หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,865 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    44,865

ตอนที่ 59 : 16.3 แค่อยากปกป้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

“อาเชษคะ ฝากดูให้ทีนะ ถ้าคุณลิลลี่ไปเมื่อไหร่โทรบอกยุ้งด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ เอ้า ก็บอกแล้วไงว่าจะปกป้องคุณศานต์ของเราให้ได้” ประโยคสุดท้ายนั้นป้องปากพูดให้เบาสุดชีวิตก่อนรีบตัดสาย โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ยืนอยู่ใกล้ได้ยินแล้วเกิดอาการใจกระตุกแปลกๆ

กศิณาหมุนตัวกลับช้าๆ ระวังขาที่ยังบาดเจ็บอยู่ พลันต้องชะงักเมื่อคนรักปลอมๆ ยื่นหน้าเข้าใกล้ห่างกันแค่ปลายจมูก คิ้วหนาของเขาขมวดจนเธอนึกอยากช่วยจับมัดเป็นปม ดวงตากลมหรี่มองเงียบเชียบ เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดจึงเลี่ยงหลบไปด้านข้าง แต่ก็ถูกแขนแกร่งยกขึ้นมากักตัวไว้ เลยเลือกพิงหลังฝังตัวเข้ากับม่านสีทึบหนาหนักไปทีละนิดทีละนิด กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงประตูกระจกก็รู้ทันทีว่าหมดทางหนี

“เอ่อ... คุณว่าคุณลิลลี่จะไปไหม พอดีฉันเห็นเขานั่งอยู่หน้าบ้านคุณไม่ยอมไปไหนสักที ฉันก็เลยมาช่วย”

“จะมาช่วยนี่ต้องแต่งตัวขนาดนี้เลยเหรอ” น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก แต่สาเหตุที่แน่ชัดนั้นเธอไม่มั่นใจ

“นี่มันโป๊มากเกินไป แล้วพกชุดนี้มาทำงานที่ไร่ด้วยเนี่ยนะ เธอจะบ้าเหรอ!”

“ไม่เห็นโป๊เลยคุณ อะไรของพวกคุณเนี่ย อาเชษกับพี่ไผ่ก็อีก ชุดนี้นี่โป๊น้อยกว่าชุดคนที่เฝ้าหน้าบ้านคุณอีกนะ”

“แล้วช่วยไผ่เตรียมดินอยู่ไม่ใช่หรือไง มันต้องลงทุนกลับห้องไปเปลี่ยนเป็นชุดนี้เลยเหรอ”

“หึ ไม่เปลี่ยนที่ห้องอ่ะ เอามาเปลี่ยนที่บ้านอาเชษ ขืนมีคนเห็นฉันออกจากห้องตัวเองสภาพนี้มีหวังบุกปล้ำกันพอดี สวยขนาดนี้” หญิงสาวแกล้งพูดติดตลก แต่ความจริงในใจแล้วกลัวโดนดักตบเสียมากกว่า

ดูท่าว่าคนตรงหน้าจะไม่ขำด้วย เขาจ้องเขม็งหนักกว่าเก่า ถลึงตาแทบถลนตะเบ็งเสียงจนเธอสะดุ้ง

“เธอไปเปลี่ยนชุดแบบนี้ที่บ้านผู้ชายเนี่ยนะ แถมยังมีผู้ชายอยู่ตั้งสองคน!

“หือ?”

นั่นพ่อนะ อีกคนก็พี่รหัส เป็นผู้ชายที่เธอสนิทด้วยมากๆ มากกว่าคนตรงหน้าด้วยซ้ำ มันจะประหลาดตรงไหน อ๋อ...อาจเป็นตรงที่ศานต์ไม่รู้ความจริงต่างหาก

“ขอโทษค่ะ ฉันลืมคิด เพราะห่วงคุณอยากรีบมาช่วย” แกล้งตีเนียนเสียงอ่อนเสียงหวาน หวังดับอารมณ์โมโหโกรธาของคนตรงหน้า

“จะบอกว่าทำไปเพราะอยากปกป้องฉัน?”

ศานต์เลิกคิ้ว จ้องตาเรียวรีอย่างรอคอยคำตอบ และทันทีที่หญิงสาวพยักหน้าหัวใจของเขาก็เต้นรัวขึ้นอีกครั้ง

เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เขาแบกเธอไปโยนไว้ในห้องเพราะไม่อยากให้ออกมายุ่งเกี่ยวกับคดี เจ้าหล่อนรีบกะเผลกลงจากเตียงสุดชีวิต ทันเอาแขนสอดลอดประตูมาได้หนึ่งข้าง ช้อนตามองเขาอย่างเว้าวอน

นะคุณ ได้โปรด...ให้ฉันไปนะ

เธอจะไปทำไม  ศานต์ถามอย่างไม่ใส่ใจนัก กำลังสาละวนหาวิธีดันแขนเธอเข้าไปเพื่อที่จะได้ปิดประตูล็อกกลอน แต่แล้วก็ต้องชะงัก

‘...แค่อยากปกป้องคุณ...ก็เท่านั้นเอง

หัวใจที่ไม่เคยเต้นผิดจังหวะกลับมีปฏิกิริยากับประโยคนั้นอย่างรุนแรง ชีวิตนี้...นอกจากบุพการีก็ไม่เคยมีใครต้องมาปกป้องเขา ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้พุ่งเข้าโอบล้อม เกือบจะเผลอเอื้อมไปจับมือข้างนั้นที่เขาจำได้ว่ามันไม่ได้นุ่มเนียนสมความเป็นหญิงแต่กลับส่งความอบอุ่นถึงหัวใจ

ศานต์พลิกมือมาลูบอกตนเบาๆ ปรามหัวใจที่มันกำลังจะหลุดออกมาให้ได้ขายหน้าเล่น ก่อนจะเปลี่ยนไปเรื่องอื่นเสีย แม้ว่าตอนนี้อยาก รับฟังการปกป้องจากหญิงสาวมากแค่ไหนก็ตาม

“เดี๋ยววันหยุดครั้งหน้าฉันพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ตัวนี้มันโป๊ไป เดี๋ยวไปเลือกพร้อมกัน”

“เฮ้ย! ไม่ต้องคุณ ฉันไม่อยากได้ ไม่ได้ชอบใส่กระโปรง ไอ้ตัวนี้ที่เตรียมมาก็เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างนี้ไง กะว่ามีโอกาสเจอคุณลิลลี่แน่ แต่ฉันไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันเป็นไอ้ยุ้งข้าวเด็กกะโปโลตาตี่ๆ เกิดเขาฝังใจบุกมาทำร้ายฉันก็ซวยดิ ให้จำภาพนี้ไปอ่ะดีแล้ว ไม่ได้เจอบ่อยหรอกไอ้ยุ้งคนสวยเนี่ย”

“ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เข้าใจนะ”

“หา...” กศิณาได้แต่อ้าปากค้าง เขาหันหลังให้จงใจไม่รับข้อโต้แย้งใดๆ เธอจึงได้แต่กลอกตาแอบทำปากขมุบขมิบใส่

“เผด็จการได้หน้ามึนสุดๆ”

“นินทาอะไรได้ยินนะ”

 “เปล๊า” ถึงจะปฏิเสธแต่ก็แอบสะดุ้งที่เขารู้ทัน “ว่าแต่ ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณลิลลี่เป็นคนเผาเมื่อคืนล่ะ”

ร่างสูงที่เดินไปยังโซฟาชะงักเล็กน้อย “เธอแอบฟังฉันเหรอ”

“แหม เล่นเถียงกันเสียงดังลั่น ฉันอยู่หน้าบ้านอาเชษก็ต้องได้ยินสิ ทำไมเหรอคุณ คุณลิลลี่เขาอยากได้ที่ตรงนั้นเหรอ นี่ใช่ไหมที่ทำให้คุณโกรธเธอขนาดนี้”

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่กศิณาสังเกตว่าบ่าลาดที่เคยตั้งตรงบัดนี้ห่อลู่ จากคนที่เดินอย่างสง่ากลับกลายเป็นไร้เรี่ยวแรง และเมื่อเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเธอก็เห็นแววตาอ่อนล้าก่อนเขาจะปิดเปลือกตาลง

“คุณ...” กศิณารีบปราดเข้าหาเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ฉันน่ะ...ไม่ใช่เพื่อนคุณก็จริง และอาจจะไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วย แต่ว่าฉันพร้อมช่วยคุณนะ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจบอกฉันได้ หรือถ้าคุณต้องการให้ช่วยอะไรฉันยินดี”

“มันก็แน่อยู่แล้ว ก็เธอพูดไว้แล้วนี่ว่าจะต้องปกป้องฉันให้ได้ ฉันจำได้หมดนะ เธอพูดอะไรบ้างน่ะ” ศานต์แกล้งพูดทีเล่นทีจริง ลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าพบแววตาจริงจังหนักแน่นของเธอ เป็นอีกครั้งที่ใจเขากระตุกจนต้องยกมือขึ้นเกาะกุมหน้าอกตน

ก่อนหน้านี้ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเบาบางจนเขาแทบจับมันไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นเขาที่ไม่ยอมรับเพราะหวาดระแวงในตัวหญิงสาว แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนทุกอย่างกลับชัดเจนมากขึ้นราวกับภูเขาไฟที่ปะทุในอกตลอดเวลาไม่ยอมหยุด

แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขารู้ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงมันจะทำให้เขารู้สึกหัวใจจะวาย แต่ความอบอุ่นที่แฝงไว้ก็ทำให้รู้สึกดี

ดี...ที่มีเธออยู่ตรงนี้

เขารวบร่างนั้นเข้ามากอดหวังซึมซับสัมผัสอบอุ่นให้ตัวเองสบายใจ ทว่ายามได้ชิดใกล้ความรู้สึกมากมายกลับหลั่งล้น ร่างอวบอิ่มแน่นตึงทุกส่วนสัด สัมผัสระหว่างผิวกายก่อความร้อนรุ่มในใจชายจนสุดท้ายเขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้ จึงเคลื่อนเข้าใกล้เธอเพื่อประทับสัมผัสบนกลีบปากอ่อนนุ่ม

แรกเริ่มนั้นเนิบช้าแตะแต้มตีตราทั่วบริเวณราวกับจะลองหยั่งเชิงว่าอีกฝั่งจะค้านหรือไม่ ก่อนเขาจะเริ่มรุกล้ำหนักขึ้นเมื่อหญิงสาวเบียดกายเข้าหา ความตั้งใจที่จะค่อยเป็นค่อยไปปลิวหายเหลือเพียงความต้องการที่จะสัมผัสลมหายใจของเธอให้ลึกล้ำมากขึ้น เนิ่นนานแทบลืมหายใจ คล้ายกับเขายอมหลงมัวเมาในรสจูบหอมหวานนี้ชั่วนิรันดร์

กระทั่งได้ยินเสียงห้วนสั้น สติทั้งหมดจึงกลับคืนมา


*****

ขอโทษที่หายไปหลายวัน พอดีงานเข้า เจ้านายของานด่วน T^T

กลับมาแล้วน้า มาพร้อมความหวาน...หรือเปล่า? 5555


>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น