หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,603 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    609

    Overall
    44,603

ตอนที่ 12 : 3.3 คนแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

“พี่ลินกับพี่รุ้งเรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ”

 “เออจริงด้วย ผมจะบอกข่าวร้ายครับพี่รุ้ง” อาคเนย์รีบพูดแทรกเมื่อนึกได้ “นายศานต์ไม่มีหนทางการติดต่อกับยุ้งข้าว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงเห็นเขาออกไปเจอกันนานแล้ว” ชายหนุ่มแกล้งล้อเลียนเพื่อนไปในตัว

“อ้าว จริงหรือคะน้องศานต์ พี่คุยกับหนูยุ้งถูกคอมากเลย ถึงยังไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้แต่เขาก็มีความรู้พอตัวเชียว ดูเป็นเด็กที่มีไอเดียแล้วก็คุยสนุกด้วย จะถามว่าสนใจมาลองฝึกงานที่นี่ไหม ถ้าฝีมือดีจริงพี่ลินเขาก็ว่าอาจจะรับเข้าทำงาน แต่ก็ต้องลองมาดูก่อน”

พลอยรุ้งที่แอบเก็บข้อมูลผู้จัดการไร่อยู่นานเดินตรงมาที่วงสนทนา ใบหน้าบ่งชัดถึงความเสียดาย ส่วนคนที่ถูกอ้างถึงเงยหน้าขึ้นมอง วางแก้วชาลงแล้วกอดอก

“พี่ได้คุยกับเขาไม่เยอะหรอก แต่ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ศานต์บอกว่าเด็กคนนั้นแต่งหน้าเองถูกไหม แล้วก็เดรปชุดให้เข้ารูปเอง ใช้ได้เลยนะ” คนพูดพยักหน้าหนักแน่นยืนยันคำพูดตน “ไม่มีเบอร์โทรศัพท์หรือว่าที่อยู่เลยเหรอ ทำงานที่ไหนอะไรยังไง”

เจ้าของดวงตากลมส่ายหัวช้าๆ ใบหน้าปรากฏรอยอาวรณ์ เอ่ยเสียงอ่อย “แม้แต่ชื่อจริงผมยังจำไม่ได้เลยครับ วันนั้นตอนไปส่งกลับหอเธอให้ผมส่งแค่หน้าปากซอยแล้วเดินเข้าไป เลยไม่รู้ว่าหออยู่ตรงไหน แล้วพอผมกลับไปเช็กกับอู่รถมอเตอร์ไซค์ที่ขอนแก่นเธอก็มารับรถไปแล้วแต่ไม่ได้ทิ้งเบอร์ไว้ครับ” ศานต์เอ่ยถึงสิ่งที่พยายามทำมาตลอดช่วงเวลาสองอาทิตย์

หลังงานแฟชั่นโชว์เขาต้องรีบไปจังหวัดอื่นต่อ กว่าจะว่างไปตามหาตัวก็สายเสียแล้ว

“จริงๆ เธอบอกว่าเป็นคนโคราชนะครับ มีบ้านสวนอยู่ที่อำเภอเมือง แต่ทำงานที่ขอนแก่นเพราะมีตำแหน่งที่นั่น แต่ไม่ได้คุยลงรายละเอียด”

คนโคราชเหมือนเขาที่เป็นคนอำเภอปากช่อง มีฟาร์มปศุสัตว์และไร่สตรอว์เบอร์รีอยู่ที่นี่ เขาสอบถามเธอคร่าวๆ ตอนรอตรวจที่โรงพยาบาล ส่วนขากลับจากงานเลี้ยงไม่รู้ทำไมหญิงสาวถึงนั่งนิ่งเงียบผิดจากก่อนหน้าที่พูดจาฉะฉาน

มาคิดอีกทีก็แอบเสียใจลึกๆ ที่ลืมถามหนทางการติดต่อ โลกอาจปราณีช่วยดึงคนที่เขาถูกชะตาให้กลับมาพบกันเป็นครั้งที่สอง แต่จะโชคดีมีครั้งที่สามหรือไม่เขาไม่แน่ใจนัก ผู้หญิงคนนี้มีบางอย่างไม่เหมือนคนอื่น ทั้งที่เธอกำลังล้ำเส้น แต่ฝ่ามือที่ไม่ได้เนียนนุ่มเฉกเช่นผู้หญิงนั่นกลับทรงพลังเหนี่ยวรั้งไม่ให้เขารู้สึกเคว้งคว้าง

“ยิ้มอะไรน่ะแก”

เมื่อถูกทักศานต์ก็เบิกตากว้าง มองหน้าช้องนางทันที “เปล่านี่” นี่ก็แปลก แค่นึกถึงทำไมต้องยิ้ม

“ไม่เชื่อ ต้องมีอะไรแน่ๆ แกกับผู้หญิงคนนั้นมีอะไรที่ไม่ได้เล่าฉันหรือเปล่า บอกมาสิ๊” ช้องนางยังคงไม่ยอมแพ้

ด้วยรู้นิสัยเพื่อนดีว่าต้องไม่ยอมหยุดแน่ๆ ศานต์จึงเฉไปหาคนเป็นผู้ใหญ่กว่า “พี่ลินกับพี่รุ้งมีอะไรอีกหรือเปล่าครับ”

“พี่ว่าจะเอาร่างโครงการให้ศานต์ดูน่ะ ศูนย์หม่อนไหมและผ้าทอที่พี่จะขอซื้อต่อที่ตรงป่าน้ำผุดมาทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ถึงจะทำเป็นสวนเปิดแต่เราก็กะจะคัดคนที่เข้ามา ศานต์ช่วยดูหน่อยนะ เผื่อจะเปลี่ยนใจยอมขายที่” ไพลินลุกขึ้นเดินนำไปยังประตูไม้แกะสลัก

ศานต์เห็นแล้วว่าตรงนี้ไม่มีเอกสารที่ว่านั่น แต่เขาไม่คิดจะเดินตามเมื่อยังยืนยันคำเดิม

“ผมต้องขอโทษพี่ลินด้วยนะครับ แต่ที่ตรงนั้นผมไม่คิดขายจริงๆ ถ้าพี่ลินอยากได้ที่ เดี๋ยวผมสอบถามรอบๆ แถวนี้ให้ แต่อาจจะไกลจากที่นี่หน่อย” น้ำเสียงและทีท่าสุภาพ แต่แววตาเรียบนิ่ง

“ศานต์ปรับโครงการได้เลยนะ เหมือนตอนทำรีสอร์ตอัคก็ได้ ตรงไหนห้ามตัดต้นไม้ พื้นที่ตรงไหนใช้ได้ พี่ให้ศานต์ตัดสินใจทั้งหมดเลย ปล่อยทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์น่า เอามาพัฒนาดีกว่า”

“พี่ลินโฆษณาชวนเชื่อแบบนี้ผมก็ตายสิ นี่ก็กล่อมยังไงมันก็ไม่ยอม หรือเรามาร่วมด้วยช่วยกันแล้วแบ่งที่คนละครึ่งดีไหมครับ” อาคเนย์พูดติดตลก ก่อนหันไปหาช้องนาง “คุณช้องช่วยหว่านล้อมไอ้ศานต์หน่อยสิ นี่จนปัญญาแล้ว”

“คือช้องว่าให้เป็นป่าแบบเดิมน่ะดีแล้วค่ะ” น้ำเสียงนั้นติดจะเกรงใจ แต่ศานต์รู้ดีว่าเพื่อนสนิทหมายความตามนั้น ช้องนางไม่ชอบความวุ่นวาย ไร่ของเขาจึงเป็นไร่ปิด ทั้งที่ตอนนี้ไร่เปิดกำลังนิยมและทำเงินได้มากกว่า อย่างตอนเริ่มสร้างรีสอร์ตของอาคเนย์ ช้องนางก็กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก ลั่นๆ ระเบิดจะลงเสียหลายครั้ง

“ผมถือว่าช้องเป็นเจ้าของที่ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นยืนยันตามช้องครับ” ศานต์ล้อเลียนเพื่อนสนิทไปในตัว ในขณะที่อีกฝั่งหันมาค้อนขวับ

“ไม่เป็นไร แต่ถ้าคิดจะขายเมื่อไหร่บอกพี่คนแรกนะ ถ้าให้คนอื่นพี่ไม่ยอมจริงด้วย” คนคิดจะทำศูนย์หม่อนไหมส่งยิ้มให้พร้อมพยักหน้านิดๆ ก่อนขอตัวเข้าบ้าน

ศานต์รู้ดีว่าไพลินไม่ได้หวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะสำเร็จ แต่สาวใหญ่ค่อยๆ กะเทาะทีละนิดทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเหมือนกับอีกหลายคนที่อยากได้ที่ตรงนั้น อาศัยเจรจาบ่อยๆ หวังให้เขาใจอ่อนยอมตกลง

แต่ศานต์ยังคงหนักแน่น ไม่ขายคือไม่ขาย แม้รู้ดีว่าสักวันหนึ่งที่ดินเจ้าปัญหาอาจทำให้ไร่และคนในปกครองได้รับอันตราย หรือแม้กระทั่งมีคนหมายเอาชีวิตเขาก็ตาม

 

*****

หลงเสน่ห์เขาโดยไม่รู้ตัวเปล่าเนี่ย




>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

0 ความคิดเห็น