หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,653 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    659

    Overall
    44,653

ตอนที่ 51 : 14.2 ที่ดินเจ้าปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

หลังจากโดนหมัดหนักๆ ศานต์ก็หูดับไปชั่วขณะ ไม่ใช่ว่าโดนทำร้ายจนประสาทสัมผัสพัง แต่เป็นเพราะน้ำตาที่นองหน้าและแววตารวดร้าวของกศิณาที่มองมา มันเสียดลึกบาดใจจนเขาชาไปทั้งร่าง ทำได้เพียงนิ่งเงียบจดจ้องมองคนตรงหน้า ใจเฝ้าแต่คิดว่าเขากำลังเข้าใจผิดไปใช่ไหม เขาทำให้เธอเจ็บปวดใช่หรือไม่ เขาทำร้ายเธอโดยไม่คิดได้อย่างไร

กระทั่งเธอหันหลังกลับและเดินจาก แผ่นหลังที่ห่อลู่ดูไร้เรี่ยวแรงยิ่งสร้างคลื่นความกลัวให้กระแทกใจเขา ความกลัวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่มันมากมายจนเขาไม่รับรู้อะไรอีก นอกจากหวาดหวั่นว่าเธอจะหันหลังจากไปแล้วไม่กลับมา

ไม่รู้ตัวเลยว่าพยายามสะบัดตัวออกจากผู้จัดการไร่ ไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าเผือดซีดจนคนรอบข้างตกใจแค่ไหน และทีท่าคล้ายคนบ้าจนนายแพทย์ประจำไร่ต้องรีบลากตัวเขาและผู้จัดการใหญ่ไปอีกทาง

“ฉันจะไปตามยุ้ง!” รู้สึกว่าตัวเองตะโกน แต่คนรอบข้างกลับได้ยินแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบ

“พี่ศานต์ว่าอะไรนะครับ”

“ฉันจะไปตามยุ้ง!

“ตามทำไมพี่ ปล่อยยุ้งไปก่อนนะ เชื่อผม ยุ้งไม่ใช่คนผิดหรอก ใจเย็นๆ สงบสติอารมณ์นะพี่” คนที่คิดว่าศานต์ยังโมโหกศิณาอยู่รีบปลอบ พร้อมกับส่งสายตาหาผู้จัดการไร่ว่าอย่าพึ่งปล่อยตัว

“ปล่อยครับอาเชษ ผมจะไปตามยุ้ง ผมจะไปขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ...”

 แม้เขาจะสงสัยกศิณาและทุกอย่างมันก็มาในเวลาที่ใช่ แต่วินาทีที่เห็นน้ำตาของเธอ ความรู้สึกที่เหมือนใจกำลังจะขาดพุ่งมาจากไหนไม่รู้ มันกระแทกเขาหนักจนเจ็บยิ่งกว่าหมัดของหญิงสาว

ดูเหมือนคนใจง่ายและนิสัยแพ้น้ำตาผู้หญิงก็ไม่ใช่พื้นฐานเขาสักนิด แต่อาจเพราะเป็นกศิณา วินาทีนี้ใจเขายอมรับทันทีว่าเข้าใจผิดไป

“สารวัตรมาแล้วไอ้ศานต์ เคลียร์ทางนี้ก่อนเถอะ”

ช้องนางซึ่งออกไปรับหน้าเจ้าหน้าที่เดินนำมา ศานต์เม้มปาก ข่มตาเก็บกักทุกความรู้สึกไว้ ตั้งใจรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไปขอโทษกศิณา

 

ความเหนื่อยล้าทำให้หญิงสาวเริ่มผ่อนฝีเท้า หลังจากเร่งก้าวอย่างหนักท่ามกลางความมืดโดยไม่ใช้แสงใดนำทาง แม้จะได้ยินเสียงตะโกนเรียกเป็นระยะแต่ไม่คิดสนใจจะหันกลับไปมอง กระทั่งมีมือหนึ่งมาแตะลงบนไหล่

“ไอ้ยุ้ง รอด้วยเอ็งนี่ ท่าทางเหมือนจะเดินไม่ไหวแต่ทำไมเดินได้ไวนักวะ”

“เรียกตั้งนานแล้ว ทำไมพี่พึ่งได้ยิน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย”

เมื่อหันไปแล้วพบว่าเป็นใครจึงหยุดก้าวเดิน

“เกียก นุดล มีอะไรหรือเปล่า”

“เอ็งนี่มันแน่ว่ะ กล้าต่อยนายด้วย ไม่กลัวนายไล่ออกหรือไง”

“ไม่รู้ล่ะ ก็คุณศานต์อยากมากล่าวหาฉันทำไม ฉันแค่ต่อยเรียกสติเขา นายคงไม่โกรธหรอกมั้ง ปกติเห็นใจดีจะตาย ไม่รู้วันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา” กศิณาบ่นพึมพำขณะเดินนำคนทั้งสองเข้าไร่

บรรยากาศรอบด้านเงียบเชียบเนื่องจากทุกคนไปช่วยทางป่าเกือบหมด ทั้งสามจึงน่าจะเป็นคนกลุ่มแรกที่กลับมาถึง นุดลเดินกวดตามติดขึ้นเคียงข้าง สีหน้ายุ่งยากใจ ทำท่าจะเอ่ยปากเล่าอะไรสักอย่างแต่แล้วก็เงียบ

“มีอะไรวะไอ้นุ จะพูดอะไรก็รีบพูด” เกียกโพล่งถามเสียงดุ

“คือ...คือว่า...”

“คือคืออะไรเล่า พูดมา!”

“เกียก อย่าพึ่งดุนุดลสิ กลัวหมดแล้วเนี่ย มีอะไรจะเล่าหรือเปล่านุดล”

กศิณาปั้นหน้ายิ้ม ถามนุดลที่เหล่มองเกียกอย่างผวา

“ก็แค่กำลังคิดว่าทำไมนายถึงคิดว่าพี่ยุ้งทำ อาจจะเป็นเพราะว่าพี่ยุ้งพึ่งเข้ามาใหม่ นายเลยคิดว่าพี่ยุ้งจะเป็นพวกเดียวกับคนที่อยากได้ที่ตรงนั้นหรือเปล่า แม่เคยเล่าให้นุดลฟัง ที่ของนายมีคนมาขอซื้อออกบ่อยแต่นายไม่ยักขาย”

“เขาจะเอาไปทำอะไรกันหรอ ที่ตรงนั้นน่ะ” กศิณาเอ่ยถามด้วยแววตาสนใจใคร่รู้ ผืนเดียวกับที่ไพลินจะทำศูนย์หม่อนไหมหรือเปล่า ไม่คิดเลยว่าจะมีคนอื่นอยากได้อีก

“แล้วแต่ บางคนจะตัดไม้ขาย ถึงป่าสักตรงนั้นนายจะไม่ได้ลิดกิ่งเพราะไม่ได้กะขายก็เถอะ แต่มันก็ยังพอได้ราคาบ้าง พวกนายทุนเขาเลยอยากได้กัน หรือบางคนก็อยากเอาไปสร้างหมู่บ้าน แบ่งขายต่อ ทำกิจการนู่นนี่นั่นแหละ วิวดีจะตาย เห็นภูเขา มีน้ำผุดอีกต่างหาก แม่บอกว่าคนมาขอซื้อมาติดต่อถึงไร่ พอนายไม่ขายบางคนอาฆาตไว้ก็มี แล้วพวกนี้มันน่ากลัวจะตาย เล่นไม่ซื่อหรอก เห็นนายก็พึ่งสั่งเพิ่มเวรยามไป พ่อผมยังเตรียมมาเข้ากะคืนนี้อยู่เลย”

“เอ้า แล้วทำไมนายไม่ขายวะ เงินเห็นๆ หรือเขาให้ราคาน้อยไป”

“คุณศานต์ไม่น่าจะห่วงเงินหรอกเกียก น่าจะมีเหตุผลของเขา” กศิณาเอ่ยแย้งความเห็นเพื่อนข้างห้อง

“ใช่ๆ นายไม่ได้ขี้งกเสียหน่อยพี่เกียก นายแค่อยากรักษาป่าไว้ ป่าแถวนี้นับวันยิ่งน้อยลงจนน่าใจหาย แทบไม่เหลืออะไรแล้ว อย่างตอนคุณอาคเนย์มาขอซื้อที่ข้างไร่นายก็ไม่ได้อยากขาย แต่เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน แม่ยังเล่าเลยว่านายก็ขอไว้นะว่าห้ามตัดต้นไม้เยอะ ให้เหลือไว้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงขั้นไปช่วยสำรวจทุกตารางนิ้วเลย พื้นที่ตรงไหนตัดต้นไม้น้อยสุดแต่ใช้ประโยชน์ได้คุ้ม”

มิน่าล่ะ สังเกตตั้งแต่วันที่ปลอมเป็นพิมพ์ประภาแล้ว โกลเด้นฮิลล์รีสอร์ตค่อนข้างร่มรื่นมากทีเดียว

“อีกอย่างนะ นายไม่งกและไม่เห็นแก่เงิน ไม่งั้นเขาจะจ้างเราด้วยค่าแรงขนาดนี้หรือพี่เกียก แถมนายน่ะ ยังเคยจะส่งนุดลเรียนต่อปริญญาเลยนะ แกอยากให้นุดลเรียนสูงๆ จะได้กลับมาพัฒนาหมู่บ้าน กลับมาดูแลพ่อแม่”

นุดลสาธยายความมีน้ำใจของเจ้าของไร่ให้ฟัง กศิณาเร่งฝีเท้าหวังให้ถึงที่พักโดยไว ไม่ได้ใส่ใจเสียงของเด็กหนุ่มนักเนื่องด้วยเคยฟังมาก่อนหน้านี้แล้ว

เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบแปดปี พึ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมาไม่นาน เจ้าของไร่คิดจะส่งเสียไปเรียนมหาวิทยาลัยดั่งเช่นลูกของคนงานคนอื่นๆ เพราะเห็นว่ามีความรู้ความสามารถ ขยันขันแข็ง หลายคนเมื่อได้รับทุนแล้วก็กลับมาช่วยไร่ สำนักงานในอำเภอบ้าง สำนักงานที่นี่บ้าง เช่นทิม ผู้จัดการสำนักงานที่ศานต์ส่งเรียนจนจบโท

หากแต่นุดลอยากจะเก็บเงินไปเรียนเองมากกว่าจึงขอมาทำงานที่ไร่ เพื่อสะสมทุนการศึกษาสำหรับตัวเอง

ทันใดนั้นก็เห็นเงาตะคุ่มอยู่ไกลๆ ตรงตำแหน่งประตูบ้านของเจ้าของไร่ คิ้วบางขมวดอย่างประหลาดใจ กวาดตามองหารถยนต์สีดำคันโตใต้ร่มไม้ แต่เมื่อไม่พบจึงชะลอฝีเท้า

เป็นไปไม่ได้ที่ศานต์จะกลับมาถึงไร่ก่อนเธอ

“เกียก นุดล...” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ ก่อนจะหยุดเดิน แล้วชี้มือไปเบื้องหน้า “เห็นเหมือนกันไหม มีคนยืนอยู่หน้าบ้านคุณศานต์ใช่ไหม”

“เออใช่ มันเป็นใครวะ เฮ้ย! นั่นใครน่ะ!”

เอื้อมมือจะปิดปากเพื่อนข้างตัวทว่าไม่ทันการณ์ เสียงของเกียกที่ตะโกนออกไปทำให้ร่างนั้นไหวตัวหันกลับมา

กศิณารีบออกวิ่ง อยากจับให้ได้ว่าใครกันที่มาทำลับล่อในยามที่ไม่ควรมีคนอยู่ไร่ หากแต่ว่าระยะทางนั้นห่างไกลเกินกว่าที่หญิงสาวจะทันเห็นหน้าได้

“อย่าตามไปเลยพี่ เราวิ่งไม่ทันมันหรอก โทรบอกนายดีกว่า” นุดลรั้งแขนไว้เมื่อกศิณาทำท่าจะวิ่งตามไปทางหลังบ้านของเจ้านาย “เกิดมันมีอาวุธแล้วคิดทำอะไรเราขึ้นมาเราจะสู้มันไม่ได้นะพี่ แรงเราแทบไม่เหลือแล้ว”

“ใช่ ข้าว่ามันน่าจะยังไม่ได้อะไรไป ประตูบ้านนายยังล็อกอยู่ เอ็งรีบแจ้งนายเถอะ” เกียกที่วิ่งขึ้นไปสำรวจบนชานบ้านตะโกนลงมาบอก

กศิณาควักโทรศัพท์ของตนออกจากกระเป๋า เลือกต่อสายหาคนที่น่าจะพอคุยได้มากกว่าผู้เป็นนายตอนนี้

“พี่เทลคะ ยังอยู่กับคุณศานต์ไหมคะ ยุ้งเจอคนทำท่าจะงัดเข้าบ้านคุณศานต์เมื่อกี้นี้แต่วิ่งตามไม่ทัน เลยโทรบอกก่อน”

“แล้วน้องยุ้งเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะ มันวิ่งหนีไปก่อน ยุ้งอยู่กับเกียกแล้วก็นุดล ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

กศิณาตอบคำถามนายแพทย์ประจำไร่อีกเล็กน้อย ตกปากรับคำว่าจะยืนเฝ้าหน้าบ้านเจ้านายให้แล้ววางสาย พลันนึกได้

“เดี๋ยวสองคนเฝ้าไปนะ ฉันกลับก่อนดีกว่า” ไม่อยากอยู่ปะหน้ากับศานต์ให้เขาต้องขัดเคือง

“ไม่ได้นะพี่ เดินกลับคนเดียวค่ำๆ มืดๆ เกิดไอ้คนนั้นยังอยู่ล่ะ ยามก็ไม่มีไปช่วยทางนู้นกันหมด”

“พี่ว่ามันหนีไปไกลแล้วล่ะ เพราะถ้ามันคิดจะสู้ คงหันกลับมาวิ่งใส่แล้ว ไปละ ไม่อยากเจอคุณศานต์ พี่กลับได้ไม่ต้องห่วง”

กศิณาโบกมือไล่อย่างไม่สนใจ รีบปลีกตัวออกมา

*****

ก็ใจง่ายจริงๆ นั่นแหละคุณศานต์ ที่อย่างนี้ล่ะเชื่อเร็วเชียว 

เมื่อวินาทีก่อนที่เขย่าน้องอย่างแรงนั่นคืออะไร๊

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #239 C2TR01 (@C2TR01) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:44
    ห่วงยุ้ง
    #239
    1
    • #239-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 51)
      24 ตุลาคม 2561 / 18:23
      ต้องลุ้นกันเน้อ
      #239-1
  2. #98 บังลังก์นี้มิมีใครจอง (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 10:52
    คุณศานต์รุกต่อเร๊ววว เอ้า รุก!!!!
    #98
    1
    • #98-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 51)
      9 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
      ใจเย็นน้า 5555
      #98-1