Born Lover เกิดจากความรัก

ตอนที่ 3 : Born Lover 2 บังคับโลกไม่ให้วนมาเจอกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 พ.ย. 63

Born Lover 2

 

3 ปีผ่านไป

เรย์  รักชลิต คือชื่อของผม ความหมายของมันคือ ผู้รุ่งเรืองและเป็นที่ชื่นชอบ

 

“คุณเรย์แสตนบายด์ต่อโชว์นี้เลยนะคะ ถ้าทุกอย่างพร้อมดิฉันจะมาแจ้งอีกทีค่ะ”

“ครับ”

ผมทำเพียงตอบรับไปหนึ่งคำ แล้วหันมาจดจ้องภาพในจอโทรศัพท์ต่อ เธอไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่คือผู้หญิงที่หายจากชีวิตของผมไปเมื่อสามปีที่แล้ว

จอมนรี...

ในตอนนั้นผมเป็นเพียงซุป’ตาร์ที่กำลังมีทีท่าว่าจะดังเป็นพลุแตก แต่มันก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อมีเรื่องอื้อฉาวระหว่างผมกับ ‘แฟนสาวนอกวงการ’

กระแสในตัวผมตอนนั้นลดฮวบอย่างทันตาเห็น ยอมรับว่าความคิดแรกในหัวที่ผมจะใช้แก้ปัญหาคือการบอกความจริงกับทุกคน โดยไม่สนแม้กระทั่งชื่อเสียง เงินทอง  หรือความฝัน

ทว่าก็มีหลายคนที่ขัดแย้ง ทั้งผู้จัดการส่วนตัว และจอมนรีแฟนของผม

ผมพอจะรู้นิสัยพี่เอกว่ายังไงก็ไม่มีวันทำให้ภาพลักษณ์ผมเสียหาย ส่วนจอมเขานับเป็นคนที่จัดอยู่ในลำดับท้าย ๆ ที่จะทำร้ายผม

แล้วจู่ ๆ เธอก็หายไปจากชีวิตของผมจริง ๆ หายไปโดยไม่ปรึกษา ไม่บอกลา และไม่บอกเหตุผลอะไรกับผมเลย

มันดูเหมือนผมกลายเป็นคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไร ปล่อยให้ใครต่อใครจัดการชีวิตให้ส่วนผมทำได้เพียงนั่งเงียบและปล่อยให้มันเป็นไปตามในสิ่งที่ทุกคนต้องการ

ความจริงถูกดัดแปลงจนบิดเบือนกลายเป็นอีกเรื่องราว จากแฟนสาวกลายเป็นน้องสาวที่อยู่กับผมในคอนโดคืนนั้น

จู่ ๆ เรื่องราวที่ไม่น่าจะมีใครเข้าใจ กลับถูกยอมรับอย่างง่ายดายและเรื่องมันก็เงียบหายไป

จู่ ๆ หลังจากวันนั้นก็มีแต่งานหลั่งไหลเข้ามา รูปของผมถูกติดอยู่แทบทุกที่ ทั้งป้ายรถเมล์ บนตึกสูง ขวดเครื่องดื่ม กระปุกครีมหลายยี่ห้อ ถุงขนม ขวดน้ำอัดลม แม้กระทั่งบนถุงผ้าลดโลกร้อนก็ยังมีรูปของผมปรากฎ

ผมอยู่ในทุกที่ทว่ากลับมองไม่เห็นเธอเลย ผมหาเธอไม่เจอ...ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวใด ๆ เหมือนเธอได้หายไปจากโลกของผมแล้วจริง ๆ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ละความพยายามที่จะตามหาเธอต่อ ถึงแม้ข้อความที่ส่งไปจะไม่มีใครกดมาอ่าน ถึงแม้โทรไปทุกครั้งจะไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายปลายทาง แต่ผมก็ยังทำเหมือนเดิม

ทำเหมือนเดิมจนกระทั่งวันนี้ก็ยังคงไม่ล้มเลิก

“ถึงคิวแล้วค่ะคุณเรย์” เสียงของทีมงานคนเดิมดังขึ้นหลังจากบานประตูถูกผลักเข้ามา ผมมองรูปผู้หญิงคนเดิมในจออยู่ชั่วครู่จากนั้นจึงปิดลงแล้วเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้ออีกตัว

“ครับ”

ผมตอบคำเดิมอีกครั้งแล้วเดินนำออกไปยังเวที วันนี้เป็นวันสิ้นปีในฐานะนักแสดงและนักร้องจึงต้องมาร่วมงานเพื่อรอนับเวลาถอยหลังไปพร้อมกับทุก ๆ คน

แต่ใครจะรู้ว่าคนที่ผมอยากจะนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่วันใหม่ด้วยไม่ใช่คนทั้งหมดที่อยู่ในโดมแห่งนี้

“เรย์ คืนนี้ทำให้เต็มที่นะ อ่อ แล้วพอจบงานก็อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะมีแฟนคลับรอให้ของหลังเวที”

พี่เอกเดินเข้ามาประกบหลังจากผละตัวออกจากเด็กในสังกัดคนใหม่

เดี๋ยวนี้เขามีเด็กในสังกัดเพิ่มแล้วล่ะ น่าจะหนึ่ง สอง หรือไม่ก็สามคนผมจำไม่ค่อยได้

“ผมให้หนึ่งชั่วโมง”

ผมรู้ว่าการรอใครสักคนมาหามันนานและทรมานเกินกว่าใครจะเข้าใจ แต่เวลาของผมที่สามารถให้ได้ก็มีแค่นั้นจริง ๆ

“อืม เทคแคร์พวกเขาดี ๆ ล่ะ กลุ่มนี้เขาเงินหนัก”

ท้ายประโยคพี่เอกเข้ามากระซิบข้างหู แต่พอยิ่งได้ยินประโยคนี้บ่อยเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรังเกียจ

“ผมไม่ต้องการเงินจากพวกเขา อย่าให้ผมรู้ว่าพี่แอบรับเงินแล้วใช้ชื่อของผมไปอ้างอีก”

บ่อยครั้งพี่เอกจะแอบรับเงินจากแฟนคลับที่ต้องการสนับสนุนผมเข้าบัญชีตัวเอง นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบมากที่สุด เป็นความจริงที่ผมขายหน้าตา แต่ผมทำอาชีพนักแสดงและนักร้อง ทุกวันนี้ที่มีเงินใช้จ่ายก็เพราะมีแฟนคลับสนับสนุน แต่ผมก็มีจรรณยาบรรณของผมเหมือนกันที่จะไม่รับเงินจากพวกเขานอกเหนือจากงานที่ตัวเองทำ

“หวังว่าพี่จะไม่ทำนะครับ”

ผมทิ้งท้ายประโยคไว้เพียงเท่านั้นก่อนเดินขึ้นเวที ผมเลือกจะเมินเฉยต่อสายตาไม่พอใจ และวันนี้คงจะเป็นวันสุดท้าย...

วันสุดท้ายที่ผมจะเตือนเขา

 

 

 

 

ริว รักนรินทร์ คือชื่อของลูกชายฉัน ชื่อนี้หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่และเป็นที่รัก

“น้องริว อย่างเพิ่งกวนแม่จอมสิคะ” ฉันหันไปเอ็ดลูกชายตัวเล็กวัยสองขวบที่กำลังยื่นถ้วยลายปลานีโม่ใบโปรดมาบังหน้า ขณะที่ฉันกำลังตั้งกล้องเตรียมรีวิวอาหารที่ลูกค้าเพิ่งส่งมาให้ลงเพจ

“มะอิ่ม” อ่า...ไม่อิ่ม

เมื่อลูกทำแววตาสลดส่งมาให้ ฉันก็เริ่มใจอ่อนอีกครั้งแม้มุมปากของลูกชายตัวเล็กผิวขาวจั๊วะจะเลอะไปด้วยเม็ดข้าวก็ตาม

“แต่น้องริวกินหมดไปสองถ้วยแล้วนะครับ”

“อาหร่อย ตะเอาอีก”

ทำเมนูปลาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที วันนี้ที่มูลนิธิทำข้าวต้มปลาน้องริวเลยเจริญอาหารเป็นพิเศษ

เจริญจนแม่จอมเริ่มจะปวดหัวซะด้วย...

กลัวว่าพุงน้อย ๆ ของเขามันจะแตกก่อนน่ะสิ ทั้งที่ฉันไม่ชอบกินปลาแท้ ๆ แต่ทำไมลูกชายถึงชอบนักชอบหนาก็ไม่รู้

“แม่จอมให้อีกแค่สองช้อน แล้วน้องริวนั่งกินเงียบ ๆ โอเคไหมคะ” สองช้อนที่ว่าหมายถึงสองช้อนโต๊ะของผู้ใหญ่นะ

“สามมะได้เหยอ” เดี๋ยวนี้ชักจะแสบใหญ่ มีต่อรองด้วย

“ไม่ได้แล้วค่ะ เดี๋ยวข้าวต้มปลาจะไม่มีเหลือให้พี่ ๆ ตอนเที่ยงนะคะ แถมน้องริวก็จะปวดท้องมาก ๆ เพราะกินเยอะเกินอีกด้วย”

ฉันค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็นด้วยเหตุผล เพราะพอยกเรื่องพี่ ๆ ในมูลนิธิมาพูดทีไรเขาก็จะยอมทุกที

“ก็ด๊ะงับ” (ก็ได้ครับ)

พอเห็นว่าลูกยอมพยักหน้ารับฉันจึงก้มลงไปหอมแก้มมอมแมมนั่นฟอดใหญ่ทันที ถึงแม้จะคาวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นปลาแต่แก้มนุ่มของเขาก็ยังน่าฟัดสำหรับฉันเสมอ

“นี่ครับ อย่าลืมว่าต้องทานเงียบ ๆ อย่าส่งเสียงดังนะครับ แม่จอมขอทำงานหาเงินแป๊บนึง โอเคไหมครับ”

ฉันวางถ้วยข้ามต้มลายปลานีโม่ที่ตักจนเต็มไว้ด้านหน้าลูกชาย ก่อนยกมือขึ้นเตรียมไฮไฟต์เพื่อเป็นคำสัญญาว่าน้องริวจะทำตามที่แม่จอมคนนี้ขอ

“อะเคงับ”

ป๊าบ!

ตบมือกันได้ป๊าบใหญ่จึงก้มไปหอมแก้มลูกอีกครั้งก่อนหันมาทำงานที่ค้างไว้ต่อ

งานที่ฉันทำคือรีวิวอาหารทุกประเภทลงบนเพจของตัวเอง ตอนนี้ก็มีคนติดตามห้าหมื่นกว่าแล้วล่ะ และกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ฉันเปิดเพจใหม่ตั้งแต่สองปีที่แล้วเพราะเพจเดิมเรย์รู้จักและใช้ไอจีส่วนตัวที่ไม่มีใครรู้จักติดตามอยู่ แต่ตอนนี้ก็บล็อกเขาไปแล้ว..เพราะเขาไม่ควรรู้

ฉันรีวิวแบบไม่เปิดเผยใบหน้าและดัดเสียงพากย์เป็นการ์ตูนตามที่ออกแบบไว้เป็นโลโก้ของเพจแทน

มันเป็นตัวการ์ตูนเจ้าปลาหางนกยูง ส่วนชื่อเพจคือ ปลาจะ ‘ริววี’ ที่สามารถผวนได้ว่า ปลาจะรีวิวน่ะ

ฉันรับริวิวทั้งตามร้านอาหารซึ่งต้องไปริวิวถึงที่ ในกรณีนี้ค่อนข้างเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์โลกกลม ทุกครั้งที่รับงานฉันจึงต้องเช็กให้ดีก่อนว่าวันนั้นเรย์มีตารางงานใกล้แถวนั้นไหม นอกจากนั้นยังริวิวอาหารสำเร็จรูป รวมถึงทำอาหารเมนูสุขภาพของเด็ก และอาหารงบน้อยอุดมไปด้วยโภชนาการ~

สองคอนเทนต์หลังได้แรงบันดาลใจมาจากน้องริวแล้วก็เด็ก ๆ ที่มูลนิธิน่ะ

ฉันต้องทำอาหารที่มีประโยชน์ให้พวกเขาได้กินแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเซฟเงินในมูลนิธิให้มากที่สุดด้วย

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ยอดบริจาคที่ปกติเคยบริหารได้ยาวจนถึงกลางปีตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบเดือนชนเดือนแทน

บางเดือนแทบจะไม่พอด้วยซ้ำเพราะยอดบริจาคลดลงไปมาก

จึงเป็นสาเหตุที่ว่าฉันต้องทำงานหนักขึ้นหน่อย...ส่วนพี่เหมยและพี่คนอื่น ๆ ในมูลนิธิ วันนี้ไปเปิดกล่องขอบริจาคที่ถนนคนเดิน แล้วก็จะเข้าไปขออนุญาตตามสำนักงานต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนและมหา’ลัยด้วย

เราเริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่สามเดือนให้หลัง กลัวเหมือนกันว่าเดือนหน้าค่าใช้จ่ายจะไม่พอ...

สงสารก็แต่เด็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไร เขาเองก็อยากจะได้อุปกรณ์ใหม่มาใช้เรียนหนังสือแต่ช่วงนี้ฉันก็ได้แต่บอกว่าขอให้รอไปก่อน

เดี๋ยวก็มีคนใจดีเขามาแจกให้พวกเรา

สำหรับฉัน มันน่าปวดใจจริง ๆ นะ ทุกครั้งที่ต้องเห็นพวกเขาใช้ดินสอแท่งเล็กที่จับแทบไม่ได้ หรือเห็นเสื้อผ้าตัวเดิมของพวกเขาที่ต้องใส่ซ้ำไปซ้ำมา มีพรสวรรค์ด้านการวาดรูปแต่ไม่ได้เรียนวาดรูปกับครูที่เก่ง ๆ อยากออกไปเที่ยวข้างนอกแต่ฉันทำได้เพียงพาไปทัศนศึกษาที่วัดข้างมูลนิธิ

มันน่าปวดใจจริง ๆ ที่ฉันสามารถทำเพื่อพวกเขาได้เท่านี้ 

"พี่ลักษณ์ วันนี้ไปขอบริจาคเป็นยังไงบ้างคะ"

ฉันเดินออกมาคุยกับพี่ลักษณ์นอกโรงนอนเมื่อพาเด็ก ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว รวมถึงน้องริวด้วย...

รายนี้เล่นกับพี่ ๆ จนเหนื่อยแล้วก็ผล็อยหลับคาอกฉันไปตั้งแต่สามทุ่ม เขายังไม่อย่านมน่ะทุกคืนเลยอ้อนแต่จะขอเสมอ

'หิวง่ะ นม หิวนมงับ'

ทั้งปากทั้งตาออดอ้อนแต่จะเอาให้ได้ แล้วฉันก็เป็นแม่ประเภทที่ใจอ่อนให้ลูกอยู่ตลอดด้วย ทั้งที่ตั้งใจว่าจะอย่านมให้แล้วแท้ ๆ

อย่ามาอ้อนเชียว แม่จอมใจแข็งไม่พอหรอก

"เหมือนเดิมนั่นแหละจอม บางที่เขาก็ไม่อยากให้เราเข้าไป กลัวเราเป็นพวกมิจฉาชีพทั้งที่พี่ก็เอาหนังสือรับรององค์กรให้ดูแล้ว ขอร้องแล้วขอร้องอีกแต่ก็ได้มาไม่มาก...คนเรามันต้องทำบุญด้วยใจเนอะ จะไปบังคับเขาให้มาบริจาคก็ไม่ได้เพราะบางคนเขาก็ไม่ได้มีมากมายอะไร"

หลังอธิบายจนจบพี่ลักษณ์ก็ถอนหายใจเสียยืดยาว พี่ลักษณ์คือคนแรก ๆ ที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิบ้านเติมรักขึ้นมาและปัจจุบันก็เป็นหัวหน้าของพวกเราทั้งหมดด้วย

"จอมว่าจะออกไปหางานทำ...อย่างน้อยวุฒิที่จบมาจะได้เอาไปใช้หน่อย"

"จอมหนีเขาอยู่ไม่ใช่รึไง ถ้าออกไปทำงานจะไม่เสี่ยงเหรอ"

พี่ลักษณ์หันมาสบตาถามตรง ๆ อย่างคนที่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

พี่ลักษณ์ถือเป็นบุคคลที่สามที่รู้เรื่องราวในชีวิตของฉันทั้งหมด นอกนั้นก็จะมีพี่เหมยและพี่อุ้มรุ่นพี่คนสนิทเจ้าของร้านอาหารสถานที่แรกที่ฉันเจอกับเรย์นั่นแหละ

"โลกคงไม่กลมขนาดที่จอมจะไปเจอเขาในที่ทำงานหรอกค่ะ จอมเรียนจบวิทย์ฯอาหารมายังไงดาราดังอย่างเขาก็คงไม่มีวันเฉียดไปใกล้แถวโรงงานหรอก"

พยายามคิดในมุมบวกที่สุด แต่ใจลึก ๆ ก็กลัวว่าโลกมันจะกลมเกินไปจนหนีไม่พ้นเหมือนกัน

"ถ้าเป็นเวลาอื่นพี่คงจะห้ามจอม แต่ช่วงนี้สถานการณ์มูลนิธิย่ำแย่จริง ๆ ยังไงพี่ก็ฝากจอมช่วยอีกแรงนะ ส่วนน้องริวไว้ใจพวกน้อง ๆ มันได้"

เธอยื่นมือมาตบไหล่ฉันอย่างฝากฝัง ส่วนน้อง ๆ ที่พี่ลักษณ์พูดถึงก็คือรุ่นน้องจากมูลนิธิที่กลับมาช่วยกันดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านของเราหลังนี้

อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ฉันได้รับรู้ว่ามิตรภาพของพวกเรานั้นแน่นแฟ้นกว่าความสัมพันธ์ไหน ๆ แม้จะไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน แต่บางครั้งพวกเรารักกันยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวที่คลานตามกันมาด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

นับว่าฟ้ายังเข้าข้าง ฉันได้เข้าทำงานโรงงานอุสาหกรรมอาหารแปรรูปที่อยู่ไม่ไกลจากมูลนิธิเท่าไหร่นัก ขึ้นรถเมย์สองต่อก็ถึงโรงงานแล้ว

ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ฉันจะเริ่มงานที่นี่ในตำแหน่งผู้ควบคุมคุณภาพของอาหารหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าฝ่ายคิวซี(QC) ฉันยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างและเยอะมากแค่ไหน แต่เดาว่าก็คงหนักพอสมควรเพราะคิวซีคือการตรวจสอบทุกขั้นตอนของการผลิต

คิดอะไรในหัวมากมาย สุดท้ายก็ต้องดึงสติตัวเองกลับมาเมื่อถูกพี่ 'น้ำ' พนักงานในฝ่ายซึ่งเพิ่งรู้จักกันเมื่อวานดุนหลังฉันไปด้านหน้าก่อนกระซิบบอก

"แนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานเลยจ้ะ"

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อจอมนรีอยู่ฝ่ายคิวซี วันนี้เริ่มทำงานวันแรกนะคะ"

ยอมรับว่าประหม่าอยู่หน่อย ๆ แต่พอนึกถึงหน้าเด็ก ๆ ทุกคนและน้องริวความอายทั้งหมดก็ถูกสลัดทิ้งไปจนหมด

"ยินดีต้อนรับจ้าา พี่ชื่อ 'น้อย' เป็นหัวหน้าแผนกคิวซีนะวันนี้พี่จะเป็นคนสอนงานน้องเอง"

พี่ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเสื้อกาวด์สีขาวเดินเข้ามาจับมือฉันอย่างป็นมิตรแล้วแนะนำตัว ในขณะที่สายตาของทุกคนในห้องปฏิบัติการยังมองฉันอย่างไม่ลดละ

ก็พอเข้าใจนะว่าถ้ามีน้องใหม่ทุกคนคงจะอยากเห็นหน้ากัน แต่ฉันก็ภาวนาขอให้ทุกคนมองกันแค่วันนี้วันเดียวก็พอ เพราะรู้สึกไม่ชินกับสายตากับผู้คนเลยสักนิด

"แผนกเราทำงานหนักกันหน่อยนะน้องจอม แต่พี่ไม่ค่อยห่วงหนูเท่าไหร่เพราะเกรดที่จบมาดีมาก ๆ"

อ่า...เธอคงจะเห็นผลการเรียนของฉันที่แนบกับเอกสารต่าง ๆ ตอนมาสมัครงานนั่นแหละ

"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ จอมยังต้องเรียนรู้จากพี่ ๆ อีกเยอะ" ฉันตอบอย่างถ่อมตัว

"แต่พี่สงสัยอยู่อย่างหนึ่งนะ ตั้งแต่จบมาน้องจอมไม่เคยทำงานมาก่อนเลยเหรอ พอดีในใบประวัติการทำงานมันถูกเว้นว่างไว้น่ะพี่เลยสงสัย"

เธอเลิกคิ้วถาม ส่วนฉันก็ได้แต่เงียบไปหนึ่งอึดใจ...

จะตอบว่ายังไงดีล่ะ พอเรียนจบจอมท้องแล้วก็ต้องเลี้ยงน้องริวมาตลอดสองปีนี้ แบบนั้นเหรอ...

แต่ไม่ได้หรอก

"เอ่อ...จอมทำงานที่มูลนิธิบ้านเติมรักน่ะค่ะ แต่ช่วงนี้ที่มูลนิธิขาดรายได้จอมเลยต้องมาทำงานเพิ่มเพื่อหาเงินไปเลี้ยงเด็ก ๆ"

สุดท้ายก็เลือกบอกไปตามความจริง แต่แค่ไม่ได้เล่ารายละเอียดอย่างถูกต้องมากสักเท่าไหร่นัก

"..."

อ่า หลังเล่าจบแทนที่จะได้รับฟีดแบกตอบกลับมา ทุกคนกลับนิ่งเงียบกันหมดจนกระทั่ง

"นางฟ้าาาาา"

ผู้ชายในวัยรุ่นราวคราวเดียวกันเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและเป็นอีกหนึ่งคนที่จ้องฉันตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้

"นางฟ้าชัด ๆ โคตรสวยแล้วยังโคตรใจบุญ"

"ให้มันน้อย ๆ หน่อยไอ้หนึ่ง"

เพื่อนข้าง ๆ เขายกมือตีหัวไปหนึ่งที ก่อนจะหันมาถามฉันต่อจากเพื่อนของตัวเองที่ชื่อว่า 'หนึ่ง'

"แล้วมูลนิธิอยู่ตรงไหนครับ เผื่อวันไหนพวกเราว่าง ๆ จะได้ชวนกันไปบริจาคของให้เด็ก ๆ บ้าง"

"อยู่ใกล้ ๆ นี่แหละค่ะ เดี๋ยวไว้จอมจะแชร์โลเคชั่นให้นะคะถ้าพี่คนไหนสนใจอยากร่วมบริจาค หรือถ้าไม่สะดวกไปถึงที่ก็สามารถโอนให้ได้ที่บัญชีธนาคารมูลนิธิเลยค่ะ"

เมื่อสบโอกาสฉันก็รีบบอกช่องทางต่าง ๆ คำว่าหน้าด้านวนเวียนอยู่ในหัวแต่ฉันไม่สนแล้วล่ะว่าคนอื่นจะมองยังไง

เพิ่งรู้จักกันวันแรกก็ขอเรี่ยไรเงินจากพวกเขาซะแล้ว

"พี่เคยได้ยินมาก่อนนะ มูลนิธิบ้านเติมรักมีเด็กเกือบครึ่งร้อยเลยหนิ" พี่น้อยซึ่งเงียบไปนานเอ่ยเสริมขึ้นมา

"ใช่ค่ะ" ฉันทำเพียงตอบรับสั้น ๆ ถ้าเป็นแต่ก่อนก็จะมีผู้ใหญ่หลายท่านมาดูเด็กเพื่อรับไปอุปการะแต่เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดีพวกเราเลยต้องดูแลกันเองต่อไป

"ไว้พี่จะทำหนังสือไปถึงผู้จัดการสาขาดูนะ ทุกปีที่นี่จะออกค่ายทำบุญกันอยู่แล้วเผื่อเขาสนใจมูลนิธิของน้องจอมจะได้มียอดบริจาคเพิ่มขึ้น "

"ขอบคุณค่ะพี่น้อย" ฉันรีบยกมือขึ้นไหว้พร้อมยิ้มแก้มปริทันที ถ้ารู้ว่าออกมาทำงานแล้วจะเจอคนใจดีขนาดนี้ฉันคงมาทำตั้งนานแล้ว...

อ่า แต่ตอนนั้นก็ติดที่ต้องดูแลน้องริวเพราะรายนั้นเขาติดฉันแจเลย

"จ้าไม่เป็นไรหรอก งั้นเรามาเริ่มงานกันเถอะเผลอคุยเพลินซะจนพี่ลืมไปเลย"

"ได้ค่ะ ถ้ามีอะไรแนะนำจอมได้ทุกเรื่องเลยนะคะ"

"จอมนี่เป็นคนที่จริงใจและซื่อตรงมากเลยนะรู้ตัวไหม แววตาของน้องพี่สัมผัสมันได้เลย..."

ท้ายประโยคก่อนที่จะแยกย้ายพี่น้ำซึ่งเป็นคนพาฉันมาแนะนำกับทุกคนกระซิบบอกพร้อมจับมือของฉันกุมไว้ราวกับต้องการให้กำลังใจ

"อ่า...ขอบคุณค่ะพี่น้ำ"

คำที่บรรยายความเป็นตัวฉันมันก็ไม่ได้ผิดไปจากที่พี่น้ำพูดไว้หรอก

 

จริงใจ ซื่อตรง และรัก...จนสุดหัวใจ

 

 

 

อย่าลืมแวะเมนต์ให้ไรต์ด้วยนะงับ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #3 c-thnph-udtkthhh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 08:26
    ตามมาจาก รอร.คั้บผ้ม
    #3
    0
  2. #1 -park♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 01:46
    น้องริวน่ารักกกกกกง่าาา
    #1
    0