BLOOD (AllXV) BTS

ตอนที่ 9 : VIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 มี.ค. 60





내 마지막 춤을






“ตะแต่...”


“มันไม่ปลอดภัยแล้ว สภาสูงรู้เรื่องแล้วอีกไม่นานต้องมีคนของสภามา ถึงตอนนั้น...”


แทฮยองจะโดนกำจัดและจองกุกจะโดนโทษสูงสุด


จีมินหันไปมองร่างบางที่นั่งหน้าเครียด ส่วนนายน้อยของเขายังคงนั่งนิ่ง แต่จีมินรู้ดีว่าลึกลงไปจองกุกก็ไร้ทางออกแล้ว


“แทฮยองต้องกลับไป”


“จีมิน...”


“มันเป็นทางออกเดียวที่แทฮยองจะไม่โดนตาม”


“…”


“…”


“นายน้อย...”


“…”


“ขออีกวันเดียว”


“…”


“…”


“วันเดียวเท่านั้น”


“ครับ ตามที่นายน้อยต้องการ” 


จีมินรู้ดีว่าการที่แวมไพร์ห่างคู่ไม่ใช่สิ่งที่ดีซักเท่าไหร่ โค้งคำนับให้ผู้เป็นนายก่อนจะเดินออกห้องให้ทั้งสองได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่มากร่วมกัน


แทฮยองเงยหน้ามองร่างสูงที่ยังคงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นและเดินไปกอดร่างสูง จองกุกชะงักไปและยกมือกอดเอวบางไว้รั้งให้อีกคนเขามาใกล้ แทฮยองลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเบาๆ 


“ไปนอนกันเถอะนะ”


แทฮยองจูงมือมือร่างสูงไปที่เตียงกว้างก่อนจะล้มลงนอนตะแคงข้างเข้าหากัน จองกุกยังคงจ้องมองอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้ปริปากอะไร ใบหน้าเรียวซีดเซียวแต่มีรอยยิ้มบาง แทฮยองลูบแก้มสากเบาๆ


“ไม่เป็นไรหรอก จองกุก”


“…”


“ฉันก็ยังอยู่ที่เดิม มาหาเมื่อไหร่ก็ได้”


แวมไพร์หนุ่มกดจูบบนริมฝีปากบางแรงๆจนเลือดซึม แทฮยองรับตารับความเจ็บปวดที่ร่างสูงถ่ายทอดมา ร่างบางหอบหายใจน้อยๆเมื่อจองกุกละริมฝีปากออกไป มือหนาลูบแก้มนิ่มอย่างหวงแหน ดวงตาสีเงินหลอมไล้มองอักฝ่ายตั้งแต่ดวงตา จมูก ปากและร่างกาย...ที่เป็นของเขาทั้งหมดและพยายามจดจำอีกฝ่ายไว้


‘แทไม่ไปไหนหรอก’


‘เพราะแทจะอยู่ในความทรงจำของจองกุกตลอดไป’


ในใจรู้สึกเจ็บปวดอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ครั้งแรกที่จองกุก เขารู้จักคำว่า การลาจากคือเมื่อตอนเด็กที่แม่จากเขาไป แวมไพร์หนุ่มรู้ดีว่ามันเจ็บปวดราวกับตกนรกหมอดไหม้เพราะตนต้องมีชีวิตอยู่ตลอดไป


“นอนเถอะ”


“อืม ฝันดีนะ”


จองกุกลูบกลุ่มผมนุ่มมือเบาๆ แทฮยองหลับตาลงก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน ร่างสูงจูบหน้าผากของแทฮยองเบาๆ


“ฝันดี คู่ชีวิตของฉัน...”














“ฉันรักนาย”





















“แฮ่กๆ”


แทฮยองสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนเช้าที่แสงแดดสว่างส่องผ่านผ้าม่าน เหนื่อยโทรมทั่วร่างก่อนจะหันไปมองรอบๆก็พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียงเล็กๆในห้องนอนเดิมที่เคยอยู่มานาน แทฮยองยิ้มสมเพชให้ตัวเอง


จองกุกไปแล้วสินะ


“อ้าว คุณยาย?”


เมื่อเปิดประตูห้องออกไปก็พบหญิงชราที่อาศัยอยู่ที่บ้านจองกุกกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร หล่อนยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินเข้าห้องครัวและกลับออกมาพร้อมอาหารเช้าที่ทำอย่างปราณีต แทฮยองนั่งลงที่โต๊ะอาหารแล้วยายแกก็ดันถาดมาข้างหน้าแทฮยอง เดินเข้าครัวไปอีกรอบก่อนจะกลับมาด้วยแก้วชาสีใสเจือม่วง


เหมือนที่จีมินเคยทำให้เขา


“ขอบคุณนะครับ”


แทฮยองลงมือทานอาหารเช้าเงียบๆ เอ่ยปากขอบคุณอีกรอบหลังจากที่ทานเสร็จ ร่างบางทำความสะอาดจานพลางมองไปรอบๆห้องที่ยังคงเหมือนเดิมเพียงแต่มีฝุ่นเกาะเล็กน้อย โทรศัพท์ดังขึ้นพบว่าเป็น ผู้จัดการร้านที่โทรมาบอกให้เขาไปทำงาน แทฮยองเอ่ยปากรับแล้ววางมันลง


“คุณยายครับ อยากรู้มั้ยครับว่าโลกมนุษย์เป็นอย่างไร?”


หล่อนไม่ได้ตอบเพียงแต่ยิ้มน้อยๆและพยักหน้ารับ


“เดี๋ยวผมจะพาไปเองครับ”


















“สภาสูงต้องขออภัยท่านจองกุกกับข้อกล่าวหาทั้งหมด ทางเราไม่พบหลักฐานใดๆและขออภัยที่ล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล”


ดวงตาสีเงินไล่มองสภาสูงแต่ทั้งหมดก็หลบดวงตาคมกริบที่จ้องเข้ามาทะลุปรุโปร่งก่อนที่จองกุกจะปัดมือส่งๆให้สภาสูง ทั้งห้องกลับสู่การประชุมอีกครั้งแต่เรื่องทั้งหมดก็ไม่ได้ผ่านเข้าหัวจองกุกเลยซักนิด ในจิตใจคิดถึงเพียงแต่ร่างบางที่ตนแสนจะโหยหา


เขากับแทฮยองคงไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว


อาจจะเป็นการลงโทษของพระเจ้าที่จองกุกเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าสาปส่ง พระเจ้าถึงแยกจากเสี้ยววิญญาณที่เขารักและทำให้เขาตกเป็นทุกข์ขนาดนี้ จองกุกไม่สนใจว่าแทฮยองจะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาหรือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อะไร


คิมแทฮยองคือคนที่เขารัก แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว


“ยุติการประชุมในวันนี้”


จองกุกยังคงนั่งอยู่เมื่อสมาชิกสภาแยกย้ายกันออกจากห้อง ร่างสูงมองเก้าอี้สีเทานับร้อยในโถงกว้าง ทุกอย่างเงียบกริบ ร่างสูงหยุดยืนจนกลางห้องที่บนพื้นมีลายน้ำสวยบนหินอ่อนตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณ


“ยุนกิฮยอง”


พี่กลางของจองกุกยืนนิ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง ยุนกิค่อยๆเดินลงมาตรงกลางโดยที่ดวงตาสีดำสนิทกำลังมองจองกุกอย่างทะลุปรุโปร่ง


ครั้งนี้จองกุกไม่ได้ห้ามอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาในหัว


“รักมันมากเหรอ? มนุษย์ชั้นต่ำพรรณนั้นน่ะ”


“ใช่”


“หึ น่ายกย่องนะ....รักกันจนถึงลมหายใจสุดท้าย”


“…”


ยุนกิแสยะยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นน้องชายตัวสูงนิ่งไป


“ฉันจะยอม...ฝ่าฝืนกฎเพื่อความรักสักครั้งล่ะกัน”


ยุนกิหลับตาลงไปเพ่งสมาธิไปที่จุดก้นบึ้งของจิตใจที่ตนปิดผนึกมันมานาน ยุนกิเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่มีพลังจิตแข็งแกร่งและที่พิเศษกว่าพลังทั่วไปคือ การหยั่งรู้ถึงอนาคต แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นการฝ่าฝืนกฎสูงสุดของแวมไพร์ทำให้ความสามารถที่ว่าต้องถูกกปิดไว้ แต่ครั้งนี้ยุนกิจะยอมฝ่าฝืน เพราะตอนที่เข้าไปในหัวของจองกุก เขาเห็นภาพบางอย่าง


หัวใจของจองกุกเต้น เมื่ออยู่กับแทฮยอง


หัวใจของแวมไพร์ไม่เคยเต้นเพราะแวมไพร์จัดว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่มีอายุค้ำฟ้า แต่หัวใจจองกุกกลับเต้นเมื่ออยู่กับมนุษย์ธรรมดา ไม่สิ เสี้ยววิญญาณของพระเจ้า


เสี้ยววิญญาณของพระเจ้ามาเกิดย่อมมีเหตุผลทั้งนั้น ซึ่งยุนกิรู้ดี


“มนุษย์นั่นจะต้องตาย”


“…”


“ตายในเร็ววันนี้โดยที่ไม่มีอะไรช่วยได้”


“…”


“แต่…”


“…”



จองกุกเบิกตากว้างกับคำทำนายของยุนกิ รู้สึกก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายจะกลับมาเต้นอีกครั้ง 




“นายน้อย!!”


จีมินเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าตื่นตระหนก


“มีอะไร?”


“ทะแทฮยอง....”














แทฮยองสะลึมสลือตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดเพราะเสียงแปลกประหลาด ร่างบางยันตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่จู่ๆก็ทรุดลงไป ร่างกายรู้สึกเบาหวิวเหมือนจะหมดแรงจึงได้แต่เกาะพนังไปและไปที่ประตูห้องนอน 


ตึง!!


หญิงชรายืนอยู่ห่างจากประตูหน้า หล่อนมือสีหน้าตื่นตระหนกและรีบพยุงแทฮยองให้ห่างจากประตูห้องที่ถูกกระแทกเข้ามาจากข้างนอก


 “คุณยายระวังครับ!!”


ตู้ม!!!


ประตูห้องกระเด็นออก กลุ่มไอสีดำทมิฬลอยเข้ามา แทฮยองรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน อยากจะวิ่งหนีแต่ก็ไม่มีแรงและเป็นห่วงหญิงชราตรงหน้า ฉับพลันสิ่งมีชีวิตไร้รูปร่างที่แทฮยองพบเห็นก็พุ่งเข้ามาหาแทฮยอง ร่างเล็กถอยหลังและล้มลงกลับพื้นแต่เมื่อมันจะเข้าใกล้ งูตัวใหญ่ยักษ์ก็งับมันจนแหลกละเอียด งูตัวใหญ่เกล็ดสีเทาเงาสวยขู่ฟ่อเอาหางมาขดรอบตัวร่างบางไว้พลางหันหน้าไปทางมอนสเตอร์ป็นสิบตัวที่ร้อมรอบ


“คุณยาย...”


“จัดการมัน อย่าทำอะไรมนุษย์นั่น”


เสียงเปี่ยมไปด้วยอำนาจขึ้น ก่อนที่มอนสเตอร์หน้าตาน่าเกลียดจะรุมงูใหญ่ที่เริ่มอาละวาด มันร้องลั่นเมื่อผิวเกล็ดถูกงับจนเลือดไหลแต่ก็ยังสู้เพื่อปกป้องมนุษย์คนนี้ไว้ จังหวะที่งูเผลอแทฮยองถูกมอนสเตอร์ตัวหนึ่งคว้าคอเสื้อและลากออกมาจากการปกป้องของงูใหญ่ มันหันมาหาแทฮยองหวังจะช่วยร่างบางแต่ก็ดิ้นทุรนทุรายเมื่อถูกมอนสเตอร์นับสิบกัดทึ้งก่อนจะกรีดร้องโหยหวนและแน่นิ่งไป


“คะคุณยาย ฮึกๆ”


น้ำตาไหลอาบแก้มใสเมื่อมองสิ่งมีชีวิตอมนุษย์กัดทึ้งเนื้อกินอย่างตะกละตะกลามก่อนที่จะเท้าของใครบางคนมาหยุดตรงหน้า เงยหน้ามองก็พบว่าเป็นชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าคมคายและดวงตาสีเทาสวยน่าหลงใหล ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆให้แทฮยอง


“หาตัวยากเชียว แต่ในที่สุดก็เจอแล้ว”


“…”


“เสี้ยววิญญาณของพระเจ้า”


ร่างสูงคว้าตัวแทฮยองขึ้นมา แทฮยองทุบตีอีกฝ่ายด้วยแรงน้อยนิดไม่ยอมทำตาม ร่างสูงยิ้มขำถูกใจมนุษย์ตัวน้อยในอ้อมแขน


“ตีไปก็เท่านั้นแหละ ใกล้ตายอยู่แล้ว”


“ฮึก ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้”


ลมพัดมาวูบหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะมาอยู่ในกระท่อมร้าง หลังคาผุพังทำให้แสงพระจันทร์เต็มดวงลอดเข้ามาให้แสงสว่าง แทฮยองถูกเหวี่ยงลงไปกับพื้น ร่างบางพยุงตัวเองขึ้นด้วยแรงที่เหลืออยู่แต่ก็ทรุดลงไปกับพื้น


“คุณเป็นแวมไพร์...”


“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิง เพราะฉันเป็นเหนือไปกว่านั้น”


“อะไร?”


“ฉันเป็นผลผลิตจากเผ่าพันธุ์ที่มีความแข็งแกร่งทั้งสองไงล่ะ”


“คุณต้องการอะไรจากผม?”


“แน่นอนว่าเป็นเลือดและ เป็นเหยื่อล่อ...ให้นายน้อยจองกุกมาติดกับ”


“ไม่ จองกุกไม่มาหรอก”


แทฮยองรู้ดีว่าจองกุกไม่มีทางหาพวกเขาเจอ


“ใช่แล้ว แต่ไม่แน่ว่านักท่องฝันจะหาเราไม่เจอและจองกุกมันต้องมาอยู่แล้วล่ะ...”


“โอ๊ย!!”


แขนเล็กถูกฉุดให้ชุกขึ้นยืน แทฮยองน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นสายตาหิวกระหายที่อีกคนมองมาที่ตน ร่างสูงแสยะยิ้มและขยับตัวเข้ามาใกล้หู


“ในเมื่อเมียและลูกของมันจะตายอยู่แล้ว”


!


“ละลูก...”


“หึ วิญญาณบริสุทธิ์สมสู่กับแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ ไม่น่าเชื่อแต่คงต้องเชื่อสินะ สงสัยจังว่าเด็กน้อยคนนี้จะเกิดมาเป็นอย่างไร”


 “มะไม่ อย่า”


แทฮยองเบี่ยงตัวหนีเมื่อมือเย็นเฉียบสัมผัสลงบนหน้าท้องแบนราบ


“ไม่น่าเชื่อ สูบพลังชีวิตไปเยอะเชียว ไม่น่าละคนเป็นแม่ซีดเซียวขนาดนี้”


“ปะปล่อย”


ด้วยสัญชาตญาณแทฮยองพยายามดันตัวออกจากอีกฝ่ายแต่แรงของร่างสูงตรงหน้าก็มากเกินกว่าที่แทฮยองจะขัดขืน


“ชู่ว ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร”


“….”


“เพราะตอนจบนายก็ต้องตายอยู่ดี”


ฉึกก!!!!



STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

24 ความคิดเห็น