หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,858 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    12

    Overall
    44,858

ตอนที่ 75 : 22.1 ใช้ของพี่แล้วกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

ร่างสูงพิงสะโพกกับเสาศาลาสำหรับพักสตรอว์เบอร์รี ดวงตากลมมองหาคนคุ้นเคยท่ามกลางพื้นที่สีเขียว พบเป้าหมายอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทาแขนยาว พลันเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นอีกฝั่งยกฝ่ามือแนบแก้ม ถูไปมาหน้าตายู่ยี่ ทั้งที่ปกติหมวกผ้าร่มคู่ใจมักปิดบังอำพรางใบหน้า

ศานต์รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงรีบก้าวตรงเข้าไร่

“...ขออนุญาตเก็บน้า”

เขาไปยืนทาบทับเป็นเงาพาด จนคนที่พึ่งคุยกับต้นไม่เสร็จอาจคิดว่าเกิดสุริยุปราคาจึงเงยหน้าขึ้นมอง คิ้วบางผูกเข้าเป็นโบ ดวงตารียาวกะพริบปริบๆ

“มีอะไรหรือเปล่าคุณ มาตากแดดแบบนี้เดี๋ยวไม่สบายนะ” เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงห่วงเป็นใย และนั่นทำให้ความรู้สึกพองฟูคับอกเขา จึงทอดสายตาอ่อนโยนมองหญิงสาวขณะนั่งยองๆ ลงข้างเธอ

“เมื่อกี้คุยกับต้นไม้?” นึกแปลกใจเพราะไม่ค่อยเห็นใครทำ

“ค่ะ” อีกฝั่งยิ้มกว้างรับ

“ใครสอน” เขายังสงสัยไม่หาย

“อาจารย์ค่ะ” กศิณาไม่ได้บอกต่อว่าอาจารย์ที่ว่าน่ะพ่อเธอเอง “ที่นี่มีกฎห้ามคุยกับต้นไม้เหรอคะ ลิดรอนสิทธิ์มากไปเปล่าเนี่ย” แกล้งเอ่ยเย้าเมื่อเห็นใบหน้าเขาขรึมจัด

ศานต์เหลือบตามอง เม้มปากแล้วลูบคางอย่างครุ่นคิดก่อนเอ่ยบ้าง “เมื่อก่อนพี่เคยบอกให้คนในไร่ทำ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครทำก็เลยเลิกบอกแล้ว พอรู้มาบ้างว่าอาจจะช่วยให้ออกดอกออกผลดีขึ้น อาจารย์พี่ก็บอกมาเหมือนกันว่าต้นไม้มันก็มีชีวิตจิตใจ มีอารมณ์ ถ้าเราคุยกับเขาดีๆ ถนอมเขา เขาก็จะอยู่กับเราได้นานๆ”

กศิณาถึงกับสำลักลมขึ้นมาเสียอย่างนั้น เหลือกตามองเขาราวเห็นผี เพราะอาจารย์ที่เอ่ยประโยคนั้นน่ะมันเธอเอง แล้วก็ต้องลอบยิ้ม ดูท่าน้องตัวเล็กจะไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของพี่ตัวใหญ่

“พี่เห็นคนอู้อ่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นถูแก้มไปมาหลายทีแล้ว” ศานต์วกกลับเข้าเรื่องที่ทำให้เขาต้องลงไร่

“อ๋อ...” กศิณาลากเสียงยาวตอบรับ “แค่แสบหน้าค่ะ พอดีครีมกันแดดหมด วันนี้เลยไม่มีทา ร้อนอย่างกับอยู่ในเตาอบ” หญิงสาวเหลือบตามองด้านบนด้วยใบหน้าเหยเก คล้ายพระอาทิตย์เหนือศีรษะช่างน่าชังนัก

“เดี๋ยวพี่มานะ รออยู่นี่ล่ะ” เมื่อได้ความ ศานต์ก็ทิ้งท้ายแล้วเร่งฝีเท้าจากไป

ไม่นานนักก็ได้ของที่ต้องการ เขากำขวดครีมกันแดดทั้งสองไว้ในมือแน่น ขณะที่ใช้อีกมือประคองจักรยาน ไม่แน่ใจว่ากศิณาใช้แบบไหน จึงลงทุนปั่นจักรยานอ้อมไปมา หยิบทั้งสูตรยาที่บ้านเขา แวะไปที่คอกวัวเพื่อแจ้งช้องนางก่อนไปยังบ้านเพื่อนสนิทหยิบสูตรสำหรับผิวบอบบาง

ถ้าไม่กลัวว่ากศิณาจะโดนแดดเผาจนหน้าไหม้ไปก่อน ก็ตั้งใจว่าจะไปยืมของทิวัตถ์แล้วข้ามไปยังฝั่งรีสอร์ตด้วย

แต่ก่อนจะถึงไร่สตรอว์เบอร์รี โทรศัพท์ก็ดังขึ้นจนเขาต้องชะลอจอด รีบรับสายเมื่อพบว่าใครโทรมา

“ว่ายังไง ผลตรวจดินเป็นยังไงบ้างไผ่”

แววตาของชายหนุ่มเป็นประกายทันทีที่ได้รับคำตอบกลับมา

“ขอบใจมาก ฝากออกเอกสารมาให้ทีนะ จะได้เอาหลักฐานไปให้สารวัตรตามต่อได้ ขอบคุณมากจริงๆ”

ไวเท่าความคิด ศานต์ติดต่อไปยังผู้จัดการไร่เพื่อเรียกประชุมด่วน หลังอีกฝั่งตอบรับแข็งขัน ชายหนุ่มจึงทอดตาไปยังไร่ จากมุมนี้เห็นคนงานกำลังขะมักเขม้นอยู่ไกลๆ แยกไม่ออกว่ากศิณาอยู่ตรงจุดไหน แต่ก็ยังนึกขอบใจหญิงสาว อย่างน้อยก็มีความคืบหน้าบ้างหลังจากผ่านไปเป็นอาทิตย์

หากแต่เขาไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับกศิณา ไม่อยากให้เธอต้องเกี่ยวข้องกับอันตรายไปมากกว่านี้

เมื่อถึงไร่สตรอว์เบอร์รี สายตาก็เห็นคนที่ตามหากำลังหิ้วตะกร้าเดินเข้ามาในศาลาพัก จึงปราดไปใกล้ทันที

กศิณาเงยหน้ามองเขาด้วยความงงงวย ตั้งท่าจะหันหลังเดินกลับออกไปสู่ไร่เมื่อเปลี่ยนตะกร้าเสร็จ แต่ถูกมือหนารั้งไว้

“แป๊บหนึ่งยุ้ง”

“หือ คุณศานต์มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ปกติใช้ครีมกันแดดตัวไหน” เขาชูให้ดูทั้งสองขวด

“อันไหนก็ได้ค่ะ” เมื่อเพ่งพินิจแล้วพบว่าทั้งสองขวดเหมาะสำหรับคนผิวบาง หน้าทนๆ อย่างเธอคงรับได้ไม่มีปัญหา

“งั้นเดี๋ยวทดสอบการแพ้ก่อนนะ” เขาจัดแจงทาครีมทั้งสองชนิดที่หลังใบหูของเธออย่างแผ่วเบาโดยแบ่งกันไปคนละข้าง ซึ่งสัมผัสนั้นก่ออาการขนลุกซู่ให้กศิณา จนต้องรีบกลบเกลื่อน

“หน้าฉันทนมากคุณ ไม่แพ้อะไรหรอก เอามาทาเลยดีกว่า” เธอแบมือไปตรงหน้าเขาพลางกระดิกนิ้ว

“เดี๋ยว รอสักยี่สิบนาทีก่อน เผื่อแพ้”

“หา...ทำไมต้องรอนานขนาดนั้น” คนไม่เคยทดสอบการแพ้ครีมเอ่ยถาม

“ไม่นาน จริงๆ ควรทาที่ท้องแขนก่อนสักสองสามวันแล้วค่อยมาทาลองที่หลังหู แล้วก็ที่หน้า แต่นี่ลัดขั้นตอนให้แล้ว”

คำบอกกล่าวจาก ผู้เชี่ยวชาญทำให้กศิณาอ้าปากค้าง ผู้ชายประเภทไหนกันที่รู้ว่าต้องทดสอบการแพ้ครีมก่อนใช้ แล้วเธอล่ะ ผู้หญิงประเภทไหนที่นอกจากจะไม่รู้วิธีแล้ว ยังไม่รู้ด้วยว่าจำเป็นต้องทำ!

“ถ้าอย่างนั้นฉันเข้าไปเก็บต่อก่อนแล้วกัน จะได้ไม่เสียเวลา”

“อยู่นี่ก่อน...แป๊บเดียวน่า”

“แต่ว่า...” กศิณาอยากจะแย้ง ทว่าดวงตากลมโตที่มองดุทำให้เธอถอนหายใจ ไม่อยากให้ดูเหมือนตัวเองอู้งาน แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งเจ้านาย

“อะ ถ้าอย่างนั้นหลับตา เดี๋ยวพี่ทาให้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปล้างมือ ใช้ของพี่แล้วกัน” จะได้หยิบมาให้ยืมง่ายๆ มือหนาเขย่าขวดขณะที่ไม่วายบ่นส่งท้าย “แต่แค่รออีกแป๊บก็ไม่ได้หรือไง”

“โอเคค่ะโอเค” กศิณายอมแพ้คนขี้บ่น กลอกตามองบนพลางถอนหายใจ แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องที่เธอพึ่งได้รับทราบข่าวมา”

“พี่ไผ่โทรมาบอกผลทดสอบดินแล้วนะคะ”

“อะไรนะ!

“ไม่ผิดจากที่คิดกันไว้ค่ะ”

“ไม่...คือ...” ก่อนจะเป็นศานต์ที่ถอนหายใจบ้าง ใบหน้าหวานเกินชายบูดบึ้งขึ้นทันตา ด้วยกะจะไม่บอกกล่าว แต่ดูท่าเวฬุอาจจะรายงานเจ้าหล่อนก่อนเขาเสียด้วยซ้ำ

ทั้งหงุดหงิดในความสนิทสนม และหงุดหงิดด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้กศิณายุ่งเรื่องนี้

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ลากมือคนตัวเล็กกว่าไปในทิศที่ต้องการทันที


 *****

เขาจะไปคุยกันที่ไหน รีบตามไปแอบฟังกันเร๊ว

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น