หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,675 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    681

    Overall
    44,675

ตอนที่ 84 : 24.3 คนเดียวที่ช่วยเขาได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61


“โตจนป่านนี้แล้วยังต้องเกาะหินว่ายอีกหรอ นี่คิดว่าฝึกจนเก่งแล้วสะอีกนะเนี่ย” ได้ยินเสียงทักอู้อี้ กศิณาจึงรีบทะลึ่งตัวขึ้น เท้าแตะยืนตรงแนวหินใต้น้ำทันที

ร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอกำลังนึกถึงยืนสูงขึ้นไปเหนือขอบตลิ่ง ขาแกร่งค่อยๆ ลัดเลาะตามโขดหินลงมาจนถึงจุดที่กศิณาวางรองเท้าไว้

เธอว่ายกลับเข้ามาใกล้ ย่อตัวอยู่ใต้น้ำในระดับที่พอดีคอ ไม่ยอมขึ้นมาทั้งตัว

“เก่งแล้วค่ะ ครูสอนเขาดี แค่อยากรำลึกความหลังบ้างไม่ได้หรือไง”

“แล้วเป็นไง...รำลึกถึงไหนแล้ว”

“ก็...” กศิณาเอียงหน้าทำท่าทางแบบเจ้าหนูจำไม ที่ดูจะมีเรื่องสงสัยคาใจไปเสียหมด “ถึงจุดที่ว่าแม่หนูคือใครกันแน่ ระหว่างคุณลินกับคุณรุ้ง”

รอยยิ้มที่ค้างอยู่มุมปากพ่อหุบลงทันที ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ อันที่จริงต้องบอกว่าเขาปล่อยเบลอราวกับเสียงของเธอเป็นแค่สายลมพัดผ่านเท่านั้น

กศิณาได้แต่เบ้ปากคว่ำ เหลือบตามองฟ้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แต่รู้ตัวดีว่าถามในสิ่งที่คนตรงหน้าไม่พอใจยิ่งกว่า ตัดสินใจถีบตัวไปกลางสระน้ำอีกครั้ง

“ไม่ถามก็ได้” รู้อยู่แล้วละว่าคงไม่ได้คำตอบ แต่อยากลองไปอย่างนั้นเผื่อเขาจะหลุด

“งั้น...ถามเรื่องคุณศานต์ได้ไหมคะ” ตัดสินใจเปลี่ยนไปถามอีกเรื่องที่คาใจ

คนบนฝั่งนั่งลงกับก้อนหินแห้งริมตลิ่ง เลิกคิ้วคล้ายกำลังรอฟัง แต่ดวงตาระยิบระยับและมุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆ

กศิณาเม้มปากแน่น รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกพ่อหัวเราะใส่อยู่ จึงแกล้งวักน้ำใส่ แม้จะอยู่ไกลจนมันไม่โดนเขาก็ตาม

“ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกน่า สรุปถามได้ไหม”

ผู้เป็นพ่อพยักหน้า กศิณาจึงลอยคอเข้าไปใกล้

“ทุกเรื่องเลยได้ไหมคะ เรื่องสมัยก่อน ครอบครัวคุณศานต์ เรื่องไร่ ทุกเรื่องที่พี่เชษคิดว่าให้หนูรู้ได้” เอียงคอมองพ่อตาแป๋ว ก่อนขยายความให้ฟังว่าทุกอย่างที่เธอสงสัยมีอะไรบ้าง

“รู้ตัวหรือเปล่ายุ้ง ว่าเราคือคนที่ทำให้คุณศานต์ยิ้มได้ ในวันที่เขาเสียใจที่สุดในชีวิต”

“คะ...”

ดวงตาของกศิณาเบิกกว้าง คิ้วบางผูกโบเพราะไม่เข้าใจความหมายที่คนตรงหน้าต้องการสื่อ

“พี่พึ่งเริ่มทำงานที่ไร่เองตอนคุณศานต์เรียนมัธยมปลาย...” การเปรยเข้าเรื่องที่กศิณาอยากฟังทำให้เธอลอยคอเข้ามาใกล้ เกยหน้ากับขอบหินโดยใช้มือรอง ดวงตามีแววกระหายใคร่รู้ ตั้งอกตั้งใจฟัง

“คุณศานต์เขาไม่ได้สนใจกิจการไร่เท่าไหร่ ชัดเจนในตัวเองมาตั้งแต่ต้นว่าชอบอะไร อยากทำอะไร เวลาที่คุณท่านทั้งสองอยากให้มาเรียนรู้งานที่ไร่ คุณศานต์ก็จะพูดทีเล่นทีจริงว่าให้ยกไร่ให้คุณช้องไป ส่วนตัวเองจะไปทำตามความฝันการเป็นนักออกแบบ ก็เลยทะเลาะกันรุนแรงช่วงที่คุณศานต์กำลังจะเลือกคณะเรียนต่อในมหาวิทยาลัย...” เชษชะงักเล็กน้อย หยุดถอนหายใจ นึกถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่คนงานในไร่แห่มาดูกัน คุณท่านฉีกหนังสือของศานต์แล้วโยนทิ้งออกจากบ้าน

“แล้วยังไงต่อคะ แต่คุณศานต์ก็ได้เรียนนี่ หรือว่าจะแอบไปเรียนเอง” คนที่รอฟังเรื่องราวอยู่รีบซักอย่างร้อนใจ

“รีบจังเลยนะเรานี่” เขาปรายตามองเธอพร้อมรอยยิ้มขบขัน กศิณาจึงส่งใบหน้างอง้ำตอบกลับ

“ถูกแล้วล่ะ คุณศานต์แอบไปเรียนเอง หาเงินเรียนเองทั้งหมด คุณศานต์น่ะมีพรสวรรค์ แล้วแกก็วางแผนเก่ง ตอนมอปลายก็ไปช่วยงานช่างหาประสบการณ์เก็บเงิน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็สอนพิเศษพวกวาดรูป แล้วก็ทำงานร้านอาหารมั้งแถมส่งงานเข้าประกวดด้วย เท่าที่ได้ยินลุงมีเล่ามา ลุงมีเป็นผู้จัดการไร่คนก่อนน่ะ สนิทกับคุณท่านมาก ตอนนี้แกเกษียณกลับไปอยู่บ้านกับลูกหลานแล้ว”

กศิณาพยักหน้าหงึกหงักรับรู้

“แล้วสุดท้ายคุณท่านหายโกรธคุณศานต์ไหมคะ”

“หายสิ...”

เชษยิ้มรับท่าทางโล่งใจของหญิงสาวที่ทิ้งตัวลงน้ำแล้วว่ายวนไปมาอย่างกระดี๊กระด๊า ราวกับเรื่องน่ายินดีนั้นเป็นเรื่องของตน

“คุณศานต์พิสูจน์ตัวเองได้ว่าสายงานออกแบบมันมีงานทำจริงๆ ทั้งได้รางวัล ทั้งมีคนมาติดต่อจ้างงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ตอนรับปริญญาคุณท่านก็ไปถ่ายรูปแล้วก็เอามาโชว์คนงานในไร่ยกใหญ่ แถมยังอนุญาตให้คุณศานต์ใส่ชุดครุยมาถ่ายกับทุกคนในไร่ด้วยนะ คุณท่านน่ะจริงๆ แล้วใจดี แต่ผู้ใหญ่เราก็รู้จักกันอยู่ไม่กี่อาชีพหรอก ไม่ทำธุรกิจของตัวเองก็หมอ พยาบาล ตำรวจ ตอนแรกท่านก็แค่กลัวว่าลูกชายคนเดียวจะอดตายหางานทำไม่ได้ แล้วก็กลัวไม่มีคนสืบทอดกิจการ สุดท้ายให้มาช่วยรีโนเวทไร่ใหม่ทั้งหมดเลย แถมภูมิใจสุดๆ บอกแขกทุกคนที่มาเลยล่ะ”

“ดีจัง” กศิณากระโดดโหยงเหยงอยู่ใต้น้ำ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากบางนั้นสดใส ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า ก่อนจะชะงักแล้วหมอบตัวลงไปในน้ำตามเดิม เมื่อเกิดคำถามขึ้นในใจอีก

“อ้าว...แล้วทำไมตอนนี้คุณศานต์ถึงไม่ทำงานออกแบบอีกแล้วล่ะคะ”

“ก็...” เชษถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจที่จะเอ่ย จริงๆ แล้วการเล่าให้กศิณาฟังนั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่แค่รู้สึกสะเทือนใจตอนเล่าเสียมากกว่า

ผู้จัดการไร่หลับตาลง ยกมือขึ้นลูบหน้า ทว่า...มือของเขากลับสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

“ถ้าไม่โอเคที่จะเล่า ยุ้งไม่อยากรู้แล้วก็ได้ค่ะ”

แม้จะอยากรู้แค่ไหน แต่ท่าทีของพ่อก็ทำให้กศิณาไม่อาจจะเอาแต่ใจตัวเองได้ หญิงสาวยืดตัวขึ้นยืน เอื้อมไปกอบกุมมือหนาไว้

“เล่าได้ๆ” เชษพึมพำทั้งที่ยังหลับตา “คุณศานต์สอบชิงทุนได้เลยหนีไปเรียนที่อังกฤษ ส่วนคุณท่านทั้งสอง...กลับเสียชีวิตบนเครื่องบินตอนที่กำลังบินไปหาคุณศานต์...”

“แล้ว...แล้ว...คุณศานต์...” เสียงของกศิณาแหบและขาดหาย ห่อตัวเข้าหากัน ดวงตาปรากฏรอยวูบไหว รู้สึกหวิวในอกอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่เรื่องที่ได้ฟังนี้มันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

แต่เพราะมันเป็นเรื่องของเขา เรื่องของผู้ชายคนนั้น ถึงทำให้เธอรู้สึกได้มากขนาดนี้

“ตอนได้ทุนคุณท่านไม่พอใจเลยทะเลาะกัน ตลอดเวลาที่คุณศานต์อยู่ที่นั่นเหมือนตัดขาดกันไปเลย เลยไม่รู้ว่าคุณท่านหายโกรธและจะไปหาตอนเรียนจบ คุณศานต์รู้ข่าวตอนมาถึงไร่แล้ว...สิบปีที่แล้วน่ะยุ้ง” คนพูดย้ำชัดถึงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ และเมื่อคนฟังพยักหน้ารับรู้ ดวงตาใสปรากฏแววเข้าใจ เชษจึงเอ่ยต่อ “คุณศานต์...เหมือนที่หนูเคยเห็น แทบไม่เป็นผู้เป็นคนเลย ไม่พูดไม่จากับใคร จนเจอหนูเขาถึงดีขึ้น พอพี่กลับมาทำงานอีกครั้งถึงได้รู้จากคุณช้อง หลังจากหนูไป คุณศานต์กลับมาทุ่มชีวิตให้กับไร่ เรียนทุกอย่างอย่างตั้งใจ แต่ไม่ได้ทำงานด้านออกแบบอีก ถึงจะบอกว่าเพราะไม่มีเวลา แต่ทุกคนก็รู้ว่าคุณศานต์กำลังโทษตัวเองอยู่ต่างหาก โทษว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้คุณท่านทั้งสองเสียชีวิต และคุณศานต์กำลังเสียใจที่ตัวเองตัดสินใจเรียนออกแบบมาจนถึงทุกวันนี้”

อยู่ๆ น้ำใสก็รินอาบแก้มเนียน ไหลเป็นทางโดยไม่มีทีท่าว่าเจ้าตัวจะรู้สึก มีเพียงภาพคนที่ถูกเอ่ยถึงซึ่งแนบสนิทในลิ้นชักความทรงจำไหลทะลักให้รับรู้ ทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัสจากตัวพี่ตัวใหญ่ ชัดเจนจนคล้ายมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เชษมองภาพนั้นอย่างทอดถอนใจ กศิณาเป็นคนอ่อนไหวแค่ไหนเขารู้ดี หากยามปกติไม่แสดงออกเพราะเป็นคนเก็บความรู้สึกได้ ทว่ายามนี้กับเรื่องของศานต์ ชายหนุ่มที่โดดเดี่ยวและขังตัวเองไว้กับอดีตที่ถูกปิดตาย ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ก็อย่างที่หญิงสาวสังเกตได้ ว่าแค่บางประโยคบางคำพูดเท่านั้น กลับสามารถสะกิดแผลในใจศานต์ได้

แถมความรู้สึกทั้งหมดของเจ้าของไร่นั้น กศิณาคือคนที่รับรู้มันได้ดีที่สุด รับรู้มันมานานแล้ว เพียงแต่เธอไม่รู้ตัว บัดนี้เมื่อรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง ไม่แปลกที่มันจะก่อให้เกิดความสะเทือนใจ

“ตอนที่พี่กลับมาทำงานอีกครั้ง คุณศานต์ดีขึ้นกว่าเมื่อสิบปีก่อนก็จริง แต่ก็เหมือนคนสดใสเพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างมากกว่า จนหนูมารอบนี้นี่แหละ ถึงได้เห็นรอยยิ้มเต็มๆ ของคุณศานต์เสียที”

หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมอง กะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ฝ้าน้ำออกจากดวงตาที่แดงก่ำ

“หนูจำได้ใช่ไหมว่าเคยพูดอะไรไว้ จริงๆ พี่ไม่รู้หรอกว่าทางไหนจะดีกว่ากัน การที่เราเงียบไว้ไม่พูดถึงอดีตของคุณศานต์แล้วปล่อยให้เรื้อรังยาวจนถึงตอนนี้ หรือว่าควรจะหาใครสักคนช่วยเยียวยา แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง คุณศานต์เคยให้ชีวิตหนู หนูก็ต้องช่วยให้คุณศานต์มีชีวิตใหม่ หลุดออกจากกรงที่เขาใช้ขังตัวเองไว้ให้ได้นะลูก”

กศิณาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ความรู้สึกยังจุกอกจนไม่อาจเอ่ยตอบพ่อได้

“ความรู้สึกผิดว่าเราเป็นสาเหตุให้คนอื่นตาย...โดยเฉพาะคนที่เรารัก...มันหนัก...มัน...อย่าให้คุณศานต์ต้องถึงกับชดใช้ไปทั้งชีวิตเลยนะยุ้ง อย่า...อย่าให้เขารู้สึกผิดไปทั้งชีวิต อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย...” เสียงของเชษสั่น เขากัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด กศิณาเบิกตากว้าง แปลดกใจเมื่อพบว่าพ่อสะเทือนใจทั้งที่ครู่ก่อนยังดีๆ อยู่ อะไรบางอย่างสะกิดใจว่าไม่ใช่เพียงเรื่องของศานต์

แต่มันเรื่องอะไรกันล่ะ?

“พ่อคะ...” เธอเรียกพร้อมทั้งเขย่ามือเขาเบาๆ แต่คล้ายเชษจะไม่รู้สึกตัว “พ่อคะ! พ่อ!!!” กศิณาต้องขึ้นจากน้ำเพื่อจะเขย่าเขาทั้งตัวกว่าที่พ่อจะกะพริบตาปริบๆ แล้วมองเธออย่างงงงัน กศิณาก็งงไม่แพ้กันเพราะพ่อเธอกำลังร้องไห้

“ค่ะ...หนูไม่เคยลืมที่สัญญาไว้ แต่ก่อนที่หนูจะช่วยคุณศานต์ได้...คุณศานต์ก็ควรจะได้รู้ไหมคะ...ว่าหนูคือใคร”  เธอพยายามเบี่ยงไปเรื่องอื่น

พ่อส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธคำร้องขอของกศิณา เขาปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งอีกครั้ง คล้ายว่าดึงสติที่เมื่อครู่ลอยหายไปกลับมาได้แล้ว

“มันไม่สำคัญหรอกว่าหนูเป็นใคร สิ่งที่จะช่วยคุณศานต์ได้ก็คือข้างในตัวหนู”


 *****

ไอ้ยุ้งสะเทือนใจไม่เท่าไหร่ ทำไมอาเชษต้องสะเทือนใจด้วยน้า

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน เที่ยวไหนกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย

เดินทางปลอดภัย มีความสุข สนุกสนานกันถ้วนหน้านะคะ


>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น