หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,675 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    681

    Overall
    44,675

ตอนที่ 6 : 2.2 คนของเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

กศิณาพึ่งสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวเนี๊ยบไม่แพ้ศานต์ บุคลิกท่าทางน่าเกรงขาม ใบหน้าคมเข้มก้มลงไปกระซิบข้างหูอังคณา คล้ายกับน้ำราดรดดับกองไฟเหลือเพียงควันจางๆ แม้ผู้ถูกห้ามปรามจะทำท่าทางฮึดฮัดแต่ก็สงบลง

“ผมขอโทษพี่อังด้วยนะครับ เดี๋ยวผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เขามากับผม ผมต้องดูแล”

“คนของน้องศานต์หรือคะ คราวหน้าคราวหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน แต่ไม่คุ้นหน้าเลยนะคะ ดูท่าจะไม่ใช่คนใน”

กศิณาไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ของคำว่า คนในแต่ดูท่าศานต์จะรู้ดีทีเดียว เขาขยับก้าวขึ้นหน้าเอาตัวบังเธอไว้ ราวกับต้องการจะปกป้อง

“ครับ พี่อังอาจจะไม่คุ้นหน้า แต่ว่าเขาก็เป็นแขกของผม” เสียงศานต์เข้มขึ้น กศิณาเม้มปากมองภาพตรงหน้า แอบรู้สึกดีใจกับคำว่า 'คนของเขา' เพราะเธอเป็นคนของเขามาเนิ่นนานมากแล้วจริงๆ แม้ว่าเขาจะจำเธอไม่ได้ ก็ขนาดเรื่องที่สถานีรถไฟเมื่ออาทิตย์ก่อนเขายังไม่ทักแสดงว่าจำกันไม่ได้ จะคาดหวังอะไรกับเรื่องที่ผ่านมาเป็นสิบปี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีใจ เธอรู้อยู่เต็มอกคนเดียวจะเป็นอะไรไป

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ เดี๋ยวอังคงต้องไปเปลี่ยนชุดก่อน” เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของผู้ชายอีกคน โทนเสียงต่ำก้องกังวานไม่เข้ากับรอยยิ้มที่คล้ายจะขำขันตลอดเวลานั่น ร่างสูงใหญ่แตะนำอังคณาให้หันหลัง ก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างแต่แทนที่จะเดินไปด้วยกันกลับหันมายิ้มแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนี้หน้าตาเฉย

“คุณใหญ่ไม่ไปกับพี่อังหรือครับ” น้ำเสียงศานต์สุภาพ แต่กศิณากลับรู้สึกว่าเขากำลังขับไล่

“ผมนึกได้ว่ามีเรื่องอยากคุยกับคุณศานต์น่ะครับ พอจะมีเวลาไหม”

คิ้วของผู้ชายหน้าสวยขยับจนแทบจับมัดได้ ดวงตาที่กศิณารู้สึกว่าหวานซึ้งบัดนี้ดูขึ้งเคียด ร่องรอยไม่พอใจแผ่ซ่านออกมา น้ำเสียงกระด้างปิดไม่มิด

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมไม่คุยครับ” ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จนศานต์ลืมไปว่ามีคนนอกอย่างเธอยืนอยู่ตรงนี้

“อย่าพึ่งตั้งป้อมอย่างนั้นสิครับ ผมไม่ได้จะคุยเรื่องที่เสียหน่อย” อีกฝั่งยังคงพูดไปหัวเราะไปคล้ายอารมณ์ดีนักหนา กศิณาลอบสังเกตดวงตาคู่นั้นที่แม้ปากจะยิ้มขันแต่ตากลับจ้องเขม็ง

แบบนี้เขาเรียกหัวเราะที่ปากถากที่ตา! กศิณาจึงลงความเห็นว่าคุณใหญ่อะไรนี่เป็นบุคคลที่ไม่น่าเสวนาด้วยยิ่งนัก

“ผมแค่จะชมว่าบรรยากาศงานดีมากเลยนะครับคุณศานต์ สมฝีมือคุณจริงๆ”

กศิณายิ้มรับทั้งที่เขาไม่ได้ชมเธอ เห็นด้วยทุกประการ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแสงสีเสียงพร้อมความอลังการของงานก็ฉายชัด ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้ความคิดจากคนเพียงคนเดียว ทว่าเมื่อหันมองเจ้าของผลงานกลับพบว่าใบหน้าหวานไม่ได้มีเค้าแห่งความยินดีเลยสักนิด ดูเหมือนจะซีดแบบแปลกๆ ด้วย

คนโดนชมค้อมศีรษะเล็กน้อย กระตุกมุมปากฝืนยิ้ม ดวงตาคู่กลมหม่นมัวจนเธอใจหาย เผลอยื่นมือออกไปหา แต่ในช่วงเสี้ยววิก่อนจะสัมผัสนึกได้ว่ารอบนี้อาจไม่ใช่แค่โดนสะบัด ดูอารมณ์เขาแล้วนี่อาจต่อยเธอซ้ำ จึงทำได้เพียงลอบมองอย่างห่างๆ พร้อมก้าวถอยหลัง

นี่ห่วงนะ เลยถอยออกมาแค่สองเมตร

“ว่าแต่ แล้วพรุ่งนี้คุณศานต์สะดวกคุยไหมครับ” คล้ายคู่สนทนาจะวกกลับมาเพื่อนัดหมาย

ศานต์สูดลมหายใจเข้าช้าๆ สีหน้าสีตากลับสู่ปกติ กศิณามองภาพนั้นแล้วตาโต โอ้โห! อยากถามว่าเป็นศิษย์สำนักไหน เขาทำอย่างกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ และเป็นเธอที่ตาฝาด

“ผมต้องรีบออกแต่เช้า ไปสุราษฯ ต่อ มีงานเลี้ยงเย็นครับ”

“ออกเที่ยงๆ ก็ได้นี่ครับ ถึงจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพแต่ยังไงก็ทันอยู่แล้ว”

“ผมนั่งรถไป”

คำตอบของเขาไม่ทำให้เธอประหลาดใจเท่ากับเสียงที่แผ่วหายไปในลำคอ ใบหน้าสวยเกินชายซีดลงอีกครั้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยจนเธอเผลอยื่นสุดแขนเพื่อดันแผ่นหลังกว้างนั้นไว้ มันสั่น เธอแน่ใจ

“ผมขอโทษครับ” ผู้ชายคนนั้นขอโทษแต่ริมฝีปากยกยิ้ม ซ้ำดวงตายังพราวระยับ กศิณาไม่ได้อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่ดูเหมือนเขาจะสะใจอะไรบางอย่าง น่าจะหวังดีประสงค์ร้ายแน่ๆ

“ถ้าคุณศานต์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ อาทิตย์หน้าเดี๋ยวผมไปหาที่ไร่นะ ขอตัวก่อน อ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ ผมชื่อใหญ่ คุณ...” เขาเลิกคิ้วรอคำตอบ เธอจึงรีบเอ่ยปากเพราะอยากให้รีบลาจากกันเสียที

“กศิณาค่ะกศิณา” ไม่รู้ทำไมจะต้องทำเสียงแข็ง แต่บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าเกลียดรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ชะมัด!


*****

คุณศานต์เป็นอะไร ไม่ต้องห่วงนะ 'คนของคุณ' จะปักหลักรอยืนข้างๆ ไม่ไปไหน ไรท์นั่นเอง ><





>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

0 ความคิดเห็น