หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,861 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    44,861

ตอนที่ 71 : 20.3 แทนคำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 พ.ย. 61

กศิณาจ้องดวงตากลมโตสีดำเบื้องหน้า ก่อนจะโอบรัดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวจ้อยไว้แนบอก บิดตัวไปมาให้กับพฤติกรรมประหลาดของเจ้าของไร่ ที่ทำให้เธอนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะทานข้าวกับสามพี่น้องปุษยเวส จนโดนแซวแล้วแซวอีก

แถมดูท่าทุกคนจะรู้ด้วยว่าใครที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

หน้าแทบแตกแบบนี้ อย่าบอกนะว่าพี่ศานต์มาสารภาพรักน่ะ

บ้า! พี่ไผ่ คุณศานต์เขาจะมาสารภาพรักยุ้งทำไม ตลกแล้ว

อันนี้เวฬุก็ว่าเกินจริงไป มันไม่ได้มีอะไรเสียหน่อย ศานต์คงนึกแกล้งเล่นไปอย่างนั้น แต่แค่เขาทำดีด้วย แถมไม่โกรธและโทษว่าเธอเป็นผู้ร้ายแล้ว

เธอก็เลยดีใจ แค่นั้นเอง

จนมาตอนนี้ กลับถึงห้อง เธอก็ยังลั่นล้าไม่หยุด กลิ้งไปกลิ้งมาจนถ้าไม่มีเสียงข้อความเข้า เธอคงจะกลิ้งตกเตียงไม่รู้ตัว

และเป็นข้อความที่ทำให้เธอกลิ้งหนักกว่าเก่า!

...ถึงห้องแล้วใช่ไหม รีบพักผ่อนนะ นอนหลับไม่ต้องฝันจะได้นอนอิ่มๆ แต่ถ้าอยากฝันก็ขอให้ฝันถึงพี่...

ก็แค่ข้อความธรรมดา แต่ถ้าตอนนี้แก้มเธอเป็นลูกโป่ง มันก็คงใกล้ถึงจุดปริแตก

หลังตอบเขาไปก็ปรากฏสายเรียกเข้าในทันที กศิณาเม้มปาก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติไม่ให้น้ำเสียงผิดเพี้ยนไป

“ค่ะคุณศานต์ มีอะไรคะ”

“พี่แค่อยากได้ยินเสียงเราน่ะ” คำตอบนั้นทำเธอหน้าเหวอไปชั่วครู่

เล่นอะไรอีกแล้ว?

นี่มุกง้อขอโทษเรื่องที่เขากล่าวหาเธอหรืออย่างไร ก็บอกว่าไม่โกรธแล้วไงเล่า

“เอ่อ...ค่ะ” กระนั้นมันก็ทำให้เธอมีอาการแปลกๆ จึงตอบแบบออมคำ เพราะหากเอ่ยยาวๆ เสียงคงจะสั่นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจและมือ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องกดทุกอาการที่เป็นอยู่ให้สงบลง หญิงสาวเผลอพึมพำเบาๆ “ใครกัน”

“ใครอะไร”

“พอดีมีคนมาเคาะห้องยุ้งค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะคุณศานต์”

“เดี๋ยว!” เสียงเข้มๆ เรียกให้เธอชะงักการกดวางสายได้ทันท่วงที “ดึกแล้ว เปิดดูผ่านม่านก่อนว่าเป็นใคร อย่าพึ่งวางนะ”

แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ แต่เธอก็ยอมทำตามคำสั่ง เลิกม่านหน้าต่างบานติดประตูเพื่อสอดส่อง พบว่าเป็นพ่อจึงคิดหาข้ออ้างกับคนในสาย

“เกียกค่ะ เพื่อนข้างห้องฉันเอง คงจะมายืมอะไร เดี๋ยวฉันวางสายก่อนนะคุณ” ให้เขารู้ว่าผู้จัดการไร่มาหาเธอถึงห้องกลางดึกนี่ไม่ดีแน่

เมื่อวางสายจากเจ้าของไร่เรียบร้อย กศิณาก็เปิดประตูทักทายพ่อด้วยความงุนงง ร่างสูงใหญ่ปักหลักนิ่ง ไม่ล่วงล้ำเข้ามาด้านใน

“พี่มีอะไรจะถามหน่อย ทำไมตอนนั้นยุ้งถึงกลายเป็นคุณพิมประภาหลานทางรีสอร์ตได้ ที่เรามากับเจ้าสัวธเนศน่ะ” ดวงตารียาวของพ่อราบเรียบ อ่านยาก กศิณาไม่มั่นใจนักว่าเขาต้องการคำตอบแบบไหน

“ก็...” เธอแกล้งลากเสียงยาว ถ่วงเวลาเพื่อลอบสังเกตทุกท่าทางที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ “ยุ้งกับพิมหน้าตาเหมือนกันมาก พิมเลยขอให้ช่วยปลอมตัวไปอยู่ที่บ้านนั้นแทน เพราะพิมจะไปเที่ยวต่างประเทศ”

ใบหน้าของผู้จัดการไร่มีแววตระหนก ก่อนจะพึมพำด้วยเสียงที่ได้ยินไม่ชัด คล้ายกับต้องการบอกกล่าวแค่เพียงตัวเอง

“คะ ทำไมนะคะ” กศิณาแกล้งทวนคำอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะยกมุมปากแต่ดวงตาของเธอไม่ได้ยิ้มตาม แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่มันก็ไม่แปลกนี่ค่ะ ในเมื่อหนูเป็นหลานของบ้านนั้นเหมือนกับพิม เพียงแต่หนูตาตี่เหมือนพ่อ แต่ที่ไม่รู้คือ...คุณลินหรือคุณรุ้งคือแม่ของ...

“อย่าพูดถึงเรื่องนี้!” น้ำเสียงเฉียบขาดขัดขึ้น

“ทำไมคะ” แต่กศิณาก็ถามต่อทันทีไม่รีรอ

“แล้วก็อย่าบอกใครว่าที่บ้านทำอาชีพหรือทำสวนอะไร เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ หรือเป็นลูกคนเล็กที่มีพี่ชายอายุห่างกันมากกว่ายี่สิบปี ห้ามเอ่ยถึงทั้งนั้น แม้แต่กับคุณศานต์”

เธอเบิกตากว้าง ร่างชาทั้งแถบ จ้องใบหน้าขมึงถึงของพ่ออย่างตกตะลึง กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ

“พ่อกลัวคนจะรู้ว่าหนูเป็นลูกขนาดนั้นเลยเหรอคะ ถึงห้ามพูดทุกอย่างที่เขาจะเชื่อมโยงได้” ลำคอกศิณาแห้งตีบ “ทำไมคะ...ให้หนูบอกเขาไปเลยไหมว่าหนูเป็นเด็กกำพร้า เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน...เหมือนที่หนูกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้!” แรงอารมณ์ทำให้กศิณาเสียงดังขึ้นตามลำดับ ฝ้าน้ำเริ่มเอ่อคลอจนมองคนตรงหน้าได้ไม่เต็มตา

คนที่เป็นผู้ให้กำเนิด แต่เหมือนเขาไม่ได้ภูมิใจที่เธอเกิดมา!

ตั้งแต่ยังเล็ก แม้จะถูกสั่งให้เรียกพ่อว่าพี่มาตลอด ทว่าทุกคนในครอบครัวใส่ใจเธอดี จึงไม่ได้รู้สึกขาดหาย แต่มันคงมีเสี้ยนเล็กๆ ที่ฝังลึก บ่มเพาะหยั่งรากโดยที่เธอไม่รู้ตัว บัดนี้ยิ่งโตยิ่งห่างเหิน ยิ่งได้รับรู้ยิ่งก่อให้เกิด ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมันอาจจะอยู่มานานแต่ค่อยๆ เติบโตช้าๆ เธอจึงไม่รู้ตัว

น้อยใจ...ที่พ่อไม่อยากเป็นพ่อของเธอ

เสี้ยววินาทีสุดท้ายที่กำลังจะปิดประตูลง คำสั่งที่มาพร้อมแววตาดุดันของพ่อยิ่งทำให้ใจดวงน้อยเจ็บแปลบ กศิณาทิ้งตัวลงบนเตียง คู้ตัวห่อไหล่ กกกอดตุ๊กตาตัวน้อยหวังใช้มันเป็นตัวแทนของเจ้าของ ยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งสุดท้าย เมื่อเธออาจจะไม่เหลือใครแล้วจริงๆ

“พี่จะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังอยากเห็นหน้าพี่ ก็อย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก”

นอกจากเธอจะเชื่อตามที่พ่อสอนเสมอว่า การรักษาสัญญา คือการรักษาเกียรติเธอยังเชื่อด้วยว่า การรักษาคำพูด คือจุดเริ่มต้นของความเชื่อใจ

บัดนี้...เธอยังเชื่อใจใครได้อีก

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใดที่เธอนั่งคุดคู้อยู่บนเตียง เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งจมดิ่งอยู่ในภวังค์ กศิณาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนมาเคาะประตูห้องอีกครั้ง กระทั่งมันเปิดออกพร้อมเสียงเรียกด้วยความตกใจของผู้มาเยือน

“ยุ้ง!

เสียงอันคุ้นเคยแว่วผ่านเข้าหูเลือนราง เธอคิดว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่จิตใต้สำนึกสร้างขึ้น จึงไม่คิดเงยหน้ามอง

ศานต์รีบเข้าประชิดร่างบนเตียง วาดแขนโอบรอบบ่าที่สั่นสะท้าน เขากำลังจะเข้านอนแล้วแต่ก็เปลี่ยนใจ ตอนแรกเพียงต้องการมาสอดส่องว่าหญิงสาวนอนหลับพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่ต้องมาคอยจับผิดจับตามองอีกต่อไป แต่ราวกับว่าหากไม่ได้มาจะนอนไม่หลับ

ทว่าเงาร่างที่นั่งบนเตียงซึ่งเห็นเลือนรางผ่านม่านหน้าต่างสีขาวทำให้ต้องจับตามอง และเมื่อผ่านไปนานถึงสิบนาทีก็ยังคงอยู่อย่างนั้น จึงเคาะประตูเรียก แต่เมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับจึงผลักประตูเปิด โชคดีที่มันไม่ได้ล็อก

ร่างที่ค้อมลู่จนแทบจะกลายเป็นก้อนกลมๆ ทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉย จนศานต์รู้สึกว่าถ้าช้ากว่านี้เธออาจจะร้องไห้จนขาดใจ

“ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง”

เธอขยับตัวคล้ายอึดอัด แต่เขากลับกอดรัดแน่นขึ้นเพื่อปลอบประโลม

“ปล่อยก่อนคุณศานต์ ปล่อย!” เสียงดังอู้อี้จนศานต์คิดว่าน้ำตาคงกำลังนองหน้าหญิงสาว

“ไม่เป็นไรแล้ว พี่อยู่ตรงนี้แล้วยุ้ง พี่อยู่ตรงนี้” เสียงทุ้มพร้อมสัมผัสแผ่วเบาลูบผมนุ่มลื่นอย่างอ่อนโยน ทำให้หญิงสาวยิ่งดิ้นหนักเข้าไปใหญ่ ศานต์จึงตัดสินใจเงียบ หวังให้เธอได้ระบาย ใช้กายเขาเป็นแหล่งพักพิง ใช้เสื้อนอนแทนกระดาษทิชชู่ซับน้ำตา

แต่เธอกลับดีดตัวออกแล้วผลักเขาเกือบตกเตียง!

“ใครร้องไห้กันคุณ จะบ้าเหรอ อยู่ๆ ก็บุกเข้ามาหาว่าฉันร้องไห้” พูดแล้วเจ้าตัวก็คลานเข้ามาใกล้เขา เอื้อมมือมาอังที่หน้าผาก “ตัวร้อน ไม่สบาย หรือกินยาไม่เขย่าขวดมา”

ศานต์ลอบสำรวจคนที่ขมวดคิ้วมุ่นมองเขาด้วยความห่วงใย ดวงหน้าหวานของกศิณามีรอยแดงที่หน้าผากคล้ายโดนกดทับ คงเป็นรอยจากเข่านั่นเอง ดวงตารียาวแดงน้อยๆ แต่ไม่มีร่องรอยของหยาดน้ำ วงหน้ากระจ่างใสไม่มีคราบอย่างที่กังวล

“แล้วนั่งท่านั้นทำไม ก็คิดว่าร้องไห้สิ แถมพี่เคาะเรียกก็ไม่ยอมตอบ” เขาเอ่ยแก้ตัว

“คิดอะไรเพลินๆ อยู่ เลยไม่ได้ยิน” กศิณาว่าไปตามจริง

ก็เกือบไปแล้วล่ะ เกือบร้องแล้ว แต่เธอไม่มีเวลา เธอควรจะเอาเวลาคร่ำครวญฟูมฟายมาตามหาเหตุผลที่พ่อพูดแบบนั้นมากกว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่ใช่ท่านไม่รัก แต่ทำไมรักแล้วยังพูดในสิ่งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอจะต้องเสียใจ

แปลว่าจะต้องมีอะไรร้ายแรงอย่างมาก เขาถึงกล้าหักหาญน้ำใจ...แต่มันอะไรกันล่ะ

“พี่เป็นห่วงนะ”

กศิณาที่เริ่มเข้าสู่ภวังค์อีกครั้งสะดุ้งทันที เสียงทุ้มทอดอ่อนใส่ใจเล่นเอาก้อนเนื้อในอกสั่นไหว เธอเม้มปากจ้องเขานิ่ง ก่อนสุดท้ายจะเปิดยิ้มส่งให้

“ขอบคุณนะคุณ”

ศานต์จดจ้องคนตรงหน้าอยู่ชั่วขณะ ตัดสินใจรวบร่างอวบอิ่มเข้าไว้ในอ้อมกอด คนถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัวเตรียมจะดิ้นหนี แต่เสียงออดอ้อนริมหูทำให้เธอหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่มี

“อยู่อย่างนี้สักแป๊บได้ไหม นะ...”

เขาออกแรงรัดขึ้นอีกนิด กระทั่งกศิณาเริ่มนิ่งจึงเบนหน้าเข้าหา กดริมฝีปากลงข้างขมับหญิงสาวแผ่วเบา ก่อนจะประคองไหล่มนทั้งสองข้างดันออกช้าๆ เพื่อถามความ

เรื่องที่เธอคิดจนไม่รับรู้โลกภายนอกจะต้องมีความสำคัญมาก และมันอาจจะเกี่ยวข้องกับข่าวในสมุดเล่มนั้นก็เป็นได้

“คิดอะไรอยู่ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” น้ำเสียงทอดอ่อน แววตาอาทรห่วงใย ทำให้กศิณาเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ

แต่เธอเล่าไมได้ เพราะโดนสั่งห้ามไว้ไง ไม่อย่างนั้นอะไรๆ มันคงจะง่ายกว่านี้

“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะคุณศานต์”

“เฮ้อ...” คนโดนปฏิเสธไม่ให้ร่วมรับรู้เรื่องของเธอถอนหายใจเสียงดัง ก่อนยอมรับอย่างจำนน “ยังไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร พร้อมเมื่อไรอย่าลืมว่ามีพี่อยู่ใกล้ๆ นี่นะ”

กศิณายิ้มรับตาหยีมองเขาที่ทำท่าจะผละจาก แต่เสี้ยววินาทีนั้นอยู่ๆ ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อศานต์หันกลับมาประทับริมฝีปากที่หน้าผากมน

“แทนคำสัญญา”

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว และถ้าไปมองในกระจกมันคงจะขึ้นสีแดงเข้มปรี๊ด รีบผลักเจ้าของไร่ไปที่ประตูหน้าห้องทันที

“ออกไปเลยคุณ ไปนอนได้แล้ว ฝันดี”

“ฝันดีแล้วต้องมีกู๊ดไนท์คิสด้วยเปล่า” เขายังว่าด้วยทีท่าทะเล้น

กศิณาเม้มปากถลึงตามองก่อนชี้นิ้วไล่ ไม่เกรงใจว่าใครเจ้านายใครลูกน้องอีกต่อไป

“ไม่เล่นแล้ว ไป๊!

แล้วจึงปิดประตูใส่หน้าเขา แว่วเสียงหัวเราะคิกคักดังเข้ามาคล้ายจงใจให้ได้ยิน

จะบ้าตาย...พอคุณศานต์จะขี้แกล้ง ก็เล่นเอาหัวใจแทบวาย

แล้วเธอจะมองหน้าเขาได้อย่างไรกัน!



 *****

วันนี้มีความหวานมาเสิร์ฟค่า นานๆ คู่นี้เขาจะสวีทวี่วี

เป็นไงกันบ้าง แนะนำกันได้น้า

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น