หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,617 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    623

    Overall
    44,617

ตอนที่ 81 : 23.3 อร่อยนี้มีหลายร้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

“อดไปช่วยพี่ที่คลินิกเลย เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ ถ้ามี...” ทิวัตถ์ลากเสียงล้อเลียนส่งท้าย ดูท่าแล้วกศิณาคงหมดโอกาสมาในครั้งถัดๆ ไปแน่

กศิณาตีหน้ายุ่งใส่คนที่ไม่เลิกหัวเราะใส่เธอ แถมยังทำหน้าล้อเลียนจนน่าหมั่นไส้ ปล่อยให้นายแพทย์หนุ่มเข้าไปทำงานได้เพียงครู่ รถเจ้าของไร่ก็มาถึง ราวกับเขาเหยียบส่งมาเต็มที่

“ไปกินข้าวกัน”

“คุณกินที่บ้านคุณช้องมาแล้วไม่ใช่เหรอ” ก็ตอนแรกศานต์ยังชวนเธอทานที่นั่นอยู่เลย

“แต่เรายังไม่ได้กิน ไปกับพี่ พี่มีร้านแนะนำ อร่อยที่สุดในอำเภอแล้ว”

ประโยคนี้คือ คำสั่งเพราะเธอโดนเขาจับยัดเข้ารถ แล้วพาขับออกไปยังตัวอำเภอโดยไม่ได้ถามความคิดเห็น ศานต์ไม่แม้แต่เข้าไปทักทายนายแพทย์หนุ่มด้านในด้วยซ้ำ

“คุณกินครบทุกร้านในอำเภอแล้วหรือไง ถึงมั่นใจว่าอร่อยที่สุด” จึงอดที่จะแกล้งรวนคนเผด็จการด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

คนถูกย้อนตวัดตามามอง ส่งมือหนามายีผมเธอจนต้องย่นคอหลบ

“กวนเหรอเรา แต่เชื่อพี่ ร้านนี้อร่อยจริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณศานต์ก็ต้องบอกว่าร้านนี้อร่อยที่สุดในความคิดคุณ ไม่ใช่อร่อยที่สุดในอำเภอ”

สารถีหนุ่มหัวเราะลั่นทันทีที่กศิณาพูดจบ ก่อนจะส่งมือมาพิชิตศีรษะเธอไปอีกยก

“โอเค อร่อยที่สุดสำหรับพี่ แต่มีที่สุดหลายร้านนะ ก็...อาทิตย์หนึ่งคงจะวนครบพอดี”

กศิณาตาแทบถลนเมื่อได้ฟัง “ไม่ไปอร่อยที่สุดในอำเภอเมืองต่อเลยล่ะคุณ!” เอ่ยแล้วก็รีบปิดปาก เมื่อดวงตาวาววับของเขาบอกกล่าวว่าจะพาไปตามที่เธอเอ่ย

 

ศานต์เหลือบมองคนที่เดินลงจากรถพร้อมทั้งยกมือไหว้ขอบคุณเขา

“รู้แล้วน่า รีบไปนอนไป” เขาโบกมือไล่ มองส่งจนหญิงสาวหายเข้าไปในเรือนพัก เพราะซักถามกันแล้วว่าวันนี้เธอยังไม่ได้ทานของโปรด จึงพาไปทานร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวผัดด้วยพ่อครัวสามารถนำสารพัดสิ่งมาทำเป็นข้าวผัดได้ โดยเขาแนะนำเมนูข้าวผัดกากหมูน้ำพริกจิ้มแจ่ว ที่ใกล้เคียงกับหมูสามชั้นคั่วของหญิงสาว

เล่นเอาหญิงสาวทำตาโตบอกถูกอกถูกใจตลอดเวลาที่กิน จากนั้นก็ทำตัวเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าเอ็นดู

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะโดนช้องนางล้อหนักแค่ไหน ทันทีที่รู้ว่ากศิณาออกไปกับใคร เขาก็ถลาออกจากบ้านของเพื่อนสนิทแล้วรีบพุ่งตัวตามมา ลืมคิดเลยว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ปกติ

จนช้องนางส่งข้อความมาล้อนั่นแหละถึงได้รู้สึก

ก็ยอมรับว่าเรื่องของกศิณามีผลต่อทุกการกระทำและความคิดของเขา แต่ใครจะไปยอมรับกับช้องนางเล่า มีหวังอยู่ไม่สุขเป็นแน่

เสียงโทรศัพท์ทำให้ศานต์ละสายตาจากกศิณาได้ เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะรับสายผู้จัดการสำนักงาน

“ผมขอโทษ ลืมไปเลยทิม ทิ้งไว้ที่สำนักงานน่ะ...เดี๋ยวผมเข้าไปเอาเอง...พรุ่งนี้มารับที่บ้านได้เลย”

เมื่อผู้จัดการสำนักงานโทรถามไถ่ถึงเอกสารสำคัญที่ต้องดูรายละเอียดแล้วเซ็นส่งให้ทิมแต่เช้า ศานต์จึงขับเลยเข้าไปยังสำนักงาน แต่แล้วก็ต้องรีบเบรกกะทันหัน ไฟจากเสาส่องให้เห็นรถยนต์ติดสติ๊กเกอร์รีสอร์ตจอดอยู่หน้าอาคารสำนักงาน ทั้งที่ภายในไม่มีแสงไฟเล็ดลอด

ที่สำคัญ...คนจากรีสอร์ตไม่มีความจำเป็นจะต้องมาที่นี่

ศานต์เลือกจอดรถในจุดที่ไกลออกมา ค่อยๆ ก้าวไปยังหน้าอาคาร เมื่อแน่ใจว่าประตูด้านหน้าไม่ได้ล็อกจึงระวังฝีเท้าของตนเข้าไปอีก สมองประมวลผลว่าใครบ้างที่มีกุญแจที่นี่ หนึ่งในนั้นคือบัวบงกชพี่สาวของช้องนางอดีตผู้จัดการสำนักงาน ก่อนจะไปเป็นผู้จัดการให้ที่รีสอร์ตเมื่อแต่งงานกับอาคเนย์

แต่บัวบงกชจะมาทำไมในเวลานี้

แสงไฟสีเขียววูบวาบจากมุมห้องบ่งบอกว่ามีคนใช้เครื่องถ่ายเอกสาร ศานต์อาศัยแสงจากภายนอกส่องพบว่าร่างนั้นค่อนข้างบึกบึน ผมตัดสั้น ไม่ใช่หญิงสาวอย่างที่เขาคาดการณ์ล่วงหน้า ถอนหายใจโล่งอกที่คนคุ้นเคยไม่ใช่ผู้บุกรุกในยามนี้ หันเปลี่ยนทิศไปยังสวิตช์ไฟ ตั้งใจดักรออยู่ที่โถงด้านหน้าเพื่อจะได้จับให้ได้คาหนังคาเขา ยอมปล่อยให้คนข้างในกระทำตามใจให้เรียบร้อย จนกระทั่งร่างนั้นเคลื่อนตัวมาใกล้เขา

เจ้าของไร่เปิดไฟพร้อมพุ่งใส่ร่างนั้นทันที ด้วยความตกใจทำให้ผู้บุกรุกเสียหลัก ล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกบันไดทางขึ้นชั้นสองที่อยู่ไม่ไกล ศานต์กำลังจะเข้าไปล็อกตัวไว้ แต่แสงไฟส่องให้เห็นใบหน้าของร่างนั้นเสียก่อน

“ไอ้...อัค...” เขาตกใจไม่น้อย

อาคเนย์คือ คนสุดท้ายที่จะมีเหตุผลให้เข้ามาที่นี่

“แกเข้ามาทำไม”

เสียงกระดาษถูกยัดใส่กระเป๋ากางเกงของอีกฝั่ง ศานต์พุ่งเข้าใส่อีกครั้งทันที อาศัยที่สูงกว่าเกือบสิบเซนติเมตร ทำให้แย่งชิงเอกสารในมือนั่นมาได้ ดูท่าว่าจะเป็นเอกสารที่พึ่งถ่ายเมื่อครู่เสียด้วย

เขาเบี่ยงตัวหนีคนที่พยายามไขว่คว้าแย่งเอกสารกลับคืนไป ใจเต้นรัวขณะคลี่กระดาษที่ยับยู่ยี่ออก ด้วยลุ้นว่ามันสำคัญขนาดไหนที่ทำให้เพื่อนเขาต้องบุกเข้ามาแบบไม่น่าไว้ใจเช่นนี้

แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจ กวาดสายตาให้ชัดอีกรอบว่าไม่ได้เข้าใจผิด เมื่อเอกสารในมือเป็นเพียงใบสมัครเข้าทำงาน และดูท่าว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับอาคเนย์ได้...ถ้าไม่ใช่ว่าไพลินเคยร้องขอสิ่งนี้จากทิมเช่นกัน

ศานต์ชูกระดาษใส่หน้าเพื่อน หรี่ตามองอย่างคาดคั้น เอ่ยถามเสียงเข้ม

“แกจะเอาใบสมัครยุ้งไปทำไม!


 *****

เดี๋ยวนี้คุณศานต์เค้าเนียนเก่งเนอะ ชวนสาวกินข้าวดื้อๆ เลย ><

วันนี้ขอโทษที่มาดึกน้า ช่วงนี้งานเราหนักหน่วงมาก 555 

เดือนสุดท้ายของปี สู้ๆ กันนะคะทุกคน


>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น