หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,683 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    689

    Overall
    44,683

ตอนที่ 22 : 7.1 หน้าไร่ไหนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

รถสองแถวกระดกไปมาตามหลุมบ่อบนถนน แม้ไม่มากแต่ก็สะเทือนถึงผู้โดยสารได้ไม่ยาก ก่อนจะเลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้าสู่ทางหลวงชนบทที่เชื่อมต่อระหว่างเขาใหญ่กับวังน้ำเขียว

กระดาษทิชชูแบบพับถูกดึงใช้ไปทีละแผ่นสองแผ่น เมื่อเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้ากลมแป้นไม่มีทีท่าว่าจะลดลง วันนี้มันวันอะไร ทั้งที่เข้าหน้าหนาวแล้วแต่ร้อนอะไรขนาดนี้ กศิณาได้แต่โอดครวญในใจ เนื่องจากต้องผจญกับสายลมภายใต้ร่มไม้สองข้างทาง ซึ่งมัน...เหมือนลมจากคอมเพรสเซอร์แอร์ชัดๆ

“ไร่ไอศวรรย์แล้ว ใครจะลงลงเลย!” เสียงตะโกนดังมาจากคนขับรถสองแถว ตารียาวรีบชะโงกมอง ก่อนจะพบว่าถึงทางเข้าที่คุ้นเคย แต่เดี๋ยว! ถ้าจำไม่ผิดนี่มันแค่ทางเข้าซอย จากจุดนี้กว่าจะถึง 'รั้วไม้ก้านแรก' ของไร่น่าจะอีกหลายกิโล พี่คนขับจะให้เธอลงตรงนี้จริงหรือ

ร่างในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนทะมัดทะแมงกระโจนลงจากรถ ถามข้อสงสัยขณะจ่ายเงิน

“พี่ จากนี่ยังอีกไกล พี่ไม่เข้าไปส่งข้างในเหรอ ไหนว่าผ่านไร่ไง”

“ก็นี่ไงผ่านไร่ แต่ถ้าจะให้ผ่านถึงหน้าไร่ไม่มีคันไหนไปหรอกคุ๊ณ ให้คนข้างในออกมารับสิ” กล่าวส่งท้ายแล้วเร่งเครื่องจากไป ทิ้งให้กศิณาได้แต่ยืนสูดมลพิษเข้าปอดนิ่งช็อกตาตั้ง มองไปที่ซอยทางเข้าแล้วรู้สึกว่าความซวยมาเยือนเธอแล้วไง!

คนที่เข้าพักในรีสอร์ตส่วนใหญ่มักจะขับรถมา หากจะให้รถไปรับจะต้องจองและชำระเงินค่าบริการพิเศษล่วงหน้า ส่วนไร่ไอศวรรย์เป็นไร่ปิด อนุญาตให้เฉพาะคนที่มาพักที่รีสอร์ตหรือหน่วยงานที่ติดต่อขอดูงานเท่านั้น พื้นที่ข้างเคียงมีอยู่สองหมู่บ้าน แม้ไม่ไกลแต่ส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ไร่ โดยรถจากไร่จะไปรับชาวบ้านมาทำงานทุกวัน

ไม่ว่าจะคิดถึงรถคันไหน ก็ไม่มีคันใดจะมารับเธอได้เลย

กศิณากระชับกระเป๋าเป้บนหลังที่หนักไม่น้อย ด้วยกระแดะแบกนิยายมาเต็มพิกัด อีกทั้งกระเป๋าโน้ตบุคที่สะพายเฉียงไหล่ กระเป๋าเสื้อผ้าใบโตที่ยัดชุดมาเป็นสิบในมือซ้าย จะว่าไปก็ทำตัวอย่างกับย้ายบ้าน จึงได้แต่โอดครวญว่าจะมีปัญญาแบกของพวกนี้เดินเข้าไปถึงข้างในได้อย่างไร

ชั่งใจว่าจะโทรเรียกให้พ่อออกมารับดีไหม แต่นี่กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์ ขืนเขารู้ว่าเธอมาและคาดเดาถึงจุดประสงค์ได้ เธอคงถูกเตะโด่งไปหล่นที่บ้านสวนตั้งแต่ยังไม่เหยียบไร่ ส่วนทิวัตถ์นั้นเธอไม่มีหนทางติดต่อ แม้พอจะทราบมาว่านายแพทย์หนุ่มเปิดคลินิกเลียบถนนเส้นนี้ แต่อยู่ตรงไหนเธอไม่แน่ใจนัก

"เฮ้อ..." ได้แต่ถอนหายใจให้ความโชคร้ายของตัวเอง เริ่มต้นก็ลางไม่ค่อยดี จะรอดไหมนี่งานนี้

ปิ๊น! ปิ๊น!

เสียงแตรที่ดังขึ้นเบื้องหลัง ไม่ได้ดังอย่างขับไล่ สะกิดใจให้กศิณาหันไปมอง

นิ้วเรียวดันหน้ากากหมวกกันน็อกขึ้น ดวงตาหวานจ้องเธออย่างพินิจ คงเพราะทางเข้าซอยนี้ใช่ว่าจะมีคนผ่านบ่อยนัก แถมสภาพกศิณาก็ไม่เหมือนคนที่จะมาเที่ยวรีสอร์ต เจ้าของรถคงประหลาดใจน่าดู

“จะเข้าไปไร่หรือรีสอร์ตคะ หรือจะไปหมู่บ้านไหน มาหาใครหรือเปล่า”

กศิณาหรี่ตามองคนที่ส่งยิ้มเป็นมิตร ก่อนแววตาจะเปล่งประกายด้วยความยินดี

“พี่ช้อง เอ๊ย คุณช้องนางนั่นเอง ใช่จริงๆ ด้วย”

เจ้าของชื่อออกอาการงงเล็กน้อย “คุณเป็นใครหรือคะ รู้จักดิฉันด้วยเหรอ” คิ้วขมวดคล้ายรู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออก

กศิณายิ้มให้อย่างอารมณ์ดี ไม่แปลกใจที่ช้องนางจำเธอไม่ได้ ก็วันนั้นเจอกันแค่ครู่เดียว อีกอย่างหน้าเธอตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกันเสียที่ไหน บอกแล้วการแต่งหน้าสามารถเปลี่ยนผีเป็นคนได้

“ยุ้งข้าวเองค่ะ เราเคยเจอกันที่งานแฟชั่นโชว์ที่ขอนแก่นไงคะ วันนั้นยุ้งอยู่กับคุณศานต์” พูดไปก็พยายามทำตาโตเข้าไว้ เผื่อจะช่วยสะกิดใจช้องนาง

“ยุ้งข้าวที่มากับศานต์...” อีกฝั่งเอ่ยทวนช้าๆ “อ๋อ...คนที่ใส่ชุดขาววันนั้นใช่ไหมจ๊ะ ที่แต่งหน้าจัดๆ หน่อย หู้ว หน้าเปลี่ยนเหมือนกันนะเรา หน้าสดกับหน้าแต่งเนี่ย”

คนหน้าสดยิ้มรับ พยักหน้าหงึกหงักทันที

“มาหาศานต์หรือจ๊ะ มาขึ้นมาเลย เดินเข้าไปอีกตั้งไกล เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปก่อน” มือเรียวตบเบาะด้านหลังใช้ช่วงเวลาที่ขับรถเข้าไร่นี้ทำความรู้จักกันและกัน


*****

เกือบได้เป็นลมเป็นแล้งก่อนถึงไร่แล้วไหมละไอ้ยุ้ง

>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

0 ความคิดเห็น