หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,674 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    680

    Overall
    44,674

ตอนที่ 88 : 26.1 รายงานทุกความเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

ร่างสูงยืนมองอยู่นอกห้องกระจก สอดส่ายสายตาไล่มองคนงานแต่ละคนที่วันนี้อยู่ในชุดมีหมวกคลุมเก็บผม หน้ากากคาดปิดปาก ชุดผ้ากันเปื้อน เป็นเครื่องแบบที่เหมือนกันไปหมดจนยากจะแยกออก แต่เขาก็มองออกอยู่ดีว่าคนไหนคือกศิณา

คงเพราะรูปร่างและลักษณะการเคลื่อนไหวของเธอนั้น ประทับลงในสมองเรียบร้อย เมื่อเจอก็รู้ทันทีว่าคนนี้แน่ๆ

เขามองกศิณาใช้ไม้พายกวนแยมสตรอว์เบอร์รีสูตรพิเศษของไร่ ซึ่งใช้ลูกสดๆ เน้นเนื้อไม่ผสมน้ำ สายตาเรียวยาวของเธอจดจ้องในกระทะใบใหญ่ แต่บางครั้งก็หันไปพูดคุยกับคนข้างๆ แม้จะเห็นเพียงตาแต่เมื่อมันยิบหยีลงจนแทบเป็นเส้นตรง ศานต์ก็รู้ทันทีว่ากำลังคุยสนุกสนานกับนุดลผู้เป็นคู่หู

“คุณศานต์ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผู้จัดการแผนกแปรรูปรีบปรี่เข้ามาทักทาย และเมื่อมองตามสายตาจนพบว่าเจ้าของไร่กำลังจ้องใครก็รีบเสริม “เดี๋ยวผมไปตามยุ้งข้าวให้นะครับ”

ศานต์รีบยกมือขึ้นห้าม

“ไม่เป็นไรครับ รอพักเที่ยงก็ได้ อีกแค่สิบนาทีเอง”

ผู้จัดการแผนกได้แต่โค้งตัวอย่างนอบน้อมแล้วถอยหลัง เนื่องจากเขาเป็นเด็กในหมู่บ้านที่ได้รับทุนจากศานต์ ไปเรียนพึ่งจะกลับมา จึงติดจะเกรงอกเกรงใจและเกรงกลัวเจ้านายมากกว่าคนเก่าๆ

ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเจ้านายที่แต่งชุดสูทหรูเนี้ยบ ดูท่าน่าจะมีธุระสำคัญนอกไร่ ทำไมถึงต้องมายืนรอตรงนี้เป็นสิบนาที แต่ก็ทำได้เพียงแค่สงสัย เพราะได้ข่าวมาเหมือนกันว่ากศิณาคือเพื่อนเจ้านาย

กระทั่งกริ่งบอกเวลาพักดังขึ้น คนที่ศานต์รอก็ไม่ได้หยุดงานในทันที เธอยังคงรอให้งานในส่วนที่รับผิดชอบเสร็จเรียบร้อยดีแล้วค่อยออกมาพัก

“ขยันจริงนะเรา” ศานต์ที่ย้ายมาดักหน้าประตูทักทาย สังเกตเห็นกศิณาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอมองเขา

“คุณศานต์ มาทำอะไรที่นี่คะ”

เหนื่อยใจจะบอกให้เรียกพี่ มีบ้างที่เธอเผลอหลุดออกมา แต่เวลามีสติครบก็กลับเรียกเขาอย่างห่างเหินเสียอย่างนั้น แต่ศานต์ไม่สน ยังคงตีเนียนลดช่องว่างระหว่างกัน

“เดี๋ยวพี่จะไม่อยู่ที่ไร่นะ สักสองสามวันหรืออาจจะมากกว่านั้น”

กศิณาเผลอมองเขาอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า ว่าแล้ว...ก็แต่งตัวเหมือนทุกครั้งที่เขาจะต้องไปต่างจังหวัดหรืองานทางการ

“คะ...” แต่ที่สงสัยคือผู้เป็นนายต้องรายงานตัวกับเธอด้วยหรือ ว่าเขาจะไม่อยู่วันไหนอะไรยังไง

“เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม”

“ค่ะ” ว่าพลางพยักหน้ารับ

อีกฝ่ายหรี่ตามองเธอ จู่ๆ ท่าทางของเขาก็ดูหงุดหงิดงุ่นง่าน คิ้วขมวดแบบไม่สบอารมณ์ ราวกับว่าเธอทำอะไรผิดไป

“เข้าใจว่าไง” เขากระทุ้งถาม

“ว่าคุณศานต์จะไม่อยู่ไร่ไงคะ”

“แล้วจะไม่พูดอะไรสักหน่อยเหรอ!”

“หา...” ใบหน้าของกศิณาเหวอขึ้นจนเห็นได้ชัด นี่เขากำลังจะมาไม้ไหน เธอตามเขาไม่ค่อยจะทันเท่าไรเลย

“เอ่อ...คือ...” เธอยังคงอ้ำอึ้ง เมื่อไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี “เดินทางปลอดภัยค่ะ อ๋อ...เอ้อ...ไปกับใครคะ” นึกได้ก็ถามเสียหน่อย แม้ว่าใจจริงจะไม่ได้สนใจคำตอบเท่าใดนัก

“ไปกับอาเชษ”

แต่คำตอบของเขาก็ทำให้นัยน์ตาของเธอลุกวาวอย่างประหลาด ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งงงงวย ทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้น จนประโยคที่เอ่ยถัดมาขาดๆ หายๆ

“ปะ...ไปกันหลายวัน...ทั้งคู่เลยเหรอคะ แล้วจะไปไหนกัน”

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับปฏิกิริยานั้น จนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“ใช่ ไปทำธุระ จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด มีอะไรรึเปล่า”

“ไม่ค่ะ เชิญคุณศานต์ตามสบาย เดินทางปลอดภัยนะคะ แล้วเจอกัน” เมื่อตั้งสติได้กศิณาก็แย้มยิ้มสดใสจนตาหยี เอ่ยอวยพรเขาตามประสา แล้วโบกมือลาขอตัวไปพัก

หากแต่ในใจกลับหมายมั่นไว้ พ่อไม่อยู่ไร่คราวนี้ เธอจะต้องบุกเข้าไปค้นหาของที่ต้องการให้ได้

เมื่อพ้นจากรัศมีการได้ยินของศานต์ เธอก็หันไปบอกให้นุดลไปทานข้าวเที่ยงก่อนได้เลย ส่วนตัวเธอนั้นขอไปทำธุระแล้วจะรีบตามไป

 *****

แหมมมมม เค้าต้องรายงานตัวกันตลอดเวลา

แต่ไอ้ยุ้งน้าน จะรู้สึกตามคุณศานต์ก็หาไม่ 5555

สนใจแต่เรื่องพ่อค่า บอกเลย

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น