หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,609 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    615

    Overall
    44,609

ตอนที่ 62 : 17.3 สิ่งที่ถูกขังลืมในห้องปิดตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    12 พ.ย. 61

ด้านคนที่ถูกทิ้งให้ยืนคว้างอยู่เดียวดาย ขมวดคิ้วระลึกชาติว่าจะหายาได้จากที่ใด ห้องนอนเขาไปตรงไหน แล้วจึงเริ่มออกสำรวจเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่เพื่อทำตามที่เขาบอก แม้ไม่ได้รู้สึกปวดหัวอะไรแต่ก็เชื่อฟังเขาโดยดี กินยาแล้วหลับรอก็ได้ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่

เป็นเด็กดีขนาดนี้ทำไมพี่ถึงต้องคิดหนักเรื่องแต่งงานกับหนูขนาดนั้นนะ

เธอยกมือขึ้นทุบอกเบาๆ หวังบรรเทาอาการรวดร้าวที่พาดผ่าน แต่ใบหน้าเคร่งเครียดของศานต์เมื่อครู่กลับไม่เลือนหาย

เขาคงกังวลกลัวจะทำร้ายจิตใจของน้องตัวเล็กหากตอบปฏิเสธ ซึ่งมันก็กำลังจะกลายเป็นเช่นนั้น แม้เธอจะไม่อยากเป็นแบบนี้เลยก็ตาม กศิณาได้แต่สูดลมหายใจตั้งสติ คิดอีกแง่เธอก็ผิดไม่น้อยที่ทำให้เขาต้องลำบากใจ เด็กหนอเด็ก สัญญาอะไรไม่ได้นึกถึงใจคนทำสัญญาด้วยเลย

เธอปัดความคิดที่ทำให้รู้สึกร้อนรุ่มในใจ จัดการกินยาให้เรียบร้อย แล้วเดินไปตามทางเดินฝั่งตรงข้ามห้องครัว ที่สุดปลายนั่นคือหน้าต่างที่เปิดไว้ให้แสงเข้าและลมพัดผ่าน ทางซ้ายใกล้ตัวมีประตูปิดอยู่ ก่อนจะมีอีกบานถัดไปเกือบสุดปลายทางเดิน ด้านขวามีประตูบานหนึ่งอยู่เยื้องกัน

จำได้ลางๆ ว่าห้องศานต์อยู่ทางซ้ายฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น แต่บานไหนไม่แน่ใจนัก ส่วนประตูขวาเป็นห้องนอนแต่ไม่ใช่ห้องของเขา ในห้องนั้นมีห้องแต่งตัวซึ่งไม่มีของเขาสักชิ้น

ผลักประตูซ้ายบานแรกเข้าไปกดสวิตช์ไฟที่ข้างประตู ด้านในมีเตียงไม้สี่เสาขนาดไม่กว้างนัก มุ้งขาวล้อมรอบถูกมัดรวบขึ้นด้านบน โต๊ะเครื่องแป้งว่างเปล่าไม่มีของใด อีกฟากฝั่งใกล้หน้าต่างที่ถูกปิดมีตู้เสื้อผ้าไม้ใบสูง คุ้นตาเหมือนห้องที่เคยพาเขาเข้านอนตอนเด็กๆ แต่อากาศที่อับเล็กน้อยแถมคราบฝุ่นประดับบางๆ ตามเครื่องเรือน ทำให้ตัดสินว่าน่าจะเป็นห้องพักรับรองแขกมากกว่าห้องของเจ้าของบ้าน

เคลื่อนไปยังสุดทางเดิน หยุดยืนหน้าห้องถัดไปที่อยู่ติดกัน ออกแรงผลักประตูเข้าไป แต่ก็พบว่าเป็นการยากไม่ใช่น้อยที่จะดันให้มันเคลื่อนที่ อดแปลกใจไม่ได้ ประตูที่ถูกใช้งานทุกวันจะฝืดขนาดนี้เชียวหรือ

และเมื่อรวบรวมแรงโถมทั้งตัวใส่มันก็ค่อยๆ ขยับช้าๆ เสียงไม้ลั่นส่อถึงการใช้งานที่ไม่บ่อยนัก กลิ่นฝุ่นและความอับชื้นปะทะใบหน้า  รีบควานหาสวิตช์ไฟแต่เปิดเท่าไรก็ไม่ติด จึงออกแรงผลักอีกนิดเพื่อให้ห้องรับแสงจากหน้าต่างทางเดิน แล้วก็ค้นพบว่าห้องนี้น่าจะไม่ถูกเปิดมาเป็นแรมปี

กศิณาควรจะปิดประตูกลับเสีย แต่อะไรบางอย่างดึงให้เธอก้าวเข้าไปสำรวจและทำความรู้จักผู้ชายคนนั้น คนที่มีสารพัดเรื่องที่ห้ามเอ่ย คนที่เคยกอดขวดเหล้าเช้า สาย บ่าย เย็น คนที่แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เหมือนซอมบี้อีกต่อไป แต่กศิณากลับรู้สึกได้ว่าเขาไม่เปลี่ยนแปลง

สิบปีที่แล้วเขาทุกข์ใจกับอะไรบางอย่าง เวลาผ่านไปไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เลย

กศิณาออกสำรวจทั่วโดยใช้เพียงไฟดวงเล็กจากโทรศัพท์นำทาง ห้องนี้กว้างพอๆ กับพื้นที่ใช้สอยทั้งห้องของคอนโดบางแห่งในเมืองกรุง ผนังและเพดานถูกกรุด้วยกระดานยิปซัม ใกล้เพดานขวามือติดฝั่งข้างตัวบ้านแอร์คอนดิชันเนอร์แบบแขวนถูกเจ้าสัตว์ตัวเล็กชักใยล้อมไว้ราวกับจะประกาศอาณาเขตเหนือโต๊ะทำงานตัวใหญ่

ฝั่งตรงข้ามของห้องมีคอร์คบอร์ดสูงจรดเพดานแนบชิดตามแนวผนัง มีกระดาษแปลนขนาดใหญ่ แบบบ้าน หน้าจากหนังสือนิตยสารถูกปักไว้ด้วยหมุดอันเล็ก ตรงกลางมีไวท์บอร์ดความกว้างหนึ่งวาถูกขีดเขียนโยงไปโยงมา รอยเส้นปากกาขาดหายบางส่วน ถัดไปผ้าสีเข้มคลุมขาตั้งไม้เป็นสิบวางเรียงที่มุมห้อง ผนังด้านหลังมีภาพวาดในกรอบสี่เหลี่ยมมากมายแขวนไว้ กระจกมีคราบฝุ่นบังจนบางรูปมองไม่ชัดว่าคืออะไร

แสงไฟจากมือเธอส่องให้เห็นเอกสารสำคัญทางการเรียนในกรอบสลักสีทองและรูปถ่ายในพิธีจบการศึกษาซึ่งมองผ่านเพียงเสี้ยววิเธอก็รู้ว่าเป็นใคร ส่องไฟกลับไปที่ใบประกาศ ค่อยๆ อ่านรายละเอียดอย่างช้าๆ ใช้สมาธิเพ่งจดจ่อเพราะฝุ่นที่เกาะกระจกทำให้วิสัยทัศน์ไม่ค่อยดีนัก

 

The degree of Bachelor of Decorative Arts

(Interior Design)

Upon

Sarn Isawanyakorn

 

ความอยากรู้จู่โจมใส่อีกครั้ง กศิณากดไล่หารายชื่อคนที่เธออยากคุยด้วยที่สุดในตอนนี้ แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาอยู่กับเจ้าของห้องที่เธอบุกรุกเข้ามา จึงเลื่อนการติดต่อออกไป หมุนตัวกลับจ้องไปที่ผืนผ้าใบกลางห้องซึ่งไม่ถูกคลุมผ้าไว้ หมายตาว่าจะเดินไปสำรวจแต่กลับสะดุดลื่นของบนพื้นจนเกือบหน้าหงาย ดีที่เหนี่ยวตัวกับโต๊ะทำงานข้างกายได้ทัน

ดวงตารียาวจ้องไปที่ปากกาดินสอบนพื้น นั่นน่าจะเป็นสาเหตุให้เธอเกือบล้มเมื่อครู่เป็นแน่แท้ แล้วยังที่ใส่ดินสอแบบบล็อกไม้สานที่นอนเอียงไม่มีข้าวของใด สมุดและแผ่นกระดาษกระจัดกระจาย ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้โดนกวาดตกลงมา

แม้จะก้มได้ไม่ถนัดนักแต่กศิณาก็ค่อยๆ ย่อตัวลง ถือวิสาสะหยิบเอกสารที่พื้นขึ้นมามองเทียบวันเวลากับเอกสารบนโต๊ะ พบว่าเป็นวันที่เมื่อสิบปีก่อน

สิบปี จะบอกว่าห้องนี้ไม่ถูกใช้งานมาสิบปีแล้วเนี่ยนะ

ช่วงเวลาเดียวกับที่เธอได้เจอเขา ช่วงเวลาที่เขาติดเหล้าหนักจนร่างกายทรุดโทรม

รีบคิดคำนวณอายุศานต์คร่าวๆ จากใบปริญญาบัตรในกรอบบนผนัง สิบปีที่แล้วเขาน่าจะอายุยี่สิบหก เรียนจบมาสามปี แล้วทำไม...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ทำอะไรน่ะยุ้งข้าว!”  

กศิณาสะดุ้งปล่อยของในมือตกลงพื้น หันหน้ากลับไปหาคนทักช้าๆ ไม่แน่ใจนักว่าการมาบุกห้องนี้โดยพลการจะโดนตำหนิหรือไม่

 *****

ไอ้ยุ้ง ซวยแล้วววว

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น