หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,595 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    601

    Overall
    44,595

ตอนที่ 53 : 14.4 คนร้ายตัวจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

กศิณากดวางสาย ที่หน้าจอโทรศัพท์แจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ ก็ใช้มาทั้งวันยังไม่ได้ชาร์ตใหม่ คงไม่แปลกเท่าไรที่เครื่องมันจะประท้วง

แกร๊บ!

กศิณาสะดุ้งหมอบลงต่ำรีบปิดไฟฉาย อาศัยเพียงแสงดาวในขณะที่กลอกตามองไปรอบๆ อย่างตกใจ เมื่อกี้เธออยู่เฉยๆ แล้วเสียงนั่นมันเกิดมาจากไหนกัน ได้แต่หลับตาใช้สมาธิแนบหูลงกับพื้นดิน

ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าคนแน่ ไม่ใช่เสียงสัตว์ร้ายที่ไหน

กศิณาพยายามเคลื่อนตัวให้เบา หยิบโทรศัพท์มากดข้างใต้ใช้ร่างกายบังแสงไฟจากหน้าจอไว้ ถ้าเกิดเธอเป็นอะไรตายอยู่ตรงนี้ขอให้มีคนรู้สักหน่อยก็ยังดี แต่ยังไม่ทันที่จะได้กดโทรออกดั่งใจนึกโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดับไปเสียก่อน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ

“ระวังหน่อย อย่าเข้าใกล้มาก เดี๋ยวจะมีหลักฐานสาวมาถึงตัวได้” เสียงใหญ่เข้มทรงพลังดังขึ้นไม่ห่างนัก

ร่างในร่องดินรีบแนบหน้าให้สนิทเท่าที่จะแทรกผ่านช่องว่างของอณูดินได้ ปัดผมของตนให้ปรกหน้า ก่อนจะกำดินบางส่วนขึ้นมาโปรยใส่ศีรษะ นอนนิ่ง หายใจช้า ลึก คล้ายสลบไสลไม่ได้สติ

แสงไฟพุ่งผ่านเปลือกตา เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ที่พื้นดินเหนือศีรษะ ใจนึงอยากเงยหน้าขึ้นดูว่าเป็นใคร คงไม่ใช่คนดีแน่เมื่อโผล่มาในยามวิกาลเช่นนี้ แต่ก็รู้ตัวดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ตนเป็นรองอยู่แค่ไหน แค่จะลุกขึ้นยืนยังแทบไม่ไหว ถ้าโผงผางเผยตัวออกไปเห็นทีจะได้กลายเป็นผีเฝ้าที่นี่แน่

“ดูเสียหายไม่หนักมากนะครับ อาจจะเป็นเพราะไหม้จากดินที่ถูกถมไว้ ไม่ได้ไหม้จากในป่าโดยตรง” เสียงแหลมสูงไม่ดังนัก

“หึ...ไม่หรอก” น้ำเสียงกังวาน ก่อนจะหัวเราะเยือกเย็นฟังดูน่าขนลุกมากกว่าจะเป็นขบขัน “เพราะว่าระวังตัวกันดี เศษใบไม้หญ้าแห้งแทบจะไม่มี แต่หน้าแล้งกำลังมา คอยดูเถอะว่าจะเก็บได้เกลี้ยงแบบนี้ไหม”

“เสียดายที่ไม่ได้เอกสารมานะครับ”

“รอบหน้ายังมีโอกาสน่า เอ๊ะ นั่นมัน...”

เสียงนั้นชะงัก ร่างที่นอนอยู่ในร่องรู้สึกถึงแสงไฟที่จงใจฉายมาที่เธอ กศิณาพยายามควบคุมร่างไม่ให้สั่น ตั้งสติและนิ่งให้ได้มากที่สุด คิดว่าหากแกล้งไม่ได้ยินที่พูดกันพวกมันก็น่าจะปล่อยเธอไป

“ลงไปดูสิว่าใคร ทำไมมานอนอยู่แถวนี้!” เสียงทรงอำนาจสั่ง

หนึ่งในนั้นค่อยๆ ก้าวลงมาที่ร่องอย่างระมัดระวัง ส่องไฟไปทุกซอกทุกมุมของร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่ ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งเขี่ยร่างนั้นให้พลิกหน้าขึ้น หันสบตาคนด้านบนขณะส่องไฟให้ดูใบหน้ามอมแมม พบเพียงผมปรกหน้า เศษดินสกปรกเกาะติดจนไม่สามารถมองเห็นได้ถนัดนัก หญิงสาวในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์ม เนื้อตัวเปรอะเปื้อน ทรวงอกแทบไม่มีการเคลื่อนไหว ยากที่จะระบุได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

“เตะเช็กดูสิว่าตายหรือยัง!”

สิ้นเสียงคนด้านบนกศิณาก็รับรู้ถึงแรงสัมผัสบริเวณสีข้างได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเธอเหยเกเล็กน้อย โชคดีที่ผมเผ้ารุงรังช่วยอำพราง เธอพยายามคุมตัวเองไม่ให้ขยับหรือส่งเสียงร้องออกมา เผลอลืมตัวกลั้นหายใจแน่นิ่งจนคนทั้งคู่ชักหวั่น

“รีบกลับก่อนเถอะ เดี๋ยวไปพัวพันกับคดีนี้ด้วยจะยุ่ง” น้ำเสียงสั่งเฉียบขาด รีบเดินนำห่างออกไป

กศิณายังคงนอนนิ่ง กังวลว่าสองคนนั้นจะย้อนกลับมาอีก กระทั่งเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่สามก้าวข้ามร่องมาจากอีกฝั่งทำให้เธอแทบจะฝังตัวเองลงไปในพื้นดินที่อาศัยอยู่

มันใครอีกวะ ทำไมไม่จบไม่สิ้นเสียที!

เนิ่นนานที่หญิงสาวอยู่ท่านั้น จนมั่นใจว่าไม่ได้ยินเสียงใดๆ นอกจากสรรพเสียงแห่งพงไพรจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นเปลี่ยนท่า เอนหลังพิงเนินดินแล้วเหยียดขาให้เข้าที่เข้าทาง ความระบมถาโถมมาทุกส่วนของร่างกาย ยกมือลูบสีข้างด้านซ้ายของตน ผูกใจอาฆาต

"หน็อย! เจอรอบหน้า จะจัดหนักเลยคอยดู เตะเข้ามาได้ไงเต็มแรงขนาดนี้ ผู้หญิงนะเว้ยไม่ใช่กระสอบทราย คอยดูนะ ฉันจะตามจองเวรไม่เลิกเลย"

หลังจากแค่นเสียงอย่างเจ็บแค้น กศิณาก็ถอนหายใจ หลับตาลงเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักผ่อน ตอนนี้จะเอาตัวเองกลับไปนอนห้องเห็นจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หวังว่ายุงจะไม่หามตายเสียก่อน พรุ่งนี้อาการน่าจะดีขึ้น จะได้ทำอะไรที่ต้องทำเสียที ดูท่าว่าคดีนี้น่าจะอีกยาว


*****

อย่างไอ้ยุ้งนี่คือนอนกลางดิน และอาจมีแถมกินกลางทราย 5555  (ต้องรอดูน้า)

แจ้งข่าวว่าเราจะหายไป ศ ส อา

ไปทีมบิ้วดิ้งกับบริษัท กิจกรรมแน่นมาก ไม่ได้เอาคอมไปด้วยจ้า

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น