หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,683 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    689

    Overall
    44,683

ตอนที่ 48 : 13.3 ข้อสงสัยที่น่าสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

แอบเอาวิวยามเช้าบนดอยมาฝากค่า ไปกิจกรรมค่ายอาสามา บรรยากาศดีสุดๆ


ท้องฟ้าเริ่มเข้มขึ้นแล้วเมื่อรถยนต์สีขาวด้านข้างแปะตัวอักษรบอกชื่อโกลเด้นฮิลล์รีสอร์ตเคลื่อนตัวออก พื้นถนนเป็นดินลูกรังแทบสวนกันไม่ได้ แต่ไม่นานนักก็ถึงถนนใหญ่สี่เลน กศิณาที่ทอดสายตามองนอกตัวรถลอบถอนหายใจเบาๆ เมื่อมีโอกาสเข้าสู่ประเด็นสำคัญแต่ไพลินกลับเพียงพยักหน้า บอกว่าจำได้ และรู้ว่าทินวัตรไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนคนขับนั้นเงียบกริบเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ทั้งที่เธอรู้สึกได้ว่าทั้งสองเผลอมองหน้ากัน สุดท้ายบรรยากาศก็เงียบสงบอีกครั้ง แถมยังวังเวงมากขึ้นกว่าเก่า

หญิงสาวทิ้งตัวพิงเบาะหันมองของที่อยู่ข้างตัว ชาวบ้านที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทยใจดีให้ของฝากมายกใหญ่ ผลไม้สดจากสวนหลากหลายชนิดถูกขนมาเตรียมไว้ให้เจ้าของห้องเสื้อดังซึ่งช่วยทำให้กลุ่มชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น เมื่อห้องเสื้อศิลปกิจจานำผ้าไทยไปใช้ในการออกแบบตัดชุด ซ้ำยังออกแบบลายใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัย

แอบได้ยินว่าเจ้าของห้องเสื้อมีแผนเปิดศูนย์หม่อนไหมเพื่อช่วยชาวบ้านให้พัฒนาไปอีกขั้น แต่ยังเจรจาที่กับเจ้าของไร่ไอศวรรย์อยู่ เธอไม่รู้ว่าที่ตรงไหน แต่เธอชอบบรรยากาศไร่ตอนนี้ มันกำลังพอดีไม่วุ่นวายไป หากทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของไร่

เมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยที่มีป้ายบอกชื่อไร่และรีสอร์ต ตารีก็เบิกขึ้นด้วยความดีใจ ชะโงกมองไปด้านหน้า เนื่องจากเป็นเวลาทุ่มกว่าท้องจึงเริ่มร้องประท้วง

ปัง!

เสียงดังขึ้นที่ล้อหลังฝั่งที่เธอนั่ง ทำเอากศิณากระโดดผลุงไปหลบหลังคนขับแทบไม่ทัน ก่อนจะนึกได้ว่าเป็นเสียงจากนอกรถจึงเอ่ยถาม ในขณะที่ผู้จัดการไร่ชะลอรถเข้าจอดข้างทาง

“เหยียบอะไรอ่ะ ยางแตกหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิ เมื่อกี้มองไม่เห็น อยู่บนนี้ล่ะ เดี๋ยวลงไปดูเอง”

“หนูลงด้วย”

กศิณารีบเปิดประตูลงตามทันที ปล่อยให้ไพลินนั่งอยู่ในรถคนเดียว

“โอ้โฮ ฉีกขนาดนี้ รู้เรื่อง!” หญิงสาวกล่าวขณะใช้ไฟแฟลชจากมือถือฉายไปที่ล้อรถด้านหลังซ้าย ก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางเดิมด้วยสงสัยในตัวต้นเหตุ คนเป็นพ่อต้องรีบเดินตามเมื่อยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงจากฟากฟ้าไกลลิบกับแสงในมือกศิณาเท่านั้น

“ไม่ต้องตามยุ้งมาหรอกน่า ไปเฝ้าคุณลินนู่น คุณเขานั่งอยู่ในรถคนเดียว” ทางนั้นก็น่าห่วงเหมือนกัน อีกอย่าง เธออยากทดสอบว่าระหว่างลูกสาวกับ...อดีตภรรยา พ่อจะเลือกใคร ตอนนี้ใจเธอเริ่มเอียงมาฝั่งไพลินพอควร เมื่อมันเหมาะเจาะลงตัวเหลือเกิน

“ได้ไง งั้นก็ไม่ต้องเดินไป เหยียบอะไรก็ช่างมันเถอะ กลับไปเปลี่ยนยางดีกว่า”

“นี่ไง! ต้นเหตุ” กศิณาร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นลังไม้หน้าตาประหลาด มีขอบคมและตะปูหลายตัวตกอยู่ที่พงหญ้าริมถนน เธอเงยหน้าขึ้นมองพ่อก่อนส่ายหัว คล้ายจะล้อว่าทำไมขับรถไม่ระวังเลย

มือหนาเอื้อมดึงร่างเล็กกว่าเข้าข้างทางเมื่อเห็นแสงไฟหรี่สาดมา ก่อนจะพบรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับผ่านไปอย่างรีบร้อน

กศิณามองตามรถคันนั้นไป เห็นไม่ชัดว่าบรรทุกอะไร เนื่องด้วยแสงจากบนฟ้าไม่ได้สว่างพอ มือจับโทรศัพท์ฉายไฟนำทาง พบเศษดินตกอยู่ตามพื้นถนนทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มี

รถขนดิน?

อดแปลกใจไม่ได้ รถบรรทุกขนดินขนาดใหญ่จะเข้ามาซอยนี้ทำไมในเวลามืดค่ำ แถมไม่ยอมเปิดไฟหน้ารถดีๆ แล้วยังขับเร็วเสียขนาดนั้น

เธอเหลือบตาขึ้นมองคนข้างตัวที่เลิกคิ้วสงสัยไปในทางเดียวกัน แต่ทำไงได้ จะขับตามไปดูหรือ รถมันใช้แค่สามล้อเคลื่อนตัวไปได้เสียที่ไหน

“ไปค่ะ ขนของกันอานเลยล่ะงานนี้” กศิณาเอ่ยพลางดึงตัวพ่อกลับ นึกถึงของในกระโปรงท้ายรถที่มีตัวอย่างผ้าหนาหนักหลายสิบพับก็ให้ท้อใจ ไหนจะของฝากอื่นๆ อีกมากมาย

ใครกันนะ ช่างสร้างสรรค์ให้ยางอะไหล่ไปอยู่ลึกสุดใจเยี่ยงนี้!

“คุณลินครับ รบกวนลงจากรถนิดนึงนะครับ เดี๋ยวต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ ยางนี้ฉีกครับ”

ไพลินพยักหน้ารับรู้ ก้าวลงจากรถโดยยังคงมาดนางพญาไว้ตามปกติ

กศิณาดันเบาะข้างคนขับให้เคลื่อนถอยหลัง ล้วงมือเข้าใต้เบาะ ควานหาแม่แรงที่ประจำอยู่ตรงนี้ จากนั้นก็ช่วยเชษย้ายของหลังรถมาไว้ที่เบาะหลังอย่างคล่องแคล่ว

“เดี๋ยวหนูหยิบยางให้ อาเชษไปขันล้อออกไป เออ...หนูทำเองดีกว่า ใช้ความอ้วนเข้าช่วยน่าจะง่ายสุด” เธอกล่าวเมื่อขนของล็อตสุดท้ายเสร็จ ก่อนจะยิ้มตาหยี ไม่วายเล่นมุกคลายเครียดให้ตนเมื่อท้องมันช่างแสบร้อนได้ใจ

กศิณาย่อตัวลงคลำใต้รถ หยิบแม่แรงวางรองในตำแหน่งที่เหมาะสม เสียบบล็อกคลายนอตเข้าที่ ลุกขึ้นยืนยกเท้าเหยียบแล้วใช้น้ำหนักตัวที่มีทุ่มใส่จนนอตคลาย ไล่ทำไปทีละนอตจนครบแล้วจึงหันมาใช้โลหะแท่งเรียวยาวหมุนขึ้นแม่แรงจนสูงพอ ถอดนอตออกทั้งหมด จากนั้นก็กระชากล้อออกอย่างง่ายดาย

ไพลินยืนกอดอกมองเหตุการณ์นั้นอย่างเงียบๆ เผลอเลิกคิ้วเมื่อแม่เด็กตรงหน้าทำอะไรก็ดูคล่องไปเสียหมด ก่อนจะอมยิ้ม เห็นศานต์ชมว่าทำงานในไร่ดีและทำเป็นทุกอย่าง แล้วนี่เปลี่ยนยางได้อย่างกับช่างมืออาชีพ อดที่จะถามข้อสงสัยไม่ได้

“บ้านเปิดอู่รถหรือไง ทำไมคล่องขนาดนี้”

“เปล่าค่ะ ยุ้งแค่ขับรถบ่อยเลยต้องรู้ไว้ จริงๆ บ้านยุ้งทำสวน” กศิณาหันมายิ้มหวานให้ก่อนตอบเสียงใส

“สวน? สวนอะไรล่ะ”

“บ้านยุ้งทำสวนมะ...”

“ยุ้งข้าว! รีบขนของเถอะ ดึกมากแล้ว” เชษเอ่ยขัดขณะพยักหน้าให้ดูปริมาณของในรถที่ยังเหลืออยู่

“ค่า” กศิณาตอบรับยานคางรีบทำตามคำสั่ง

ไพลินรั้งคนอ่อนวัยกว่าไว้ เหลือบมองเชษเล็กน้อย เอ่ย ข้อสงสัย ที่เธอเริ่มสนใจในคำตอบ

“บ้านเธอทำสวนอะไรนะ”

“อ๋อ สวนมะ...”

ชายร่างสูงตรงดิ่งเข้ามาทันทีที่ไพลินถามจบ คล้ายตั้งใจขวางไม่ให้ตอบ แต่ยังไม่ทันทำอะไรกศิณาก็ชะงักคำพูดไปเสียก่อน ตารียาวเบิกกว้างมองฝ่าความมืดข้ามหลังคารถไปยังที่ไกลแสนไกลลึกเข้าไปในซอย

“นั่นมัน...ควันไฟ!”

“นั่นมันฝั่งไร่นี่!”

“คุณศานต์ โทรแจ้งคุณศานต์เร็ว!” 

*****

พ่อขัดตลอดเลย พ่อขัดทำไมน้า

ไอ้ยุ้ง เอะใจสักนิดสิ๊

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

0 ความคิดเห็น