบวิ่งตามไปเพราะรู้ดีว่ากลุ่มคนจะทำให้เธอถึงที่เกิดเหตุที่เธอไม่รู้ว่ามันคือที่ใดได้เร็วขึ้น

ใกล้กับถนนที่นำไปสู่ทางเข้าออกไร่ ต้นมะค่าโมงที่เคยแผ่กิ่งก้านเป็นอุโมงค์ต้นไม้สวยงามกลับล้มขวางกลางถนนถึงสองต้น ผู้คนมากมายยืนล้อมรอบ เว้นระยะไว้ไม่เข้าใกล้มากเกินไป

เมื่อคืนไม่มีพายุใด มองดูพื้นถนนแม้แต่ฝนสักเม็ดก็ไม่มี กศิณาแน่ใจ จึงวิ่งผ่ากลางวงเข้าไป แม้ว่ามันออกจะโดดเด่น แต่ก็เพื่อจะมองหาเป้าหมายที่จะตอบเรื่องราวทั้งหมดได้

หลักฐานอยู่นั่น! ที่โคนต้นไม้นั่นเอง

เพื่อนสนิทของเจ้าของไร่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าขายาวนั่งยองๆ ลูบคลำตอที่เหลืออยู่อย่างพินิจ กศิณาไม่อยากทำให้คนตรงหน้าเสียสมาธิจึงอดทนรอ กระทั่งช้องนางรู้สึกตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมาหา เธอจึงป้องปากกระซิบข้างหูสัตวแพทย์สาวอย่างร้อนใจ

“คุณช้องคะ มีคนตั้งใจใช่ไหมคะ ดูรอยแล้วเหมือนตั้งใจโค่นไม่มีผิด” กล่าวพลางเหลือบตามองเพื่อบอกใบ้ให้คุณช้องรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร

ผิวไม้ช่วงแรกของลำต้นฝั่งตรงข้ามถนนนั้นเรียบกริบ เป็นหลักฐานได้อย่างดีว่าอาจจะมีการจามต้นไม้ก่อนจะถูกทำให้ล้มลง อีกทั้งไม่มีพายุหรือลมกระโชกแรงใดๆ ถึงต้นไม้จะไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหักได้ง่ายๆ แบบนี้

ช้องนางพยักหน้ารับรู้ ทีท่าสงบไม่เอิกเกริก ไม่อาจรู้ได้ว่าคนร้ายอยู่แถวนี้หรือไม่ จึงไม่อยากให้ไหวตัวทัน แม้ว่าหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าจับมือใครดมไม่ได้ก็ตาม

ช้องนางซึ่งถูกมอบหมายให้คุมไร่แทนเดินไปออกคำสั่งให้คนงานผู้ชายช่วยกันลากต้นไม้เข้าข้างทางได้ เนื่องจากเธอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดแล้ว ก่อนจะเอ่ยปากเตือนคนงานกะพิเศษที่ใกล้ถึงเวลาทำงานให้ไปปฏิบัติหน้าที่ของตน

กศิณาจึงขอตัวเช่นกัน รู้ดีว่าไม่มีอะไรน่าห่วงอีกต่อไปเพราะช้องนางสามารถคุมสถานการณ์ได้ ก็อย่างที่เคยได้ยินมา เผลอๆ หญิงสาวจะคุมงานในไร่ได้ดียิ่งกว่าเจ้าของตัวจริงด้วยซ้ำ

แกร่บ...

สัมผัสได้ถึงสิ่งของใต้เท้าทันทีที่เธอก้าวถอยหลัง ก้มหน้าลงช้าๆ ดวงตาหรี่ลงอย่างพินิจ แอบยกเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วรีบวางกลับลงไปเมื่อมองเห็นว่าคืออะไร

“คุณช้องคะ คุณช้อง” เรียกเบาหวิวเสียบแทบจะมีแค่ลมที่ผ่านออกจากปาก กระนั้นเธอก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเรียกแบบนี้ต่อไป แม้ว่าคนถูกเรียกจะอยู่ห่างออกไปพอสมควร

จนกระทั่งสัตวแพทย์สาวหันกลับมาเห็น ใบหน้าหวานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เดินเข้ามาใกล้ทันทีที่พบว่ากศิณากวักมือเรียก

“ยุ้งมีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่ไปทำงาน ทางนี้ฉันพอจะจัดการได้นะ”

“คุณช้องยื่นหูเข้ามาหน่อยค่ะ พอดียุ้งขยับออกจากจุดไม่ได้”

ช้องนางทำตามที่ถูกขอร้องทันที

“ใต้เท้าซ้ายยุ้งมีนาฬิกา ไม่รู้ของใคร ยุ้งเหยียบเมื่อกี้ เลยเหยียบไว้จะได้ไม่มีใครเห็น เผื่อมันเป็นหลักฐานสาวถึงตัวคนร้ายค่ะ”  

กศิณาว่าพลางยกเท้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าก้มมอง ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นสบตากัน มันไม่ใช่ของที่จะมาตกอยู่แถวนี้ หรือถ้าบังเอิญมีคนทำหล่นไว้ก็น่าจะมีคนออกตามหา แต่ถ้าไม่...ก็แปลว่าเจ้าของไม่อยากแสดงตัว

“มีผ้าไหมคะ ผ้ากับถุง จะได้ไม่ติดลายนิ้วมือเรา แต่ยุ้งว่ารอคนซาดีกว่า จะได้ไม่มีใครรู้ว่าเรามีของดี”

ช้องนางพยักหน้าเห็นด้วย แล้วตะโกนเรียกผู้จัดการสำนักงานไร่เข้ามาใกล้ ร่างท้วมรีบวิ่งมาหา ช้องนางอธิบายข้อสงสัยแล้วฝากให้เขาหาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ใบหน้ากลมแป้นขึงขังรับคำแต่โดยดี รีบกุลีกุจอไปปฏิบัติตามคำสั่ง

“เชื่อฉัน ทิมไว้ใจได้” ช้องนางออกปากทันทีที่เห็นแววเคลือบแคลงสงสัยในดวงตารียาว แล้วเอ่ยเสริม “จริงๆ ทุกคนในไร่ก็ไว้ใจได้เกือบหมดแหละ แต่ถ้าหากมันจะมีใครคิดเพี้ยนๆ ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ หนึ่งในคนที่ไม่ใช่แน่ๆ คือทิม”

“ค่ะ” กศิณาตอบรับแล้วรอคอยร่างท้วมกลับมา

“ยุ้งรอทิมไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันโทรบอกไอ้ศานต์ก่อน สงสัยต้องติดกล้องเพิ่มแล้วล่ะ”

กศิณากวาดตามองบริเวณโดยรอบ ไม่มีกล้องแถวนี้ นึกได้ว่ามีแค่หน้าทางเข้าไร่และตามแยก จึงกระซิบถามทิมที่วิ่งกลับมา

“เช็กกล้องหรือยังคะ”

“หมอเทลเช็กแล้วครับ ไฟล์ช่วงตีหนึ่งถึงตีสี่ถูกลบ”

             กศิณาพยักหน้ารับฟังคำตอบนั้น พลางเม้มปากอย่างชั่งใจ

 *****

ถูกลบแบบนี้ หรือจะเป็นคนใน

แล้วคุณศานต์จะว่ายังไงล่ะเนี่ย

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น