หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,865 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    44,865

ตอนที่ 35 : 10.3 กลับมาได้หรือเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

“เจ้านายคะ เจ้านายขา อยู่บ้านหรือเปล่า” เสียงทะเล้นตะโกนนำมาก่อนตัว

ศานต์ชะงักปลายนิ้วที่ไล้ใบหน้ากลมแป้นในกรอบรูปทางด้านขวา หลุดออกจากภวังค์ ทว่าดวงตายังจ้องนิ่งด้วยแววอาลัย มืออีกข้างรีบปาดน้ำที่ไม่รู้คลอตาตั้งแต่เมื่อไหร่ อดีตที่คิดถึงบีบคั้นก้อนเนื้อในอกจนหายใจแทบไม่ออก

เกือบไปแล้ว เข้าเกือบจะสูญเสียสิ่งที่เติมเต็มโพรงในอกของเขาไปแบบไม่มีวันหวนกลับ เด็กคนนั้นอายุน้อยเกินไปที่จะจบชีวิต และแม้ตอนนี้จะไม่ได้เจอกันอีก แต่แค่รู้ว่าเธอมีโอกาสได้ใช้ชีวิตต่อเขาก็ดีใจ

เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาถึงคำถามที่ค้างคาใจ แม้มันไม่มีโอกาสดังไปถึงคนในรูป

“เราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า...”

“คุณศานต์!” กศิณาร้องลั่นทั้งที่มายืนอยู่หน้าประตูแล้ว คงเพราะเห็นว่าเขากำลังหันหลังให้

“มีอะไรยุ้ง หรือจะมาเอากล้อง” เขาให้เธอฝากไว้ในเช้าวันแรกของการทำงานเพราะขืนแบกไปไร่ได้พังกันพอดี แต่จนแล้วจนรอด ผ่านมาเป็นอาทิตย์หญิงสาวก็ยังไม่ได้มาเอากลับ

ศานต์เดินเข้าห้องทำงานเพื่อหยิบของที่เอ่ยถึง เห็นกล้องแล้วก็ได้แต่ขำในความขี้ระแวงของตน เคยโทรไปขออนุญาตเจ้าของเพื่อเปิดดูรูปในกล้อง อ้างว่าชอบถ่ายภาพเช่นกันจึงอยากรู้ว่าปกติหญิงสาวถ่ายอะไร

เขาแค่ไม่อยากให้มีอะไรหลุดรอดสายตา เมื่อยังไม่วางใจกศิณานัก

แต่ในนั้นไม่ได้มีอะไรน่าสงสัย นอกจากภาพวิวทิวทัศน์ที่เน้นช่วงยามพระอาทิตย์ขึ้นและตก ดังที่เจ้าของได้เอ่ยบอกไว้ล่วงหน้า

มันเป็นความงามเสี้ยววิและมีแค่ครั้งเดียวด้วย พรุ่งนี้ต่อให้เป็นที่เดิม ภาพก็ไม่เหมือนเดิม

แต่กล้องกลับไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการ

“ขอพริกป่นหน่อยได้ไหมคะ ที่บ้านอาเชษหมด” กระปุกว่างเปล่าถูกชูขึ้นเป็นหลักฐาน

ศานต์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ หญิงสาวจะเอาพริกป่นไปทำอะไร และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเข้าไปในบ้านเชษทำไม

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ กศิณาจึงต้องย้ำ “สรุปว่ามีหรือไม่มีคะ ถ้าตอบว่าไม่ ฉันจะได้ไปขอที่บ้านคุณช้อง”

กศิณาแน่ใจอยู่แล้วว่ามี เห็นเต็มสองตาในวันแรกที่มาที่นี่ว่ามีพริกเต็มกระปุก และเขาคงไม่นิยมซดพริกป่นเป็นอาหาร

“เข้าไปทำอะไรที่บ้านอาเชษ เข้าไปได้ยังไง” เสียงนั้นเข้มจัด เขาคงรู้ว่าผู้จัดการไร่ไม่อยู่แถวนี้ เพราะคนที่จะสั่งงานเชษได้ก็มีแค่เขาคนเดียว กระนั้นกศิณาก็ยังแกล้งตอบหน้าซื่อ

“ก็ประตูบ้านเปิดอยู่ไม่ได้ล็อกนี่ค่ะ ฉันก็ไม่ได้ปีนหรืองัดเข้าไป มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงว่า...”

“ยุ้งข้าวมาก่อกวนอะไรคุณศานต์หรือเปล่าครับ”

กศิณาหันมองตามเสียงที่ดังมาจากด้านล่างของบ้าน เผลอแย้มยิ้มทันที

“พริกหมดกระปุกค่ะยุ้งเลยจะมาขอของคุณศานต์ จำได้ว่าคืนที่มากินข้าวที่บ้านนี้มีเต็มกระปุกเลย” วิ่งลงไปยืนข้างผู้จัดการไร่ ถือว่าผู้ใหญ่น่าจะช่วยเธอต่อกรกับคนบนบ้านได้

“ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องรบกวนคุณศานต์หรอก อาซื้อมาใหม่แล้ว”

เชษชูถุงขึ้นพร้อมกับยิ้มให้ กศิณาจึงรีบชักชวนไปทำอาหาร ไม่วายหันมองเจ้าของไร่ที่เดินตามออกมายืนหน้าชาน แววตาแสดงความประหลาดใจว่าเธอไปสนิทกับผู้จัดการไร่ตั้งแต่เมื่อไหร่ กศิณาทั้งอยากขำและอยากเคืองกับสีหน้าว่าเธอเป็นขโมยขโจรของเขา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกกล่าว

“เดี๋ยวจะเอามาให้ชิมนะคุณ”

แล้วก็วิ่งไปยังบ้านข้างๆ ด้วยความเริงร่า “หนูต้มหมูไว้แล้วนะคะ”

วันนี้เธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ของสัตวแพทย์สาวไปตลาด แทบจะเหมาหมูสามชั้นมาหมด เพื่อจะได้ให้พ่อทำเมนูที่อยากทานมาแสนนานให้

เมื่อเข้าครัวบ้านพ่อได้กศิณาก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะพับกลางห้องอย่างอารมณ์ดี แล้วถามถึงสิ่งที่แอบสำรวจทุกครั้งยามเข้าบ้านเจ้านายหนุ่ม

“ขอถามเรื่องคุณศานต์หน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวนี้คุณศานต์เขาเลิกเหล้าแล้วใช่ไหม ตอนนู้นที่เข้าครัวไปก็ไม่เห็นขวด วันนี้ก็ไม่มี”

คนถูกถามเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้ ดวงตาเป็นประกายล้อๆ “ก็ใครไปบังคับเจ้านายเลิกล่ะ”

“โธ่! ยุ้งหวังดีหรอกน่า” แกล้งทิ้งตัวลงทำท่าขัดอดขัดใจ ผู้เป็นพ่อหลุดขำกับทีท่าน่าหมั่นไส้มากกว่าน่าเอ็นดู

“คุณช้องว่าหลังจากวันนั้นคุณศานต์ก็บอกให้พาไปหาหมอเลยนะ เลยพากันไปปรึกษาหมอเทลก่อน หมอที่ตรวจสุขภาพให้ตอนเข้างานน่ะ”

“เอ๋...” กศิณาถึงกับตาโต “ตอนนั้นพี่เทลก็อยู่ที่นี่แล้วหรือคะ”

“คนที่ตรวจเราตอนนั้นก็หมอเทลนะ”

หญิงสาวพยายามคิดตาม ทว่าภาพอดีตคงเลือนรางเกินไปหรือเธออาจไม่ได้สนใจนายแพทย์ที่มาตรวจเพราะกำลังมีเรื่องรบกวนจิตใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อเข้าใจอาการสะดุ้งและหวาดระแวงของพ่อยามที่ทิวัตถ์ทักเธอตอนตรวจสุขภาพ

คงกลัวจะมีคนจำได้ว่า เธอเคยมาที่นี่ในฐานะน้องสาวของเขา

หมูกระทะแรกถูกเทใส่จานตรงหน้า กศิณารีบหยิบขึ้นชิมทันที แม้จะร้อนจนเกือบโยนทิ้งก็ไม่หวั่น จากนั้นปากก็เอ่ยเสียงจ๋อแจ๋ไปตามประสา

“ขอน้ำตาลเยอะกว่านี้หน่อยสิคะ อยากได้รสจัดๆ หวานๆ”

“อย่าใส่ซีอิ๊วนะคะ หนูไม่ชอบรสซีอิ๊ว ใส่น้ำปลาอร่อยกว่า”

“ขอแห้งๆ นะคะ กรอบๆ ขอบพระคุณค่ะ”

และอีกสารพัดคำสั่งที่คนถูกสั่งเต็มใจทำให้ เชษยิ้มรับอารมณ์ดี ทอดสายตามองลูกสาวอย่างอ่อนโยน

นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้ทำหมูสามชั้นคั่วให้กศิณาทาน ที่จริงก็นานนักที่ไม่ได้เจอหน้า ตั้งแต่งานรับปริญญาของเจ้าตัวเมื่อปีก่อน เธอถึงกับเคยค่อนว่า เขาเป็นผู้จัดการไร่ในป่าลึกลับ กว่าจะกลับบ้านได้ต้องรอฤกษ์ ฟ้าเปิด พ้นคำสาป

ด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ ที่ห่างเหินจากบุตรสาวจึงตั้งใจทำเต็มที่ กระทะแล้วกระทะเล่าที่หมูถูกคั่ว จนสุดท้ายก็หมดห้ากิโลที่กศิณาซื้อมา

“นี่กะจะไม่แบ่งใครเลยเหรอ นั่งกินเล่นอยู่ได้ เดี๋ยวก็หมดก่อนหรอก” เชษเอ่ยยิ้มๆ เทหมูกระทะสุดท้ายลงจาน ขณะที่บุตรสาวหยิบหมูที่คั่วเสร็จนานแล้วกินเล่นทีละชิ้น

เจ้าของมือที่ยังไม่หยุดขยับหัวเราะคิก

“แหม ไม่ได้กินตั้งนาน เดี๋ยวต่อไปจะซื้อมาให้คั่วให้ทุกวันเลย” กศิณาเอ่ยเสียงใสก่อนเสริม “คุณย่าชอบใส่ซีอิ๊ว ยุ้งไม่ชอบรสชาตินั้นเลย แต่จะบอกก็เกรงใจ คุณย่าอุตส่าห์ทำให้กิน ยุ้งชอบแบบที่พ่อทำให้มากกว่า” พูดไปก็ตักหมูแบ่งใส่กล่อง ตามที่เธอคำนวณไว้ว่าจะไปให้ที่ใดบ้าง

ใบหน้าคมคร้ามเข้มขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเตือนเสียงแผ่วแต่ก็ดังพอให้มือของกศิณาชะงัก

“คุณแม่ พี่”

*****

คุณศานต์คะ หันไปมองประตูบ้านสิคะ ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

0 ความคิดเห็น