หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,865 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    44,865

ตอนที่ 47 : 13.2 เพื่อนมหาวิทยาลัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

ศิณาถลาเข้าหารถขายไอศกรีมตักหน้าตลาดทันทีที่เหลือบเห็น ไม่นานก็เลือกรสชาติที่ถูกใจได้ พลันนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ลงมาจากรถ จึงหันกลับไปมองยังที่ที่จากมา อาคารสีขาวเรียบสี่ชั้น ประตูกระจกส่องให้เห็นห้องโถงโล่งภายในจัดนิทรรศการแสดงผ้านานาชนิด เนื่องด้วยเป็นศูนย์ส่งเสริมผ้าไทยทอมือของตัวอำเภอใหญ่


พ่อที่ทำหน้าที่สารถีในวันนี้ยังคงนั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าทางเข้า รอไพลินทำธุระด้านใน


“พี่เชษ!!! ขอตังค์หน่อย ลืมเอากระเป๋าตังค์ลงมาจากรถ!” ตะโกนข้ามถนนสองเลนสวนไปยังเป้าหมาย เขาเงยหน้ามามองทันทีที่ได้ยินเสียง


ไม่นานพ่อก็ข้ามถนนมาหา ทว่าสีหน้ายังดูงุนงง เธอจึงต้องเอ่ยย้ำ พร้อมทั้งเกาะแขนออดอ้อน “ลืมเอากระเป๋าสตางค์มาจากไร่ ขอตังค์หน่อยค่ะ ขอนะ ไม่ได้ยืม”


“จริงๆ คือจงใจไม่เอามาใช่ไหม”


แขนแกร่งขยับขึ้นล็อกคอหญิงสาวพลางชี้หน้าทำท่าข่มขู่


“ทำไม สิบบาทยี่สิบบาทแค่นี้ก็ให้ไม่ได้เหรอ จะเก็บเงินไว้เลี้ยงสาวที่ไหนหรือคะพี่เชษ” ร่างเล็กกว่าต่อปากต่อคำอย่างไม่ยอมแพ้ เล่นประเด็นจี้ใจจนหนุ่มใหญ่จนมุม


“มีอ้วนๆ อยู่แถวนี้หนึ่งคน” เชษจงใจจ้องเพื่อบอกให้รู้ว่า ใครแต่เจ้าตัวดูจะไม่เข้าใจ เพราะมัวแต่ไพล่คิดถึงคนอื่น


“ใครกันอ่ะ หนูอยากรู้”


ดวงตารียาวมีแววสงสัยเสียเต็มประดา ไม่ได้สนใจไอศกรีมที่ถูกยื่นมาจากคนขาย จนคนจ่ายเงินต้องเป็นคนรับแทน


“ไม่กินใช่ไหม” เชษชูถ้วยเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ก่อนจะใช้ช้อนตักไอศกรีมเข้าปากคำโต “อร่อยนะ ถ้าไม่กินสักทีระวังจะหมดไม่รู้ตัวนะแม่ตัวแสบ!”


“อย่าแย่งหนูกินสิ๊ แย่งเด็กแบบนี้นิสัยไม่ดีเลย เอามาเลยนะ เอามา” กศิณาประท้วง แต่ทำได้แค่เท้าเอวเงยหน้ามองอย่างขัดใจ เมื่อเธอสูงเพียงแค่ไหล่ของพ่อ ทำให้ไม่สามารถเอื้อมถึงถ้วยที่เขาชูเหนือศรีษะได้ จึงได้แต่บ่นอุบ


“ทำไมไม่แบ่งความสูงมาให้หนูบ้าง ตัวเตี้ยกระจิ๋วเดียวแบบนี้ ทำอะไรไม่ได้เลย”


“ตัวเล็กอย่างนี้แหละดีแล้ว แต่จะให้ดีต้องลดความกว้างลงหน่อย อ้วนเนี่ย! โรคภัยไข้เจ็บมาเยือนเยอะแยะนะ”


“ไม่เป็นไรหรอกน่า เก็บตังค์รอจ่ายค่ารักษาพยาบาลแล้วกัน”


รับถ้วยไอศกรีมจากคนที่เลิกแกล้ง แล้วมองซ้ายมองขวาเดินข้ามถนนกลับมา ก่อนจะพบว่าดวงตาคมของไพลินจ้องมองมาจากหน้าอาคารอย่างพินิจ ไม่รู้ว่านานเท่าใด นานทันเห็นความสนิทสนมระหว่างกันหรือไม่ กศิณาจึงเผลอเกร็งตัวขึ้นมาทันที ลอบมองคนข้างกาย พบว่าพ่อนิ่งชะงักไปด้วยทีท่าน่าสงสัย


ต่อเมื่อเขาปรับสีหน้าได้จึงสาวเท้าเขาหา “คุณลินเสร็จธุระแล้วหรือครับ”


ไพลินพยักหน้ารับแล้วเดินนำไปที่รถ “เดี๋ยวไปสำนักงานพัฒนาชุมชนต่อนะ”


“ครับ”


“แล้วค่อยแวะศูนย์พัฒนาภูมิปัญญาไทยตอนกลับ อาจจะต้องขอแรงทั้งสองคนช่วยขนตัวอย่างผ้ากับของฝากจากกลุ่มชาวบ้านด้วยนะ” ไพลินยังคงนั่งหน้านิ่งมองตรงไปที่ถนน เอ่ยเสียงเรียบโดยมิได้หันมองใคร


สองคนที่เหลือในรถขานตอบรับรู้ก่อนจะเงียบเสียงไป บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดเหมือนเช่นตอนที่ออกจากไร่มา กศิณาเอนหลังพิงเบาะขมวดคิ้วแปลกใจ กำลังจะนึกทบทวนพฤติกรรมของพ่อที่มีต่อคนของตระกูลศิลปกิจจา เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดก่อน


กศิณารีบกดรับ กลัวเสียงจะรบกวนคนด้านหน้า ลืมดูด้วยซ้ำว่าเป็นใคร กระทั่งปลายสายเอ่ยธุระจึงนึกได้


“พี่เทล! ยุ้งลืมบอก วันนี้ยุ้งเข้าอำเภอมากับอาเชษแล้วก็คุณลินค่ะ ยังไม่รู้จะกลับถึงตอนไหน ขอโทษที ลืมบอกเลย” เอ่ยเสียงอ่อยด้วยรู้สึกผิดต่อนายแพทย์ประจำไร่ ที่ไปออกหน่วยในถิ่นธุรกันดาร จะกลับมาถึงบ่ายวันนี้


ตั้งแต่ทำงานที่นี่ ได้เจอเขาแค่เพียงครั้งเดียว ทิวัตถ์ไปออกหน่วยสองอาทิตย์ ชายหนุ่มจึงขอไถ่โทษที่ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าบ้านที่ดี อาสาแสดงฝีมือตำส้มตำของโปรดเธอให้ แต่เธอกลับลืมนัดเขาไปเสียสนิท


ปลายสายหัวเราะอย่างไม่ถือโทษ ก่อนนัดแนะกันใหม่เป็นมื้อเช้าในวันรุ่งขึ้น เธอทำงานกะสายพอดี จึงสามารถรับนัดพ่อครัวหัวป่าห์ที่ไม่รู้ฝีมือเป็นอย่างไรได้ รู้แค่เมื่อไปทานอาหารด้วยกันวันนั้น แล้วเขารู้ว่าเธอชอบกินตำอะไร ก็อ้างตัวเป็นพ่อครัวใหญ่ทันที


พี่ตำอร่อยมาก เปรี้ยว หวาน รสเด็ด โอกาสหน้าจะทำให้ชิม แล้วจะติดใจเสน่ห์ปลายจวักพี่


มั่นใจเสียขนาดนี้ เธอก็ปฏิเสธไม่ลง


“สนิทกับหมอเทลหรอ” เสียงไพลินเหมือนชวนคุยเล่นเรื่อยเปื่อย ดวงตาคู่คมไม่ได้จ้องมาที่เธอด้วยซ้ำ


“รู้จักนิดหน่อยค่ะ รู้จักกันก่อนมาที่ไร่”


ถ้าก่อนทำงานที่นี่ ก็ถือว่าสนิทกันเมื่อเทียบกับคนในไร่ แต่ปัจจุบันเรียกได้ว่า เธอค่อนข้างกว้างขวางในไร่ แม้มาทำงานได้ไม่กี่อาทิตย์ จึงไม่น่านับว่าสนิทกับทิวัตถ์แล้ว


“ทำไมถึงรู้จักละ”


“ญาติพี่เทลเป็นคู่หมั้นกับเพื่อนสนิทยุ้งค่ะ เพื่อนชื่อไจ๋ ตอนนี้เรียนแฟชั่นอยู่ที่อิตาลี” ถือโอกาสแนะนำคู่ฤทัยไปในตัว และเมื่อนึกบางอย่างได้ ก็รีบเอ่ยต่อ “ไจ๋เป็นรูมเมทยุ้งสมัยมหาลัยค่ะ คุยกันถูกคอ เลยเช่าหอนอกอยู่ด้วยกันต่อสี่ปีเลย เขาอยากมาดูงานที่ห้องเสื้อคุณลินมากเลยนะคะ” แกล้งจ้อเจรจา ราวกับว่าอยากเล่าเสียเต็มประดา


สุดท้ายก็โยงเข้าสู่ประเด็นสำคัญ “แล้วก็...เขาเป็นหลานของอาวัตรค่ะ คุณอาทินวัตร คุณลินจำได้ไหมคะ เห็นไจ๋เล่าว่าอาวัตรเรียนคณะเดียวกันกับคุณลิน”


แกล้งยิ้มตาหยียื่นหน้าไปกลางเบาะ แล้วหัวก็เกือบทิ่มเพราะรถเบรกกะทันหัน คนขับค้อมศีรษะขอโทษ มือที่กำพวงมาลัยเกร็งแน่นขึ้น ก่อนที่กศิณาจะสังเกตได้ว่า สองคนด้านหน้าลอบสบตากัน


ใช่ ในที่นี้ไม่ได้มีแค่ไพลินที่เป็นเพื่อนกับทินวัตร พ่อของเธอก็เช่นกัน

*****

อะไรยังไงกันเนี่ย คุณลิน อาเชษ

จะขออนุญาตหายตัวไปสักสิบวันน้า ไปเป็นอาสาแอ่วเหนือเจ้า ไม่ได้เอาคอมไปด้วย

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #238 ห่วงโซ่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:10

    ชอบหมอเทล น่าร้าก

    #238
    1
    • #238-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 47)
      24 ตุลาคม 2561 / 18:23
      หล่อด้วย 5555
      #238-1
  2. #237 C2TR01 (@C2TR01) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:06
    เอาแล้ว

    รีบไปรีบมานะคะ รอๆ
    #237
    1
    • #237-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 47)
      24 ตุลาคม 2561 / 18:23
      ขอบคุณที่รอน้า จะพยายามไม่หาย
      #237-1