หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,864 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    44,864

ตอนที่ 50 : 14.1 ข้อหาร้ายแรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    20 ต.ค. 61

กศิณาชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องคนที่กำลังเขย่าร่างเธออย่างไม่เข้าใจ สมองเบลอจนเผลอปล่อยให้เขาประทุษร้ายตามใจชอบพักใหญ่ แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีดิ้นให้หลุด เมื่อประมวลผลได้ว่าคนตรงหน้ากำลังยัดเยียดข้อหาร้ายแรงให้เธอ

“ปล่อยนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณศานต์ ปล่อย!” ร่างเล็กกว่าออกแรงดิ้น ผลักอกชายหนุ่มอย่างไม่เกรงใจ แต่ยิ่งขยับกลับเหมือนยิ่งยุ เขาบีบแขนเธอแน่นลึกและเขย่าหนักขึ้นไปอีก

ปากอิ่มขบเข้าหากันอย่างขัดใจ ปกติเธอขึ้นชื่อเรื่องแรงเยอะผิดเพศหญิงทั่วไปเลยนะ แล้วคนตัวบางอย่างเขาผีเข้าสิงหรือไงถึงได้มีแรงมหาศาลปานช้างกำลังกระทืบเธอ

เจ็บ...เจ็บจนน้ำตาจะไหล

“เฮ้ย! อะไรวะไอ้ศานต์ ใจเย็นดิวะ ยุ้งข้าวช้ำตายเลยแก ใจเย็นๆ” ช้องนางรีบวิ่งเข้ามาห้ามปราม ก่อนหันไปหาเชษเพื่อขอความช่วยเหลือ ด้วยเห็นว่าทิวัตถ์ผู้ถลาเข้าหาคนแรกไม่อาจช่วยอะไรได้ คงเพราะขนาดตัวใกล้เคียงกับศานต์ และอีกฝั่งกำลังเหมือนหมาบ้า

“ผมขอโทษนะครับคุณศานต์” เชษเอ่ย กระชากตัวเจ้านายออกจากกศิณาเต็มแรง แล้วล็อกไว้เพื่อให้ศานต์สงบสติอารมณ์

กศิณาเซถลาถอยหลัง ดีที่ช้องนางมารับตัวไว้ทัน เธอหันไปขอบคุณก่อนจะยืดตัวขึ้นตรง หายใจเหนื่อยหอบและรู้สึกระบมมากขึ้น ในขณะที่นายแพทย์ประจำไร่รีบถามไถ่อาการ แต่เธอไม่ได้สนใจ มัวแต่จ้องหน้าเจ้าของไร่และทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

กำปั้นน้อยๆ ใส่ศานต์เต็มแรงไม่ยั้งสักนิด จนสุดท้ายคนต่อยก็สะบัดมือไปมาคล้ายว่าเป็นคนเจ็บเสียเอง หน้าเขาหันไปตามแรงกระแทก ครู่ต่อมาก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดในปาก จึงหมุนหน้ากลับมาจ้องกศิณา แววตาเขาว่างเปล่าทว่าดูสงบลง

คนที่หาญกล้าต่อยเจ้านายชี้หน้าเขาเอ่ยเสียงกร้าว

“ขอโทษด้วยค่ะที่ต้องต่อย แต่ถือว่าเป็นการเตือนสติให้พี่หายบ้า!” เธอหยุดเล็กน้อย พักสูดหายใจก่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขาด้วยความสงสัย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมามีแววสั่นไหว “ทำไมคะ ทำไมถึงคิดว่าหนูเป็นคนทำเรื่องนี้ เพราะหนูเป็นคนแปลกหน้าของที่นี่เหรอ หรือเพราะอะไร หนูรู้...สังเกตมาตลอดว่าโดนตามติด ก็อุตส่าห์แก้ตัวให้ว่าคงเพราะเจ้านายใจดี ทั้งที่ความจริงคือพี่ไม่เคยไว้ใจหนู...”

เขายังคงนิ่งเงียบ แววตากลมโตอ่านยาก ในขณะที่กศิณาเงยหน้ามองฟ้าพยายามดันน้ำตาที่เอ่อล้นให้ไหลกลับ แม้กำลังพยายามเตือนสติเขา แต่อันที่จริงแล้วเธอก็ไม่ค่อยมีสติเท่าใดนัก ความรู้สึกอึดอัดถาโถมเข้าสู่อก

“หนูอาจจะไม่ใช่คนดีมาก แต่...ไอ้ยุ้งข้าวก็ไม่ได้เลวขนาดจะเผาไร่ใคร...” เสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์เมื่อคิดได้ว่าเขามองเธอร้ายกาจขนาดไหน เผลอกัดริมฝีปากตนจนห้อเลือด สองมือกำแน่นข่มความรวดร้าวในอกที่ปะทุจนทรมานเจียนขาดใจ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างยากที่จะควบคุม

ว่าจะไม่ร้อง ว่าจะไม่ตัดพ้อ แต่สุดท้ายเมื่อมองหน้าเขา ม่านน้ำก็กลบภาพตรงหน้าเสียมิด “โดยเฉพาะพี่ หนูไม่มีทางทำร้ายลง ไม่มีทางเลย...”

สำหรับผู้ชายคนนี้ เธอยอมแลกกับชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ

สัมผัสปลอบประโลมแผ่วเบาที่แขนทำให้กศิณาหันไปมอง เป็นทิวัตถ์ที่เดินเข้ามายืนเคียงข้าง เอ่ยกับเจ้าของไร่น้ำเสียงหนักแน่น

“ผมยืนยันได้ครับพี่ศานต์ ไม่ใช่น้องยุ้งแน่ ผมรู้จักน้องก่อนมาทำงานที่ไร่นี่ น้องยุ้งไม่ใช่พวกที่จะเล่นงานพี่หรอก” ทิวัตถ์พอจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ เมื่อศานต์นัดจะคุยด้วยคืนนี้เรื่องมีคนต้องสงสัยเข้ามาในไร่ เพียงแต่เขาไม่คาดคิดว่าคนที่ถูกสงสัยจะเป็นกศิณา

กศิณารีบปาดมือสะเปะสะปะเพื่อลากน้ำตาทิ้ง สติกลับเข้าร่าง เผลอกัดริมฝีปากแน่น ไม่แน่ใจนักว่าเมื่อครู่พล่ามอะไรออกไปบ้าง ก่อนจะมองหน้าศานต์ให้เต็มตาแล้วเลยไปยังเบื้องหลัง พ่อของเธอนิ่งเงียบอยู่เช่นกัน

เธอหลับตาลง รอยยิ้มเยาะหลุดจากริมฝีปากอิ่ม ความอึดอัดคับข้องตีขึ้นในอกอีกระลอก แม้แต่สถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ พ่อก็ไม่คิดที่จะบอกความจริงเพื่อปกป้องเธอ

สุดท้ายก็อดที่จะพึมพำเสียงเบากับตัวเองไม่ได้

“ถ้าพี่ได้รู้ว่าหนูคือใคร...พี่จะเสียใจ เสียใจที่คิดกับหนูแบบนี้” ถึงจะไม่ได้มีความสำคัญกับเขามากนัก แต่ก็ไม่คิดว่าศานต์จะใจร้ายหากได้รู้ว่าเธอคือตัวเล็กของเขา

“น้องยุ้งกลับไปพักผ่อนเถอะ ปะ” เมื่อเจ้าของไร่ยังนิ่ง ทิวัตถ์จึงหันมาบอกพร้อมทั้งชี้ทางให้กลับหันหลัง แต่กศิณายังดึงดันจะอยู่ตรงนั้น

เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับความรู้สึกแล้วจ้องไปยังเจ้าของไร่ เอ่ยเสียงหนักแน่น พร้อมเผชิญหน้า

“ต้องให้ฉันรอเจอตำรวจไหมคะ”

“กลับเถอะน้องยุ้ง พื้นที่นี้พี่กกรับผิดชอบ สารวัตรทศทิศน่ะ จำได้ไหม เราไม่อยู่ตอนเกิดเรื่องด้วยซ้ำ พี่กกไม่สอบปากคำหรอก กลับไปพักเถอะ ไปกับพี่ครับ”

กศิณาไม่ได้ตอบรับ เธอแค่คุ้นชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกเอ่ยถึงแต่ไม่ได้อยากนึกให้ออก ก่อนจะถอนแขนที่เขาแตะอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เทล ยุ้งกลับได้ พี่เทลดูแลคนอื่นเถอะ น่าจะมีคนไม่ไหวหลายคน” เธอบุ้ยหน้าไปยังคนงานคนอื่นที่นั่งพักฟื้นกันอยู่ เพราะเริ่มต้นดับไฟก่อนเธอถึงนานสองนานสภาพแต่ละคนจึงหมดแรงไม่ใช่น้อย แม้แต่เจ้านายเธอเองก็เถอะ วิ่งไม่หยุดขนาดนั้น มีแรงมาเขย่าเธอจนเครื่องในจะปั่นรวมกันอยู่แล้วได้ยังไง

สงสัยจะโมโหหนักจริงๆ

“ถ้ากลัวฉันหนี จะตามมาล็อกห้องไว้ก็ได้นะคุณ เผื่อจะยังไม่อยากเชื่อว่าฉันไม่ใช่คนทำ!” ไม่วายกระแทกเสียงส่งท้ายด้วยแรงอารมณ์ก่อนหันหลังกลับ รีบลากสังขารที่แทบยืนไม่ไหวไปจากตรงนี้


*****

คุณศานต์คะ ระวังเสียใจที่ยัดข้อหาให้น้องเค้า

เดี๋ยวน้องหนีออกจากไร่แล้วจะรู้สึก

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

0 ความคิดเห็น