หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,878 Views

  • 244 Comments

  • 391 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    44,878

ตอนที่ 10 : 3.1 เด็กสาวในดวงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

เหนือทางเดินหินกรวดคดโค้งไปตามแมกไม้คือโครงเหล็กดัดใช้เป็นแหล่งเกาะพักของเหล่าไม้เลื้อย ทอดยาวไปสู่อาณาเขตที่อยู่อาศัยของเจ้าของรีสอร์ต ศานต์ยกมือขึ้นกันส่วนที่ยาวระลงมาไม่ให้โดนใบหน้าของตน ก่อนจะหยุดมองทางแยกแรกที่ทอดสู่บ้านหลังเล็กด้านขวา พุ่มไม้ดอกสีม่วงชูช่อขนาบสองข้างทาง

ชายหนุ่มอมยิ้ม เห็นทีไรก็อดขำไม่ได้ เมื่อเจ้าของเรือนเล็กหลังนั้นปลูกต้นช้องนางยาวเป็นแถบเพราะชื่อเหมือนคนที่ตัวเองรัก

เขารู้จักช้องนางมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าแทบจะตั้งแต่เกิด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแม่เพื่อนตัวดีหนีไปมีแฟนเป็นที่เรียบร้อย เตรียมพร้อมได้ฤกษ์แต่งงานเสร็จสรรพ ทั้งที่เคยประกาศไว้เสียแน่วแน่ว่า ชีวิตนี้ไม่ขอแต่งงานทิ้งเขาที่ตั้งปณิธานว่าจะโสดตลอดชีพเป็นเพื่อนกันไปอย่างน่าหมั่นไส้

อดที่จะรู้สึกหวิวๆ ในใจไม่ได้ แต่เขาตอบตัวเองได้ชัดว่ามันเป็นเพราะเพื่อนสนิทคือหนึ่งในคนที่เขาพึ่งพิงมาตลอด หากแต่งงานช้องนางก็อาจจะย้ายตามสามีเข้าเมืองหลวง ไม่ใช่เหตุผลว่าคิดเกินเลยไปมากกว่าเพื่อนอย่างที่หลายๆ คนชอบถาม

“อะไรวะ ยังตัดใจไม่ได้อีกเหรอ นี่มันก็จะเข้าปีที่ห้าแล้วนะ”

นั่งไงละแค่นึกถึงมันก็มา เจ้าของร่างใหญ่ผิวเข้มในชุดเสื้อโปโลสบายๆ เดินเข้ามาตบไหล่เขา

“ฉันไม่ได้อะไรกับไอ้ช้องสักหน่อย จะต้องตัดใจทำไม” ศานต์แยกเขี้ยวใส่ ปัดมืออีกฝั่งด้วยท่าทางนึกสนุกมากกว่าจะรังเกียจจริงจัง

“แหมคุณ! ดูไม่ออกเลยเนอะ จริงๆ ตอนแรกฉันคิดว่าแกเปลี่ยนสไตล์ไปแล้วนะ ยายลิลลี่ไม่เหมือนคุณช้องเท่าไร แต่พอเห็นคุณยุ้งข้าวที่แกพามางานวันนั้น ฉันถึงได้รู้”

รอยยิ้มของอาคเนย์ดูมีเลศนัย ศานต์เดาออกทันทีว่าเพื่อนคิดอะไร ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยเขาไม่เคยควงสาวที่ไหน ไม่เคยเล่าเรื่องความรักให้ใครฟัง ถ้าไม่ใช่ว่ามีการชี้ชวนมองคนสวยกันบ้างในบางครา อีกฝั่งคงนึกว่าเขานิยมเพศเดียวกัน

แม้แต่ตอนที่เป็นคู่หมั้นกับลลนาศานต์ก็ไม่ได้อธิบายให้ใครฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในชีวิตของเขาจึงมีผู้หญิงเพียงสองคนที่เคยขึ้นแท่นคนสนิท แม้ความจริงช้องนางน่ะเป็นแค่เพื่อนสนิท แต่อาคเนย์กลับคิดไปไกลเอ่ยแซวจนคู่หมั้นช้องนางหวาดระแวง

ยังดีที่อาคเนย์รู้เรื่องจริงบ้าง รู้ว่าเขาเป็นคนเพื่อนน้อยมาแต่ไหนแต่ไรด้วยกำแพงที่สร้างเพื่อขีดกั้นความสัมพันธ์นั้นสูงนัก แต่สกิลมโนของอาคเนย์ไม่เคยตก เพื่อนคงกำลังคิดว่ากศิณามีลักษณะท่าทางคล้ายช้องนาง จึงทำให้เขาทำความรู้จักกับหญิงสาวได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ก็เขาไม่ได้บอกใครนี่ว่าเคยเจอเธอมาก่อนและรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ตอนนั้น เห็นหญิงสาวไม่ทักแปลว่าน่าจะจำกันไม่ได้ จึงตีเนียนเพราะไม่อยากเสียหน้าว่าเคยเข้าใจว่ากศิณายังเด็ก ทั้งที่เมื่อแต่งหน้าแต่งตัวดีๆ ก็เป็นสาวเต็มตัวทีเดียว

“ว่าไงว่าไง” อาคเนย์ยังคงหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี

“นี่ไปกันใหญ่ละ ฉันไม่ได้ชอบยุ้งข้าว รู้จักแต่ชื่อกับหน้า ประวัติอย่างอื่นก็ไม่รู้ ทางติดต่อยังไม่มีเลย” คนสูงกว่าชูมือขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่สิ่งที่หลุดจากปากเขาทำให้เพื่อนตัวดีถึงกับปล่อยก๊าก

“นั่นไง แสดงว่าอยากได้หนทางติดต่อ ถึงรู้ว่าตัวเองไม่มีน่ะ”

“คุณอัคอย่าแกล้งไอ้ศานต์สิคะ เขินตัวแดงหมดแล้วเนี่ย” ช้องนางตะโกนมาแต่ไกลขณะเดินออกจากบ้านของคู่หมั้นหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนของรีสอร์ตแห่งนี้ร่วมกับอาคเนย์ แล้วพบเห็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงถกเถียงกันด้วยประเด็นน่าสนใจ

น่าสนว่าควรจะแกล้งคนตรงหน้าเสียหน่อย

“ตลกแล้วไอ้ช้อง ใครเขิน ตากแดดมาต่างหากเว้ย ว่าแต่แกเถอะมาสวีทกับว่าที่สามีเหรอ”

“เนี่ยคุณอัครู้ไหม จริงๆ แล้วศานต์เขาไม่ได้ชอบคุณยุ้งข้าวหรอก ยายลิลลี่ก็ไม่ใช่ ช้องยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ไอ้ศานต์มันมีสาวที่อยู่ในดวงใจมันมาเป็นสิบปีแล้ว” ประโยคสุดท้ายช้องนางแกล้งป้องปากทำท่ากระซิบกระซาบกับอาคเนย์อย่างคนอยากจะเผาเพื่อน แต่ต้องการให้เพื่อนรู้ด้วยจึงใช้เสียงไม่เบานัก

“ใครอ่ะ ผมไม่เห็นเคยรู้เลย โธ่ กั๊กเหรอวะ แค่นี้ก็ไม่บอก” อาคเนย์กำหมัดแน่นแล้วพุ่งใส่แขนของเขา คาดโทษถึงความลับที่ไม่เคยแพร่งพราย

สมัยเรียนทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันนัก เพราะศานต์ใช้เวลาไปกับการทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน จึงไม่มีเวลาสุงสิงกับเพื่อนคนไหน แต่ด้วยความที่คุยกันถูกคอทำให้มีการติดต่อกันสม่ำเสมอ ร่วมลงทุนด้วยกันบ้าง ในที่สุดอาคเนย์ก็ขอซื้อที่ของศานต์เพื่อทำรีสอร์ต หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนบ้านกันมาตลอดจนสนิทสนม แต่ศานต์กลับไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องราวในชีวิตบางอย่างให้อีกฝั่งฟัง

“แกอย่าไปฟังมัน ไอ้ช้องมันเพ้อ” ศานต์โบกมือปัด คล้องคออาคเนย์แล้วออกแรงลากไปที่เรือนหลังใหญ่ทางด้านซ้าย อยากจะหนีแม่คนชื่อเหมือนดอกไม้สีม่วง แต่ไม่วายถูกช้องนางตามป่วนเดินประชิดกล่าวไม่หยุด

“ศานต์รักเด็กค่ะ มันเป็นโลลิ ชอบเด็กน้อยวัยใส”

“ห๊า ไอ้ศานต์ คุกนะนั่นแก “

“ไอ้ช้อง เกินไปละ ห่างกันแค่สิบกว่าปี ตอนนี้น้องก็คงบรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่โลลิแล้วเว้ย”

คนถูกกล่าวหาว่าเสน่หาผู้เยาว์รีบปล่อยมือจากคอของอาคเนย์ หันไปหาเพื่อนสนิทด้วยรู้สึกอยากส่งฝ่ามือโบกหัวแม่ตัวดีที่ยืนทำหน้าทะเล้นยิ้มไม่เกรงใจเขา

“แน่ะ” ช้องนางยกนิ้วชี้หน้า หัวเราะคิกคัก กล่าวต่อด้วยใบหน้าของผู้เหนือกว่า “เห็นไหมคะ รู้ด้วยว่าช้องพูดถึงใคร โธ่แก แอบรักแอบชอบมาตั้งแต่ตอนน้องเขาเป็นเด็กหญิง นี่มันโคแก่กินหญ้าอ่อนชัดๆ” 


*****

ใครกันน้าสาวในใจคุณศานต์




>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #197 jeauan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:45

    เราพอจะรู้ละว่าพี่ศานต์แอบชอบใคร

    #197
    1
    • #197-1 PRKR (@nahnwum) (จากตอนที่ 10)
      14 กันยายน 2561 / 22:46
      รู้แล้วก็ จุ๊ จุ๊ ไว้น้าาาา
      #197-1
  2. #130 วรรณลักษณ์ เทพรัศมี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 19:37
    นางน่ารัก
    #130
    1
    • #130-1 Your smile keeper (@nahnwum) (จากตอนที่ 10)
      4 ธันวาคม 2560 / 00:31
      ช่ายๆ น่ารักเนอะ
      #130-1