หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,865 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    44,865

ตอนที่ 52 : 14.3 จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

ด้วยใช้แรงไปเกินพิกัดของวันเธอจึงคิดว่าคงนอนหลับทันทีที่หัวถึงหมอน ทว่ากศิณาไม่อาจข่มตาลงได้ ด้วยเรื่องของคนที่เคยเป็น พี่ชายที่แสนดีแต่บัดนี้เป็น พญามารกำลังตามรบกวนจิตใจ

ถามว่าโกรธไหม มันคือความเสียใจและตกใจมากกว่า ถึงจะมาด้วยจุดประสงค์แอบแฝงแต่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เธอเต็มที่กับทุกงาน ไม่ได้เตรียมใจมาเจอเขาสงสัยในตัวเธอแบบนี้ ความน้อยใจเริ่มผุดตามมา ที่เคยคิดว่าเขาใจดีแท้จริงแล้วเขาแค่ตามสอดส่องสินะ

กศิณาได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง ผู้ชายที่ลอยเด่นเหนือความทรงจำคนนี้ไม่เคยมีแม้แต่ความรู้สึกดีๆ ให้ หันมากล่าวโทษเธอได้อย่างไม่ลังเล ทำให้เธอเจ็บตัวโดยไม่ต้องคิด ไม่เชื่อใจกันอย่างนี้ก็คงอยู่ที่นี่ลำบาก แต่ถามว่าเธอมีความกล้าพอที่จะเดินออกจากชีวิตของเขาไหม คำตอบก็คือ ไม่!’ และต่อให้ไล่...ก็ไม่ไป

ยิ่งเขาตกอยู่ในอันตรายยิ่งได้โอกาสที่เธอจะทำตามสัญญา แม้ว่ามันอาจจะไม่มีค่ากับเขาเลยก็ตามที

กศิณาก้มไปใต้เตียงเพื่อหยิบของในกระเป๋า ชูตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยขึ้นตรงหน้า ลูบไล้ไปมาด้วยความหวงแหนจนถึงโบสีแดงตรงคอที่มีรอยต่อของผ้า เธอเคยทำขาดและผู้เป็นเจ้าของเย็บให้กับมือแม้ว่าจะไม่เนี๊ยบ แต่เธอรู้ว่าเขาตั้งใจทำให้

หรี่ตามองเจ้าตาลตัวจ้อยแล้วนึกไปถึงหน้าเจ้าของไร่ พยายามตั้งสติคิดถึงเรื่องในคืนนี้

“ทำไมกันนะตาล ทำไมพี่ศานต์ถึงคิดว่าเราเป็นคนทำ ทำไมเขาไม่คิดว่ามันเป็นไฟป่า...”

บางอย่างที่แวบเข้าสู่ความคิดทำให้รีบเด้งตัวลุก จับตุ๊กตาหมีเก็บเข้าใส่กระเป๋าเป้ใต้เตียงก่อนจะคว้าไฟฉายที่โต๊ะและโทรศัพท์มือถือวิ่งออกจากห้องไปทันที นึกดีใจที่ศานต์ไม่บ้าจี้มาล็อกห้องเธอไว้จริงๆ

เสียงคนงานที่กลับเข้าพักเมื่อครู่ก่อนเงียบไปนานแล้ว แสดงว่าทุกคนคงเหนื่อยจนหลับสนิท ทางสะดวกไปง่ายไม่ต้องมาคอยอธิบายใคร

กศิณาก้าวเดินไปทางท้ายไร่ แม้จะยังเมื่อยล้าและครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะเป็นไข้แต่สองเท้าก็ไม่หยุด ทั้งที่รู้ว่าที่เกิดเหตุติดเชิงเขานั้นห่างไปหลายกิโลเมตร แต่ความสงสัยที่พลุ่งพล่านมันเอาชนะทุกสิ่ง

มันต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ๆ ศานต์ถึงที่นั่นก่อนเธอในขณะที่เธอยังไม่ได้ทันสำรวจด้วยซ้ำว่าเหตุเกิดจากอะไร ทำไมเขาถึงไม่คิดว่าเป็นไฟป่า มันอาจจะเป็นเพราะว่ามีอะไรบางอย่างชี้มาที่เธอหรือเปล่า

ลากสังขารเกือบชั่วโมงก็ถึงข้างลำธารสายเล็กที่ขนานกับชายป่าซึ่งนำน้ำมาจากภูเขา และเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำช่วยดับไฟ ไม่นานนักแสงไฟในมือก็ส่องให้เห็นจุดเกิดเหตุ เทปสีเหลืองถูกพันโยงจากต้นสู่ต้น ล้อมรอบต้นไม้และตอที่ดำไหม้เกรียม เมื่อรู้ว่าตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุแล้วกศิณาจึงไม่คิดล่วงล้ำ ทำได้เพียงฉายไฟและเดินอ้อมรอบๆ สำรวจและเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด มือส่องไฟเข้าไปในบริเวณที่ถูกปิดล้อมเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่า...

พื้นใต้ฝ่าเท้าหายไป!

กศิณากลิ้งหลุนๆ ลงไปในร่องกว้างไม่สามารถเบรกตัวเองได้ กว่าจะหยุดก็เมื่อแรงเฉื่อยไม่พอส่งตัวเธอข้ามทางลาดชันถัดไป

รีบลุกขึ้นทันที แต่แล้วความรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายทำให้ทรุดลงไปที่พื้นอีกครั้ง เสียงใสครางด้วยความเจ็บปวด หน้าตาเหยเก ค่อยๆ ใช้มือนวดข้อเท้าของตน

“ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้วะไอ้ยุ้ง!

เธอขยับไฟฉาย แสงนั้นสาดไปให้เห็นสถานที่ที่เป็นต้นเหตุของอาการเจ็บข้อเท้า แนวกันไฟซึ่งกั้นระหว่างเชิงเขากับพื้นที่ของศานต์ที่มีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมดจนเป็นป่า ที่เธอไม่สังเกตเห็นก่อนหน้านี้เพราะบริเวณในเทปเหลืองไม่มีร่องใดๆ เนื่องจากถูกถมด้วยดินกองใหญ่ บนหน้าดินมีขี้เถ้าของเศษใบไม้ไหม้ก่อนจะลามเข้าไปในแนวป่า

รีบขยับเข้าไปใกล้เทปเหลืองอย่างลืมเจ็บ จับดินที่ชื้นจนจับตัวเป็นก้อนแต่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างจากดินในร่องออกมาดู

ไม่ผิดแน่! รถขนดินคนนั้น นี่เองที่ทำให้เจ้าของไร่รู้ว่าไม่ใช่แค่ไฟป่าธรรมดาทั่วไป

กศิณารีบกดโทรศัพท์ในมือทันที รออยู่ครู่ใหญ่ปลายสายจึงกรอกเสียงรับด้วยความงัวเงีย

“อะไรของแกเนี่ย โทรมาปลุกฉันตอนตีสอง ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญนะ โป้งยันชาติหน้าจริงด้วย”

“โธ่ เห็นปกติก็นอนออกจะดึก ฉันมีเรื่องสำคัญน่า วันนี้ไฟไหม้ป่าข้างไร่ที่ฉันทำงานทั้งที่ทำแนวกันไฟไว้อย่างดี แต่ดันมีคนเอาดินมาเทถมแล้วน่าจะผสมใบไหม้แห้งมาด้วย แล้วฉันก็เห็นรถที่ขนดินมา เลยจะฝากให้แกช่วยสืบหาเบาะแสของรถคันนั้นให้ที” กศิณากล่าวกับพีรวิชญ์ซึ่งทำงานเป็นฝ่ายกฎหมายของบริษัทเอกชน ที่สำคัญคือยังมีอีกงานลับๆ ที่ทำให้รู้จักคนและพอจะมีเส้นสายอยู่ในวงการนี้บ้าง

“แกเห็นรถคันนั้นเทดินเลยเหรอ”

“ไม่ แต่ทางเข้าออกที่ไร่นี่มีทางเดียว ฉันเห็นเขาขนเข้าไปและตอนกลับมาไม่มีดินแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะเอาดินมาตรวจให้ แกไม่ต้องห่วง จะได้มีหลักฐานเลยว่ามาจากแหล่งเดียวกัน ฝากเรื่องทะเบียนหน่อยแล้วกันนะ จะส่งทะเบียนไปให้ นอนต่อได้แล้วแก”

“อื้อ แกก็รีบๆ นอน”

“ขอบคุณมากแก”

กศิณากดวางสาย ที่หน้าจอโทรศัพท์แจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ ก็ใช้มาทั้งวันยังไม่ได้ชาร์ตใหม่ คงไม่แปลกเท่าไรที่เครื่องมันจะประท้วง


*****

มันต้องอย่างนี้สิยุ้ง อุดมการณ์ช่างกล้าแกร่ง

ถึงไล่ก็ไม่ไปนะคะ จะตามปกป้องพี่ศานต์สุดตัวเลย

แล้วคุณศานต์ล่ะ ทำอะไรอยู่

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น