หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,868 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22

    Overall
    44,868

ตอนที่ 28 : 8.3 เผด็จการผู้น่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

คนพูดลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้องครัว กศิณามองตามด้วยความงุนงง ลุกจัดการเก็บล้างทุกอย่างให้เรียบร้อย พอดีกับที่ชายหนุ่มกลับเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก

“เช็ดผมให้แห้งก่อน เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี”

ดวงตารียาวจ้องผ้าในมือเขาอย่างลังเล...ใจดีอีกแล้ว

“ขอบคุณค่ะ” แม้จะกล่าวอย่างนั้น แต่กศิณาก็ไม่ได้รับผ้าจากมือเขา เธอเพียงแต่ปลดผืนบนศีรษะออก ใช้มันขยี้ผมเบาๆ พอเป็นพิธี ปกติชอบตากพัดลมจนแห้งมากกว่า

“ผืนนั้นเปียกหมดแล้ว เอาผืนนี้ไปใช้”

ศานต์กระตุกผ้าในมือเธอไปวางพาดเก้าอี้แล้ววางผืนใหม่บนผมชื้นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ดวงตากลมโตจ้องเขม็ง กศิณาทำได้เพียงพยักหน้ารับแล้วยอมทำตาม เม้มปากแน่นกลั้นยิ้มขำคนใจดีที่เผด็จการได้อย่างน่ารักน่าชัง ความน่ารักแบบแปลกๆ ของเขากำลังจะทำให้เธอตัวลอย อยากกระโดดเข้ากอดดั่งเช่นวันวานแต่ก็ต้องพยายามหักห้ามใจไว้

ถ้าเขาได้รู้ความจริงว่าเธอเป็นใครเขาจะดีใจไหมนะ ส่วนเธอตั้งแต่รู้ว่าเขาคือใครเธอดีใจจนอกแทบระเบิด ตอนได้รับรองเท้าเธอจำเขาไม่ได้ก็จริง แต่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินกลับไปหาใครทุกอย่างก็กระจ่าง ดีใจจนเผลอโบกไม้โบกมือไม่เก็บอาการสักนิด

แต่ดูท่าเขาจะจำเรื่องวันนั้นไม่ได้

ความใจดีของศานต์ยังไม่หมดเท่านั้น เขาอาสาขี่จักรยานกลับไปส่งที่เรือนพักคนงาน กศิณาจำใจปฏิเสธ

“ไม่ต้องๆ เกรงใจ รู้สึกไม่ดีมากๆ ถ้าคุณต้องขี่ไปส่งฉันแล้ววนกลับมาบ้านคุณใหม่ ถ้ากลัวฉันเมื่อยฉันขอยืมจักรยานคุณไปแทนแล้วกัน”

สุดท้ายศานต์ก็ยอมตามใจเธอ ความจริงเกรงใจนั่นมันก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่สำคัญกว่าคือเธอจะเถลไถลระหว่างทางนี่ละ

กศิณาปั่นจักรยานไปยังด้านหลังไร่ไอศวรรย์ เมื่อถึงรั้วไม้สุดอาณาเขตไร่ก็เลี้ยวซ้ายเลาะเลียบริมแปลงสตรอว์เบอร์รียาวสุดลูกหูลูกตา สุดทางเบื้องหน้าคือกำแพงต้นไม้สูงท่วมหัวทำให้มองไม่เห็นอีกฝั่ง แต่กศิณาจำได้ว่าตรงนั้นคือบ้านไม้ในเขตรีสอร์ต 

ทางขวามือติดรั้วไม้มีจักรยานคันหนึ่งจอดพิงอยู่ เธอนำคันที่ยืมเจ้านายมาเข้าเทียบ ค่อยๆ ปีนข้ามรั้วไม้ ไม่กี่ก้าวก็เห็นด้านหลังรีสอร์ต บ้านไม้สักทั้งหลังเล็กหลังใหญ่ถูกกำหนดพื้นที่สุดเขตด้านหลังด้วยรั้วไม้เตี้ยๆ เช่นกัน พร้อมกับเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่เธอโทรไปโอดโอยหิวข้าวและกำลังตามหาเขาอยู่ตอนนี้

 

ที่อยู่อาศัยท้ายรีสอร์ตเป็นบ้านเล็กชั้นเดียวสามหลังและบ้านสองชั้นหลังใหญ่ หลังแรกปิดไฟมืดเพราะคู่หมั้นของช้องนางไม่ได้อยู่แถวนี้บ่อยนัก หลังถัดไปของอาคเนย์มีแสงสว่างส่องมารางๆ จากอีกฝั่งของตัวบ้าน ในขณะที่หลังท้ายสุดปิดไฟมืดเช่นกันเนื่องด้วยเป็นเรือนรับรองแขกใกล้ชิด

ชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่มืดสนิท แต่ชั้นบนเปิดไฟอยู่ถึงสองห้อง เจ้าของดวงตาเรียวยาวจับจ้องหน้าต่างห้องฝั่งติดบ้านอาคเนย์ แต่ด้วยระยะค่อนข้างไกลจึงมองความเคลื่อนไหวในนั้นไม่ชัด

เชษถอนใจก่อนเม้มปากสนิท ดวงตาหลุบต่ำเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว บุตรสาวของเขาก้าวเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ หมายมั่นตั้งเข็มแน่ชัด แต่เชษไม่อาจยอมให้เป็นเช่นนั้นได้ คนที่เขารักทั้งสองคนไม่ควรต้องเสียใจจากผลของการกระทำที่เขาต้องเป็นคนรับผิดชอบ

ผู้จัดการไร่เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มองห้องซึ่งอยู่ด้านหลังบ้าน ไฟพึ่งปิด เหมือนกันความหวังของเขาที่ดับวูบลงอีกครั้ง

“จะหกปีแล้วนะ เมื่อไหร่คุณจะยอมรับผมเสียที”

“ทำตัวอย่างกับวัยรุ่นแอบยืนมองหลังคาบ้านสาวที่ชอบเลยนะคะพี่เชษ”

เชษสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีคนมาเกาะไหล่ ก้มลงเพ่งมองแม้จะคุ้นเสียงนั้นอยู่แล้ว ใจของเขาเต้นรัวด้วยกลัวว่าตนอาจจะรำพึงรำพันอะไรให้บุตรสาวได้ยิน

“ยุ้ง มาทำอะไรแถวนี้”

“ก็...” คนเป็นลูกแสร้งทำท่าครุ่นคิด “มาดูว่าผู้จัดการใหญ่ตรวจไร่ถึงไหนแล้ว เจ้าของไร่กลับบ้านไปนอนนานแล้วนะ แต่คุณผู้จัดการดีเด่นยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง”

ฟังดูก็รู้ว่าเธอตั้งใจประชด แต่ท่าทางจีบปากจีบคอนั่นน่ารักน่าเอ็นดูจนเขาต้องยื่นมือเขกศีรษะเบาๆ ด้วยความรักใคร่

“แล้วได้กินข้าวหรือยังละเรา เดี๋ยวขาดใจตายนะ” ล้อเลียนด้วยน้ำเสียงที่เธอใช้ตอนโทรคุยกัน

“แน่นอน! มีเจ้านายใจดี อิ่มแปล้เลยละค่ะ นี่ก็ยืมจักรยานพี่เขามา ตอนแรกพี่ศานต์จะไปส่งที่ห้องแล้ว แต่ยุ้งอยากปั่นกลับเองมากกว่าจะได้มาดู...ช็อตเด็ด!” เน้นเสียงชัดเจน จงใจให้เขารู้ว่าช็อตเด็ดที่ว่าหมายถึงอะไรและเธอ ตั้งใจมาดูแค่ไหน เมื่อนี่ไม่ใช่ทางผ่านกลับเรือนพักคนงาน

“กลับไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว ยุงก็เยอะ ไป! เดี๋ยวปั่นจักรยานไปไว้บ้านเจ้านายก่อนแล้วจะปั่นไปส่งห้อง” แขนแกร่งโอบรอบลำคอบุตรสาวก่อนลากให้เดินกลับไปทางไร่ เหลือบหางตาไปมองเรือนไม้เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งนั่นไม่อาจรอดพ้นสายตาคนที่จ้องจับผิดได้

 

คืนแรก ณ ที่ทำงานใหม่กศิณานอนไม่ค่อยหลับ ไม่ใช่เพราะแปลกที่ งานเก่าของเธอต้องเดินทางไปทั่วพักโรงแรมไปเรื่อยไม่เคยมีปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเธอตอนนี้คือเรื่องของพ่อแม่

ภาพที่เชษไปยืนจ้องเรือนไม้ท้ายรีสอร์ตอยู่นานสองนานทำให้รู้ว่าพ่อยังคงอาลัยอาวรณ์แม่อยู่ ไม่คิดเลยว่าทั้งสองจะอยู่ห่างเพียงแค่รั้วต้นไม้กั้น ทว่าห้าปีกว่าแล้ว ทั้งที่ใกล้กันถึงเพียงนี้ทำไมทั้งคู่ไม่ได้คืนดีกัน สุดท้ายก็วกมาที่คำถามค้างคาใจ

แม่ของเธอคือใคร ทำไมถึงเลิกกัน และทำไมไม่อาจเล่าอะไรให้เธอฟังได้เลย

หลับๆ ตื่นๆ จนเกือบรุ่งสางจึงลุกขึ้นสวมรองเท้าผ้าใบเตรียมออกกำลังกาย ตั้งใจจะไปวิ่งเลียบลำธารหลังไร่สำรวจเส้นทางว่ายังจดจำได้ถูกต้องไหม วิ่งไปก็ยกมือลูบแขนไปเนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นและหมอกลงจัดในยามเช้า ดีที่ไม่หนาจนมองไม่เห็นอะไร ไม่อย่างนั้นแพลนวิ่งคงต้องพับเก็บ

นอกจากพื้นที่ข้างไร่กลายเป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่แล้ว สิ่งอื่นแทบไม่เปลี่ยนแปลง เช่นลำธารที่มาจากป่าต้นน้ำ จำได้ดีว่ามีสระน้ำผุดอยู่ภายใน หมายมาดว่าจะหาเวลาไปเดินเล่นวันอื่นด้วยวันนี้เวลาจำกัดและระยะค่อนข้างไกล

“ใครน่ะ!” เสียงตะโกนจากบ้านหลังที่ตั้งโดดเดี่ยวอีกฝั่งของลำธาร ทำให้กศิณาที่กำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ไร่ต้องหันกลับไปมอง 


*****

คุณพ่อมีเหตุผลอะไรน้า

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #224 ห่วงโซ่ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 17:26

    น่ารัก คุณศานต์จะรุกหรือเปล่านี่ย

    #224
    1
    • #224-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 28)
      2 ตุลาคม 2561 / 19:53
      รุกไหมน้าาา ให้ยุ้งแตะตัวได้ก่อนเถ้อ
      #224-1
  2. #12 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 15:21
    รอ รอ รอ รอ ^^
    #12
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(