หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,632 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    638

    Overall
    44,632

ตอนที่ 55 : 15.2 แฟนใคร ใครแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

“เธอจะไปทำไม”

“หาหลักฐาน เมื่อคืนฉันกลับไปยังที่เกิดเหตุแล้วก็เห็นดินถูกเทถมแนวกันไฟ อาเชษจำรถคันนั้นได้ไหมคะ รถบรรทุกดินที่ขับเข้าซอยตอนรถเราเสีย แล้วก็ขับสวนเราออกไป ยุ้งว่าไม่ผิดแน่ คันนั้นแหละขนดินมาเทที่นี่ ยุ้งจดทะเบียนไว้ด้วย ให้ตี๋ช่วยตรวจสอบอยู่ เดี๋ยวยุ้งจะเก็บตัวอย่างดินมาทดสอบให้ แต่ต้องขอแรงอาเชษพาไปเก็บตัวอย่างดินแล้วก็ซื้อสารมาทดสอบนะคะ ยุ้งไม่ได้พกอะไรมาเลย”

“เธอจะทดสอบยังไง” เป็นเจ้าของไร่ที่เอ่ยถาม

“ฉันมีวิธีน่า เรื่องทดสอบดินนี่ไว้ใจไอ้ยุ้ง ง่ายๆ ชิลๆ รับรอง”

“หือ? ทำไมเธอถึงทำเป็น”

“น้องยุ้ง!

เสียงตะโกนเรียกทำให้คนที่กำลังจะตอบชะงัก พบนายแพทย์ประจำไร่โบกไม้โบกมือให้แต่ไกลจึงคลี่ยิ้มกว้างส่งให้

“พี่เทล มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“นั่นไง กะแล้วว่าน้องยุ้งต้องลืมนัดของเราแน่เลย แต่พี่เห็นว่าไม่สบายพี่เลยเอามาให้” มือขาวๆ ของคุณหมอหนุ่มชูถุงบางอย่างขึ้น “ตำซั่วปูปลาร้าของโปรดน้องยุ้ง ฝีมือพี่ พร้อมจะลองชิมหรือยัง”

“พึ่งกินข้าวเช้าเสร็จเลย แต่ว่ากระเพาะยุ้งยังรับได้อีกค่ะ มา!” เธอตบท้องเบาๆ ก่อนเปลี่ยนไปตบที่นั่งข้างๆ “พี่เทลกินหรือยัง นั่งเร็วนั่ง” แม้จะค่อนข้างอิ่ม แต่ด้วยไม่อยากให้เสียน้ำใจ จึงรีบรับของจากมือเขาแล้วจัดแจงทันที

ทว่าคนนั่งกลับกลายเป็นเจ้าของไร่ เธอเลิกคิ้วมองใบหน้าติดจะบึ้งตึงของศานต์ ก่อนเบิกตาใส่ทิวัตถ์ทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะ

“ขำไรอะพี่เทล”

“เปล่าครับ แค่อยากจะถ่ายวิดีโอไว้”

กศิณาไม่เข้าใจจึงยิงคำถามต่อ “ถ่ายทำไมอ่ะ”

“ไม่มีอะไรครับ” ว่าทั้งที่ยังไม่หยุดขำ ก่อนที่เขาจะกระแอมเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่คุยอะไรกันอยู่ครับ ดูท่าซีเรียสเชียว”

“ว่าจะทดสอบดินค่ะ พอดียุ้งเห็นรถขนดินขับเข้ามาซอยนี้แล้วตอนออกไปรถว่าง เลยอยากไปเก็บตัวอย่างดินมาทดสอบว่าตรงกับดินที่ถมแนวกันไฟหรือเปล่า”

นายแพทย์หนุ่มพยักหน้าหงึกหงักทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “น้องยุ้งจบวิทยาศาสตร์การเกษตรนี่นา ดีนะเนี่ยพี่ศานต์ เรามีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในไร่ เอ๋...พี่ศานต์เป็นอะไร ทำไมต้องขมวดคิ้วขนาดนั้น”

หัวคิ้วของศานต์กระตุก ใบหน้าเคร่งขรึมบึ้งหนักเข้าไปใหญ่ นึกสงสัยว่าสองคนตรงหน้าสนิทชิดเชื้อกันมากเพียงใด คุ้นว่าเมื่อคืนนายแพทย์หนุ่มบอกว่ารู้จักกันมาก่อนหน้า แถมตอนนี้ยังรู้ใจว่าชอบกินอะไร แล้วรู้อีกว่าเรียนจบมาจากคณะไหน

มันทำให้ศานต์หงุดหงิด แต่ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่าหงุดหงิดเพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกศิณาเลย หรือเพราะมีผู้ชายอีกคนที่รู้เป็นอย่างดี

“ใช่เลยค่ะ เอ๊ะ...” กศิณาเออออตอบรับ ก่อนจ้องกลับไปที่เจ้าของไร่ “นี่คุณไม่รู้เหรอว่าฉันเรียนจบอะไรมา ในใบสมัครก็กรอกอยู่ไง โธ่! ถึงว่าทำไมสงสัยฉันดีนัก สำหรับฉันอ่ะนะ งานทำสวนมันชิลมาก เข้าใจไหม ไอ้ที่ทำได้ทุกอย่างที่คุณเห็นอ่ะ บ้านฉันทำสวนและฉันก็เรียนมาด้วย ก็เลยคล่อง” ขมวดคิ้วมองเขาอย่างขัดใจที่แม้แต่ประวัติของเธอเขายังไม่อ่าน

ศานต์เม้มปากแล้วพยักหน้ารับช้าๆ นึกบ่นตัวเองในใจที่ให้คนสืบประวัติหญิงสาวแต่กลับไม่อ่านที่เธอกรอกไว้ ตอนแรกใจมันคิดไปแล้วว่าถ้าอีกฝั่งมาร้ายก็คงจะไม่ได้กรอกประวัติจริง นี่สินะที่เขาเรียกว่าอคติบังตา

“แล้วเจ้านายละคะ จบอะไรมาเอ่ย”

เมื่อเห็นเขาสลดเล็กน้อยเธอจึงไพล่ถามอย่างอื่นหวังไม่ให้เขาคิดมาก แต่แล้วแววตาวูบไหวรวดร้าวที่ปรากฏแม้เพียงชั่วครู่ก็ทำให้รู้ว่าถามอะไรที่ไม่ควรออกไป

“รอแป๊บนะคะอาเชษ ยุ้งจะรีบกินด่วนจี๋เลย เดี๋ยวต้องเข้าไปซื้อสารทดสอบจากอำเภอด้วย ไม่รู้มีร้านขายไหม” ตัดสินใจปิดอีกหัวข้อสนทนาไปเสีย

จริงๆ เธอไม่ต้องทดสอบดินก็ได้ศานต์เอ่ยขัดคนที่กำลังก้มหน้าก้มตากินเมื่อเขาปรับอารมณ์ตัวเองได้

เมื่อได้รับตาเขียวๆ กลับมาจึงรีบอธิบายต่อ ฉันหมายถึงว่า เธอเก็บตัวอย่างดินไป แต่เรื่องทดสอบเดี๋ยวฉันขอให้เพื่อนที่อยู่ศูนย์วิจัยอนุรักษ์ดินฯ ช่วยดู พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปให้เขาเลย ปากช่องนี่แหละ ใกล้ๆ หลักฐานที่ได้จากหน่วยงานมันจะมีน้ำหนักกว่าทำเองในไร่

“แบบนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเก็บตัวอย่างดินเสร็จฉันจะเตรียมดินให้ ศูนย์วิจัยตรงฝั่งโน้นใช่เปล่า หมายถึงข้ามถนนมิตรภาพไปน่ะ” เธอขยายความเมื่อเขาเลิกคิ้วมอง “ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำให้เลยไหมหรือต้องส่งไปในเมือง เดี๋ยวฉันโทรถามให้ก่อน มีคนรู้จักฉันอยู่ที่นั่นเหมือนกัน”

“ก็น่าจะคนเดียวกันแหละครับน้องยุ้ง” นายแพทย์หนุ่มที่รู้ดีว่าทั้งศานต์และกศิณาหมายถึงใครกล่าวกลั้วหัวเราะ “แล้วถ้าบอกให้มารับตัวอย่างดินจากน้องยุ้งนะ สงสัยจะขับรถฝุ่นตลบมาด้วยความเร็วแสง”

“น่าจะมาด้วยความอาฆาตมากกว่าคิดถึงนะคะ” กศิณาแซวตัวเองเสียงใสเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนถูกนินทา “แต่เป็นความคิดที่ดีมากพี่เทล ตอนนี้พี่ไผ่น่าจะอยู่วังน้ำเขียว เดี๋ยวบ่ายๆ ก็กลับมานี่แล้ว ต้องผ่านทางนี้ด้วย ให้แวะรับดินเลยคุณศานต์จะได้ไม่เสียเวลา ว่าแต่พี่ไผ่ไม่ได้อายุน้อยกว่าคุณศานต์หรอ มันเด็กกว่าพี่เทลอีก ทำไมคุณศานต์บอกว่าเป็นเพื่อน”

“พี่หน้าเด็กกว่านะ” นายแพทย์หนุ่มรีบแย้ง กศิณานึกตามแล้วก็หัวเราะลั่น

“ก็ใช่ค่า ไอ้พี่ไผ่ควรจะเป็นลุงได้แล้ว”

“เธอสนิทกับนายไผ่หรือ” เพราะสรรพนามที่หญิงสาวใช้เรียกอีกฝ่ายบ่งบอกว่าไม่ใช่แค่รู้จักกันธรรมดา ทั้งยังเหมือนรู้จักชีวิตกันดี ศานต์จึงตั้งข้อสงสัย

“น้องยุ้งอ่ะแฟนนายไผ่ครับพี่” ทิวัตถ์ชิงเอ่ยก่อน และเมื่อเห็นคนที่เขาเอ็นดูเป็นน้องสาวถลึงตามองก็รีบต่อ “ไม่เชื่อถามพี่กกได้ ตอนนั้นงานหมั้นน้องไจ๋พี่กกบอกน้องยุ้งน่ารักจัง นายไผ่มันบอกไม่ได้คนนี้แฟนไผ่ ใครจะชอบต้องข้ามศพไผ่ไปก่อน”

คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นและจำได้แม่นยำถึงกับหัวเราะลั่น เมื่อพี่รหัสที่ห่างกันถึงแปดรุ่นแต่สนิทเพราะสายสัมพันธ์อันดีงามของคณะ โดยเฉพาะตอนรับน้องที่มีพี่เนียนมานั่งร่วมวงทำให้เธอเผลอเล่นหัวกับเขาไป กว่าจะรู้...ก็ซี้ปึกไปเสียแล้ว

พี่รหัสแกล้งขัดญาติผู้พี่ที่เข้ามาทักทาย แถมยังเป็นไม้คอยกันอีกต่างหาก ขี้หวงเสียไม่มี แต่คนที่ถูกหวงน่ะคือญาติเขา ส่วนตัวเธอนี่ หมาดีๆ นี่เอง


*****

ทำไมหมอเทลต้องหลอกคุณศานต์ด้วยเนี่ย

มีแผนอะไรกัน

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

0 ความคิดเห็น