หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,653 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    659

    Overall
    44,653

ตอนที่ 56 : 15.3 ร้อนอกร้อนใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

ด้วยรู้สึกถูกจ้อง กศิณาจึงเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตากลมโตที่มีแววอ่านยาก เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นคำถาม และดูเหมือนศานต์จะสะดุ้งเบาๆ รีบหันกลับไปคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการสำนักงานต่อ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเธอจึงก้มลงมองการทำงานของคนเบื้องล่างอีกครั้ง

พี่ไผ่เก็บดินล่างๆ หน่อย ข้างบนมันมีรอยไหม้ เดี๋ยวพีเอชเปลี่ยนหมด

“เออรู้แล้ว ฉันน่ะชำนาญกว่าแกอีก ใคร๊ ใครติวหนังสือให้ อย่ามา”

ใบหน้ารกครึ้มไปด้วยหนวดเครารุงรังสีน้ำตอนอ่อนจนเหมือนขนหมีเงยขึ้นมอง กศิณาได้แต่กลอกตาไปมาแบบจงใจให้เขารู้ว่าเธอแสนระอากับการทวงบุญคุณ

บอกแล้วว่าเขาน่ะอาฆาตมากกว่าคิดถึงเธอ!

ไม่น่าเลย วันนี้ไม่น่าเป็นวันหยุดของคนที่รีบบึ่งรถมาจากวังน้ำเขียวทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ และเขาจะมาไม่ทันเลยเพราะต้องใช้เวลาเดินทางถึงชั่วโมงกว่า ถ้าไม่ใช่ว่าเธอกับเจ้าของไร่ ตกลงกันไม่ได้เสียที

ศานต์ลงทุนแบกเธอเดินกลับเข้าห้อง เปลี่ยนใจไม่ให้เธอยุ่งเรื่องนี้ทันทีที่เอ่ยถึงสองคนร้ายเมื่อคืนและข้อสงสัยที่ว่าน่าจะมีรอยเท้าหลงเหลือจากดินที่แฉะเพราะน้ำดับเพลิง

ต้องอาศัยความหน้ามึนขั้นสุดจึงมุดออกจากห้องตัวเองมาได้ บวกด้วยความดื้อด้านอีกกระบุงทุกคนถึงยอมให้เธอมาช่วยโดยมีข้อแม้

‘...ตอนที่ตำรวจมาเธอห้ามเข้ามาเกี่ยวข้อง ห้ามให้ตำรวจเห็นหน้า ห้ามมาเป็นพยานใดๆ ทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้นฉันจับขังไว้ไม่ให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันเลย

เธอถือว่านั่นเป็นการละเมิดสิทธิ์มนุษยชนขั้นรุนแรง แต่ในไร่ที่มีเขาเป็นใหญ่ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

“พี่ไผ่ช่วยถ่ายให้หน่อยสิ ถ่ายสูงแล้วมันเห็นไม่ชัด อ้อ...อีกอย่างฝากวัดขนาดด้วย

กศิณาชี้ไปที่พื้นดินในตำแหน่งที่เธอมั่นใจว่าน่าจะเป็นรอยเท้าคนร้ายเพราะมีสองรอยเคียงข้างกัน แล้วยื่นส่งตลับเมตรที่เตรียมมาให้

“ฉันเป็นคนใช้แกหรือไงฮะ”

“ทำๆ ไปเถอะน่า อย่าบ่น ถ้าบ่นแล้วจะมาทำไมเนี่ย”

เวฬุยอมรับของในมือเธอแต่โดยดี ไม่วายผลักศีรษะเธอจนหน้าหันพร้อมทั้งชมเชยที่รอบคอบพกตลับเมตรมาด้วย คนโดนตบหัวพร้อมลูบหลังเบ้หน้าใส่ทันที

แล้วคิดว่าคนร้ายจะใส่คู่เดิมตลอดเวลาเลยหรือเจ้าของไร่ที่วางสายแล้วเดินตรงเข้ามาหา

กศิณาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ตาหยีก็เป็นไปได้ แต่ก็ไม่เสมอไปค่ะ แต่รู้ไซซ์แบบนี้ก็จำกัดวงให้แคบลง ลดปริมาณคนที่เราจะไปพลิกดูพื้นรองเท้าเขาไปได้เย๊อะ

เธอจะบ้าเหรอ จะไปวิ่งพลิกดูรองเท้าคนทั้งไร่หรือไง แล้วความจริงคนร้ายอาจจะไม่ได้อยู่ในไร่ก็ได้”

ล้อเล่นน่าคุณ แต่อันที่จริงรองเท้ามันบอกอะไรได้หลายอย่างเลยนะ ถ้าโชคดีเป็นรองเท้าแบรนด์หรูพื้นเป็นเอกลักษณ์เราก็จะตีวงแคบเข้ามาได้อีก” หญิงสาวเอ่ยอย่างฉะฉานในสิ่งที่คิดได้

ดูดิคุณ ดูดีๆ เนี่ยคู่เนี่ย ไม่ธรรมดาแน่ๆ เหมือนรองเท้าคัทชูทำงานเลย

กศิณาชี้ไปที่จอโทรศัพท์หลังเวฬุยื่นคืนให้ รอยค่อนข้างลึกคงเพราะการเปียกชุ่มเมื่อคืน ลวดลายคล้ายกลีบดอกไม้ แถมยังมีดาวกระจายสามแฉก และตรงตำแหน่งแถวกลางฝ่าเท้ามีตัวอักษรแต่ไม่ชัดเจนนัก เธอยื่นโทรศัพท์ใส่หน้าเจ้านายอย่างตื่นเต้น

เพื่อนฉันต้องรู้จักแน่ รองเท้าแบบนี้ไม่ธรรมดา ไม่เหมือนรองเท้าคุณ รองเท้าฉัน อันเนี่ยลายมันไม่เป็นเอกลักษณ์กศิณาพูดพลางก้มหน้าสำรวจรองเท้าพลางเชื้อชวนให้อีกฝ่ายดู

ศานต์ก้มมองรองเท้าตน แลเลยไปยังรองเท้าของกศิณาซึ่งใหญ่กว่าฝ่าเท้าเธอไปมากโข แม้จะเทียบกับเท้าข้างที่พันผ้าหนาแล้วก็ตามที

ทำไมเธอใส่รองเท้าคู่ใหญ่ขนาดนี้ล่ะ

อ๋อ พอดีว่ามีคุณอาใจดีให้รองเท้าฉันมาน่ะ วันนั้นมันเป็นความซวยของฉันเอง กระแดะอยากนั่งรถไฟ รองเท้าโดนเหยียบขาดตั้งแต่หัวลำโพง ก็เลยจำใจเดินเท้าเปล่าเพราะรถไฟจะออกแล้ว โชคดีที่เจอคนถอดรองเท้าให้ แล้วเขาก็เดินเท้าเปล่ากลับไป เฮ้ย! คือแบบว่า...ประทับใจมากอ่ะคุณ ฉันก็เลยใช้มาตลอด เพราะรู้สึกว่ามันเป็นของขวัญที่มีค่ามากๆ แถมใส่ดีด้วยนะ ใส่สบาย ฉันลากมันไปขึ้นเขามาหลายรอบล่ะกศิณากล่าวด้วยท่าทางอิ่มใจยามอวดสรรพคุณรองเท้าที่ได้มา

หากแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่ขมวดคิ้วมุ่น สะดุดหูกับคนที่ให้รองเท้าเธอ

คุณอาเลยเหรอ...

ก็เขาเรียกฉันว่าหนูอ่ะคุณ แต่จริงๆ ก็เห็นหน้าไม่ชัดหรอก ไม่รู้ว่าแก่ขนาดไหน ฟังจากเสียงนี่ก็...อาจจะเป็นคุณตาก็ได้นะ เหมือนว่าจะแก่แล้ว” กศิณารีบเม้มปากแน่นก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม

อันที่จริงตอนแรกไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร แต่พอเห็นเขาเดินไปหาเชษก็รู้ทันทีว่าผู้ชายที่ให้รองเท้าคนนี้คือ พี่ตัวใหญ่ของเธอ แม้ศานต์จะไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน ออกจะดูหนุ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่เค้าลางที่เธอพอจำได้ยังปรากฏให้เห็น จากที่หน้าเหวี่ยงเตรียมจะกินหัวเพราะเขากระตุกแขนเสื้อจนเธอเกือบตกรถไฟ จึงเปลี่ยนเป็นรีบโบกมือให้ด้วยความยินดี

ดูเหมือนว่าจะมีอะไรผูกเขากับเธอไว้ด้วยกันจนทำให้มีโอกาสพบหน้าในสถานการณ์แปลกๆ บ่อยครั้ง

อ๋อ...เสียงทุ้มลากยาวรับรู้ ดวงตากลมโตจ้องรองเท้าของเธอไม่วางตา ปกติเธอใส่รองเท้าเบอร์อะไร

เบอร์ห้า ทำไมเหรอ

เดี๋ยวฉันพาไปซื้อใหม่ คู่นี้ดูเก่า ดอกยางอาจจะเสื่อม แถมไม่พอดีเท้าแบบนี้สะดุดล้มมาจะยุ่ง

ไม่เป็นไรรีบโบกมือเป็นพัลวัน คู่นี้มันยังใส่ได้ ถ้ามันเจ๊งเมื่อไรเดี๋ยวฉันไปซื้อเองก็ได้คุณกศิณาเอ่ยก่อนจะชวนทุกคนกลับหันหลังเดินนำไปที่รถเมื่อเสร็จธุระ พร้อมกดส่งภาพที่พึ่งได้มาให้เพื่อนสนิทอย่างร้อนใจ กลับกันเถอะคุณ ต้องไปเตรียมดินอีก

ทั้งเวฬุและทิวัตถ์ที่ติดตามมาเดินตามกศิณาไปทันที

เชษยังคงยืนนิ่ง จ้องหน้าเจ้านายหนุ่มที่ปักหลักยืนอมยิ้มอยู่ ก่อนเอ่ยในสิ่งที่ตนรู้อยู่แล้ว

รองเท้าคู่นั้นเหมือนยี่ห้อที่คุณศานต์ชอบใส่เลยนะครับ

ใช่ครับ ยุ้งคือเด็กคนนั้นแหละ คนที่เราเจอที่สถานีรถไฟ ตอนเจอแกที่ขอนแก่นผมก็คิดไว้แล้วนะแต่ยังไม่มั่นใจ แกดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากวันนั้น แล้วเห็นแกไม่ได้พูดอะไร แต่ตอนนี้ชัดเลยครับ” พูดไปก็อมยิ้มไป อะไรบางอย่างในอกศานต์พองฟู ปกติโลกไม่เคยดึงคนที่หายไปจากชีวิตของเขาให้กลับเข้ามา แต่ในเวลาแค่เดือนกว่าโลกกลับเหวี่ยงกศิณากลับมาเจอเขาถึงสามครั้งสามคราว ศานต์ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า เขาได้เจอตอนเธอเป็นพิมประภาอีกตั้งสองหน

ดีจังเลยครับเชษยิ้มรับ นึกขำที่กศิณาตีเนียนบอกว่าคนให้เป็นถึงคุณตาทั้งที่รู้ตั้งนานแล้วว่าเป็นใคร เย็นวันนั้นหญิงสาวโทรมาสอบถามเขาว่าได้แวะสถานีรถไฟปากช่องหรือไม่ แล้วคุณศานต์จะไม่บอกแกหน่อยหรือครับ ดูท่าแกจะปลื้มมาก

ไม่ดีกว่า ผมยังไม่อยากเป็นตาใครน่ะครับศานต์พูดติดตลกก่อนจะออกตัวเดินนำ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เบื้องหน้าเวฬุเดินเคียงข้างกศิณายกแขนคล้องคอหญิงสาวทีท่าสนิทสนม เหมือนกับตอนที่เดินมาที่นี่

รอยยิ้มจางหายทันใด ไม่รู้ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกไม่ดีที่สองคนนี้สนิทกัน ยิ่งทิวัตถ์บอกว่าเป็นแฟน แม้จะดูเหมือนคู่กัดมากกว่า แต่ศานต์ก็รู้สึกไม่สบายใจ

 


*****

คุณศานต์...ทำมาเป็นไม่สบายใจ คิดสิคิด



>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

0 ความคิดเห็น