หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,666 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    672

    Overall
    44,666

ตอนที่ 4 : 1.4 ประกาศศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

“พอแล้ว ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นเสียหน่อย”

“รู้ได้ไง ไม่ได้เป็นคนล้มเสียหน่อย” เธอย่นจมูกใส่ คว้ามือใหญ่ที่เขายื่นให้แล้วแกล้งกระตุก น่าเสียดายที่เขาปักหลักได้อย่างมั่นคง เขาฉุดเธอให้ลุกขึ้นยืนตรงก่อนปล่อยมือออก

“อ๊ะ” จะเอื้อมไปกระตุกมือเขาทีเผลอ แต่อีกฝั่งกลับกระโดดหลบทัน เธอจึงได้แต่เบ้หน้าใส่

“รู้ทันน่า” เขาว่ายิ้มๆ ก้าวถอยห่างออกไปอีกหลายเมตร

กศิณามองสำรวจชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเข้ม กางเกงยีนตัวหลวมสีซีด ผิวนอกร่มผ้าคล้ำอย่างคนกรำงานกลางแดด ดวงหน้าคร่ำเคร่งแต่ยังคมคายคงเค้าความหล่อสมัยยังหนุ่ม กรามเหลี่ยมคมสันสมชายรับริมฝีปากที่ล้อมกรอบด้วยไรหนวดจางๆ จมูกโด่งเชิดรั้นได้รูปรับกับนัยน์ตารียาวที่มองไปมองมาก็เหมือนตาของเธอ

“มาทำอะไรที่นี่” เขาชิงเปิดปากถามก่อน

“หนูต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่า...” เรียวปากเม้มสนิท คิ้วขยับชิดแทบผูกโบเมื่อต้องเลือกสรรคำ แทนตัวเขา แต่ดูจากรูปการณ์แล้วถ้าเปิดศึกก็คงแพ้ จึงยอมรับความปราชัยตั้งแต่ยังไม่สู้ “ผู้จัดการไร่ในป่าลึกลับอย่างพี่เชษมาทำอะไรที่งานแฟชั่นโชว์การกุศลคะ”

“พี่ขับรถมาให้คุณศานต์” เขาโต้ตอบฉะฉาน

กศิณาเลิกคิ้วอ้าปากร้อง อ้อพยักหน้าทีท่ายียวน ก่อนจะหรี่ตามองเขาเพื่อถามสิ่งที่สงสัย

“แล้วรู้ใช่ไหมคะว่าห้องเสื้อที่เป็นหัวเรือใหญ่ของงานนี้คือใคร” ไม่ต้องมองป้ายแบ็กดรอปเธอก็ตอบได้ เพราะตั้งใจตามข่าวนี้มาเป็นอาทิตย์

อยู่นี่เอง  จะไปไหนบอกด้วยสิ คนอื่นเขาเป็นห่วง

เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้กศิณาถึงกับมองบน หนีไม่พ้นจนได้ หันไปปั้นยิ้มให้ผู้ชายที่พึ่งเหวี่ยงเธอยกๆ ราวกับยินดีเสียเต็มประดา มาค่ะ เหวี่ยงมาอีกสิคะ รอบนี้จะต่อย...เอ๊ย ตั้งการ์ดรับ

ศานต์ดูไม่โกรธแต่จ้องหน้าเธออย่างคาดโทษ ราวกับต่อว่าที่เธอหายมากกว่าเรื่องบังอาจแตะตัวเขา

“ฉันกำลังจะกลับค่ะ” ในเมื่อเขาเดินหนีก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ต่อทำไม

“บอกว่ายังกลับไม่ได้ไงเล่า” น้ำเสียงของเขาไม่พอใจ ก่อนจะเปลี่ยนไปเมื่อเห็นใครอีกคน “อ้าวอาเชษ เรียบร้อยแล้วหรือครับ”

“ครับคุณศานต์ รถอยู่ที่ศูนย์ แค่กะบังลมแตก สั่งของรอสองสามวันก็ไปเอารถได้แล้วครับ”

“พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่ขอนแก่นแล้ว เธอไปเอารถเองได้ใช่ไหม ค่าซ่อมเรียบร้อยใช่ไหมครับอาเชษ” ประโยคหลังหันไปถามคนขับรถของเขา ทว่าใบหน้าเข้มของผู้สูงวัยกลับนิ่งค้างดวงตาเบิกกว้างปากเผยอนิดๆ

กศิณาเกือบหลุดหัวเราะทั้งที่สำหรับเชษมันคือ เรื่องคอขาดบาดตาย แต่อดขำไม่ได้ นานๆ ทีจะเห็นเขาทำหน้าเหวอ นี่เธอปรานีนะถึงไม่เปิดเผยตัวกลางถนนนั่น เดี๋ยวจะมีคนหัวใจวายแล้วต้องพาเข้าโรงพยาบาลแทนที่จะได้เอารถไปซ่อม

“นี่เจ้าของรถไงครับอาเชษ” ศานต์ชี้มาที่เธอเพื่ออธิบายเพิ่มเติม ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ช่วยขับรถให้เขาต้องช็อกขนาดนี้

“คะ...คน...นี้หรือครับ” เหมือนผู้สูงวัยกว่าจะพึ่งหาเสียงตัวเองเจอ

ศานต์พยักหน้ารับ “เดี๋ยวผมขอเข้าไปเช็กความเรียบร้อยอีกรอบนะครับ แล้วจะพา...เธอชื่ออะไรนะ”

“ยุ้งข้าวค่ะ เรียกยุ้งก็ได้” ตอบเต็มปากเต็มคำด้วยใบหน้าชื่นบาน คนหน้าสวยขมวดคิ้วนิดๆ จนเธอลุ้นตามด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เขาเพียงพยักหน้ารับแล้วหันหลังเดินจาก

หรือชื่อเธอโหลเขาถึงจำไม่ได้ สงสัยต้องตั้งใหม่ให้ยาวสักสิบพยางค์ ไม่ก็มีตัวอักษรแปลกๆ ตามสมัยนิยม

“เดี๋ยวจะพาไปโรงพยาบาล แต่ตามเข้ามาในห้องก่อน อย่าหายไปไหนไม่บอกอีก ฉันไม่มีสมาธิทำงาน”

กศิณาย่นจมูกใส่แผ่นหลังกว้างทันที ช่างสั่งได้สั่งดีเสียจริง!

“เดี๋ยวไอ้ยุ้ง” ข้อมือของเธอถูกกระตุกไว้จนขาที่กำลังก้าวชะงักค้าง “ห้ามให้คุณศานต์รู้ว่าเราสองคนรู้จักกัน ห้ามให้รู้ว่าหนูเป็นใครด้วย” เชษพูดเสียงเบาแถมรัวเร็วจนเกือบจับใจความไม่ได้

กศิณาหรี่ตามองอย่างขัดใจ คำสั่งนี้ขัดแย้งกับความรู้สึกเธอโดยสิ้นเชิง สงสัยเธอจะขู่หนักไปถึงได้ร้อนรนขนาดนี้ แค่เอ่ยชื่อห้องเสื้อศิลปกิจจาห้องเสื้อหลักในการจัดงานเท่านั้นเองนะ

เชษปล่อยมือทันทีที่ศานต์หยุดเดิน ชายในชุดสูทหันกลับมาเลิกคิ้วใส่เตือนให้เธอเดินตาม

“ค่า” รีบตอบรับเสียงใสวิ่งกระโจนเข้าหาจนเขาผงะ อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของเขา กลัวอะไรหนอเธอก็ออกจะไม่มีพิษมีภัย

ก่อนจะเสียงดังตั้งใจประกาศศึกกับใครอีกคน “คุณคะ ดิฉันชอบแฟชั่นมาก อยากเป็นดีไซเนอร์ แต่ไม่ได้เรียนด้านนี้มา ถ้าคุณจะกรุณา ฉันขอเข้าดูงานของคุณได้ไหม ไปเป็นคนเสิร์ฟน้ำ ผู้ประสานงานอะไรยังไงอยู่ตำแหน่งไหนก็ได้ แต่ขอให้ได้เข้าไปสัมผัสงานด้านนี้หน่อยนะคะ”

ไม่วายแอบหันไปแบะปากใส่คนที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง ห้ามได้ห้ามไป ไม่ได้ห้ามเรื่องนี้เสียหน่อย เธอไม่ได้ขัดคำสั่งนะ ความจริงเธอไม่ได้อยากเป็นดีไซเนอร์หรอก แต่อยากเจอดีไซเนอร์ที่จัดงานนี้มากกว่า ตามข่าวทีแรกก็ตั้งใจว่าจะดักรอด้านล่าง แต่ในเมื่อโอกาสมาเยือนมีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ

คนมีสิทธิ์อนุญาตทำเพียงแค่พยักหน้ารับก่อนตอบปัดว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน และเมื่อก้าวเท้ากลับเข้าห้องอีกครั้งเธอก็แทบจะเบรกไม่ทันเมื่อใครบางคนพุ่งเข้ามายืนตรงหน้า พร้อมยื่นมือมาหาคล้ายรอการทักทาย

“สวัสดีครับ คุณ เอ่อ...ชื่ออะไรนะครับ ผมอาคเนย์ เป็นเพื่อนของศานต์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

กศิณามองหน้าผู้มาใหม่ ชายหนุ่มหน้าคมผิวเข้มที่ส่วนสูงน้อยกว่าศานต์เกือบสิบเซนติเมตรได้ กระนั้นก็ยังดูอกผายไหล่พึงด้วยรูปร่างที่ดูบึกบึนกว่า ครู่ก่อนเห็นเดินไปเดินมาพร้อมศานต์รอบห้องแต่ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะมาทักทาย เธอหันไปหาคนข้างๆ ครั้นสบเข้ากับสายตาเป็นประกายภายใต้คิ้วที่เลิกขึ้นคู่นั้นจึงนึกได้ว่ายังไม่ได้เอ่ยแนะนำตัว

“กศิณาค่ะ เรียกยุ้งข้าวหรือยุ้งก็ได้” ตอบพร้อมยกมือไหว้อาคเนย์โดยไม่ได้จับมือทักทายเขาแบบธรรมเนียมฝรั่ง

“โอ๊ย! ไม่ต้องไหว้ก็ได้ครับ น่าจะรุ่นไล่ๆ กัน”

“เอ๊ะ งั้นขออนุญาตถามได้ไหมคะว่าคุณอาคเนย์อายุเท่าไร” ได้ทีก็ฉวยโอกาสแกล้งตีเนียน แอบอยากรู้อายุของอีกคน แต่ในเมื่อศานต์เลี่ยงไม่ตอบจึงต้องมาหลอกถามจากเพื่อนเขาแทน

“ผมอายุ...”

“ก็ถ้าแกพึ่งเรียนจบเนี่ยก็คงจะรุ่นเดียวกับยุ้งพอดี ไป! เธอตามฉันมาได้แล้ว ฉันต้องรีบทำงานต่อให้เสร็จ” ศานต์เอ่ยขัดขึ้น ก่อนจะส่งสายตาแกมบังคับสั่งให้เธอทำตามที่เขากล่าว แล้วร่างสูงก็ก้าวเดินนำไปยังหน้าเวที

ชายหนุ่มที่เหลืออยู่เบิกตากว้างสบตาเธอ เขาเกาท้ายทอยด้วยใบหน้างุนงงมองตามเพื่อนของตนไป กศิณาจึงยิ้มแหยให้หนุ่มหน้าคมอีกครั้ง ยกมือไหว้บอกลาแล้วตามร่างของศานต์ไปแต่โดยดี

ไม่อยากจะเชื่อว่าสุดท้ายเธอก็ต้องยอมติดสอยห้อยตามเขาเดินไปเดินมาทั่วทั้งห้อง โดยมีสายตาคนอื่นๆ ในงานมองตามด้วยความสงสัยเมื่อเขามีทีท่าดุเสียขนาดนั้น

นี่เขาดุยิ่งกว่าพ่อของเธออีกนะ!

เพราะหวังผลจึงเป็นเด็กดีเชื่อฟัง เผื่อเธอจะเข้าไปในงานนี้ได้ตามที่ขอ แต่ที่ไม่คาดคิดคือเขาจะเมตตาให้เธอได้เข้าไปร่วมงานอย่างเอ็กคลูซีฟสุดๆ

 

 

*****


เอ็กคลูซีฟขนาดไหนกันน้า รอติดตามได้เลย





>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

0 ความคิดเห็น