หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,861 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    44,861

ตอนที่ 78 : 22.4 สิ่งที่ยังติดค้างในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

“วันนี้กินหมูสามชั้นคั่วไหม ผ่านตลาดพอดีเลย” ศานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส หลังได้ทำความรู้จักกับชีวิตของกศิณาด้วยการเดินซื้อข้าวของเครื่องใช้ด้วยกัน จนกระทั่งขับรถผ่านตลาดจึงเอ่ยถามขึ้น

“เอ๋...เหมือนจะไม่มีที่จอดเลย เดี๋ยวยุ้งวิ่งลงไปซื้อเลยดีกว่าค่ะ คุณศานต์ขับรถวนๆ ไปได้เลยนะคะ ถ้ายุ้งหารถไม่เจอเดี๋ยวโทรหา” หญิงสาวตอบกลับพร้อมตั้งท่าเตรียมรอให้เขาหยุดรถให้นิ่งสนิท แล้วกระโดดลงทันทีด้วยความคล่องแคล่ว

ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย แม้เธอจะเงียบผิดวิสัยไม่เจื้อยแจ้วยามเดินซื้อของด้วยกัน แต่สีแดงจางๆ บนแก้มพร้อมอาการแอบมองเขาแต่ไม่ยอมสบตาทำให้รู้ว่าน่าจะเขินเสียมากกว่า หัวใจศานต์พองฟูด้วยความรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยปฏิกิริยากศิณาก็เป็นไปในทางเดียวกัน

เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิด ก็ยิ่งได้รู้จักกันลึกขึ้น ชีวิตหญิงสาวน่าสนใจไม่เบา กล้า...ที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ

หญิงสาวเรียนคณะนี้เพราะชอบงานวิจัย ปิดเทอมปีสามไปฝึกงานกับแผนกปรับปรุงพันธุ์พืชของบริษัทจัดจำหน่ายต้นไม้ ด้วยมูลค่าพันธุ์ไม้ดัดแปลงเหล่านั้นสูงลิบจึงต้องใช้บริการบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง เธอได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ส่งของ ทำให้ทราบว่าเงินเดือนและสวัสดิการของที่นี่ดีมากชนิดที่คาดไม่ถึง แต่สิ่งที่ดึงดูดใจมากกว่าคือการได้ท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ

ผู้หญิงคนนี้เลยตัดสินใจละทิ้งความรู้ที่เรียนมาชั่วคราว สมัครเข้าทำงานในบริษัทขนส่ง ตั้งใจว่าสักสองสามปีจะไปเรียนต่อปริญญาโท แล้วค่อยกลับมาทำงานตามสายที่จบแบบที่เคยใฝ่ฝัน

เขาลองชวนเธอเข้าทำงานในแผนกวิจัยของไร่ ให้สมกับปริญญาที่จบมา แต่เธอกลับปฏิเสธ

ยุ้งอยากลงไร่ค่ะ ยังสนุกกับงานในไร่อยู่

เขาตามใจ อันที่จริงแล้วจะตำแหน่งไหน ความรู้สึกของเขาตอนนี้ก็ไม่เปลี่ยน

กศิณาอาจกลัวเขาไม่เชื่อถือจึงเอ่ยย้ำ คนเราชอบได้หลายอย่างค่ะ แล้วถ้าชอบก็ต้องรีบลงมือทำ ชีวิตคนสั้นนะคะ ถ้ารู้ว่าต้องการแล้วมันไม่เดือดร้อนใคร จะรออะไรล่ะ

ท่าทางยามเอ่ยของเธอหมายความตามนั้นจริงๆ หลายอย่างที่กศิณาเอ่ยตรงเข้า กระทบใจเขาโดยบังเอิญ ใช่ ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น ถ้าอยากทำ...แล้วไม่เดือดร้อนใคร

เขานับถือกศิณา และเขาก็รู้สึกว่าอยากรับพลังเข้มแข็งนั้นมาใส่ตัว

มือซ้ายของเขาเผลอลูบไล้ที่ข้อมือขวาอัตโนมัติ ไม่มีร่องรอยใดๆ บนนั้นแล้ว แต่เขายังจำสัมผัสในทุกครั้งที่มันบวมช้ำได้ไม่ลืม

ตอนนี้...สิ่งที่เขาอยากทำ จะยังคงเดือดร้อนใครไหม

 

ครั้นเมื่อพาหนะพาทั้งสองคนมาถึงหน้าเรือนไม้ที่พักของเจ้าของไร่ กศิณาก็ล็อกเป้าหมายเตรียมตัววิ่งไปหาผู้จัดการใหญ่ซึ่งยืนรวมตัวกับกลุ่มคนอยู่ใกล้วงเวียนดอกไม้ ไม่ลืมหันมากล่าวขอบคุณเจ้านายพลางยิ้มตาหยีให้อีกครั้ง

“อาเชษคะ อาเชษขา วันนี้อยากกินหมูคั่วอีกแล้ว ทำให้หน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวตะโกนดังลั่นขณะวิ่งเข้าไปใกล้

“ซื้อหมูมาแล้วเหรอ” ผู้จัดการไร่หลุบตามองพบถุงหมูสามชั้นชิ้นโตในมือกศิณาจึงตอบรับ “ไปๆ พริกพร้อม น้ำตาลพร้อม ทำได้” เชษเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะราวกับว่า ถ้าความสุขของคนตรงหน้าคือการกิน เขาก็พร้อมทำให้ แม้ว่าอาหารที่หญิงสาวชอบนั้นจะส่งผลต่อน้ำหนักตัวโดยตรงก็ตาม

“คุณลิน คุณอัค รอทานนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วเอาไปให้ชิม ไปกันเถอะค่ะ หิวแล้ว” กศิณาส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี พลางลากแขนเชษขึ้นบ้านไป

ศานต์ตั้งท่าจะเดินตามเพราะอยากรู้สูตรอาหารโปรดของกศิณา แต่เสียงจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้าเรียกความสนใจเขา

“อาเชษทำอาหารที่ยุ้งชอบ...เป็น?” ลักษณะคำถามของอาคเนย์สะกิดใจศานต์ ยิ่งใบหน้าคมเข้มนั้นจ้องไปยังพี่สาวคนโตพร้อมทั้งเลิกคิ้ว ดวงตาส่งสัญญาณบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าความนัยของคำถามนี้ กินความหมายลึกกว่านั้น

“ใช่ เด็กคนนั้นบอกว่ารู้จักกับเชษก่อนมาที่นี่ เพราะบ้านอยู่ตำบลเดียวกัน” ไพลินเอ่ย ดวงตาจ้องไปยังสองคนที่เดินห่างออกไป

“ผมไม่เคยได้ยินอาเชษพูดเรื่องนี้เลยนะครับ” เป็นศานต์เสียอีกที่ประหลาดใจ เพราะแม้ทั้งคู่จะดูสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว แต่ผู้จัดการไร่ไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้

“เขาอาจจะไม่อยากให้ใครรู้มั้ง” ไพลินหันมามองสบตาเขาเพียงชั่วครู่ มุมปากกระตุกยิ้มทั้งที่ดวงตายังเรียบนิ่งยิ่งทำให้ศานต์สงสัยว่า เขาที่ว่า...

ไพลินหมายถึงใครกันแน่

“พี่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อย อย่าใส่ใจเลย พี่ฝากแปลนงาน SS Fashion Week ไว้ที่เชษแล้วนะ รบกวนศานต์ด้วย”

“พี่ลิน...” เป็นอาคเนย์ที่ดูอึดอัด เรื่องนี้เขาพร่ำบอกพี่สาวเสียหลายหนแต่อีกฝั่งไม่ยอมฟัง ถึงอย่างนั้นก็อยากลองแย้งอีกที “ความจริงผมออกแบบให้ก็ได้”

“พี่ชอบฝีมือศานต์ ศานต์ไม่ทำให้พี่ผิดหวังหรอก ถูกไหม”

“ครับ” เสียงนั้นไม่หนักแน่นนัก แต่เหมือนไพลินจะไม่ได้สังเกต สาวใหญ่เพียงแค่พยักหน้ารับแล้วเดินนำไปที่รถ

อาคเนย์ส่งสายตาขอลุแก่โทษให้เพื่อนสนิท เอ่ยถามกล้าๆ กลัวๆ “แกไหวแน่ใช่ไหม ถ้าไม่โอเคแกปฏิเสธได้นะ”

อีกฝั่งหลับตาพลางถอนหายใจ อาคเนย์สังเกตได้ว่าเพื่อนกำมือแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน “ฉันอยากทำ ฉัน...จะพยายาม”

อาคเนย์ถอนหายใจบ้างก่อนรีบขอตัวตามไพลินไป ตลอดเวลาที่ศานต์และไพลินรู้จักกัน พี่สาวเขาไม่เคยขอให้ศานต์ช่วยงานเลย พึ่งจะมีปีนี้นี่แหละ แถมถี่เสียด้วย และก็เพราะเหตุผลนี้เพื่อนเขาถึงยอมตกปากรับคำ ทั้งที่ทำไม่ได้

ความจริงก็ทำได้...แต่ได้แบบเข้าขั้นโคม่าเลยทีเดียว

อาคเนย์ยืนข้างประตูคนขับโดยไม่ยอมขึ้นรถเสียที เขารีบพิมพ์รายงานกลับไปที่ภรรยาว่าการขัดขวางครั้งนี้ไม่สำเร็จ

...ให้ช้องเตรียมรับมือด้วย...


 *****

คุณศานต์เป็นอะไรน้า วอเรียกไอ้ยุ้งเร็ววว

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น