หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,663 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    669

    Overall
    44,663

ตอนที่ 24 : 7.3 ไม่บอกเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

สำนักงานของไร่มีขนาดสองชั้นตั้งรวมอยู่ในกลุ่มอาคารบริเวณลานกว้าง กศิณาเดินตามพ่อเข้าไปด้านในซึ่งเป็นห้องโถงต้อนรับขนาดย่อม เบื้องหน้าเป็นผนังกระจกสูงจรดเพดานมีประตูบานเลื่อนตรงกลางนำไปสู่โต๊ะทำงานที่เรียงเป็นแถว มีป้ายแบ่งฝ่ายและแผนกอย่างเป็นระเบียบ สุดทางด้านในมีห้องกระจกสองห้อง ฝั่งซ้ายมีมู่ลี่ปิดไว้ ฝั่งขวาเป็นห้องขนาดพอดีให้โต๊ะทำงานตัวใหญ่กับตู้เหล็กสองใบอาศัยอยู่ร่วมกัน ป้ายหน้าห้องบ่งบอกตำแหน่งผู้จัดการสำนักงานไร่ไอศวรรย์

เชษยิ้มพร้อมก้มหัวรับอย่างสุภาพเมื่อร่างท้วมบนเก้าอี้ลุกขึ้นไหว้ ใบหน้ากลมแป้นอ่อนเยาว์นั้นเปื้อนยิ้ม หันมองหญิงสาวแปลกหน้าแต่ทราบจากเจ้าของไร่แล้วว่าเธอมาทำไม

“นี่นะใบสมัครงาน ขอบัตรประชาชนไปถ่ายไว้เป็นหลักฐานหน่อย” เขาเอ่ยอย่างเป็นกันเอง ผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงหน้าโต๊ะ ทั้งยังช่วยรับของเต็มไม้เต็มมือวางลงบนเก้าอี้อีกตัว

“นี่ค่ะ”

กศิณาหยิบบัตรของตนจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้ คนรับกวาดสายตามองเพียงวูบก่อนชวนสนทนา

“เป็นคนบ้านเดียวกันนี่นา ดีๆ คนกันเองทั้งนั้น อาเชษก็คนโคราชเหมือนกันนะ อำเภอเมืองเหมือนเธอด้วย ใช่ไหมครับอาเชษ”

กศิณาลอบมองใบหน้าคนด้านหลัง พบว่าพ่อเพียงค้อมตัวรับอย่างสุภาพเท่านั้น หญิงสาวแอบกลอกตาไปมา เมื่อคันปากอยากพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เพราะถูกสั่งห้ามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดระหว่างเดินมาที่นี่

ย้ำเรื่องเดิม!

ถ้าจะทำงานที่นี่ ห้ามให้ใครรู้ว่าหนูเป็นใคร

ทำไมละคะ แม้แต่เป็นน้องสาวผู้จัดการไร่ก็ไม่ได้เหรอคะ กศิณาแกล้งเอ่ยถาม แม้ความจริงตั้งใจจะไม่บอกใครอยู่แล้ว

ถึงจะเคยมาที่นี่ในฐานะ น้องสาวพี่เชษแต่การตามสืบเรื่องของแม่ ถ้าทำในฐานะคนนอกน่าจะสะดวกกว่า ด้วยไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อาจเจอแม่ได้ ค่อยเป็นค่อยไปน่าจะดีที่สุด

จะฐานะไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น อย่าให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกันมาก่อน

ถึงอย่างนั้นเมื่อถูกย้ำ ความรู้สึกชาในอกก็บังเกิด น้ำเสียงไม่ได้เหินห่าง แต่ก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อดั่งเช่นที่เคยเป็น แต่อย่างไรเธอก็คือกศิณา คนที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส อาศัยความน้อยใจที่พลุ่งขึ้นเบิกทางไปสู่เป้าหมายของตน

ได้ค่ะ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ได้ แต่อย่าไล่ให้ยุ้งไปห่างๆ เลยนะคะ อุตส่าห์ได้อยู่ที่นี่ทั้งที ให้หนูได้อยู่ใกล้ๆ พ่อนะคะ ในฐานะลูกน้องที่ต้องสอนงานก็ได้

ทำเสียงเว้าวอนทอดดวงตาเศร้าหวังให้เขายอมตามใจ แต่เหตุผลจริงๆ ที่อยากอยู่ใกล้ก็เพราะจะได้ตามสืบเรื่องแม่ง่ายๆ ต่างหาก ทว่าเมื่อมองสบตาคนเป็นพ่อแล้วก็ต้องปลงตก มีหรือที่เขาจะรู้ไม่ทันลูกอย่างเธอ

“กศิณา ดีพลกรัง นามสกุลบอกตำบลที่อยู่เลยนะเนี่ย”

“ไม่หรอกค่ะ บ้านคุณแม่น่ะ ตอนนี้อยู่อีกที่ บ้านคุณพ่อจะอยู่อีกตำบลนึง”

“อ้าว อย่างนี้แปลว่าใช้นามสกุลคุณแม่หรือครับ ทำไมล่ะ” หนุ่มหน้ากลมเอ่ยถาม พยายามผูกมิตรมากกว่าหวังคำตอบจริงจัง

“ไม่ทราบค่ะ ที่บ้านให้เปลี่ยนตั้งแต่เด็กแล้ว”

“ไม่ไปถ่ายเอกสารเหรอครับ” ผู้จัดการไร่ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขัด เตือนว่าเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ข้างนอก ร่างท้วมจึงรีบกุลีกุจอวิ่งออกไป

กศิณาวางปากกาลง ดวงตาจ้องกระดาษตรงหน้านิ่ง อยากจะหันไปคาดคั้นแต่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทั้งที่ใจสุดจะสงสัย ทำไมพ่อต้องระวังขนาดนี้ด้วย

 

คนที่อยู่ในชุดเดียวกับยามกลางวันก้าวเท้าออกจากห้อง สองมือถืออุปกรณ์สำหรับชำระร่างกาย เดินลัดเลาะเลียบเรือนพักเพื่ออ้อมไปยังห้องน้ำรวมที่อยู่ด้านหลัง

เรือนพักแบ่งฝั่งชายหญิงชัดเจนและอยู่ค่อนข้างไกลกัน โดยฝั่งของผู้ชายมีถึงสามสิบห้อง ชิดไปทางรั้วด้านติดทุ่งของไร่ ป้องกันเสียงเอะอะโวยวายรบกวนเจ้านายยามหนุ่มๆ ตั้งวงสนทนาในเวลาวิกาล ถัดมาเป็นกลุ่มอาคารบนลานกว้างใกล้ตึกสำนักงาน แล้วจึงเป็นฝั่งผู้หญิงที่มีไฟสว่างโร่ใกล้กับบ้านของเจ้านาย จะได้ดูแลความปลอดภัยกันได้สะดวก

ถึงอย่างนั้นตอนเธอเดินมาก็รู้สึกว่าแอบไกลไม่น้อย

แม้มีไม่กี่ห้องแต่กลับไม่เคยเต็ม ด้วยคนงานในไร่ส่วนใหญ่เป็นคนของหมู่บ้านแถวนี้ ส่วนเรือนพักที่ไร่มีก็ไว้สำหรับคนงานบ้านไกลเช่นเธอ

กศิณาเร่งฝีเท้าผ่านข้างตัวอาคาร รู้ตัวว่าควรรีบพักผ่อน ทว่าทันทีที่เดินถึงหัวมุมทางเข้าห้องน้ำ ไฟรอบตัวทั้งหมดก็ดับพรึ่บ!

เธอสะดุ้งทิ้งข้าวของเทกระจาด ยกมือขึ้นปิดปากป้องกันเสียงที่จะหลุดออกมา ถึงแม้ไม่ใช่คนขวัญอ่อนเท่าไรแต่ก็ไม่ค่อยถูกโฉลกกับความมืดนัก

รอบกายมืดสนิท ลมหนาวพัดมาปะทะแผ่วๆ รู้สึกยะเยือกที่สันหลังขึ้นมาอย่างประหลาด ฉับพลันซาวด์เอฟเฟกต์ที่ไม่ควรโผล่มาตอนนี้ที่สุดก็ดังขึ้น

บรู๊วววว...

ก่อนที่กศิณาจะทันได้ตัดสินใจว่าจะกลับห้องหยิบไฟฉายแล้วค่อยกลับมาใหม่ดีหรือไม่ ตาเรียวรีก็เหลือบเห็นเงาตะคุ่มยืนจังก้าหน้าทางเข้าที่อาบน้ำ แสงจันทร์สาดส่องลงมาสะท้อนให้เห็นผมเผ้าชี้ฟูรุงรัง ริมฝีปากแสยะยิ้ม ภายในโพรงปากนั้นขาวโพลน ดวงตาที่จ้องมาเหลือกโปนขมึงทึงราวกับว่ากำลังอาฆาตเธออยู่มิปาน


*****

ไอ้ยุ้งเอ๊ย อะไรจะดวงซวยขนาดนี้

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

0 ความคิดเห็น