หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,663 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    669

    Overall
    44,663

ตอนที่ 25 : 7.4 เจ้าที่...เจ้าถิ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

“กรี๊ด!!!”

กศิณาขาสั่นก้าวถอยหลังได้เพียงสั้นๆ ก็สะดุดล้ม ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาปี๋คือร่างนั้นเคลื่อนมาหาเธออย่างรวดเร็ว หนีไม่ได้จึงมีสิทธิ์แค่คิดภาวนา พ่วงท้ายแอบบ่นไปด้วย วันนี้มันอะไรจะเกินไปแล้วนะ ดวงเธอไม่สมพงศ์กับไร่นี่เหรอ หรือเคยไปทำอะไรไว้เจ้าที่ถึงได้ไม่รัก เห็นทีพรุ่งนี้ต้องรีบถามพ่อว่าศาลอยู่ไหน ไม่ใช่ศานต์เจ้านายนะ จะให้ชีวิตราบรื่นคงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วละทีนี้

แม้คิดอีกทีศานต์เจ้านายนี่อาจจะแรงกว่าศาลเจ้าที่ก็เป็นได้ และเธอมั่นใจว่าไหว้ไปแล้วนะ!

“เงียบ!”

เสียงตวาดดังลั่นเหนือหัวเธอที่นั่งตัวสั่นงันงก จึงยกมือไหว้ปลกหลับหูหลับตาไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น เจ้าที่ช่วยไล่ให้ที พรุ่งนี้สัญญาว่าจะไปไหว้ หมูเห็ดเป็ดไก่อยากทานอะไรจะให้หมด

“ไปเถอะนะแม่จ๋า อย่ามาหลอกกันเลย นี่กลัวแล้ว ยุ้งขอโทษ...”

“โอ๊ย! ข้าไม่ใช่ผีเว้ย เอ็งไม่ต้องมาไล่ ลืมตาขึ้นมา นี่คน คนสวยๆ ด้วย ลืมตา!”

“ไปเถอะนะอย่ามาหลอกกันเลย”

“เอ้าอินี่ ไม่ได้หลอกเว้ย บอกให้ลืมตา ต้องให้แหกตาขึ้นมาไหม”

สัมผัสเย็นเฉียบที่ล็อกข้อมือทั้งสองข้างทำให้เธอสะดุ้ง อยากดิ้นรนถอยหนี หากแต่สิ่งที่ได้ยินทำให้กลัวเสียมากกว่าจึงรีบลืมตาโพลงขึ้น

“ข้าชื่อเกียกเว้ย พักอยู่ห้องหนึ่งศูนย์สี่ เอ็งล่ะพักห้องไหน พึ่งมาใหม่สิท่า ไม่เคยเห็นหน้าเลย”

กศิณาเลิกคิ้ว พิจารณาคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ เริ่มตั้งสติได้จากคำพูดของอีกฝั่ง อ๋อ นี่ก็เจ้าที่ แต่เป็นเจ้าที่ประจำเรือนพัก

คนที่ยืนค้ำร่างเธออยู่เป็นสาวผิวคล้ำ นุ่งกระโจมอก รูปร่างผอมสูงแต่ไม่ดูเก้งก้างเพราะเห็นกล้ามแขนได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเหลี่ยมโหนกนูนชัด จมูกค่อนข้างกว้าง ตาโตยาว อายุอานามน่าจะห่างกับเธอไม่กี่ปี

ห้องหนึ่งศูนย์สี่...คนนี้สินะที่เป็นเพื่อนบ้านเธอ พ่อแจ้งแล้วว่าฝั่งซ้ายมือไม่มีคนอยู่แต่ฝั่งขวามีเพื่อนวัยเดียวกันชื่อเกียก เป็นเจ้าถิ่นขาใหญ่ของเรือนคนงาน ไม่มีพิษมีภัยแต่เสียงดังโวยวายทุกคนเลยยอมตาม ตอนเดินออกจากห้องเธอแอบมองแล้วไม่เห็นเปิดไฟจึงคิดไปเองว่าเจ้าของห้องคงหลับไปแล้ว

ที่ไหนได้ มาอาบน้ำช้าเหมือนเธอนั่นเอง

“ขอโทษนะ ฉันชื่อยุ้ง ห้องหนึ่งศูนย์สาม ขอบใจนะ” กศิณาจับมือที่ยื่นมาให้อย่างแผ่วเบา พยายามประคองร่างขึ้นด้วยตัวเอง เพื่อไม่เป็นการฉุดดึงร่างผอมรุนแรงนัก

“ไม่เป็นไร ข้าจะไปบ้วนปากแล้ว ฟองเต็มปากเลยเนี่ย เอ็งจะอาบน้ำใช่ไหม เดี๋ยวข้าเปิดไฟฉายให้ ดีนะที่พกมา คิดแล้วเชียวว่าต้องเกินสี่ทุ่มครึ่ง”

“สี่ทุ่มครึ่งแล้วทำไมเหรอ”

“ก็ตัดไฟไง นายเขาตัดหมดทุกที่แหละ ยกเว้นไฟในห้องกับเสาหลักไม่กี่ดวง จะได้ไม่เปลืองไฟเขา ได้ใช้ฟรีก็ต้องประหยัดกันหน่อย” เกียกวางไฟฉายไว้บนกำแพงสูงท่วมหัว เอ่ยอ้อแอ้กลั้วน้ำล้างยาสีฟันออกจากปาก

“โห...อย่างนี้ฉันเดินกลับไปเอาไฟฉายที่ห้องก่อนดีกว่า อาบมืดๆ คงไม่ไหว”

“ไม่ต้องๆ เอ็งอาบเลย เดี๋ยวข้ายืนอยู่เป็นเพื่อนนี่ล่ะ ข้าไม่ได้รีบนอน ข้าทำกะสาย เอ็งล่ะ พรุ่งนี้ทำกะไหน”

“กะไหนเขาจัดเวลายังไงอะเกียก ฉันยังไม่รู้เลย คุณทิมไม่ได้บอกไว้” กศิณาเอ่ยถึงคนร่างท้วมหน้าแป้นที่ให้เธอกรอกใบสมัครงาน

“วันแรกคงปล่อยมั้ง เอ็งก็เข้ากะสายก็ได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร กะสายเข้าแปดโมงเลิกงานห้าโมงเย็น ปกติคนงานใหม่นายจะให้วนๆ ฝั่งไร่ก่อนแล้วค่อยวนมาฝั่งฟาร์ม หลังจากนั้นอยากทำอะไรก็ไปคุยกับอาเชษ ให้อาเชษอนุมัติอีกที”

“แล้วเกียกทำงานมานานหรือยัง”

“ไม่นาน ครึ่งปีได้ แต่คนอื่นเขาอยู่กันมาเป็นสิบๆ ปี นี่ข้าพึ่งได้เลือกแผนกเมื่อเดือนก่อนเอง ไปอยู่ฝั่งฟาร์ม เขาคัดคนมากกว่าฝั่งไร่ ยังดีที่ข้าผ่านได้ ข้าไม่อยากตื่นเช้า แล้วก็ชอบอยู่กับวัวกับม้ามากกว่า ไม่ต้องเบามือมากเท่าอยู่กับสตรอว์เบอร์รี เผลอบีบนิดหนึ่งบางที...เละคามือ” คนร่างผอมพูดพลางกรีดนิ้วทำท่าทางประกอบ

ใช้เวลาไม่นานนักกศิณาก็ทำธุระส่วนตัวเสร็จ หญิงสาวรีบใส่ชุดใหม่ เดินกลับไปยังห้องพร้อมเสียงเกียกที่ยังจาระไนเรื่องในไร่ไม่หยุด

ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้างาน เนื้องานฝั่งไร่และฟาร์ม กิจกรรมนอกเหนือเวลางาน ที่นี่ไม่ได้เคร่งครัดหรือใช้งานหนักมาก อยู่กันแบบครอบครัวมากกว่า แถมข้อดีที่เกียกชอบมากจนยอมมาอยู่ไกลบ้านคือค่าจ้างงาม สวัสดิการดีมีให้ยันพ่อแม่ญาติ และมีเจ้านายที่ใจดีกว่าที่อื่น

ตามที่คนเก่าแก่เล่ากันปากต่อปากว่าเคยเกิดวิกฤตที่ไร่ งานหดเงินหายแต่เจ้านายก็ยังจ้างต่อ ไม่ลดค่าจ้างไม่ไล่คนออก คนส่วนใหญ่ถึงอยู่กันแบบยาวไปยาวไป มีลูกมีหลานก็ได้สวัสดิการจากเจ้าของไร่ส่งเรียนจนกลับมาช่วยในตำแหน่งสูงๆ ส่วนคนที่ออกไปส่วนใหญ่จะไปเปิดไร่เปิดฟาร์มเป็นของตัวเอง แต่ศานต์ไม่เคยถือสาเพราะที่ให้ฝึกทุกแผนกด้วยตั้งใจจะพัฒนาคน และถือเป็นพันธมิตรในการทำการค้ากัน

ทั้งสองแยกไปหยุดหน้าประตูห้องของตน แต่เสียงดังโครกครากทำให้เกียกชะงักกึกหูตั้งหันหาที่มา

“เสียงไรวะ”

“เสียงท้องฉันเอง” กศิณาตอบเสียงอ่อย ยกมือลูบท้องป้อยๆ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทานทั้งข้าวเที่ยงและข้าวเย็น

หลังเสร็จธุระเมื่อตอนกลางวันก็ล้มตัวนอนสลบไสล ชดเชยความเหนื่อยจากการเดินทางค่อนวัน กระทั่งกระเพาะอาหารเริ่มประท้วงถึงได้ตื่นขึ้นมายามฟ้ามืดแบบนี้

“ปกติเกียกกินข้าวที่ไหนเหรอ”

“ก็โรงครัวบ้าง เพื่อนจากหมู่บ้านเอามาฝากบ้าง หรือตอนเย็นว่างๆ ก็ไปกินที่หมู่บ้านแล้วค่อยกลับมา แต่ตอนเนี่ย จะหมู่บ้านหรือโรงครัวคงไม่มีใครต้อนรับเอ็งแล้วล่ะ”

“เอ่อ...เกียกพอจะมีอาหารสำเร็จรูปไหม บะหมี่หรืออาหารกระป๋องก็ได้” นึกเจ็บใจที่ตัวเองลืมแบกมาจากบ้าน แม้จะไม่ได้ชอบกินแต่ดีกว่าไม่มีอะไรยังชีพ

“ไม่มี จะกินทำไม อาหารแถวนี้อร่อยจะตาย ทำใจเถอะเอ็ง รีบเข้าไปนอนหลับเอาแรงซะ โรงครัวเปิดตีสี่ก็ไปขอแม่ๆ กินในครัวแล้วกัน” เพื่อนข้างห้องได้แต่ส่งสายตาเห็นใจทิ้งท้ายก่อนเข้าห้องตัวเองไป

กศิณายกมือลูบหน้าแรงๆ ปลงตกในชะตากรรมของตน แค่คิดว่ามื้อถัดไปคือเช้าวันรุ่งขึ้นก็รู้สึกหมดแรงอยากจะเป็นลมเสียให้ได้ สายกินอย่างเธอขาดอาหารทีแทบขาดใจ

แล้วใบหน้าของนายแพทย์ประจำไร่ไอศวรรย์ก็ผุดขึ้นในความทรงจำ ทิวัตถ์ทำให้เธอโล่งใจว่าชีวิตในไร่น่าจะราบรื่นดีเมื่อมีเขาเป็นแบ็กให้ แม้ชายหนุ่มจะไม่รู้ตัวก็ตาม

เธอรีบเข้าห้องไปเก็บของแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เดินดุ่มๆ มุ่งสู่ใจกลางไร่ที่พักของเจ้าของไร่และผู้มีตำแหน่งใหญ่ๆ เมื่อกลางวันทิวัตถ์ขอแลกเบอร์โทรศัพท์ไว้ เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันสะดวก

เสียดายจังน้องยุ้ง พรุ่งนี้พี่ต้องไปขึ้นดอยสองอาทิตย์ ไม่งั้นจะพาเที่ยวแถวนี้เสียหน่อย

นอกจากทิวัตถ์จะเป็นนายแพทย์ประจำไร่แล้ว เขายังเปิดคลินิกช่วยเหลือชาวบ้านโดยมีไร่ไอศวรรย์เป็นสปอนเซอร์อยู่ที่ถนนทางเข้าไร่ บางครั้งก็ไปช่วยที่อนามัยชุมชน แถมไปออกหน่วยช่วยยังถิ่นทุรกันดารที่เดินทางลำบากเป็นประจำ

มือที่กำลังจะกดโทรออกจึงชะงัก คุ้นๆ ว่าพรุ่งนี้เขาต้องออกแต่เช้า ห้าทุ่มกว่าแล้ว...เธอจะกล้าโทรกวนเขาตอนนี้หรือ

เลื่อนจอค้นหาเป้าหมายถัดไป ถึงจะนึกได้ว่าตั้งใจจะอยู่ที่นี่โดยไม่พึ่งพิงพ่อแต่ต้องขอยอมรับความปราชัย เคยชนะความอยากอาหารของตัวเองได้ที่ไหน ไม่งั้นคงไม่กลมเป็นลูกหมูแบบนี้

“หนูหิวอ่ะ หาของกินได้ที่ไหนบ้างคะ”

คำพูดของเธอทำให้ปลายสายหัวเราะเบาๆ กศิณาจึงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ พ่อต้องนึกหน้าเธอตอนนี้ออกแน่

“ยังไม่ได้กินอะไรอีกเหรอ”

“พึ่งตื่น หลับไปตั้งแต่บ่ายแล้ว ทำไงดี ขาดข้าวสองมื้อนี่เหมือนขาดใจ...” ยังไม่ทันต่อให้จบประโยคก็มีเสียงทุ้มพร้อมร่างสูงบนจักรยานเคลื่อนเข้ามาใกล้

“เธอนี่ตาดีใช่เล่นเลยนะถึงเห็นฉันแต่ไกล หิวเหรอ ดีนะที่ฉันออกมาตรวจไร่ ไม่อย่างนั้นเธอคงขาดใจจริงๆ”


*****

เรียกหาศาล...ศานต์ก็มา

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #209 C2TR01 (@C2TR01) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 00:24
    ศานต์เจ้า(นาย)ที่ไร้
    #209
    1
    • #209-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 25)
      23 กันยายน 2561 / 22:38
      ดูท่าจะแรงกว่าศาลเจ้าที่ 5555
      #209-1
  2. #208 Nahn_Niratsikarn (@niratsikarn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 21:23

    มีแซะเจ้านายยยยยยยย

    #208
    1
    • #208-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 25)
      23 กันยายน 2561 / 22:39
      ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ
      #208-1
  3. #58 บังลังก์นี้มิมีใครจอง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 15:25
    กำลังจะรู้ตัวคนร้ายแล้วฃ่ายหม้าย
    #58
    1
    • #58-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 25)
      23 ตุลาคม 2560 / 08:11
      อิอิ ต้องลองอ่านต่อไปค่า
      #58-1
  4. #9 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 22:09
    คิดตามปวดหัว มีปัญหาเยอะไปหมด
    #9
    1
    • #9-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 25)
      11 กันยายน 2560 / 19:10
      เพราะว่าปัญหาจะทำให้ความรักเหนียวแน่นขึ้นน้าาา
      #9-1