หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,865 Views

  • 244 Comments

  • 392 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    44,865

ตอนที่ 26 : 8.1 ผู้หญิงแมนๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

เป็นศานต์นั่นเอง เจ้านายคนใหม่ยิ้มให้อย่างอบอุ่น กศิณาเปิดยิ้มรับรีบกดวางโทรศัพท์ ดีใจที่โชคดีส่งท้ายวัน ยังไม่ทันไปเจอศาลเจ้าที่ก็เจอศานต์นี้ไปก่อน วันนี้ขออนุญาตฝากท้อง วันหลังจะรีบหาของมาเซ่น

ศานต์พยักหน้าหงึกหงักไปทางเบาะหลัง ทว่าคนหิวข้าวยืนปักหลักนิ่ง ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

“ทำไมไม่ขึ้นมาละ จะได้รีบไปกินข้าวไง”

“คุณก็ลงมาสิคะ เดี๋ยวฉันปั่นให้แล้วคุณซ้อน”

ศานต์ชะงัก คิ้วเลิกขึ้นอย่างเก็บอาการไม่อยู่ แทบไม่อยากเชื่อหู

“เธอจะบ้าเหรอ ผู้ชายตัวใหญ่ๆ อย่างฉันจะให้ผู้หญิงปั่นให้เนี่ยนะ” ศานต์กล่าวหน้าเหวอ ก่อนจะหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสายตาจริงจังของคนที่ยืนยันหนักแน่นว่าเธอตัวหนักกว่าเขา

มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ถึงกศิณาจะไม่ใช่ผู้หญิงผอมบางแถมตัวค่อนข้างใหญ่ แต่ที่เคยถามน้ำหนักตอนหาชุดให้ใส่ในงานเลี้ยงน่ะน้อยกว่าเขาตั้งสิบกว่าโล โน้มน้าวอย่างไรหญิงสาวก็ไม่ยอมจะขอเป็นคนปั่นท่าเดียว สุดท้ายเขาจึงต้องถอยลงไปนั่งตำแหน่งคนซ้อน

“ฉันหนักตั้งเจ็ดสิบกว่า ปั่นไหวแน่นะ” ถึงเขาจะดูตัวบางแต่ก็ซ่อนรูปไม่ใช่เล่น เพียงแต่ว่ากศิณายังไม่เคยเห็น อันที่จริงก็เรียกได้ว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเห็น ส่วนที่ถอดเสื้อโดดน้ำเล่นกับช้องนางตอนเด็กๆ นั่นไม่นับ

“โหย ชิลๆ สบายค่ะ ฉันก็หนักตั้งเกือบหกสิบแน่ะ”

มองอย่างไรศานต์ก็ว่าไม่ถึง แต่หญิงสาวบอกว่าหนักกล้ามเนื้อ นึกหมั่นไส้แม่คนอวดตัวจึงแกล้งว่า “นี่เธอ จริงๆ ฉันมีซิกแพ็กนะ ไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่เธอคิด อยากเห็นไหมละ เดี๋ยวถอดเสื้อโชว์ตรงนี้เลย”

ไม่รู้ทำไมถึงกล้าท้าทั้งที่ความจริงน่ะไม่กล้าทำ ดีที่หญิงสาวไม่บ้าจี้ตาม เธอเอียงข้างมามองพร้อมเบ้ปากใส่ ทั้งยังจีบปากจีบคอพูด

“ไม่ล่ะค่ะ เปลืองลูกตา เท่าที่เคยสัมผัสมาก่อนหน้าก็ไม่เท่าไรนะคะ”

คำพูดของเธอทำเขาหน้าร้อนโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ไม่อาจยอมแพ้

“เธออาจจะสัมผัสไม่โดนจุดก็ได้ เดี๋ยวฉันให้โอกาสอีกรอบ” พูดแล้วก็เตรียมพร้อม ไม่ใช่พร้อมให้สัมผัส...แต่ขาสองข้างบนที่วางเท้าพร้อมยันตัวโดดหนีได้ทันทีหากหญิงสาวกล้าหันมาลูบคลำอกเขาจริงๆ

ก่อนจะต้องลอบถอนหายใจเมื่อได้ยินประโยคถัดไปของเธอ

“โอ๊ย! ไม่ต้องหรอกค่ะ เก็บซิคแพ็กของคุณไว้ให้สาวๆ คนอื่นเถอะ ฉันไม่ได้นึกพิศวาสอะไรคุณขนาดนั้น แล้วดูท่าคุณก็ไม่น่าจะพิศวาสอะไรฉันนะ” กศิณาปฏิเสธผู้ชายใจดีที่ เสนอตัวให้สัมผัส

ทำมาเป็นเก่งทั้งที่เมื่อกลางวันตอนเธอเกาะแขนเขายังรีบกระตุกกลับแทบไม่ทัน ความจริง มากกว่าจับก็ทำมาแล้ว เมื่อเธอเคยกอดเขาเต็มรัก แต่เป็นเขาเองนั่นแหละที่จำไม่ได้

ถามว่าตอนนี้กล้าทำไหม ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ไม่

ตอนเด็กเพราะไม่คิดอะไรมากจึงมีความกล้า แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเก่า ภายนอกของเขาอาจดูเหมือนคุณชายเรียบหรูดูสุภาพ แต่อย่าให้ขยับนะ พูดจาค่อนข้างโผงผางห้วนสั้น แถมยังถือเนื้อถือตัว อารมณ์ก็สวิง ดูเป็นคนที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ไอ้ที่เธอเคยรู้จักก็เหมือนคนไม่รู้จัก กศิณาจึงเปลี่ยนบทสนทนาไปเรื่องอื่น

“สมัยอยู่มหา’ ลัยเพื่อนผู้ชายมันให้ฉันปั่นตลอดเลย เพราะว่าฉันอ้วน แถมบางครั้งพอพวกมันปั่นนะ จะพาฉันล้มซะอีก ฉันก็เลยชินแล้วที่ต้องเป็นคนปั่น” แม้แต่พี่รหัสที่เธอสนิทที่สุดซึ่งตัวอย่างกับหมีควาย มามหาวิทยาลัยทีไรใช้เธอปั่นให้ทุกที

“แต่ฉันไม่พาเธอล้มหรอกน่า อาเชษเป็นผู้ชายตัวใหญ่ๆ หนักกว่าเธอฉันยังปั่นให้อาเชษซ้อนมาแล้ว มา! เดี๋ยวฉันปั่นให้”

“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ฉันขี้เกียจเบรก คุณก็นั่งสบายๆ ไปเถอะ ถือเป็นโชคดีที่มีคนมาปั่นให้ซ้อนแล้วกันนะ”

ศานต์ฟังแล้วก็ต้องส่ายหน้าพรืด อดขำไม่ได้กับความคิดของหญิงสาว ผ่านไปไม่นานอะไรบางอย่างก็เข้ากระทบใจ จะว่าไปก็รู้สึกแปลกดีเหมือนกัน ไม่เคยนั่งซ้อนจักรยานใครมาก่อน

เหมือนกับที่...ไม่เคยมีใครที่เขาถอดรองเท้าให้ใส่ ไม่เคยมีใครได้จับมือเขา ไม่เคยมีใครที่เขาต้องพาไปโรงพยาบาล และไม่เคยมีใครที่เขาเชิญไปกินข้าวถึงในบ้าน

น่าแปลกที่หญิงสาวกลายเป็นคนแรกของเขาเสียหลายเรื่อง

เหมือนกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็น คนแรกในหลายๆ เรื่องเช่นกัน ต่างกันที่เด็กคนนั้นไม่เคยกลับมา

“แล้วคุณตรวจคนเดียวทั้งไร่เลยหรือคะ ฉันนึกว่าเป็นงานของผู้จัดการไร่”

เสียงกศิณาดึงเขาให้หลุดจากความคิด สายตาของศานต์ปะทะแผ่นหลังตรงหน้าที่ดูบึกบึนกว่าผู้หญิงทั่วไป ท่อนแขนกำแฮนด์จักรยานแน่นจนกล้ามขึ้น แล้วยังผมเผ้าที่ถูกตลบม้วนไว้ด้วยผ้าซึ่งเปียกชื้น ท่าทางสบายๆ ไล่ให้เขาซ้อนท้ายง่ายๆ

ถ้าบอกว่าเป็นเด็กผู้ชาย เขาก็อาจจะเชื่อ

“คุณศานต์?”

“ฮะ...อ้อ ก็ช่วยกันนั่นละ ฉันกับอาเชษดูกันคนละครึ่งทาง”

“อ๋อ...แล้วคุณดูฝั่งไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยปากคล้ายถามเรื่อยเปื่อย

“ฉันฝั่งขวา ด้านที่ชิดทางไปหมู่บ้าน ส่วนอาเชษฝั่งซ้าย” ศานต์ตอบอย่างไม่คิดอะไร และเพราะเขานั่งอยู่ด้านหลัง จึงไม่เห็นว่าคนฟังกระตุกมุมปาก ดวงตาเปล่งประกายวาบขึ้นทันที


*****

ไอ้ยุ้ง แกจะแมนกว่าคุณศานต์ได้ไง เกรงใจพระเอกบ้างลู๊ก


>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #210 NamwhanJS (@niratsikorn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 16:59
    ถ้านางเอกแมนขนาดเน้พระเอกยังจำเปนยุม้าย
    #210
    1
    • #210-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 26)
      26 กันยายน 2561 / 20:07
      มีไว้ให้นางเอกปกป้อง 555
      #210-1
  2. #10 รวยรริน (@penguinyim) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:27
    กำลังจะสวีทไหม รึว่าจะใจร้ายแบบบทที่แล่วอีกน่ะไร้ท์
    #10
    1
    • #10-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 26)
      13 กันยายน 2560 / 22:59
      วร้ายยยย ทำไมรู้ทัน 555 ฝากติดตามต่อนะคะ อย่าพึ่งโกรธาแล้วหนีหน้ากันไปน้าาา
      #10-1