BLOOD (AllXV) BTS

ตอนที่ 5 : V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 มี.ค. 60








취해도 돼 이제 널 들이켜








แทฮยองตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวันที่โทรศัพท์มือถือร้องแสบแก้วหู พอกดรับสายก็พบว่าเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่กับมิสคอลอีกเป็นสิบๆ ขอโทษขอโพยยกใหญ่และบอกเหตุผลว่าไม่สบาย ผู้จัดการร้านซึ่งเอ็นดูแทฮยองมาตลอดเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เคยทำงานบกพร่องจึงให้อภัยและบอกให้กลับมาทำงานวันนี้


ร่างบางลุกขึ้นจากเตียง มองไปรอบๆก็ไม่เห็นใคร ฝีปากเรียวยิ้มนิดๆและตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน

















“อาหารได้แล้วครับ”


แทฮยองกลับคืนสู่ชีวิตปกติที่ทำงานที่ร้านอาหารทั้งคืน เป็นอีกคืนที่ต้องวิ่งทำงานหัวยุ่งจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


หรือแม้แต่คิดถึงจองกุก


“เก็บโต๊ะด้วยแทฮยอง”


“ครับๆ”


ร่างบางถืออุปกรณ์ทำความสะอาดไปที่โต๊ะอาหารก่อนจะลงมือเช็ดแล้วฉีดสเปรย์ให้ทั่ว ทั้งวันนี้แทฮยองรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆและรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ร่างกายก็สบายดี รอยแแผลที่เคยมีก็หายไปเพียงชั่วข้ามคืน


ทุกอย่างคงเป็นแค่ความฝันสินะ


จองกุกด้วย


ถอนหายใจและลงมือทำความสะอาดโต๊ะต่อ โดยที่แทฮยองไม่รู้ตัวว่าภายนอกร้านมีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่จ้องมองอยู่


รอให้แทฮยองออกมาจากร้านนั่น



“แทฮยอง มาหาพี่หน่อย”


“ครับผู้จัดการ”


พนักงานคนอื่นกลับไปหมดแล้วมีเพียงแต่แทฮยองที่กำลังเช็ดพื้นอยู่ ร่างบางวางไม้ม๊อป ปาดเหงื่อออกจากหน้าผากและเดินไปหาผู้จัดการ


“ครับนูนา?”


“ไม่สบายเหรอ? หายดีแล้วใช่มั้ย?”


“คะครับ แค่ไข้ขึ้นนิดหน่อย”


“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว อีกอย่างตั้งแต่วันนี้พี่จะขับรถไปส่งที่ห้องเราทุกวันเลยนะ หลังๆนี้ตอนกลางคืนไม่ค่อยปลอดภัย”


“แต่…”


“อย่าเถียง”


“ครับ”


“ดีมากก”


คนอายุมากกว่าลูบหัวแทฮยองอย่างเอ็นดู บอกให้อีกคนเก็บของเตรียมของกลับบ้าน ส่วนตนก็เดินไปปิดไฟ


เพล้ง!


“โอ๊ย!!”


แทฮยองหงายหลังล้มลงไปกับพื้นเมื่อมีบางอย่างพุ่งใส่กระจกจนมันแตกกระจาย มือขาวกุมมืออีกข้างที่โดนกระจกบาด เลือดที่แดงฉานไหลเต็มมือจนหยดลงที่พื้น แทฮยองไม่สามรถเชื่อสายตัวตัวเองได้กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า


ร่างกายคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยวจนไม่รู้ว่าส่วนไหนเป็นอวัยวะ ผิวหนังปูดพองสีเข้มน่ากลัว แต่สามารถสังเกตดวงตาสีแดงที่กำลังจ้องมองมาที่แทฮยองได้และมันก็กำลังก้าวเข้ามาหาแทฮยองเรื่อยๆ ร่างบางถดตัวหนี


“มะไม่ อย่าเข้ามา!”


แทฮยองหลับตาแน่นเมื่อปีศาจตัวนั้นอ้าปากจนปากฉีกออกเผยให้เห็นฟันแหลมคมน่ากลัวที่สามารถฉีกเนื้อแทฮยองออกเป็นชิ้นๆ


ตูม!!


ลมแรงๆพัดมาวูบหนึ่ง เมื่อแทฮยองลืมตาขึ้นก็เห็นเพียงร่างปีศาจที่นอนแน่นิ่งไร้ชีวิตอยู่ตรงหน้าก่อนที่เงาดำจะก้าวมาหาเขา


“อย่า!”


ร่างสูงกว่าดึงตัวแทฮยองขึ้นและกอดรัดอีกคนจนจมอยู่ในอ้อมแขน กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้แทฮยองหยุดมือที่กำลังทุบตีร่างสูง


“จอง…กุก”


แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่กอดแทฮยองไว้ราวกับกลัวว่าอีกคนจะหายไปไหน จองกุกกอดร่างเล็กไว้อยู่เนิ่นนานจนในที่สุดก็ยอมละออกมา มือหนาจับข้างแก้มแทฮยองไว้ ดวงตาสีเงินหลอมจ้องมองแทฮยองด้วยสายตาที่แทฮยองไม่เข้าใจก่อนที่จองกุกจะยกมือข้างที่โดนกระจกบาดขึ้นมา ร่างเล็กสะดุ้งยามลิ้นหนาไล่ผ่านรอยบาดแผลกว้าง แผลเลือดอาบค่อยๆเคลื่อนตัวกลับมาชิดกันและสมานกันในที่สุด


“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ”


เสียงหญิงสาวรุ่นพี่ดังมาจากข้างหลังจองกุก แวมไพร์หนุ่มหันไปมองอีกคนด้วยแววตาเย็นยะเยือกแต่ก็ไม่ได้ทำให้หล่อนกลัว


“ไม่”


“ปล่อยแทฮยอง!”


“คิดว่าจะทำอะไรฉันได้เหรอ?”


“ฉันจะไม่ยอมให้สัตว์อย่างพวกแกทำร้ายวิญญาณบริสุทธิ์อีกแล้ว!!ถ้าต้องตายฉันก็ยอม!!”


แทฮยองชะงักพยายามจะวิ่งไปหาพี่สาวคนสนิทแต่แขนถูกร่างสูงกำไว้แน่นเพื่อไม่ให้หนีไปไหน ร่างบางหันไปมองจองกุกที่กำลังมองอีกคนอย่างดุดัน


“อย่าทำอะไรพี่ผมเลยนะครับ ผมขอร้อง”


“…”


“ปล่อยแทฮยอง! กรี๊ด!”


“เป็นแค่แม่มดกระจอกๆอย่าริจะมาต่อกร..”


“จองกุก!หยุดเถอะ!”


มือขาวจับแขนจองกุกไว้แน่นเมื่อเห็นพี่สาวที่เอ็นดูตนมาตลอดหลายปีล้มลงไปกับพื้น กรีดร้องอย่างทรมานราวกับโดนทำร้าย จองกุกหันมามองแทฮยองนิดๆก่อนจะลากแขนให้อีกคนเดินตามไป เสียงกรีดร้องหยุดลงและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงทำให้แทฮยองหันหลังกลับไปดูหญิงสาวที่นอนอยู่กับพื้น


หล่อนเงยหน้ามามองแทฮยองทั้งน้ำตา


แทฮยองเม้มปากแน่นก่อนจะโดนจองกุกดึงให้มาหยุดอยู่ตรงหน้า มือหนาปาดน้ำตาที่แทฮยองไม่รู้ว่ามันไหลออกมาเมื่อไหร่ออกจากจากแก้มแทฮยอง


“อย่าร้อง”


“…”


“จะไม่ทิ้งอีกแล้ว”


“…”


“พร้อมรึยังล่ะ?”

















แทฮยองหลับตาแน่นเมื่อลมพัดมาวูบก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆคลายอ้อมแขนออก ท้องฟ้าสีหม่นเป็นสิ่งที่แทฮยองเห็นเป็นอย่างแรก ต้นไม้สูงใหญ่นับร้อยต้นและป่าที่ปกคลุมอยู่รอบๆ จองกุกจับมือเล็กไว้ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในป่า ทุกอย่างเงียบสงัดมีเพียงแค่เสียงลมที่พัดผ่านและเสียงฝีเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่งทั้งคู่หยุดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ประตูรั้วเหล็กเปิดอ้าออก


“เดี๋ยว..”


“…”


“ที่นี้ที่ไหนครับ? พาผมมาทำไม?”


“บ้านฉันเอง”


“พาผมมาทำไม ฮึก ทำอย่างนี้ทำไม”


“…”


“ตอบสิ!”


ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกคว้าแขนและดึงเข้าไปใกล้ ลิ้นร้อนลากผ่านต้นคอขาวที่แทฮยองรู้สึกแสบก่อนจะร้อนวูบวาบและจางหายไป มือหนาปาดน้ำตาให้แทฮยองอีกรอบ


“อยู่...”


“…”


“อยู่โดยไม่มีแทฮยองไม่ได้แล้ว”


คำพูดที่ทำให้แทฮยองหัวใจเต้นแรงกว่าปกติจนต้องก้มหน้าลงไม่สบตาร่างสูงก่อนที่จะถูกลากเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าที่แทฮยองเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ คนตัวเล็กมองไปรอบๆอย่างสนอกสนใจแต่เห็นผู้หญิงแก่คนหนึ่งยืนอยู่ทำให้รีบไปหลบอยู่ที่หลังร่างสูง


“ไม่ต้องกลัวหรอก ยายแกไม่กินเลือดคน”


“แต่…”


“มีฉันอยู่จะกลัวอะไรล่ะ”


“ครับ”


ทั้งคู่ขึ้นมาบนชั้นสอง จองกุกเปิดประตูห้องๆหนึ่งออก แทฮยองอ้าปากค้างตะลึงในความหรูหราของห้องนอนที่เป็นเตียงสี่เสาสไตล์ยุโรป มีม่านสีเข้มปิดหน้าต่างแต่ก็มีแสงสว่างเล็กน้อยให้สามารถเห็นได้ 


“ไม่รู้ว่ามนุษย์อยู่กันอย่างไร แต่ก็...”


“ขอบคุณครับ”


แทฮยองยิ้มบางๆ จองกุกเสมอมองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่หัวใจแทบจะกลับมาเต้นอีกรอบอยู่แล้ว


“ไปอาบน้ำสิ”


“ครับ?”


“จะได้มานอนกัน”
















“…”


“…”


ทั้งคู่นั่งอยู่บนเตียง โดยที่ยังไม่มีใครพูดอะไร แทฮยองหลบสายตาคมที่จ้องมาตลอดทำให้ใบหน้าเห่อร้อนไปหมด


“เออ…”


“อะไร?”


“คุณเป็นแวมไพร์จริงๆเหรอครับ?”


จองกุกถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ถึงขนาดนี้แล้วยังต้องพูดอะไรอีกล่ะ”


“คุณ…อายุเท่าไหร่แล้ว?”


“นายอายุเท่าไหร่ล่ะ?”


“ผม 20 แล้วครับ”


อายุแวมไพร์ของจองกุกคือห้าร้อยกว่าปี บวกลบคูณหารแล้วก็ประมาณ 19 ปีของมนุษย์ แสดงว่าแทฮยองอายุมากกว่า จองกุกรีบตีหน้านิ่ง


“500 ประมาณยี่สิบกว่าของมนุษย์”


“อ่า งั้นคุณก็อายุมากกว่าสินะ”


“ใช่”


ไม่ใช่หรอก


โกหกไป เพราะเขาไม่อยากเสียหน้า


“ผม…เป็นอะไร?”


“…”


“ที่นูนาพูดว่าผมเป็นวิญญาณมันหมายความว่าอะไร??”


“…”


“…”


“ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก เพียงแต่ว่าตั้งแต่นี้นายต้องอยู่กับฉันแล้ว”


“…”


“เข้าใจมั้ย?”


“ครับ”


คนตัวเล็กตอบเสียงแผ่ว


“ก่อนจะนอน...”


“…”


“ต้องกินก่อน”


แทฮยองเบ้หน้า


“ไม่กินได้มั้ยครับ”


“ไม่ได้”


มนุษย์ตัวเล็กขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งพร้อมๆกับแวมไพร์หนุ่มที่กัดแขนตัวเองให้เป็นรอยแผลยาวแล้วยกขึ้นไปจ่อปากอิ่มไว้ แทฮยองอ้าปากรับแต่โดยดีก่อนจะดูดดุนเบาๆให้เลือดคาวไหลเข้าปาก ไม่ใช่รสชาติที่น่าจะอรรถรสสำหรับคนทั่วไปนัก


แต่แทฮยองรู้สึกว่ามันทำให้ตนรู้สึกดี


แทฮยองละออกมาจากแขน อาการง่วงนอนเริ่มเข้ามาทำให้มือขาวขยี้ตาน้อยๆ รู้สึกถึงแรงที่พยุงให้เขานอนราบลง


และริมฝีปากเย็นเฉียบที่กดทับลงมาบนอวัยวะเดียวกันก่อนจะบดขยี้ลงมาจนแทฮยองรู้สึกแสบไปหมด


แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันรู้สึกดีมากๆ


ริมฝีปากทั้งคู่บดเบียดกันจนไร้ที่ว่างใดๆ เมื่อแทฮยองใกล้จะผล็อยหลับอยู่แล้ว ร่างสูงจึงละออกมา


“ราตรีสวัสดิ์...”




















“หมายความว่า...”


“จิตวิญญาณบริสุทธิ์มีพลังงานอยู่มากครับ ไม่สามารถอยู่ในกายหยาบได้นานนัก เท่าที่กระผมศึกษามาไม่เคยมีใครอยู่รอดเกินสิบห้าปี ตอนนี้...มีแค่แทฮยองคนเดียว”


“แล้วจะแน่ใจได้อย่างไร...ว่าแทฮยองเป็น”


“จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างมนุษย์จะไม่สามรถถูกทำให้แปรเปลี่ยนได้และไม่มีจิตวิญญาณบริสุทธิ์เกิดเป็นแวมไพร์ แวมไพร์เป็นสิ่งที่พระเจ้าสาปส่งขอรับ”


“…”


“แทฮยองจะมีชีวิตอยู่อีกได้ไม่นานครับ”


“…”


“และไม่มีอะไรที่สามารถจะรั้งเขาไม่ให้กลับไปที่ๆเขาจากมาได้ครับ”

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

24 ความคิดเห็น