หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,674 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    680

    Overall
    44,674

ตอนที่ 7 : 2.3 คนแปลกหน้าที่อยากเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

เขาเลิกคิ้วรอคำตอบ เธอจึงรีบเอ่ยปากเพราะอยากให้รีบลาจากกันเสียที

“กศิณาค่ะกศิณา” ไม่รู้ทำไมจะต้องทำเสียงแข็ง แต่บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าเกลียดรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ชะมัด!

ผู้ชายที่พาเธอเข้างานยังคงตัวแข็งนิ่งค้างแม้อีกฝ่ายจะจากไปนานแล้ว บ่ากว้างที่เคยตั้งตรงห่อลู่ เขาก้มหน้าต่ำ แววตาคล้ายดำเข้าสู่มิติอื่น กศิณารู้สึกอึดอัดพาลให้นึกอยากทำอะไรสักอย่าง และผีบ้าคงเข้าสิงจึงเอื้อมไปจับมือเขาไว้

ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อไม่ถูกสะบัดออก ซ้ำเขายังบีบมันแน่นขึ้นอีก

ศานต์อาจจะไม่รู้ แต่เธอรู้อยู่เต็มอกว่าพร้อมจะเคียงข้างเขาตรงนี้เสมอเมื่อเขาต้องการ เวลาสิบปีที่ผันผ่านไม่ได้ทำให้ความทรงจำของเธอเลือนหายถึงแม้อีกคนจะจำอะไรไม่ได้

เขาเคยเป็นทุกอย่าง เป็นเจ้าชีวิต เป็นเพื่อน เป็นพี่ชาย เป็นคนที่ทำให้เธอยิ้มได้ เป็นคนที่ให้โอกาส แม้เธออาจจะไม่เคยเป็นอะไรของเขาเลยก็ตาม

“น้องศานต์คะ ไหนเอ่ย เพื่อนน้องศานต์ที่อยากเป็นดีไซเนอร์ที่จะแนะนำให้พี่รู้จักน่ะ”

เสียงที่ดังจากอีกฝั่งของชายหนุ่มทำให้กศิณาชะโงกหน้าไปมอง แอบกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อวันนี้เธอได้รับเกียรติเป็นทั้งเพื่อนทั้งคนรัก ถึงจะเป็นแบบปลอมๆ ก็เถอะนะ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เบื้องหน้าคือกลุ่มคนท่าทางดีแต่งตัวหรูหรา อาคเนย์เธอเจอไปแล้วเมื่อตอนเย็น หากอีกสองคนที่เหลือถือเป็นคนแปลกหน้า ก็แค่ตัวจริงเท่านั้นแหละ ถ้านับจากข่าวสารที่ติดตามมาตลอดก็ต้องเรียกว่าคุ้นเคยกันดี ถามวันเดือนปีเกิดบ้านเลขที่นี่ไม่มีพลาด รายการแฟนพันธุ์แท้ยังต้องปาถ้วยมาให้

สองสาวอายุล่วงเข้าเลขสี่แต่ใบหน้ายังคงอ่อนวัย คนแรกตาคมร่างอวบและสูงกว่า อยู่ในชุดราตรีคอเต่าสีเข้ม สีหน้าสงบราบเรียบกิริยาทะนงไว้ตัว ในขณะที่คนเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรคือสาวร่างบางตัวเล็ก แลดูสวยหวานเย็นตา ชุดราตรีแขนยาวแบบเรียบสีเหลืองทองขับให้ใบหน้ารูปไข่ดูเปล่งประกาย

ทั้งคู่มีเค้าหน้าที่ทำให้นึกถึงผู้หญิงที่ปะทะกันจนไวน์หกใส่ชุดหรู แต่อังคณานั้นผิวเข้มนวลตาเหมือนกับอาคเนย์ ส่วนสองคนนี้ผิวค่อนข้างขาวจัด

ศานต์ปล่อยมือของเธอออก ส่งยิ้มให้ผู้มาใหม่ กศิณาเผลอขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วนัก เธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่าครู่ก่อนเขามีทีท่าแบบไหนถ้าไม่ใช่ยืนข้างกันตรงนี้

“นี่ครับ คนนี้เลย” เขาขยับตัวออกเพื่อให้ทุกคนเห็นเธอได้ชัดขึ้น

กศิณามองทั้งสามคนให้เต็มตาอีกครั้ง เธอยิ้มกว้างจนดวงตารียาวยิบหยีปิดบังแววยินดีที่เอ่อล้น ความรู้สึกพองฟูในอกคล้ายตัวจะลอย อยากจะตะโกนให้ลั่นเสียตรงนี้ว่ามีโอกาสได้เจอแล้ว

ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อศิลปกิจจา

มือของเธอชื้นเหงื่อเผลอบีบประสานกันแน่นด้วยความประหม่า ต่อเมื่อหญิงสาวทั้งสองคนส่งยิ้มพร้อมทั้งเลิกคิ้วนิดๆ คล้ายแปลกใจ เธอจึงรีบประนมมือไหว้

“สวัสดีค่ะ ชื่อยุ้งข้าวค่ะ”

“นี่คุณไพลิน คุณพลอยรุ้ง ศิลปกิจจา เจ้าของห้องเสื้อและดีไซเนอร์ที่ร่วมจัดงานในวันนี้ พี่รุ้งเป็นคนหาชุดนี้ให้เธอเอง” ศานต์ผายมือแนะนำบุคคลทั้งสอง

“มีอะไรถามได้นะจ๊ะ เห็นศานต์บอกว่าเราสนใจเรื่องแฟชั่น พี่ยินดีตอบทุกคำถามเลยจ้ะ” พลอยรุ้งหรือหญิงสาวร่างเล็กยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ในขณะที่ร่างสูงใหญ่กว่ายิ้มให้เล็กน้อย

กศิณาเผลอเม้มริมฝีปากแน่นแต่ดวงตาพร่างพราว รวบรวมสติสมาธิเพื่อสวมบทบาทคน สนใจแฟชั่นเพราะเป็นข้ออ้างเดียวที่จะทำให้ได้พูดคุยกับคนทั้งสอง

ดีที่คู่ฤทัยรูมเมทเธอเรียนแฟชั่นดีไซน์และทุ่มเทอย่างหนัก ทั้งรักทั้งคลั่งกรอกหูให้เธอฟังตลอดเวลาที่รู้จักกันมาเกือบหกปี บวกกับรอยยิ้มอันจริงใจเธอจึงสามารถเข้าถึงผู้ใหญ่ได้ในเวลารวดเร็ว

“...แล้วหนูล่ะ มีความคิดเรื่องผ้าไทยกับยุคสมัยใหม่ยังไงบ้างจ๊ะ” พลอยรุ้งเอ่ยถามหลังจากอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับงานที่จัดในครั้งนี้จนจบ

กศิณาพอรู้มาบ้างว่าคนสมัยใหม่ไม่ค่อยสนใจผ้าไทยหรือผ้าทอมือนัก เนื่องด้วยใช้เวลาและผ้าบางชนิดก็ราคาสูง บางคนมองว่าไม่ทันสมัยไม่นิยม เจ้าของห้องเสื้อคงอยากทราบความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่อย่างเธอ จึงแอบยกความคิดคู่ฤทัยมาตอบทั้งดุ้น ได้แต่ขออนุญาตเพื่อนสนิทในใจ หมายมั่นว่าคืนนี้จะต้องไปเรียนแจ้งให้ทราบโดยด่วน ถึงจะมั่นใจว่าเพื่อนไม่คิดว่ากันก็ตามที

“ไลฟ์สไตล์คนตอนนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ปัจจุบันคนต้องการความคล่องตัวจะให้มาใส่ผ้าถุงแล้ววิ่งขึ้นรถไฟฟ้าหรือใช้ชีวิตเร่งรีบก็ไม่เหมาะ เราควรนำผ้าไทยมาปรับให้เข้ากับปัจจุบัน อย่างหนูเป็นคนหนึ่งที่ชอบใส่กางเกงค่ะ มันคล่องตัว สะดวก ทำอะไรง่าย ถ้าเป็นพวกจั๊มสูทอะไรพวกนี้ก็น่าจะทำได้นะคะ ไม่อย่างนั้นก็เดรสหรือกระโปรงนี่แหละ แต่อาจจะเอาไปจับพลีททำสม็อคทำเป็นกระโปรงทวิสต์อะไรแบบนี้ ก็จะเดินง่ายกว่าเป็นผ้าถุงแคบๆ”

เห็นได้ชัดว่าแววตาของคู่สนทนารวมทั้งผู้หญิงอีกคนที่ยืนฟังเงียบๆ เปล่งประกายด้วยความสนใจ

“ตอนนี้ทางห้องเสื้อเราก็กำลังหันมาจับแนวนี้ อยากให้วัยรุ่นหันมาใช้ผ้าไทย เพราะปัจจุบันก็มีแต่ผู้สูงอายุทั้งนั้นที่ใช้ ถ้าเด็กสมัยใหม่ที่เป็นกำลังซื้อหลักของตลาดมีความคิดแบบหนูเยอะๆ ก็คงดี”

“เดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดียก็มีผลนะคะ เด็กรุ่นใหม่ชอบตามไอดอล อินฟลูเอ็นเซอร์ อาจต้องจ้างเขามาช่วยในการพรีเซนต์งาน ยิ่งพวกที่คนติดตามเยอะๆ เขาทำอะไรทีก็บูมเร็วเลย”

ก็เป็นความคิดคู่ฤทัยอีกเช่นกัน กศิณาไม่ใช่คนชอบเล่นโซเชียลจึงไม่ทันอะไรพวกนี้ วันใดที่เพื่อนสนิทมีโอกาสได้เจอกับสองคนตรงหน้า เธอจะบอกให้หมดว่าความคิดเหล่านี้มาจากใคร


*****

ใครกันน้า คนแปลกหน้าที่ยุ้งข้าวอยากเจอ





>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

0 ความคิดเห็น