หนึ่งถ้อยร้อยพันธะ : Word is Bond

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 44,665 Views

  • 244 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    671

    Overall
    44,665

ตอนที่ 1 : 1.1 แรกพบสบตา เมื่อเจอหน้าเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

ศานต์แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องแปลก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในตอนนี้ หรือย้อนไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

เขาสะดุดตากับใครบางคนที่ยืนตรงนั้น ทั้งที่เจ้าของร่างสมส่วนแต่งตัวธรรมดา เสื้อยืดหลวมโพรกกับกางเกงกีฬาขาสั้นพอดีเข่าขับให้ดูคล้ายเด็กน้อยมากกว่าจะเป็นหญิงสาว ไม่น่าดึงดูดสายตาใครได้ แต่ที่เขายังติดใจอาจเป็นเพราะเธอพึ่งโดนเบียดตกจากรถไฟ ใบหน้ากลมแป้นเหยเกเมื่อเท้าเปลือยเปล่ากระทบพื้นปูนขรุขระ แต่เพียงไม่นานเธอกลับแย้มยิ้มช่วยประคองหญิงชราสองคนขึ้นรถไฟ ต่อด้วยอุ้มเด็กเล็กส่งขึ้นด้านบน แถมสุดท้ายยังยืนช่วยคนอยู่ตรงนั้นราวกับเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าขบวน รอจนหมดหน้าที่เธอถึงก้าวขากลับขึ้นรถไฟปิดท้าย

ศานต์พุ่งตัวไปเบื้องหน้าโดยไม่คิด รู้อีกทีก็เข้าประชิดร่างนั้นเสียแล้ว

รองเท้าหายหรือหนู

คนถูกดึงปลายแขนเสื้อชะงักกึก เธอเอียงคอมองเขาหัวจรดเท้า วินาทีต่อมาก็สะบัดแขนไม่พูดไม่จา เขาจึงกำมันแน่นขึ้น

กรุณาปล่อยด้วยค่ะ! ดวงตาวาววับเอาเรื่อง น้ำเสียงราบเรียบแต่ดังเผื่อแผ่ให้คนรอบข้างได้ยิน

เมื่อศานต์รู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทจึงรีบปล่อยมือ ผงกศีรษะเป็นเชิงขอโทษ อาแค่จะบอกว่า...

คุณศานต์ครับ ผมขนไปขึ้นรถเลยนะครับ

เสียงที่ดังมาจากไกลๆ เรียกความสนใจของศานต์ เมื่อเห็นผู้สูงวัยกว่ากำลังยกของหนักจึงวิ่งไปช่วย ไม่วายหันกลับมาหาเด็กสาวที่มองตามเขาด้วยสายตางุนงง

คู่ใหญ่หน่อย แต่ดีกว่าไม่มีใส่นะ อามีอีกคู่ในรถ

ส่งยิ้มเป็นมิตรแถมให้ทว่าเด็กสาวกลับไม่สนใจ เธอก้มหน้าก้มตาสำรวจสิ่งที่เขาทิ้งไว้บนพื้น และเมื่อเจ้าหล่อนเงยหน้าอีกครั้ง ศานต์ก็ประจักษ์แก่ใจแล้วว่าสะดุดตาเพราะอะไร

ใบหน้าแป้นแล้นพร้อมแก้มยุ้ยๆ ที่กลมเป็นลูกยามฉีกยิ้มกว้างไง ยิ้มจนดวงตาเรียวยาวยิบหยี มันช่างคุ้นตาคุ้นใจ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

เอ่อ...เมื่อกี้มีอะไรหรือเปล่าครับ ผู้ที่ยืนรออยู่ถามเมื่อเขาเข้าใกล้

ศานต์ยังคงหันกลับไปมองเด็กคนนั้นเป็นระยะ

มีเด็กไม่ใส่รองเท้าผมเลยให้รองเท้าแกไปครับ เดี๋ยวผมไปใส่คู่ในรถก็ได้มีเผื่อไว้อยู่ กล่าวพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า อาจเพราะความอิ่มเอมที่ได้รับจากการเป็นผู้ให้หรือไม่ก็รอยยิ้มสดใสที่ยังติดตา

คนฟังมองตามเด็กโชคดีคนนั้นพลันชะงัก คิ้วขมวดมุ่น

นั่นมัน...

คนรู้จักอาเชษหรือครับ ศานต์ถามด้วยความสนใจ

เปล่าครับ กลับไร่กันเถอะ

เสียงหวูดที่ดังกระชั้นเป็นสัญญาณว่ารถไฟกำลังจะเคลื่อนจาก ศานต์หันกลับไปมองอีกครั้ง พบว่าคราวนี้นอกจากเด็กคนนั้นจะส่งยิ้มแก้มปริให้ยังโบกมือไหวๆ คล้ายคุ้นเคยกันเสียอีก

เขาเผลอหลุดหัวเราะทันที ครู่ก่อนยังทำท่าจะแหวแถมแยกเขี้ยวเข้าใส่ ถ้าปากกว้างพองับหัวเขาได้ก็คงทำไปแล้ว ทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนอารมณ์เร็วนัก

เด็กอะไรประหลาดชะมัด เขาพึมพำแต่ไม่วายโบกมือกลับ โบกไปอย่างนั้นแหละ ถือเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีอันดีงามแม้ว่าจะไม่มีโอกาสเจอกันอีกก็ตามที

ชีวิตของเขา...โลกไม่เคยเหวี่ยงคนที่จากไปแล้วให้หวนคืนมา แต่ศานต์ไม่คาดคิดเลยว่าครั้งนี้เขาจะคิดผิด เมื่อเด็กคนนั้นกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้งในเวลาแค่เพียงหนึ่งอาทิตย์

ทำไมเขาถึงรู้หรือ?

ทั้งที่ตอนนี้คนตรงหน้าใส่เสื้อโปโลกับกางเกงสแลค ดูยังไงก็วัยทำงานไม่ใช่เด็ก แถมบนศีรษะยังประดับด้วยหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ มองผ่านๆ แยกยากว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่ตอนที่มอเตอร์ไซค์เธอล้มแล้วเจ้าตัวเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกขึ้นเพื่อมองสำรวจรถ ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นทำให้เขาระลึกถึงใบหน้ากลมแป้นได้ในทันที เธอหันมาสบตาเขาเพียงนิด ปิดหน้ากากหมวกกันน็อกลงเมื่อคนขับรถของเขาก้าวมายืนด้านหลัง

หญิงสาวยืนนิ่งหน้าตรงหันมาทางเขา ถึงไม่เห็นสายตาแต่ศานต์ก็รับรู้ได้ว่ากำลังโดนจ้องมอง เขาจ้องเธออย่างไม่ลดละเช่นกัน อยากรู้ว่าอีกฝั่งจะจำได้หรือไม่

แต่เธอก็นิ่งค้างเช่นนั้นไม่เอ่ยปากทักอะไร ริมฝีปากที่ตั้งใจจะเปิดยิ้มส่งให้จึงเม้มแน่นในทันที


 





ฝากเพจ>>>>> เพจปรกร PRKR <<<<<ด้วยน้า เผื่อใครไม่ได้เป็นสมาชิกเด็กดีหรือไม่ได้กด Fav. ไว้ จะได้ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

0 ความคิดเห็น