หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,663 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    669

    Overall
    44,663

ตอนที่ 40 : 11.3 ล่อเสือออกจากถ้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

เจ้าของไร่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะประจำในห้องทำงานด้านซ้ายของสำนักงาน คิ้วหนาขมวดเป็นปม สายตาเหม่อมองเอกสารบนโต๊ะทว่ามันไม่ได้ผ่านเข้าสมอง ไม่รู้ตัวเลยว่านั่งอยู่ท่านั้นนานเท่าไร ไม่รู้ด้วยว่ากำลังแผ่รังสีไม่น่าพิสมัยให้คนนอกห้องหันมองด้วยความระแวงเป็นระยะ

แม้กระทั่งทิมที่ตั้งใจจะมาทวงถามเอกสารก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้

“คุณช้องครับ ดูคุณศานต์ให้หน่อยสิ นั่งอย่างนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว ไม่รู้เซ็นเอกสารหรือยัง ผมจะรีบเอาด้วย จะได้ฝากคนถือเข้าไปที่ออฟฟิศอำเภอ” หนุ่มร่างท้วมรีบไปดักหน้าช้องนางที่ก้าวเข้าประตูสำนักงาน ก่อนจะบุ้ยหน้าไปยังห้องทำงานในสุด

ช้องนางเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย ยืนนิ่งพิจารณาเพื่อนชั่วครู่ก่อนจะตรงเข้าไป เคาะกระจกเบาๆ แต่ศานต์กลับไม่ขยับเขยื้อน จึงถือวิสาสะก้าวเข้าห้องนั้น

“ไม่ไปตามยุ้งหรอแกจะได้เวลาเลิกงานแล้วนะ ปกติเห็นตามเช้าสายบ่ายเย็น” เปิดด้วยประเด็นที่เอ่ยแซวเพื่อนมาเป็นอาทิตย์ ด้วยสงสัยจริงๆ ว่ากศิณามีอะไรน่าสงสัยนักหนาศานต์ถึงได้ตามจับผิดไม่เลิก

ทว่าคนเป็นเพื่อนยังนิ่งจนเธอต้องเดินเข้าไปเขย่าเก้าอี้

“โอ๊ย ไอ้ช้อง อะไรเนี่ย” ศานต์หันมาตีหน้าดุใส่ แต่เมื่อสายตาปะทะกับนาฬิกาข้างผนังก็เบิกตากว้าง ก้มมองเอกสารบนโต๊ะ “มีอะไรด่วนหรือเปล่า ฉันยังไม่ได้เซ็นเอกสารให้ทิมเลย”

ช้องนางส่ายหน้าอย่างระอา เนื่องด้วยไม่พบเห็นศานต์เหม่อลอยจนเสียงานมาเนิ่นนานแล้ว อาจมีบ้างบางครั้งที่มีเรื่องกระทบใจ แล้วครั้งนี้มันเรื่องอะไรกันละ แต่ต่อให้อยากรู้เพื่อนสนิทก็ไม่อยากเปิดปากบอกเธออยู่ดี

“จะคุยเรื่องฉีดวัคซีนลูกวัว ไม่รีบหรอก แกรีบทำให้ทิมก่อนเถอะ”

ศานต์พยักหน้ารับ กวาดตามองเอกสารการเบิกจ่ายตรงหน้าแม้ยังไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ ไพล่คิดไปถึงเรื่องที่ทำให้เหม่อลอยเมื่อครู่

หลายครั้งที่เขาแอบมองกศิณาแล้วพบว่ายามอยู่เพียงลำพังเธอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความสดใสร่าเริงที่เคยมีจางหาย เขาถึงขั้นเคยสันนิษฐานว่าเธออาจจะถูกบังคับหรือกำลังฝืนใจทำแผนการร้ายบางอย่างจึงต้องเล่นละครตบตาด้วยความสดใส และเมื่อยามที่ไม่มีใคร ความรู้สึกและภารกิจที่ได้รับคงทับถมจนหมดสภาพ

แต่ความระแวงในตัวกศิณาเริ่มจางหายไปเกือบหมดตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เธอทำงาน ด้วยสัมผัสได้ว่ารอยยิ้มเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งเสแสร้ง เรื่องที่เธอกลุ้มใจอาจจะเหมือนที่เธอเคยเอ่ยปากบอกว่าใครก็มีความทุกข์ทั้งนั้น แต่ที่เขายังตามไปพบปะเจอหน้าอาจเพราะว่าเริ่มเคยชิน คงเหมือนที่ช้องนางบอกว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นเพื่อนกับเขาได้ เขาจึงหาทางสร้างโอกาสพบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่คนนี้เสมอ

ทว่าพฤติกรรมชวนน่าสงสัยเมื่อตอนกลางวันกลับตีตะกอนในใจให้ขุ่นขึ้นอีกครั้ง ไม่อยากจะสงสัยแต่ก็อึดอัดและปัดมันทิ้งไม่ได้ เมื่อไม่อยากทรมานด้วยความค้างคาใจจึงคิดแผนล่อเสือออกจากถ้ำ และหากว่าเสือไม่ปรากฏกายเขาจะถือว่ากศิณาบริสุทธิ์

แต่เขาควรจะใช้แผนนี้จริงๆ หรือ

มีสถานที่หนึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในการวางแผนทำอะไรสักอย่างกับป่าน้ำผุด ห้างส่องสัตว์บนภูเขาสูง มองเห็นผืนดินเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน เห็นร่องของแนวกันไฟ สระน้ำผุดกว้างใหญ่ที่ไหลเป็นแหล่งกำเนิดลำธาร เห็นจุดหลบซ่อนตัว ทั้งยังมองรอบข้างบริเวณป่าได้ชัดเหมาะทั้งเป็นที่ซุ่มสำหรับวางแผน และเป็นที่ซุ่มสำหรับจับตามองคนที่จะเข้าขัดขวางการดำเนินงาน

หากกศิณาถูกส่งมาเพื่อที่ตรงนั้น หลังจากที่พบฐานทัพอันเหมาะสมเช่นนี้ เจ้าหล่อนจะต้องดำเนินแผนการต่อ หรือติดต่อเจ้านายที่ส่งเข้ามาเพื่อให้ทำอะไรสักอย่างแน่

แม้เสียงในใจจะร้องบอกว่าไม่มีทาง กศิณาคนที่เขารู้จักไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่ที่ไร่นี่หรือก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่อะไรบางอย่างก็ยังติดขัดในใจ เพื่อความสบายใจ เพื่อจะได้ไม่ระแวง ศานต์ตัดสินใจลุกขึ้นทันทีที่จรดปากกาเซ็นเอกสารเรียบร้อย ผลุนผลันออกจากห้องโดยลืมไปว่าช้องนางรอคุยด้วย

 

กริ๊ง!!!

กศิณาเหลือบมองนาฬิกาข้างฝา พบว่าเข็มสั้นชี้ไปที่เลขห้าจึงบิดตัวไปมา แต่ยังไม่ลุกออกจากที่ ด้วยติดพันการพิจารณาผลไม้ที่อยู่ในมือ

“ยุ้งข้าว ไม่ยอมลุกอีกแล้วเรอะ ติดใจอะไรแถวนี้ เจ้านายเขาไม่มีโอทีให้นะเว้ย” ผู้คุมห้องแพ็กเดินเข้ามาทักคนที่ไม่ขยับไปไหน แม้จะมีเพื่อนร่วมงานบางส่วนเดินออกจากห้องไปแล้วก็ตาม

“โธ่ลุง หนูไม่ได้งกขนาดนั้นเสียหน่อย แค่กะจะทำให้เสร็จอีกสองตะกร้านี่ นิดเดียวเอง พี่ๆ เขาจะได้แบกไปห้องนู้นอีกสักลัง” กศิณากล่าวพลางพยักพเยิดหน้าไปทางท้ายห้อง ซึ่งมีแผ่นพลาสติกหนาหนักกั้นเป็นม่านหน้าทางเข้าท่อ ทางเดินแคบๆ เชื่อมกับห้องกระจกสำหรับเก็บรักษาเตรียมนำสินค้าส่งออก

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆ หน่อย นู่นนะ มีคนมายืนรอนานแล้ว”

คุณลุงประจำห้องแพ็กชี้มือผ่านด้านหลังเธอไป หญิงสาวเอี้ยวตัวมองตาม พลันสบเข้ากับดวงตาคู่โตของเจ้าของไร่ที่ยืนอยู่นอกห้องกระจก กศิณารีบหันกลับมาทำงานตรงหน้าต่อ เอ่ยค้านเสียงอู้อี้

“ไม่น่าใช่นา คุณเขามาตรวจงานละมั้ง” แม้จะกล่าวอย่างนั้น แต่มือก็รีบสาละวนจัดการเรื่องตรงหน้าให้เสร็จโดยเร็ว

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงยกมือไหว้ลาคุณลุงที่รอคนงานอีกสองสามคน แล้วเดินออกจากห้องตรงไปหาเจ้าของไร่

“มาตรวจงานที่ห้องแพ็กเหรอคะ”

“เปล่า มาหาเธอ”

กศิณาหน้าเหวอกับคำตอบตรงๆ ของเขา แม้ที่ผ่านมาจะเจอกันบ่อยจนช้องนางมากระซิบบอกว่าผิดปกติแบบสุดๆ ไหนจะคนงานบางคนเรียกเธอว่า คุณยุ้งข้าว เหมือนที่เรียก คุณช้องนาง เพราะคิดว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทเขาเหมือนสัตวแพทย์สาว แต่ส่วนใหญ่เขามักจะบอกว่ามาทำธุระนู่นนี่นั่น มีข้ออ้างได้สารพัดสารพัน แล้ววันนี้กินยาผิดหรือไงกันคำตอบถึงออกมาแบบนี้

เมื่อเธอยังนิ่งไม่ตอบเขาก็รีบขยายความทันที

“จะพาไปขี่ม้าเที่ยวเขา มีที่หนึ่งสวยมากอยากพาไปดู รับรองว่าเธอต้องชอบและขอบคุณฉันแน่ๆ” 


*****

ถ้าคุณศานต์ยอมเป็นเหยื่อ เสืออาจจะโผล่มาก็ได้นะ 

เอ๊ะ เรื่องเดียวกันไหม 5555

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #233 C2TR01 (@C2TR01) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 02:15
    ยุ้งเล่นตัวเองทำมาย

    ไม่รู้แอพค้างหรืออะไร อยู่ๆ คอมเม้นท์ซ้ำตั้งหลายอัน เดี๋ยวลบให้นะ
    #233
    1
    • #233-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 40)
      9 ตุลาคม 2561 / 16:26
      ไม่เป็นไรค่า มันอาจจะรวน
      #233-1
  2. #61 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 18:43
    รอตอนต่อไปนะ ^^
    #61
    1