หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,682 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    688

    Overall
    44,682

ตอนที่ 29 : 8.4 ผู้ต้องสงสัยไม่รู้ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

“ใครน่ะ!” เสียงตะโกนจากบ้านหลังที่ตั้งโดดเดี่ยวอีกฝั่งของลำธาร ทำให้กศิณาที่กำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ไร่ต้องหันกลับไปมอง

ฟ้ายังไม่สว่างนัก เจ้าของบ้านจึงต้องฉายไฟสาดมา

“คุณช้อง?”

“ยุ้งเหรอ...” เสียงนั้นไม่มั่นใจนัก

“ค่ะคุณช้อง ยุ้งไปวิ่งมาตอนเช้า” กศิณาเดินย้อนกลับไป ข้ามสะพานเล็กๆ ตรงไปหาคนเรียก

“ขยันจริงเชียว ทานข้าวหรือยังเรา ทานด้วยกันไหม”

กศิณาก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ เผลอขมวดคิ้วด้วยเห็นว่าเวลานี้ยังเช้าอยู่มาก และถ้าจำไม่ผิดงานในฟาร์มของสัตวแพทย์สาวน่าจะเริ่มตอนแปดโมง

“ตั้งโต๊ะแล้วหรือคะ”

“ยังจ้ะ ปกติบ้านนี้ตั้งหกโมงครึ่ง แต่ยุ้งเข้าไปนั่งรอก่อนได้นะ”

“ถ้าอย่างนั้นยุ้งขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวยุ้งรีบมาช่วยนะคะ”

จำได้ว่าฝีมือการทำอาหารของแม่ช้องนางอร่อยขนาดไหน จึงไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสไว้ รีบกลับไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนออกจากห้องอีกครั้ง ไม่ลืมหยิบกล้องติดมือมาด้วย เพราะตั้งใจจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นจากภูเขาที่ด้านหลังบ้านของสัตวแพทย์สาว

กศิณาได้รับการต้อนรับจากบ้านของช้องนางอย่างดี แม่แก้วเป็นผู้หญิงร่างท้วมใบหน้าอิ่มเอิบท่าทางใจดี ส่งยิ้มเอื้อเอ็นดูให้ พร้อมทั้งเอ่ยชวนให้มาร่วมรับประทานอาหารกันอีกในมื้อถัดไป ท่านบอกว่าเห็นเธอทานแล้วดูมีความสุขคนทำก็ดีใจ ซึ่งกศิณาไม่มีทางปฏิเสธเด็ดขาด

นอกจากนี้เธอยังได้พบกับบัวบงกช พี่สาวของช้องนางและเป็นภรรยาของอาคเนย์ หญิงสาวใบหน้าคมขำ สวยชนิดที่ต้องเหลียวหลังกลับมามองอีกหน พบกันแล้วเมื่อครั้งที่ปลอมเป็นพิมประภา แต่ในฐานะกศิณานี่เป็นการเจอหน้ากันครั้งแรก

บัวบงกชนั้นใจดีไม่ต่างจากช้องนาง ทำให้เธอโล่งใจที่เจ้าถิ่นแต่ละคนมีเมตตา ดูท่าชีวิตที่นี่คงไม่ลำบากนัก

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ช้องนางก็ชวนเธอนำปิ่นโตไปให้เจ้าของไร่

“มาแล้วกับข้าวแสนอร่อย!” เสียงดังก่อนที่ใครจะได้เห็นตัว ครู่ต่อมาร่างโปร่งก็ปรากฏให้เห็นในชุดเอี๊ยมยีนตัวเก่ง ช้องนางเดินเลี้ยวจากทางหลังบ้านด้านท้ายไร่พร้อมด้วยกศิณา

ศานต์ยืนอยู่ที่ลานหน้าบ้านกับผู้จัดการไร่ ขมวดคิ้วมองคนที่เดินเข้ามาหา

“เธอไปอยู่กับยายช้องได้ยังไง” เท้าเอวยื่นหน้าถามด้วยความสงสัย

ลูกจ้างคนใหม่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนคล้ายคลึงกับเมื่อวาน จะต่างไปก็ตรงเป็นเสื้อแขนยาว คล้องคอด้วยหมวกปีกกว้างแบบมีผ้าปิดหน้า บ่งบอกว่าเจ้าหล่อนน่าจะเตรียมตัวมาลุยงานกลางแดดเต็มที่ แล้วศานต์ก็สะดุดตาเข้ากับกล้องมิลเลอร์เลสขนาดกะทัดรัดที่คล้องคอหญิงสาวอยู่ “แล้วเอากล้องมาทำไม”

“เอาทีละคำถามสิคุณ จะให้ตอบคำถามไหนก่อน” เธอตีหน้ายุ่ง แต่ดวงตารียาวพราวระยับคล้ายอยากยั่วประสาทเขา

“ตอบมาทั้งสองคำถามนั่นละ ฉันถามไปหมดแล้ว จะตอบอันไหนก่อนก็ตอบมา”

“ก็มีคนบอกฉันว่าแม่คุณช้องทำอาหารอร่อยมาก ก็เลยไปขอฝากท้องชิมเสียหน่อย แต่ดูท่าแล้วคงจะได้ไปทุกมื้ออ่ะคุณ” หญิงสาวยิ้มตาหยี แล้วหันไปหัวเราะคิกคักให้ลูกสาวสุดยอดแม่ครัวที่เธอคงจะไปฝากท้องทุกมื้อจริงๆ อย่างที่กล่าวไว้

ศานต์ส่ายหัวคล้ายระอาใจ ทั้งที่มุมปากกดยิ้มอย่างเอ็นดู ทว่าประโยคต่อมาของเพื่อนสนิททำให้รอยยิ้มของเขาเลือนหาย

“พอดีฉันเจอยุ้งข้าวที่ริมลำธารหลังไร่น่ะ ไปวิ่งตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยชวนเข้าไปกินข้าวที่บ้านเสียเลย” ช้องนางช่วยไขความกระจ่าง ก่อนจะยื่นปิ่นโตอาหารให้เขา ในขณะที่กศิณายื่นให้ผู้จัดการใหญ่

คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มถึงกับสะอึกในอก อยู่ๆ ก็รู้สึกอึดอัด ศานต์หรี่ตาพินิจคนขยัน วิ่ง...ทั้งที่ฟ้ายังไม่สว่าง ทั้งที่แปลกที่แปลกทาง โดยเฉพาะลำธารหลังไร่ซึ่งมีต้นน้ำมาจากป่าน้ำผุด ผืนดินที่กำลังเป็นที่ต้องการของคนมากมาย เพื่อตัดไม้ขาย เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้าง และทำให้เขาถูกข่มขู่จากหลายทิศทางในช่วงสามสี่เดือนมานี้ แถมยังมีกล้องติดตัวไปเสียอีก

ไม่ได้อยากสงสัย แต่พฤติกรรมของลูกจ้างคนใหม่ไม่น่าไว้วางใจจริงๆ

“แล้ววันนี้จะให้ฉันทำอะไรดีคะ” กศิณาเอ่ยถามถึงหน้าที่ของตน เมื่อไม่อาจสู้สายตาอ่านยากและใบหน้าขมึงทึงของเจ้าของไร่ได้

“จริงด้วย ฉันยังไม่ได้คิดเลยว่าให้ทำอะไรดี เธอทำได้ทุกอย่างใช่ไหม” เขาปรับสีหน้าเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่เคยเจอแบบนี้หลายครั้ง เธอคงนึกว่าก่อนหน้านี้ตาฝาด

“แล้วอาเชษต้องไปทำงานที่ส่วนไหนหรือคะ ให้ยุ้งไปทำส่วนนั้นก็ได้ค่ะ จะได้อยู่ในหูในตาอาเชษ” กศิณาเอ่ยยิ้มๆ ดวงตาจับจ้องที่พ่อ แกล้งส่งสัญญาณไปว่าให้หนูอยู่ใกล้ๆ พ่อเถอะนะคะหนูคิดถึง ทั้งที่ความเป็นจริงมีแผนอื่นในใจ

“อาเชษก็ดูทุกส่วนของไร่นั่นแหละ จะให้ตามดูแลเธอทั้งวันคงไม่ไหวหรอก เธอไปทำงานง่ายๆ ก่อนแล้วกัน ปกติก็...” เจ้าของไร่ยังคงคิดอยู่ว่าจะให้ทำอะไรดี จนผู้จัดการไร่ที่เป็นคนดำเนินงานเรื่องนี้โดยตรงต้องแนะนำ

“ปกติก็เริ่มจากลิดใบ ตัดไหล ถอนวัชพืช หรือไม่ก็เก็บสตรอว์เบอร์รีก่อน งานง่ายๆ แต่คงต้องระวังไม่ให้กินหมดก่อนเต็มตะกร้า” เชษพูดพลางยิ้ม ก่อนจะสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดใจของคนรอบข้าง จึงรีบตีหน้าขรึมกล่าวแก้

“ผมหมายถึงคุณช้องน่ะครับ ก็คุณช้องชอบเก็บลูกกินลูกอยู่เรื่อย”

“อาเชษก็...ไม่ขนาดนั้นเสียหน่อย พูดอย่างนี้ช้องเสียหายหมด เดี๋ยวยุ้งจะมองช้องเป็นคนตะกละนะคะ”

ร่างบางหันมายิ้มให้คนตัวเตี้ยกว่าที่ตากำลังเป็นประกายลุกวาว

“เก็บไปกินไปก็ได้หรือคะ” กศิณากะพริบตาปริบๆ รออย่างมีความหวัง

“หือ? ยุ้งก็ชอบสตรอว์เบอร์รีเหมือนกันหรือจ๊ะ” คนอายุมากกว่าถามพลางยิ้มให้อย่างเอ็นดู

“ค่ะคุณช้อง ชอบที่สุดเลย”

“ไป งั้นไปเก็บสตรอว์เบอร์รีกับฉันดีกว่า” ช้องนางคว้าแขนคนข้างตัวเตรียมเดินหน้า ไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของไร่

“เดี๋ยวๆ หยุดเลย ขืนให้ไปเก็บพร้อมกันสตรอว์เบอร์รีฉันหมดไร่พอดี วันนี้มันวันตรวจสุขภาพประจำสัปดาห์ของลูกวัว แกไปจัดการงานแกก่อนไปไอ้ช้อง เดี๋ยวฉันจัดการหางานให้ยุ้งเอง” ศานต์โบกมือเป็นเชิงไล่ ช้องนางจึงส่งสายตามีเลศนัยกลับ พลันขยับเข้ามาประชิดตัวเพื่อน

“แปลกๆ นะแก จะลงไร่เหรอ” ช้องนางมั่นใจว่าเพื่อนเข้าใจความนัยของประโยคนั้น

“ฉันไม่ไว้ใจ แกก็รู้ว่าช่วงนี้มีคนจ้องจะเล่นงานไร่เยอะ เราไม่รับคนงานใหม่ตั้งหลายเดือนแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่เคยเจอกันมาก่อน แถมแกยังออกตัวรับรอง ฉันไม่มีทางรับเข้าทำงานเด็ดขาด”

ช้องนางพอจะรู้ปัญหาในช่วงนี้ มองสบตาเพื่อนสนิทอย่างไม่เห็นด้วยนัก เธอไม่เห็นว่ากศิณาน่าสงสัยตรงไหน แต่ศานต์เป็นเจ้าของไร่ เขาว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามกัน

“ก็ได้” ช้องนางลากเสียงยาว “แต่จริงๆ อาเชษต้องไปตรวจไร่ตอนเช้าอยู่แล้วนะ แกฝากอาเชษก็ได้นี่ ลงไร่เองเดี๋ยวได้อาการกำเริบ” อดที่จะเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยไม่ได้

ปกติงานกลางแจ้งจะเป็นของเชษ เจ้าของไร่อย่างศานต์จะเน้นไปที่งานในสำนักงานและการดีลงานกับบุคคลภายนอก มีบ้างที่ลงตรวจแผนกแปรรูป บรรจุภัณฑ์และขนส่งบางเวลาเท่านั้น แต่เมื่อศานต์ยืนยันว่าจะเป็นคนประกบกศิณาทุกฝีก้าวจนกว่าจะมั่นใจว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นสายให้ใคร ช้องนางก็ต้องยอมตามใจ

ได้แต่เก็บซ่อนความแปลกใจไว้ เพราะหน้าที่จับตามองบุคคลต้องสงสัยควรจะเป็นของผู้จัดการใหญ่ ไม่ควรจะให้ถึงมือเจ้าของไร่เลยจริงๆ

*****

คุณศานต์ระแวงทำไม๊ จริงๆ จะตามเพราะเหตุผลอื่นใช่ไหม 

ส่วนไอ้ยุ้งนั้น...ก็น่าสงสัยจริงๆ 555 

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

0 ความคิดเห็น