หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,878 Views

  • 244 Comments

  • 391 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    44,878

ตอนที่ 46 : 13.1 โรคขี้มโน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

เช้านี้เป็นวันหยุด ผู้ใหญ่ในไร่จะเป็นคนลงเก็บผลไม้สำหรับขายวันต่อวัน กศิณาที่ว่างเช่นกันจึงอาสาออกมาช่วยแต่เช้าตรู่


กระทั่งขอบฟ้าเริ่มทอแสงหลากสีทางทิศตะวันออก บ่งบอกว่ายามใกล้รุ่งกำลังจะผ่านไป ทุกคนจึงเร่งมือเก็บผลในช่วงสุดท้ายของแถว แล้วเดินนำไปไว้ในศาลาเพื่อนำไปห้องแพ็กต่อไป คนงานบางส่วนที่ไม่กลับบ้านเริ่มทยอยมาเข้าโอทีพิเศษที่ห้องกระจก แผนกเดียวที่เปิดในวันหยุดแบบนี้


ผู้จัดการไร่มองนาฬิกาที่ข้อมือ มุ่งหน้าไปยังอ่างน้ำเพื่อชำระล้างคราบและเศษดิน ก่อนจะผลัดเปลี่ยนรองเท้าบูตออก ช่วงเช้ามืดหมอกหนาน้ำค้างลงจัด ต้องเปิดสปริงเกอร์เพื่อล้างน้ำค้างป้องกันเชื้อรา ทำให้คนที่มาเก็บแต่เช้าจำเป็นต้องใส่รองเท้าบูต ไม่เหมือนช่วงสายที่ตามความสะดวกของแต่ละคน


กศิณาที่คอยสังเกตอยู่รีบเดินตามพ่อต้อยๆ


“ได้เวลาพาคุณไพลินเข้าเมืองแล้วเหรอคะ”


เมื่อพ่อพยักหน้ารับเธอก็รีบจัดการตัวเองเช่นกัน


“จริงๆ วันนี้ฉันก็ว่าจะเข้าเมืองเหมือนกัน เธอไปกับฉันไหม จะได้ไม่ต้องรบกวนอาเชษ”


เสียงที่ดังประชิดตัวพร้อมไอร้อนที่หลัง ทำให้กศิณาที่ก้มล้างมืออยู่สะดุ้ง แต่ไม่ได้หันกลับไป เจ้านายเธอนี่ใจดีเสมอต้นเสมอปลาย และเธอยินดีรับ แต่ไม่ใช่ในเวลานี้


จะพี่ตัวโตตัวใหญ่ ถ้าขัดขวางแผนการหาแม่ของเธอละก็...เจอดีแน่


“ไม่เป็นไรค่ะคุณศานต์”


“โอ๊ย!” คนข้างตัวร้องเสียงหลงตัวโก่ง มือแกร่งกุมท้อง เพราะเธอปฏิเสธพร้อมแถมศอกให้เขา...แบบจงใจ แล้วก็รีบจ้ำหนีตีเนียนหน้าตาเฉย


“แหม...น่าสงสารจริงๆ อยากชวนสาวเที่ยวสาวเจ้าก็ไม่ไป” ช้องนางที่พึ่งเดินเข้ามาถึงเอ่ยพลางยิ้มเยาะ ก่อนจะจ้องใบหน้าหวานเกินชายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ขณะล้างมือล้างไม้


“สรุปว่ายังไง นี่ตั้งแต่ยุ้งข้าวทำงานมาเห็นแกตามติดเขาไม่ห่าง สืบไปถึงไหนละว่าต้นตอมาจากไหนใครส่งมา บัตรประชาชนก็มี หาข้อมูลไม่น่ายากเท่าไรหรอกมั้ง นอกเสียจากว่า...ข้ออ้าง!”


ศานต์หลุบตาต่ำเมื่อคิดได้ว่าที่เพื่อนพูดมาเขาไม่ได้ทำสักอย่าง ไม่แม้แต่อ่านประวัติส่วนตัว ด้วยคิดว่าหากถูกใครส่งมาคงต้องเตรียมความพร้อมในระดับหนึ่ง บัตรประชาชนก็อาจจะปลอมก็ได้ เผลอๆ นี่อาจเป็นแผนตั้งแต่ตอนมอเตอร์ไซค์ล้มเพื่อตี้ซี้เขา


คิดมากแล้วก็ต้องถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบหน้า เขาไปติดโรคขี้มโนจากใครมานะ ถึงจับเชื่อมโยงกันไปได้หมดแบบนี้ ทั้งที่คิดให้ดี เขาเจอเธอครั้งแรกที่สถานีรถไฟปากช่อง ตอนที่กศิณาไม่ได้ใส่รองเท้า นั่นไม่มีทางเป็นแผนตีซี้ไปได้แน่


หรือจะใช่  เรื่องที่เขาไปรอรับของที่รถไฟเที่ยวนั้นมันไม่ใช่ความลับ แล้วเขาก็มักจะไปยืนตรงจุดนั้น กวาดตามองเรื่อยเปื่อยประจำขณะรอเชษเคลียร์ของ


ดูท่าว่าทุกอย่างจะเข้าเค้าจริงๆ


“สงสัยนักก็ไปถามเจ้าตัวไป๊ มายืนบื้อให้ได้อะไรขึ้นมา” เสียงของช้องนางจริงจังขึ้น เมื่อเธอได้สัมภาษณ์ทุกข้อสงสัยไปตั้งนานแล้ว โดยอาศัยการสนทนาเรื่อยเปื่อยขณะขี่มอเตอร์ไซค์รับลม


เออยุ้ง ถามหน่อยสิ ยุ้งรู้ได้ไงว่าไอ้ศานต์มันเป็นเจ้าของไร่อยู่ที่นี่เหรอ


ยุ้งหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องเสื้อศิลปกิจจาน่ะค่ะ แล้วคลิกไปคลิกมาก็เด้งไปเจอนิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์ มีสัมภาษณ์เจ้าของไร่ไอศวรรย์ที่ติดกับโกลเด้นฮิลล์รีสอร์ต ถึงจะไม่มีรูปแต่คิดว่าน่าจะไม่ผิดศานต์แน่


โห โชคดีนะเนี่ย นิตยสารเล่มนั้นเป็นเล่มเดียวเลยที่ได้สัมภาษณ์ศานต์ ปกติไอ้นี่ไม่ชอบออกสื่อ แต่เห็นว่าพี่ บก. เป็นพี่ชมรมที่มหาวิทยาลัยของมันมั้งนะ มันเลยยอม


แถมกศิณาก็ไม่มีทีท่าสนใจป่าน้ำผุด ไม่เคยเอ่ยถามด้วยซ้ำว่าลำธารมาจากไหน จนคุยกันได้ความว่าเจ้าตัวชอบแช่น้ำผ่อนคลาย เธอจึงเอ่ยเล่าว่ามีสระน้ำผุดลงเล่นได้ เท่านั้นล่ะดีใจยกใหญ่ แทบจะขอวิ่งไปดูให้ได้ในวันนั้น


แล้วจะให้เธอสงสัยเด็กคนนั้นได้อย่างไรกัน


“เอาไว้เย็นนี้ค่อยคุยกันนะช้อง มีอะไรหลายอย่างที่แกยังไม่รู้ เดี๋ยวฉันไปฝากอาเชษให้จับตาไว้ก่อน  เข้าไปในเมืองแบบนี้ไม่รู้มีแผนอะไรหรือเปล่า”


ไม่ปล่อยให้เพื่อนสนิทแย้ง ศานต์รีบวิ่งตามผู้จัดการไร่ ขออนุญาตคุยเป็นการส่วนตัวทันที


“อาเชษครับ ฝากจับตาดูยุ้งข้าวหน่อยนะครับ เข้าเมืองวันนี้ไปทำอะไรแปลกๆ เช่นเจอคนแปลกหน้า ส่งจดหมาย ไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือธุระอะไรก็แล้วแต่ แจ้งผมทันทีนะครับ”


เชษเลิกคิ้วมองใบหน้ากังวลของเจ้านาย ประหลาดใจในคำสั่ง


“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณศานต์”


“ผมคิดว่าอาจจะมีใครส่งยุ้งเข้ามาครับ จริงๆ ผมก็ไม่วางใจเขาแต่แรกแล้ว แต่ยังไม่อยากแจ้งคนอื่น เพราะถ้าไม่มีอะไรเดี๋ยวจะกลายเป็นระแวงคนบริสุทธิ์เปล่าๆ” เขาไม่อยากให้คนอื่นมองเด็กคนนั้นไม่ดี จึงอยากจัดการด้วยตัวเองก่อน


คิ้วของเชษขมวดแน่น ทำให้ใบหน้าศานต์ยิ่งเข้มขึ้น ด้วยคิดว่าผู้สูงวัยกว่าเห็นพ้อง ทว่าคำตอบของผู้จัดการไร่กลับตรงกันข้าม


“ไม่มีทางหรอกครับคุณศานต์ ถ้าใครจะมาลอบกัดเรา คนคนนั้นไม่ได้ส่งยุ้งข้าวมาแน่ ปล่อยเขาไปเถอะครับ แบบยุ้งน่ะไม่มีพิษมีภัยหรอก”


น้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ ทำให้ศานต์อดแปลกใจไม่ได้ แต่ความเคลื่อนไหวของกศิณาเมื่อคืนทำให้เขาไม่สบายใจ และไม่อาจปล่อยไปอย่างที่ผู้จัดการไร่แนะนำ


“เย็นนี้ค่อยคุยแล้วกันครับ รอไอ้หมอกลับมาอยู่พร้อมๆ กัน แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง จะได้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าเป็นไปได้หรือเปล่า”


อีกทั้งจะได้เตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น

*****

คุณศานต์คะ เชิญรับยาช่อง 2 ค่ะ เย้ยยยย 

อย่าพึ่งมองบนใส่พระเอกเราน้า

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น