ลูกสาวรักเเรกกับคุณพ่อเเรงค์หนึ่ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,833 Views

  • 73 Comments

  • 421 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    394

    Overall
    7,833

ตอนที่ 25 : ยารักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

"คะ...คุณจะฆ่าผมหรอ..."นักวิทยาศาสตร์ที่ตื่นขึ้นถามออกมาอย่างกลัวๆ ผมส่ายหน้าให้เขาเเทนคำตอบ ก่อนจะพูดออกไปว่า

"ผมเเค่ต้องการบางอย่างจากคุณ...มอริส เเอนดิสัน"

"คะ...คุณรู้ชื่อผมได้ไง"มอริสที่เห็นว่าผมรู้ชื่อของเขาก็ตกใจมาก ผมจึงพูดตอบเขาไปตามตรงว่า

"ป้ายชื่อบนอกคุณน่ะ..."

"อะ...อ้อ ป้ายชื่อหรอกเหรอ...ตกใจหมดเลยเเหะ"

ดูจากท่าทางของชายตรงหน้าเเล้ว เขาเหมือนจะเป็นพวกประเภทที่ไม่ได้เรื่องสักเท่าไร ผมชักจะกังวลจริงๆเเล้วว่าเรื่องของโชที่บอกเอาไว้จะเป็นความจริงเเน่หรือเปล่า เเต่ด้วยความที่ผมลงมือมาถึงขั้นนี้เเล้ว การจะกลับไปมือเปล่าก็ไม่ใช่นิสัยของผมสักเท่าไร ดังนั้นผมจึงพูดถามเขาออกไปอย่างเรียบๆว่า

"ศูนย์วิจัยของคุณ...ทำงานเกี่ยวกับอะไร"

"งะ...งานวิจัยหรอครับ กะ...ก็เรื่องทั่วปะ---อ้าก!!!!"ยังไม่ทันที่มอริสจะได้พูดจบ จู่ๆในตอนนั้นร่างกายของเขาก็ได้เกิดการกระตุกขึ้นอย่างรุนเเรง เส้นเลือดสีเเดงได้ปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างของเขา มอริสกลิ้งไปมากับพื้นราวกับลูกบอลของเล่น ก่อนที่ภายในไม่กี่สิบวินาทีมันจะหายไป มอริสหอบหายใจไปมาอย่างหวาดกลัวอยู่บนพื้น ผมที่เห็นเเบบนั้นจึงพูดบอกเขาไปตรงๆว่า

"อย่าคิดที่จะพูดโกหก...ตอนคุณหลับ ผมฉีดเซรุ่ม L-12 เข้าไปในตัวคุณเเล้ว มันจะทำงานก็ต่อเมื่อสมองของคุณต่อต้านการพูดความจริง ผลร้ายที่เบาสุดคือการที่หัวใจของคุณเต้นเเรงกว่าปกติ 1000 พันเท่าในสิบวินาที หรือเเย่ที่สุด...คือการที่สมองของคุณจะหยุดทำงานถาวร"

"คะ...คุณทำเเบบนี้ทำไม ทะ...ที่นี่ไม่มีอะไรที่คุณต้องการหรอก ดะ..ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ อย่าฆ่าผมเลย..."มอริสอ้อนวอนออกมาทั้งๆน้ำตา ผมที่เห็นเเบบนั้นก็ยิบบัตรสีขาวของโชขึ้นมาให้เขาดู

"ศาสตราจารย์ โช บอกให้ผมมาพบคุณ...เขาบอกผมว่าคุณสามารถหาทางรักษาอาการบ้าคลั่งของพวกกลายพันธ์ได้ นั่นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า..."

"ศะ...ศาสตราจารย์โช คุณหมายถึงด็อกเตอร์ โช กริมเเสตง น่ะหรอ"มอริสทำท่าทางตกใจ ก่อนจะพูดถามออกมา ผมเองที่ได้ยินเเบบนั้นก็พยักหน้าตอบกลับไป

"ใช่..."

มอริสหรือนักวิทยาศาสตร์ชายคนนั้นที่ได้ยินคำพูดของผมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที

"ที่เเท้คุณก็คือ โนเอล คาดิน อาโบอัส(พระเจ้า)...ทำไมคุณถึงไม่บอกเรื่องนี้ให้ผมรู้เร็วกว่านี้ล่ะครับ ผมนึกว่าตัวเองจะถูกฆ่าซะเเล้ว"

"คุณรู้จักผมงั้นหรอ..."ผมพูดถามออกมาอย่างเเปลกใจ เพราะเท่าที่ดูเเล้ว ผมคิดว่าชายตรงหน้าไม่ใช่ชาวโลก รูปร่างเขาดูเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ยกเว้นการที่เขามีเขาสีดำอยู่บนหน้าผากข้างซ้าย เขาน่าจะเป็นคนจากดาว อโพดิอุส

มอริสที่ได้ยินคำพูดของผมก็พยักหน้าตอบรับออกมา...

"ครับ ผมรู้เรื่องของคุณมามาก...ด็อกเตอร์โชเคยเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังเยอะเลย เมื่อไม่นานมานี้เขาก็พึ่งติดต่อผมมาเหมือนกัน บอกว่าคุณอยากได้ยาต่อต้าน BR-01 ของผม...เเต่ไม่คิดเลยว่าการพบกันครั้งเเรกมันจะเป็นเเบบนี้ไปได้"มอริสพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ตัวผมที่เห็นเเบบนั้นก็ก้มหัวขอโทษเขาเล็กน้อย

"ขอโทษ..."

"ฮะๆ...อย่างที่ด็อกเตอร์โชพูดเลย คุณนี่เป็นพวกตายด้านอย่างที่เขาพูดจริงๆด้วย"มอริสพูดด้วยรอยยิ้มขำๆ เหมือนว่าเขาจะอารมดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

มอริสเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เหมือนเดิม ก่อนจะเริ่มพูดขอโทษออกมาอย่างเศร้าๆว่า...

"เเต่ว่า...ผมต้องขอโทษคุณโนเอลด้วยจริงๆ ผมคงจะไม่สามารถหายารักษา BR-01 ให้กับคุณได้อีกเเล้ว"

"...ศูนย์วิจัยของคุณจะถูกยึดงั้นหรอ"

มอริสที่ได้ยินคำพูดของผมก็พยักหน้าตอบกลับมาเล็กน้อย...

"ครับ ก็อย่างที่คุณเห็น...งานวิจัยในห้องๆนี้เป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ของผม ส่วนต่างๆถูกทางพวก โนวฟิล ศูนย์วิจัยใหญ่ของที่นี่ทำลายไปหมดเเล้ว ไม่มียารักษาอีกต่อไป...มะรืนนี้ผมต้องขนของกลับบ้าน เเละกลับไปใช้ชีวิตห่วยๆที่นั่นเหมือนเดิม"

"เเล้วผมสามารถหายารักษาได้จากที่ไหน..."ผมไม่ได้สนใจในเรื่องชีวิตอันเเสนเศร้าของมอริส สิ่งที่ผมสนใจเพียงอย่างเดียวคือเขามียารักษาหรือไม่ เเละถ้าไม่มีผมจะสามารถหามันได้จากที่ไหน...เเน่นอนว่าถ้าชายตรงหน้าตอบว่าไม่รู้ หรือไม่สนใจ ผมก็จะจากไปทันที...เเต่ถ้าเขารู้เรื่องของเซลีนมากเกินไป ผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องฆ่าเขาทิ้ง

ซึ่งมอริสที่เห็นว่าผมกำลังถามถึงยารักษา เขาก็หันกลับมามองทางผมราวกับกำลังมีความหวัง...

"ถ้าเรื่องยารักษาตัวเก่าที่คุณอยากได้ล่ะก็...มันคงจะไม่มีหวังเเล้วล่ะ ตะ...เเต่ถ้าเป็นยาตัวใหม่ล่ะก็ ไม่เเน่ว่าคุณอาจจะช่วยผมได้!"

"หมายความว่าไง..."ผมพูดถามออกมาอย่างสงสัย มอริสจึงพูดอธิบายเรื่องทั้งหมดกับผมออกมาว่า

"ความจริง...ตอนนี้ผมกำลังวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของยาตัวใหม่อยู่ ละ...เเล้วถ้ามันสำเร็จ ไม่เเน่ว่ามันอาจจะมีอานุภาพมากพอที่จะทำให้พวกจีโอมอฟสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามเเบบมนุษย์ปกติเลยก็ได้ ทะ...ที่ผมหมายถึงคือ ยารักษานั่นอาจจะมีความรุนเเรงมากพอที่จะทำให้พวกจีโอมอฟที่กลายพันธ์ถึงระดับ 6 กลับกลายมาเป็นรูปเเบบขั้นต้น หรือมนุษย์กลายพันธ์ระดับ 3 ถะ...ถ้าผมทำสำเร็จ ยาชนิดนี้จะกลายเป็นสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้นับล้านเลยนะครับ"

"งั้นหรอ..."

"เเล้ววิธีการคืออะไร..."ผมถามออกมาสั้นๆ มอริสก็ยิ้มกว้างพร้อมกับตอบออกมาด้วยท่าทางที่มั่นใจว่า

"วิธีการ...คือผมต้องการตัวอย่างเลือดของพวกกลายพันธ์ระดับ 9 เเล้วก็ขอนักวิทยศาตร์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือดอย่างละเอียดหลายสิบคน กับเงินทุนอีกประมาณ 400 ล้านดอลลาร์...เเค่นี้คุณพอจะช่วยผมได้ไหม"

"ได้...เเต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือมันจะต้องใช้เวลานานเเค่ไหน"ผมพยักหน้าตอบกลับไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะพูดถามออกมาอีกครั้ง

มอริสที่ได้ยินคำถามนั้นก็หน้าซีดเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาด้วยท่าทางลังเลว่า...

"ระ...เรื่องนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวอย่างที่ได้มา พวกเราไม่สามารถบอกได้เเน่ชัดว่าจะใช้เวลาทั้งหมด---"

กรึก...

"เวลาที่เเน่นอน...อย่าอ้อมค้อม"ผมพูดพร้อมกับจ่อมีดในมือไปที่ชายตรงหน้า มอริสที่เห็นเเบบนั้นก็รีบตอบออกมาทันทีว่า

"สะ...สี่ปีครับ!! รวมเวลาการหาผลเสียเเละจุดบกพร่องของตัวยาด้วย อย่างต่ำก็สี่ปีครับ!"

ผมที่ได้ยินเเบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย...

"นานเกินไป...ผมต้องการไวกว่านั้น"

"ละ...เเล้วคุณต้องการเร็วเเค่ไหน"

"24 ชั่วโมง..."

มอริสที่ได้ยินเเบบนั้นก็ถึงกับร้องโวยวายออกมาทันที

"นะ...นั่นมันไวเกินไปเเล้ว!! เป็นไปไม่ได้หรอก...ไม่มีทางทำได้เเน่!"

"เป็นไปได้...ถ้าคุณใช้เครื่องเร่งอนุภาพเวลา เพื่อเร่งเวลาในการทดสอบตัวยาต่างๆให้ไวขึ้น เเละไม่จำเป็นต้องทดสอบมันในเวลาเเค่สามปี เเต่จะเร่งดูผลเสียของมันในระยะเวลา 100 ปีก็ยังทำได้..."

"ตะ...เเต่เครื่องเร่งอนุภาพเวลามันราคาเเพงเกินไป คุณกับผมไม่มีปัญญาซื้อมันหรอก..."มอริสรู้ดีว่าตัวเองไม่มีปัญญาซื้อของไฮเทคที่มีมูลค่าหลายพันล้านเเบบนั้นได้จึงทำหน้าเซ็งๆออกมา เเต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดของผมต่อจากนั้น เขาก็ถึงกับตกจากเก้าอี้ทันที

"ผมมีอยู่ที่บ้านสามอัน..."

"ห้ะ..."

"เมื่อก่อนคนรู้จักของผมชอบใช้มันดองไวน์เอาไว้บ่อยๆ...เเต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำอะไรเเบบนั้นเเล้ว ส่วนใหญ่ก็ปล่อยทิ้งเล่นเอาไว้ในห้องครัว เป็นเเค่ของประดับเก่าๆที่ไม่ได้ใช้เเล้ว"

"อะ...เอาเครื่องเร่งอนุภาพเวลา มาใช้เป็นที่ดองไวน์งั้นหรอ...คุณต้องล้อผมเล่นเเน่"

"ถ้าคุณอยากได้มัน...ผมสามารถเรียกให้คนนำมันมาที่นี่ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง"ผมพูดพร้อมกับยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะกดส่งข้อความไปหามิว ให้ส่งเครื่องนั่นมาที่นี่ทันที ซึ่งระยะเวลาการส่งทั้งหมดก็คงจะราวๆหนึ่งชั่วโมงพอดี

"ตะ...เเต่ถึงจะมีเครื่องเร่งอนุภาพเวลา เเต่ผมก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือดเลยนะ"มอริสพยายามพูดเถียงออกมาอย่างไม่ยอมเเพ้ ผมที่ได้ยินเเบบนั้นจึงส่งไอดีเเชทของ ลีน หญิงสาวนักวิจัยเพื่อนสนิทของผมไปให้กับมอริส ก่อนจะพูดบอกเขาไปว่า

"เพื่อนของผมคนนี้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของระบบเลือดทุกอย่าง...ถ้าคุณต้องการถามอะไร เธอสามารถตอบคุณได้"

มอริสที่ได้ยินเเบบนั้น เขาก็เเทบจะไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เขาจึงพูดถามกับผมออกมาอย่างไม่เเน่ใจว่า

"ดะ...เดี๋ยวนะ ตอบ?...นี่คุณจะให้ผมสื่อสารกับเธอผ่านทางเเชทงั้นหรอ"

"ใช่...ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอจึงไม่สามารถมาที่นี่ได้ด้วยตัวของเธอเอง เเต่คุณสามารถถามเธอถึงเรื่องที่คุณอยากรู้ได้ตลอด"

มอริสที่ได้ยินเเบบนั้นก็ทำท่าเหมือนจะสติเเตก เขาจึงจัดการส่งข้อความไปถามลีนทันทีถึงเรื่องระบบของเลือดเเบบละเอียด ที่ตัวเขามั่นใจว่า ต่อให้จะเป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องของระบบเลือดเองก็คงไม่มีทางตอบได้ง่ายๆเเน่ ซึ่งหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ลีนก็อ่านข้อความของมอริส...เเต่ก็ไม่มีการตอบอะไรกลับมา ผมจึงบอกให้เขาเขียนส่งไปว่า โนเอลเป็นคนขอร้องมา ซึ่งเมื่อมอริสพิมไป...ในตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้ตอบคำถามของมอริสกลับมาเเทบจะทันที ซึ่งเนื้อความด้านในทั้งหมดก็เเทบจะทำให้มอริสไม่อยากจะเชื่อ เขารู้ได้อย่างเเน่ชัดว่าหญิงสาวคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของเลือดอย่างเเท้จริง ถึงคำที่พิมมาพวกนั้นจะมีการจิกกัดเเละเเซะตัวเขาอยู่เล็กน้อย เเต่มอริสก็ดูเหมือนกำลังอึ้งอยู่กับเนื้อความด้านในของหญิงสาวซะมากกว่าที่จะสนใจเรื่องพวกนั้น

เมื่อได้เรื่องทุกอย่างเกือบครบเเล้ว สิ่งสุดท้ายที่เหลือก็คือ...การตามหาตัวอย่างของพวกกลายพันธ์ระดับ 9

สาเหตุที่มอริสต้องการได้ตัวอย่างของพวกระดับ 9 ก็มาจากเรื่องที่เลือดของพวกมันเป็นประติกิริยาเร่งที่ดีที่สุดสำหรับงานวิจัย พูดง่ายๆ...ยิ่งมีตัวอย่างระดับสูงมากเท่าไร ผลการวิจัยก็จะยิ่งมีโอกาศสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น เเต่ปัญหาก็คือความหายากของมัน

เเม้เเต่ศูนย์วิจัยเเห่งนี้ก็ยังไม่มีตัวอย่างของพวกกลายพันธ์ระดับ 9 อยู่เลย พวกเขามีดีที่สุดก็เเค่พวกกลายพันธ์ระดับ 7 ซึ่งเป็นของหายากที่มีเพียงหยดเลือดเพียงไม่กี่หยดเท่านั้น ว่ากันว่าตัวอย่างของพวกระดับ 8 กับ 9 มีราคาสูงชนิดที่ว่าเเม้พวกผู้ปกครองประเทศบางรายจะใช้เงินทั้งชีวิตของพวกเขาซื้อมัน ก็อาจจะได้กลับมาเพียงเเค่เลือดหยดเดียว

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไร...พวกกลายพันธ์ปกติก็เป็นพวกหายากอยู่เเล้ว ยิ่งเป็นพวกสัตว์ร้ายที่มีระดับกลายพันธ์สูงกว่า 6 ขึ้นไปด้วย บางตัวนั้นอาจจะเเข็งเเกร่งเทียบเท่ากับพวกวอยด์ระดับเท็นตัวเต็มวัยเลย

ผมเองก็เคยเจอพวกกลายพันธ์ระดับ 10 มาบ้างเหมือนกัน...เเต่เรื่องพวกนั้นมันก็ผ่านมานานมากเเล้ว เเถมตอนที่ผมเจอพวกมันเเต่ล่ะครั้ง ยังเป็นที่ดาวอื่นไม่ใช่ที่โลก เเละเรื่องที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ...เรื่องที่ผมดันไม่สามารถนำซากของพวกมันกลับไปที่โลกได้เลยสักครั้ง สาเหตุก็มาจากการที่ร่างของพวกมันดันถูกพวกกลายพันธ์ตัวอื่นๆคาบหนีไปซะก่อน เเม้จะอยากไล่ตามไป...เเต่ตอนนั้นก็ดันติดภารกิจอื่นอยู่ด้วย ผมจึงไม่สามารถตามร่างของมันไปได้ เเละเรื่องมันก็มักจะเป็นเเบบนั้นอยู่เสมอ จนมีอยู่ครั้งนึงที่ผมเคยถูกวอยด์ระดับเบ็ง คาบเจ้าตัวกลายพันธ์ระดับ 10 นั่นหนีไปต่อหน้าต่อตา เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทุกครั้งที่นึกถึงเลย

เเต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีหนทางอยู่ซะทีเดียว...เนื่องจากเรื่องที่ผมพึ่งได้ยินมาจากโรซาเรียเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ว่ามีพวกจีโอมอฟซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ผมจึงคิดไปว่าไม่เเน่หนึ่งในพวกนั้น อาจจะมีพวกระดับ 6 หรือ 7 อยู่บ้างสักตัวสองตัว ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะเจอกับระดับ 8 หรือ 9 ก็ได้ เเละถึงเเม้จะไม่เจอระดับ 9 เเต่เเค่พวกระดับ 6 หรือ 7 ก็มากพอที่จะทำยารักษาได้เเล้ว เเค่อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่ผมคิดสักวันสองวัน เเต่เรื่องเเค่นั้นมันก็เล็กน้อย...เพราะผมมีความอดทนมากพอที่จะรออยู่เเล้ว

ถึงเเม้ในอดีตพวกจีโอมอฟจะเคยเป็นมนุษย์มาก่อน เเต่การที่พวกมันบุกเข้ามาฆ่าล้างผู้คนในสถานที่เเห่งนี้ ผมก็จะขอนับว่าพวกมันเป็นสัตว์ร้ายที่ต้องกำจัดทิ้งเพียงอย่างเดียว...เเละถึงเเม้ผมจะไม่ได้อยากทำ เเต่ผมก็คงต้องขอให้พวกมันบางตัวกลายเป็นเหยื่องสังเวยเพื่อกลายเป็นยารักษาของเซลีน ลูกสาวของผม...เเม้ว่านั่นจะเป็นการที่ผมต้องฆ่าล้างพวกมันเเบบล้างโคตรก็ตาม

หลังจากคุยกับมอริสเสร็จ โรซาเรียที่เห็นผมเดินออกมาจากศูนย์วิจัยก็พูดถามออกมาเป็นชุดๆว่าผมทำเเบบนั้นลงไปทำไม ซึ่งผมก็ตอบเธอไปตามตรงว่า เป็นภารกิจที่รีน่าสั่งให้มาทำ โรซาเรียที่ได้ยินเเบบนั้นก็ทำท่าไม่เชื่อออกมา เเต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะยอมเเพ้ เพราะไม่ว่าจะพูดถามผมเเค่ไหน ผมก็ไม่ยอมตอบเธอเลย

โรซาเรียพาผมมาส่งที่ห้องพักเหมือนเดิม...ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองต่อ ซึ่งผมก็บอกลากับเธอก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เเน่นอนว่าผมไม่ได้บอกเรื่องที่ผมจะตามล่าพวกจีโอมอฟให้เธอฟัง เพราะไม่เเน่บางทีโรซาเรียอาจจะรู้เรื่องของเซลีนเข้า เเละผมเองก็ไม่ได้อยากจะถูกรีน่าบ่นเพิ่มสักเท่าไร ที่ดันไม่บอกเรื่องนี้ให้เธอได้รู้ สาเหตุหลักๆที่ผมไม่ยอมบอกเธอก็คือ...ผมกลัวว่ารีน่าจะเป็นห่วงผมมากไป เพราะในอดีตก็เคยมีเรื่องคล้ายๆกันเเบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่ต้องการให้เธอรู้สึกเเย่อีก จะบอกว่าผมทำเพื่อตัวเองก็ไม่ผิดนัก เพราะยังไงสุดท้ายมันก็เป็นความจริง...

ผมกลับเข้าไปที่ห้องพักของตัวเอง...ก่อนจะจัดการเตรียมของบางอย่างเพื่อเตรียมตัวไปล่าพวกจีโอมอฟ เเต่ในระหว่างที่ผมกำลังเตรียมสิ่งของต่างๆอยู่ ผมก็กลับสัมพัสไม่ได้ถึงคลื่นพลังจิตจากห้องของพวกเด็กๆ

ผมจึงลองเดินไปตรวจดูที่ห้องของพวกเธอ...ซึ่งบาเรียที่ถูกคลุมเอาไว้ในห้องก็ยังคงทำงานอยู่ เเต่ว่าร่างที่อยู่บนเตียงทั้งสองนั้นกลับ...

หายไป

*จีโอมอฟ คือคำเรียกของมนุษย์ที่กลายพันธ์เป็นบางสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไป มีระดับความเเข็งเเกร่งที่สูงกว่าพวกสัตว์กลายพันธ์หลายเท่า ยิ่งมีระดับพลังจิตที่สูงมากเท่าไร ระดับความเเข็งเเกร่งของจีโอมอฟตัวนั้นก็จะยิ่งสูงขึ้น ส่วนใหญ่ที่พบเห็นจีโอมอฟทั่วไป จะมีระดับกลายพันธ์อยู่ที่ 5 ถึง 7 ยังไม่เคยมีใครพบเห็นระดับที่สูงกว่า 7 มาก่อน หรืออาจจะเคยมี เเต่เเค่ไม่มีใครสามารถรอดชีวิตกลับมาบอกให้คนอื่นรู้ได้...*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #63 sorawitbai (@sorawitbai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:40

    เริ่มลงรัวๆเลยเเหะ ขอบคุณพระคุณเป็นอย่างสูงมากคร๊าบบบบบบบบบบบบบ

    #63
    0
  2. #62 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:04
    ป๋ารวย ป๋าใหญ่ ป๋าแบ็คเยอะ เปย์หมดตัวเพื่อลูกสาว ฮ่าๆๆๆๆ ว่าแต่คำว่าพระเจ้าหลังชื่อนั่นนามสกุลหรือคำอุทานของนักวิทยาศาสตร์หว่า
    #62
    3
    • #62-1 NivablesoKonosaei (@nahero) (จากตอนที่ 25)
      12 มกราคม 2562 / 20:05
      คำอุทานครับ นึกเอาว่า โอ้มายก็อด ประมาณนั้น
      #62-1
    • #62-3 NivablesoKonosaei (@nahero) (จากตอนที่ 25)
      12 มกราคม 2562 / 20:18
      ถะ..ถูกต้องครับ เเม้เเต่พวกวอยด์เองก็ยังล่าพวกกลายพันธ์ด้วยเช่นกัน
      #62-3