หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,624 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    630

    Overall
    44,624

ตอนที่ 39 : 11.2 เล่นใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

กศิณากลอกตาด้วยความเซ็งจัด ถูกจับได้จนได้ นี่สินะถึงไม่เคยยอมให้เธอตามเลย

เอ้า ถามตรงๆ ก็ตอบตรงๆ

“ก็คุณผู้จัดการใหญ่ไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่าทำไมถึงมาอยู่ที่ไร่นี่ ยุ้งก็ต้องตามสืบเองสิคะ” ถือเป็นการเทหมดหน้าตัก เพราะเธอเปิดเผยภารกิจลับทั้งหมดแล้ว

“พ่อกับแม่อยู่ที่นี่มาห้าปีแล้วนะคะ ถ้าเกลียดขี้หน้ากันแล้วมาฝืนใจอยู่ใกล้กันแบบนี้ทำไม ถ้ารักก็กลับไปคืนดี หรือถ้าหมดเยื่อใยอยากเป็นแค่เพื่อน ก็แค่บอกยุ้งมาสิว่าแม่เป็นใคร มันยากตรงไหนคะ”

ตาเรียวรีที่เป็นต้นแบบตาเธอจ้องตอบเขม็ง ร่างสูงใหญ่นิ่งเกร็งไปทันที ชั่วแวบมีร่องรอยความปวดร้าว แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว หากกศิณาก็มองทัน

เธอเผลอกัดปากตัวเองแน่น ความเสียใจปรากฏขึ้น เมื่อคิดได้ว่าอาจกำลังทำร้ายพ่อที่ไม่อยากรื้อฟื้นอดีต แต่ทำไงได้ เธอโตพอที่ควรจะได้รู้ความจริงแล้ว

ไม่คิดจะงอแง ไม่คิดจะเรียกร้องสิ่งใด แค่ขอเหตุผลน่ะเข้าใจไหม

เมื่อทนมองหน้าพ่อไม่ได้จึงหันหน้าหนี พลันสายตาประสานเข้ากับร่างเล็กที่หยุดยืนอยู่ห่างๆ ฝั่งนั้นคงไม่ได้ยินบทสนทนา แต่กลับจ้องกิริยาท่าทางของพวกเธอตาไม่กะพริบ

กศิณาจ้องมองพลอยรุ้งอย่างพินิจ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นแม่ ดวงหน้าหวานเผือดเล็กน้อย ดวงตาดูล่องลอย ใบหน้าส่อเค้าความว้าวุ่นและน้อยเนื้อต่ำใจ แม้จะไม่เข้าใจปฏิกิริยานั้นทั้งหมดแต่พอเดาสาเหตุได้

สำหรับผู้จัดการไร่ที่ไม่สุงสิงกับใคร อย่างน้อยที่เขาลูบศีรษะเธอก็มากพอให้คนอื่นรู้สึกว่าเกินธรรมดา

ปากอิ่มกดยิ้มลึก เมื่อแผนการร้ายเรียงร้อยในสมอง ไม่ถามแล้วก็ได้ ถ้าพ่อไม่อยากตอบเธอก็ต้องหาคำตอบให้ตัวเอง แต่ถ้าใช้วิธีไม่ถูกใจห้ามมาว่ากันนะ!

กศิณายกแขนคล้องแขนแกร่ง เอาหัวแนบลงไปคลอเคลียอย่างออดอ้อน คล้ายขอลุแก่โทษต่อเหตุการณ์ก่อนหน้า เสียงถอดถอนใจดังเหนือศีรษะ สัมผัสได้ถึงมือหนาที่ลูบผมอย่างปลอบประโลม

เมื่อเป็นที่พอใจจึงเหลือบมองบุคคลด้านหลังที่สีหน้ายิ่งเผือดเข้าไปใหญ่ แล้วตัดสินใจเล่นใหญ่ที่สุดในชีวิต

ปากอิ่มยิ้มหยันสบตากับพลอยรุ้งโต้งๆ ประกาศชัยอย่างคนเหนือกว่า ก่อนที่จะแสร้งทำตาโตสีหน้าตกใจ จีบปากจีบคอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้บาดลึกสู่คนฟัง

“อุ๊ย...ตายแล้ว! คุณรุ้งมายืนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ มีอะไรหรือเปล่า”

หารู้ไม่ว่าท่าทางที่จงใจแสดงนั้นไม่ได้เข้าสู่สายตาของพลอยรุ้งสักนิด ร่างบางมัวแต่ยืนจ้องแผ่นหลังของเชษด้วยแววตาอ่านยาก แต่กศิณาที่สังเกตการณ์อยู่รับรู้ได้ว่าไม่ใช่สายตาทางด้านบวกนัก คล้ายกำลังตัดพ้อต่อว่า

เชษสะดุ้งและหันกลับมามองทันที เผลอดึงแขนตนออกจากการเกาะกุม แววตาวูบไหวครู่หนึ่งก่อนจะกลับกลายเป็นนิ่งเฉยเย็นชา นั่นไม่อาจรอดพ้นจากกศิณาที่ตั้งใจจ้องหน้าพ่ออย่างจับผิด

“คุณรุ้งมีอะไรหรือเปล่าคะ เห็นจ้องอยู่นานแล้ว” กศิณาถามพลางยิ้มให้ เปลี่ยนท่าทีไปจากก่อนหน้าเมื่อถือว่าวันนี้ได้ข้อมูลมาอย่างพอเพียง

แต่เหมือนพลอยรุ้งจะช็อกไปแล้ว เมื่อยังไม่มีสัญญาณตอบรับจนเธอต้องถามครั้งต่อๆ มาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปแตะที่เเขนแบบบางเบาๆ ดวงตากลมของพลอยรุ้งปรากฏแววรับรู้ก่อนจะก้มหัวขอโทษ เอ่ยสิ่งที่ตั้งใจอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“คุณเชษคะ รุ้งมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยค่ะ พอจะมีเวลาว่างให้รุ้งไหมคะ”

เชษหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย แผ่นหลังเหยียดตรง ในขณะที่กศิณาค่อยๆ ถอยฉากหลบดูสถานการณ์เงียบๆ

“คุณรุ้งมีอะไรเกี่ยวกับทางไร่นี่หรือครับ บอกที่คนอื่นได้เลย ไม่ต้องเดินมาหาผมถึงแถวนี้ให้ลำบาก ยังไงทุกคนก็ต้องขออนุญาตคุณศานต์อยู่แล้ว” เสียงนั้นเรียบนิ่ง ไม่ได้เย็นชาแต่ก็ดูห่างเหิน ราวกับไม่ใช่คนรู้จักมักคุ้นทั้งที่บ้านใกล้เรือนเคียง

กศิณาลอบมองอย่างพิจารณา คิ้วขมวดแปลกใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เห็นจะเคยได้ยินพ่อพูดแบบนี้กับใคร แม้ค่อนข้างเก็บตัว แต่หากใครมาขอความช่วยเหลือก็ยินดีช่วยเสมอ

“คือ...รุ้งไม่ได้ลำบากค่ะ รุ้งว่าจะ…” ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกตัดบท

“ผมมีงานต้องไปทำต่อ ขอโทษด้วยครับ”

สุ่มเสียงยังสุภาพ ค้อมตัวให้แล้วเดินจาก กศิณามองตามตาหรี่แทบปิดแถมยังอ้าปากหวอ

“เฮ้ย! อย่างนี้ก็ได้เหรอ” พ่อก็พ่อเถอะ ทำแบบนี้ได้ไง

หันกลับมาหาคนจากรีสอร์ต พลอยรุ้งยืนก้มหน้ายิ้มกับตัวเอง ยิ้ม...ที่ไม่เหมือนยิ้มสักนิด เพราะมันดูเศร้าและผิดหวังเหลือเกิน

“คุณรุ้งจะเอาอะไรหรือเปล่าคะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า เดี๋ยวยุ้งช่วย หรือให้ยุ้งไปบอกคนงานคนอื่นให้”

คนถูกถามส่ายหน้าน้อยๆ ยังคงก้มหน้าต่อไป

“หรือเอาอย่างนี้ดี เดี๋ยวยุ้งไปตามอาเชษกลับมาให้นะคะ”

กศิณากำลังจะวิ่งไปตามพ่อ แต่กลับถูกมือเล็กของคนร่างบางดึงไว้

“ไม่เป็นไรหรอกจะยุ้ง อันที่จริงฉันแค่อยากคุยกับคุณเชษ แต่สงสัยเขาจะไม่ว่างจริงๆ”

พลอยรุ้งยิ้มให้คนอ่อนวัยกว่าอย่างขอบคุณในน้ำใจ ส่วนคนที่ถูกรั้งไว้ได้แต่เกาหัวแกรก มองตามร่างสูงของพ่อไปอย่างชั่งใจ

“ว่าแต่ว่า...ยุ้งเสร็จงานหรือยังจ๊ะ ไปรีสอร์ตกับฉันไหม”

“ยังอยู่ในเวลางานอยู่เลยค่ะ เดี๋ยวยุ้งไปหาตอนเย็นนะคะ” กศิณาตัดสินใจตอบรับคำชวน กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ

นึกๆ ไปแล้วก็ระแวงว่านรกจะกินกบาลถ้าพลอยรุ้งคือแม่ของเธอ เมื่อกี้ที่แกล้งไปจะบาปแค่ไหนกัน แต่ดูท่าน่าจะเป็นน้าพลอยรุ้งเสียมากกว่า

แม้วงจะแตกแยกตัวกันเรียบร้อย แต่กศิณายังคงปักหลักนิ่ง ครุ่นคิดถึงข้อมูลที่ได้วันนี้ และบางสิ่งที่แปลกประหลาด

เธอเดาถูกไหม?

ฟากอีกคนที่ยังอยู่ในห้องซึ่งจดจ้องลูกจ้างสาวไม่วางตา สมองกำลังอื้ออึงด้วยความคิดอันสับสน

แม้จะอยู่ไกลแต่ศานต์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นทุกการกระทำของกศิณา ทั้งสีหน้า แววตา ท่าทาง

ยายเด็กนี่...กำลังทำอะไร! 


*****

คุณศานต์ดันเห็นทั้งหมด ไอ้ยุ้งก็...ซวยไป!

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #229 NamwhanJS (@niratsikorn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:25
    มโนไปไกลแล้วเชื่อสิ๊๊๊๊
    #229
    1
    • #229-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 39)
      9 ตุลาคม 2561 / 16:26
      มากๆ แน่ๆ เลยค่ะ
      #229-1
  3. #60 Pond_Kao (@Pondkao) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 20:41
    เป็นตัวละครที่ไม่เคยเห็นหน้าเลย ทั้งลูกสาวอาเชษกับคู่ฤทัย แต่ดูท่าว่าน่าจะมีความสำคัญทั้งคู่นะคะ ชอบเวลายุ้งคุยกับเพื่อนค่ะ ได้อารมณ์สดใสสมวัยดี
    #60
    2
    • #60-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 39)
      23 ตุลาคม 2560 / 08:15
      ขอบคุณนะคะ :) ต้องรอดูต่อไปค่ะ
      #60-1
    • #60-2 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 39)
      23 ตุลาคม 2560 / 08:16
      ขอบคุณนะคะ :) ต้องรอดูต่อไปค่ะ
      #60-2