หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,867 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    44,867

ตอนที่ 63 : 18.1 แผลในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 พ.ย. 61

“ขอโทษค่ะคุณช้อง”

“ทำไมมาอยู่ห้องนี้ล่ะ”

“คือ...คุณศานต์บอกให้ยุ้งไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในห้องนอนคุณศานต์ แต่ไม่ได้บอกว่าห้องอยู่ตรงไหน ยุ้งเลยไล่เปิดมาทีละห้องค่ะ ห้องข้างๆ เป็นห้องพักแขก คุณศานต์บอกว่าฝุ่นเยอะอย่าเข้าไป ยุ้งเลยเปิดประตูถัดมา...” กศิณาอธิบายตามความจริง เมื่อเดินเข้าใกล้สัตวเเพทย์สาวแล้วไม่เห็นร่องรอยตำหนิในแววตา แถมน้ำเสียงที่ใช้ก็ไม่ได้ดุด่าจึงพอจะเบาใจได้บ้าง

“แต่ห้องนี้ฝุ่นเยอะกว่าอีกนะ รีบออกมาเร็ว เดี๋ยวอาการยิ่งหนัก” หญิงสาวกล่าวพลางคว้ามือเธอให้เดินออกจากห้อง

“โห ดูสิ มอมแมมหมดแล้ว หายใจออกได้ยังไงกัน ขนาดฉันยืนอยู่หน้าห้องยังรู้สึกว่ากลิ่นไม่ค่อยดีเลย” ทั้งยังช่วยปัดหยากไย่และฝุ่นให้อย่างอ่อนโยน

“ไปๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าดีกว่า จะได้สบายขึ้น กลิ่นติดตัวมาหมดแล้ว” จูงมือนำเธอไปราวกับว่าเป็นเด็กเล็กในความดูแล

“คุณช้องคะ...ยุ้งขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” กศิณาเอ่ยเสียงแผ่วอย่างไม่แน่ใจนัก

คนนำหยุดเดิน หันกลับมามองสบตาก่อนยิ้มให้อ่อนโยน กล่าวอย่างรู้ทัน “ถ้าจะถามเรื่องห้องนั้นฉันคงบอกอะไรยุ้งมากไม่ได้หรอกนะ แล้วถ้าจะแนะให้ไปถามเจ้าของบ้านนี่ยิ่งไม่ได้ใหญ่ ห้องนั้นน่ะ แม้จะไม่ได้ล็อกประตูไว้ แต่เมื่อศานต์สั่งไม่ให้ใครเข้าไปทุกคนก็ต้องทำตาม มันก็เลยเป็นห้องปิดตายไปแล้ว เหมือนหัวใจของศานต์นั่นล่ะ” ประโยคสุดท้ายเจ้าตัวพึมพำกับตัวเองทำให้กศิณาได้ยินไม่ถนัดนัก

“เอ่อ...แต่คุณช้องคะ ยุ้ง...” ไม่อยากทำตัวน่ารำคาญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเพราะความสงสัย แต่คนตรงหน้าไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาส

“ยุ้ง” หญิงสาวเอ่ยเสียงนุ่ม มือบางเอื้อมมาลูบผมเธออย่างแผ่วเบา ยังคงส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “ทุกคนก็มีบาดแผลในชีวิตกันทั้งนั้นแหละ จะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เนิ่นนานแค่ไหน แต่บางทีถ้ามันถูกสะกิด มันก็จะกลับมาโชกเลือดอีกครั้ง อย่างเช่นเมื่อคืนมันมีเหตุการณ์ที่ศานต์ฝังใจ มันเลยเผลอทำร้ายยุ้ง แต่ฉันดีใจนะที่ยุ้งไม่โกรธศานต์”

คนเป็นผู้ใหญ่กว่าส่งยิ้มเอ็นดูให้ ดวงตาไร้แววตำหนิ ก่อนเอ่ยต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่จะมีประโยชน์อะไรไม่ว่าเราจะสะกิดแผลเขาด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ”

“แต่ว่าบางเรื่องถ้าเก็บไว้นานๆ มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพจิตอยู่ดีนี่ค่ะ”

“แล้วยุ้งล่ะ ถ้ามีเรื่องที่ทำให้ยุ้งเสียใจ ยุ้งอยากให้ใครไปรื้อมันขึ้นมาจากความทรงจำไหม”

“ก็...” กศิณาอึกอัก พยายามจำลองสถานการณ์ให้เป็นตัวเอง แต่ว่า...แต่ละคนมีเรื่องที่ทำให้เสียใจต่างกันออกไปนี่นา เรื่องเดียวที่ทำให้เธอเศร้าได้ จริงๆ แล้วเธอก็อยากให้ใครมาร่วมรับรู้

“ยุ้งคิดว่าการมีใครสักคนรับฟังและรับรู้ความรู้สึกเรา มันดีกว่าเราต้องเก็บไว้คนเดียวนะคะ” กศิณากลั้นใจตอบ แม้รู้ดีว่าความจริงเธออาจจะเลือกเก็บไว้คนเดียวเพื่อไม่ให้ใครเศร้าตามก็เป็นได้

“ฉันก็หวังว่าศานต์จะเจอคนคนนั้นเข้าสักวัน ที่จริงก็เคยเจอแล้วนะ แต่สงสัยมันจะทำบุญมาน้อย เบื้องบนถึงไม่ส่งกลับมาให้เจอกันอีก ก็หวังว่ามันจะเจอคนใหม่เร็วๆ นี้” เสียงกลั้วหัวเราะคล้ายเอ่ยขำๆ แววตาที่ทอดมองนั้นหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ แต่กศิณากลับไม่ทันสังเกต

“ใครหรือคะ...” ไม่รู้ทำไมกศิณารู้สึกว่าเสียงตัวเองแปร่งชอบกล

“คนพิเศษน่ะ ตอนนั้นฉันแปลกใจมากเลยล่ะ ทั้งที่มันเป็นวันที่ศานต์รู้สึกว่าไม่เหลืออะไรแล้ว แบบดำดิ่งสุดขีด แม้แต่ฉันก็ยังฉุดเขากลับมาไม่ได้ แต่คนคนนั้นกลับทำให้ศานต์ยิ้มได้โดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย แต่เขาไม่เจอกันนานแล้วล่ะ นานมาก ถึงศานต์ไม่เคยลืมแต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว ยุ้งไม่ต้องห่วงนะ มันก็แค่ความทรงจำ”

เป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกเจ็บจี้ดแปลกๆ พาดผ่านอก กศิณาได้แต่คิดหาเหตุผลว่าเพราะสงสารศานต์ที่ไม่ได้เจอคนคนนั้นอีก เธออยากให้เขามีความสุข เธอจึงเศร้าตามเขา...มันก็เท่านั้น

อยากจะเอ่ยถามต่อแต่คนเล่าจูงมือเธอเดินเปิดประตูเข้าห้องฝั่งตรงข้าม พามานั่งที่เก้าอี้นวมตัวนุ่มแล้วเดินหายไปหลังประตูอีกบานที่เป็นห้องแต่งตัว ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมเสื้อผ้าในมือ ร่างบางแย้มมุมปากขณะคลี่ชุดเผยให้เห็นเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงเลสีดำ

“เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นชุดนี้ดีกว่านะ ของศานต์สมัยก่อน ไม่ได้ใส่นานแล้ว อาจจะเก่าหน่อยแต่ไม่มีกลิ่นอับฉันพิสูจน์ให้ล่ะ” เพื่อนสนิทเจ้าของชุดกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“เอ่อ...ยุ้งว่ายุ้งกลับไปเปลี่ยนที่ห้องก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้หรอก พักอยู่นี่ก่อนเถอะ เกิดยายนั่นคิดอยากมาเดินเล่นหลังบ้านแล้วเจอยุ้งพอดีจะทำยังไง” ช้องนางเอ่ยอย่างรู้กันว่า ‘ยายนั่น’ ที่พูดถึงคือใคร

ความจริงช้องนางไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นเสียเท่าไร ดูก็รู้ว่ากศิณาน่าจะเอาตัวรอดได้ แต่เพราะใครบางคนฝากมา ไม่สิ เรียกว่า สั่งเลยดีกว่าว่าอย่าให้กศิณาออกจากบ้านนี้ได้ ด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะตามไปเป็นพยานกับตำรวจจนอาจเกิดอันตราย ช้องนางจึงต้องพยายามรั้งและเบี่ยงความสนใจให้กศิณาอยู่ที่นี่ไปก่อน

“นอนพักที่นี่ก่อน ไข้หายดีหรือยัง เกิดกำเริบขึ้นมาอีกจะทำยังไง” ไม่ว่าเปล่า มือบางเอื้อมมาแตะหน้าผากคนที่นั่งอยู่ทันที

“เนี่ย นอนห้องศานต์ยังได้เลย มันไม่ถือ ป่ะ ไปเปลี่ยนชุดล้างหน้าล้างตาซะ” คนที่ยืนอยู่ยื่นเสื้อผ้าในมือพร้อมทั้งถุงผ้าที่บรรจุของใช้จำเป็นสำหรับการลบเครื่องสำอางไว้

กศิณารับของมา ลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำตามทางที่ถูกชี้นำ พลันชะงักหันหลังกลับมาเมื่อเกิดข้อสงสัย

“ทำไมคุณช้องถึงรู้ว่ายุ้งไข้ขึ้นล่ะคะ”

“ก็เมื่อคืนฉันเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เช็ดตัวลดไข้ให้ยุ้งไง”

“ห๊า แล้วคุณช้องพายุ้งกลับมาที่ห้องได้ยังไงอะคะ” กศิณาเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าที่ช่วยให้ความกระจ่างเรื่องเธอละเมออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเองได้ แต่อดแปลกใจไม่ได้ว่าร่างแบบบางตรงหน้าพาเธอกลับห้องได้อย่างไร แม้ว่าปกติช้องนางจะแรงเยอะมากกว่ารูปร่างที่เห็นก็เถอะ

“ฉันไม่ได้เป็นคนพายุ้งมาหรอก พอดีว่า...”

ตู้ม!!!

เสียงนั้นดังสนั่นราวกับภูเขาไฟระเบิด สองร่างสะดุ้งหันมองกันแล้ววิ่งออกจากบ้าน พบหลายชีวิตกำลังวิ่งกรูหัวหมุนไปในทิศที่มาของเสียง ช้องนางวิ่งอ้อมไปยังหลังบ้านเพื่อขับพาหนะคู่ใจมารับร่างที่เดินได้ไม่ไวนัก ก่อนบึ่งไปยังทางที่คิดว่าน่าจะเป็นที่เกิดเหตุทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #240 Jinny Jintana (@jinny9999) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 18:16
    เกิดอะไรขึ้นอีกกกกก
    #240
    1
    • #240-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 63)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 19:39

      ต้องรอติดตามค่าาา
      #240-1