[Yaoi] Secret of Magic Oracle มายาเคหาสน์ตุ๊กตา (จบแล้ว)

ตอนที่ 3 : สถาปนิกผู้ล้มเหลว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

(3  สถาปนิกผู้ล้มเหลว

 

 

บอกตรงๆ ว่า ณ จุดนี้ผมไม่แน่ใจนักว่าตกลงเขาเป็นอะไรกันแน่ ระหว่างผู้ช่วย ผู้บุกรุก บัตเลอร์ หรือผีสางเทวดา งงไปหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามหาหลักฐานหรอกนะ แต่ว่าหลักฐานของการเป็นบัตเลอร์ นอกจากทำกับข้าวอร่อยแล้ว เรื่องงานบ้านเนี่ยจะบอกว่าเนี้ยบไม่มีที่ติก็ดูห่างไกลความเป็นจริงไปมากโข ก็... แหม ไม่อยากจะนินทา เขาจะเสียใจไหมถ้าผมจะบอกว่า เครื่องซักผ้ามีฟองฟอดเต็มไปหมดเลย ที่กองอยู่บนพื้นนี่มันคืออะไร ปาร์ตี้โฟมเหรอ ไม่ใช่มั้ง เอาล่ะสิ ตอนนี้เท่ากับว่ามีคนทำงานบ้านไม่ได้เรื่องสองคนมาอยู่ด้วยกัน ลางหายนะมาแล้วรำไร

เขาคงไม่ใช่พวกสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เพราะไม่เคยปรากฏว่ามีพ่อมดแม่มดตนใดในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ล้มเหลวในการซักผ้า

            ผมถอนใจยาว เอาวะ ผมควรมองคนในแง่ดี ถึงแม้ว่าเขาจะทำให้โรลส์-รอยซ์ทั้งคันหายไปได้ในพริบตาก็ตาม โรลส์-รอยซ์เชียวนะ! ผมไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังเลนนี่เดอะบัตเลอร์และโรลส์-รอยซ์ที่หายไป...

            อาจจะเหนื่อยๆ เลยตาลาย ผมชงชาให้ดีกว่า จะได้รู้สึกสดชื่น

            พ่อบ้านต่างด้าว (และเผลอๆ อาจจะต่างดาว) เบี่ยงประเด็นด้วยการไปหาอะไรให้ผมกิน ซึ่งพอได้จิบชาดาร์จีลิงรสชาติดีแล้วก็รู้สึกดีขึ้น

            ไม่ยักรู้มาก่อนว่าบ้านนี้มีชานี้ด้วย

            เป็นหน้าที่ของบัตเลอร์ที่จะต้องคอยดูแลแม้แต่สิ่งที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองต้องการหรือจะต้องการอยู่แล้ว เขารินชาให้ผมอีกหน่อยแล้วรินให้ตัวเองด้วย ดูท่วงท่ากิริยามารยาทแล้ว บอกว่าหลุดออกมาจากนิยายก็พอจะเป็นไปได้ ผมเคยรู้จักบัตเลอร์ประจำตระกูลเศรษฐีอังกฤษมาก็หลาย---

            เปล่า ไม่มีอะไร ผมไม่เคยรู้จักใครทั้งนั้น ไปเป็นกะเหรี่ยงผิวเหลืองอยู่ที่แมนเชสเตอร์มานานแต่ไม่ค่อยรู้จักใครหรอก กลับมายังพูดภาษาจีนได้อีกเพราะคนจีนเยอะกว่าเจ้าของประเทศ ผมก็แค่ไปเรียน หางานทำ สถานการณ์บังคับให้ต้องกลับบ้าน แค่นั้นจริงๆ

            ถ้าคุณอชิตะไม่ว่าอะไร ผมขอไปทำงานก่อน เมื่อกี้ผสมสีค้างไว้

            ผมพยักหน้าแล้วมองตามแผ่นหลังกว้างของพ่อบ้านแสนสุภาพที่หายเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนที่จะถอนหายใจชนิดไม่รู้จะสบายใจหรือกลุ้มใจดี

ไหนๆ ก็ไหนๆ เราก็รู้จักกันแล้ว ผมคิดว่าควรจะอธิบายที่มาที่ไปของสัมมาชีพที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ให้ทุกคนเข้าใจสักหน่อย ผมเป็นสถาปนิก แต่เรียกว่าอดีตสถาปนิกน่าจะเหมาะกว่า เพราะนอกจากบ้านที่ผมอาศัยอยู่ในซอยต้นสนข้างเซ็นทรัล (ก็บ้านหลังนี้นี่แหละ จะเล่าให้ยาวทำไม) แล้ว ผมไม่เคยสร้างบ้านให้ใครอยู่อีกเลย พูดให้ถูกคือ ไม่เคยสร้างบ้านให้สิ่งมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหมาแมวกระรอกนกอีเก้งอะไรก็ตาม ไม่เคยมีใครได้รับบริการจากผม

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเงินทองที่เสียไปตอนเรียนสถาปัตย์ป.ตรี ป.โท ที่อังกฤษจะไร้ค่า เพราะถึงไม่ได้ทำมาหากินด้วยการเป็นสถาปนิกตามที่ร่ำเรียนมา แต่ผมยังต้องใช้ความรู้ทุกแขนงอย่างหนักสำหรับงานโมเดลจำลอง หรือโมเดลจิ๋ว หรือมิเนียเชอร์ หรือสเกลโมเดล จะเรียกอีกกี่ชื่อมันก็สิ่งเดียวกันนี่แหละ ที่ต่างกันก็คือไม่ต้องคำนวณเรื่องแรงฟิสิกส์ หรือขุดไปจะเจอท่อประปาไหม เป็นสถาปนิกที่ทำงานแสนสบาย ไม่ต้องไปฟาดฟันกับที่ดิน ไฟฟ้า ประปา ผู้รับเหมา เพราะงานของผมนี้นอกจากลูกค้ากับผู้ช่วยแล้วก็ไม่ต้องคุยกับใครอีก

ตอนตัดสินใจทำงานนี้เต็มตัวใหม่ๆ นั้น ผมถูกเพื่อนค่อนแคะว่างานการดีๆ มีไม่ทำไปรับงานทำของเล่น พอผมเถียงว่าพวกมึงไม่เคยไปเดินพิพิธภัณฑ์สินะ ทุกๆ แห่งต้องมีงานโมเดลจำลองทั้งนั้นแหละโว้ย มันไม่ใช่ของเล่น แต่มันเป็นงานฝีมือชนิดหนึ่ง อย่ามาดูถูกกัน (หากใครสงสัยว่าทำไมผมถึงกล้าพูดตีแสกหน้าคนอื่นได้ ขอสารภาพเลยว่าตอนนั้นกำลังเมาเบียร์ลิ้นจี่อยู่ ปากคอเลยเราะร้าย ควบคุมคำพูดไม่ค่อยได้) พวกมันก็เลยหุบปากไปและค่อยๆ หายไปจากชีวิตทีละคนสองคน สุดท้ายก็เหลือเพื่อนสนิทอยู่คนสองคน และหนึ่งในนั้นก็คือไอ้เพชร... เพราะมันเป็นช่างภาพนิตยสารแฟชั่น งานประเภทที่ถูกคนอื่นข่มมาไม่น้อยเหมือนกัน มันเลยเข้าใจหัวอกผมดี๊ดี

พูดถึงเรื่องโมเดลจำลอง ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าตัวเองมือขึ้นกับการทำงานประเภทนี้เอามากๆ ถ้าผมเป็นสถาปนิกจริงๆ คงไม่สามารถมีความสุขกับอาชีพของตัวเองได้มากขนาดนี้แน่ๆ เผื่อใครจินตนาการไม่ออก ลองคิดถึงภาพนักศึกษาสถาปัตย์แบกบ้านจิ๋วไปส่งอาจารย์ที่มหา’ลัยเข้าไว้ แบบนั้นแหละ แต่ละเอียดกว่า อลังการกว่า และมูลค่าสูงกว่าหลายร้อยเท่า ในภาพรวมแล้วก็ไม่ต่างจากการทำงานโมเดลสเกลชนิดอื่นๆ เริ่มจากรับโจทย์มา วางแผนออกแบบ เลือกวัสดุ ประเมินราคา ขึ้นแบบสามมิติให้ลูกค้าดู ปรับแก้ เซ็นสัญญารับเงินมัดจำแล้วก็เริ่มทำงานจริงได้ งานโมเดลจำลองที่ผมทำอยู่นี้ในไทยไม่ค่อยฮิตนัก ผมไม่เคยรู้จักใครที่ทำเป็นสัมมาชีพมาก่อน แต่ในต่างประเทศเป็นที่นิยมกันมากทีเดียว ตัวชิ้นงานไม่ใช่แค่ใช้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงสามารถใช้ในการทำฉากภาพยนตร์ด้วย เช่น ซูเปอร์แมนรีเทิร์นส์ หรือปราสาทฮอกวอตส์ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ (โปรดทราบว่าเขาใช้ทั้งสเกลโมเดลและการสร้างภาพจากคอมพิวเตอร์ประกอบกัน) แบตแมน ภาคก็อตแธมซิตี้ หนังดังของลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ เรื่องอินเซ็ปชัน กับหอคอยอันลือลั่น หรือภาพยนตร์ไตรภาคที่เป็นแรงบันดาลใจในวัยเด็กของผมอย่างลอร์ดออฟเดอะริงส์

นอกจากใช้เป็นส่วนประกอบงานศิลปะแขนงอื่นๆ แล้วก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มหนึ่งพอสมควร แล้วแต่จุดประสงค์ บางคนยอมทุ่มเงินเป็นหมื่นๆ แสนๆ ปอนด์เพื่อเนรมิตบ้านตุ๊กตาให้ลูกสาว ผมก็เจอมาแล้ว

ผมใช้เวลาตลอดห้าปีในการเรียนปริญญาตรี สองปีสำหรับปริญญาโท และอีกสามปีเพื่อฝึกฝีมือในการทำสเกลโมเดลจนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ผมอยากให้ใบปริญญาของผมเขียนว่า ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต หลักสูตรโมเดลจำลอง ให้รู้แล้วรู้รอดไป นาทีนี้จะบอกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในหัตถ์เทวะก็ย่อมได้ ลูกค้าจะรีเควสต์อะไร ถ้ามีเงินจ่ายไหวผมก็เสกขึ้นมาได้ทุกอย่างแหละ อย่างบ้านฮอบบิทขนาดเท่าโต๊ะบิลเลียดที่กำลังทำอยู่นี่ก็เป็นโปรเจ็กต์สนุกๆ ที่ผมคิดค่าจ้างไม่แพงเลย... แค่สี่พันปอนด์เท่านั้นเอง (ผลของการอยู่อังกฤษมานานเกินไป ผมคิดเงินลูกค้าในสกุลปอนด์สเตอร์ลิงเสมอ ไม่ว่าเงินจะอ่อนหรือแข็งก็ตาม)

เดือนๆ หนึ่งผมจะทำงานโมเดลจำลองสเกลใหญ่ๆ แค่หนึ่งชิ้นเท่านั้น และอาจจะรับงานเล็กๆ ที่ทำสี่ห้าวันก็เสร็จอีกงาน หลังจากนั้นก็จะใช้ชีวิตอย่างไร้สาระไม่มีคุณค่าอันใดต่อโลกใบนี้นอกจากใช้เงิน ใช้เงินแล้วก็ใช้เงิน  อ้อ โทรหาที่บ้านที่เยาวราชด้วย จะได้ดูเหมือนลูกหลานกตัญญู

การที่ผมโทรไปทุกครั้งหลังจากงานเสร็จเป็นการการันตีว่า ไอ้ตี๋เล็ก (ใครล่ะ ก็ผมนี่แหละ) ยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่ และแม่บ้านไม่อยู่ ก็เลยไม่มีข้าวกิน ฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับบ้านที่เยาวราชเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว ในเมื่อผมเป็นหลานชายคนเล็กผู้เกิดมาบนกองเงินกองทอง อะไรๆ ก็ไม่เอาไหนยกเว้นเรื่องโมเดลจิ๋ว แถมยังไม่ยอมมารับช่วงต่อกิจการที่บ้านด้วย พวกเขาก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา เพราะความไม่เอาอ่าวของผมนั้นย่ำแย่เกินคำว่าธรรมดาไปมาก

บางครั้งนึกครึ้มๆ อยากจะทำตัวมีประโยชน์อีกหน่อย ก็จะกลับบ้านที่เยาวราชไปให้ป๊าอากงอาม่าจิกหัวด่าว่าเป็นลูกอกตัญญูไม่ผ่งไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย ผมจะขอโทษพอเป็นพิธี ไล่เปิดตู้เย็นและตู้กับข้าวด้วยท่าทางเงอะๆ งะๆ แล้วก็นั่งโต๊ะ ทันใดนั้น แอ๊กซิโอ... ของโปรดสารพัดอย่างจะลอยมาตรงหน้าเอง คุณชายอชิตะผู้ทำอะไรไม่เป็นก็เลยทำอะไรไม่เป็นต่อไป แต่อย่างน้อยผมยังขับรถเป็น ก็เลยรับหน้าที่เป็นสารถีจัดคิวตระเวนรับส่งพวกท่านไปโรงพยาบาลบ้าง ไปสำนักงานที่ดินบ้าง ไปดูที่บ้าง สารพัดธุระนั่นแหละ ไม่น่าเชื่อว่าคนแก่วัยเกษียณอย่างพวกเขาจะมีธุระอะไรได้มากมายขนาดนี้

            แต่สองเดือนมานี้ผมไม่ได้ไปบ้านเยาวราชด้วยสาเหตุสองประการ เรื่องแรกคือ

ปัญหาคนโสด 101 ว่าด้วย เมื่อไหร่ลื้อจะมีเมีย

อากงอาม่านึกได้เมื่อไหร่ก็ถามเมื่อนั้น ไม่แคร์ด้วยว่าวันนี้จะถามไปแล้วกี่รอบ นั่นไงคำถามสามัญประจำบ้านคนจีน

แต่งงานได้แล้วเดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้

ไม่เอาหรอก ไม่แต่ง ผมปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเหมือนทุกที

ทำไมของลื้อ

ก็กลัวมีลูก

จะบ้าหรือไง ใครๆ ก็อยากมีลูก มีลูกหลายๆ คนแปลว่าพระเจ้าอวยพร

อากงของผมอาจจะเชื่อมั่นในคำสัญญาที่พระเจ้าทรงมอบให้อับราฮัมที่ว่า เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล[1] ตอนเด็กๆ ผมก็เชื่อสนิทใจ การเรียนในโรงเรียนคริสต์แถมมีเพื่อนเป็นครอบครัวคริสตัง[2]ทำให้ผมพลอยเชื่อเรื่องเล่าในพระคัมภีร์ตามไปด้วย แต่พอโตมาได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์แล้วจึงค้นพบว่า พระเจ้านี่อวยพรอะไรไม่คิดถึงความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจเอาเสียเลย แต่ทำไมอากงผมถึงเชื่อล่ะ เอ๊า ก็อากงรวยนี่หว่า มีลูกเจ็ดคนไม่ใช่ปัญหา (นั่นแปลว่าอากงมีหลานทั้งหมดสิบหกคน แล้วตอนนี้มีเหลนอีกห้าคน พระเจ้าอวยพรอากงของผมพอๆ กับที่อวยพรอับราฮัมนั่นแหละ ผมว่านะ)

มีลูกแล้วเดี๋ยวต้องเลี้ยงมัน แถมยังมาแบ่งเงินใช้ด้วย เลี้ยงตัวเองยังไม่รอดเลย ไม่อยากพาลูกมาลำบากด้วยกัน

คำตอบอันศักดิ์สิทธิ์นี่เองที่ช่วยให้ทุกคนในบ้านรุมประณามหยามเหยียดผมอย่างกับหมูกับหมา โธ่ การมีลูกไม่ใช่เรื่องเล็กนะเว้ย เรื่องใหญ่มากๆๆ โคตรจะมากที่สุด เห็นมากับตาตัวเองแล้ว ใครเหรอ ก็ผมไง ผมนี่แหละ ลองส่องกระจกแล้วคิดสิดูว่ากว่าจะเลี้ยงผมขึ้นมาจนโตอายุสามสิบเอ็ดแบบนี้ต้องใช้เงินไปเท่าไหร่ ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่าข้าวของเครื่องใช้จิปาถะ ค่าอุปกรณ์ทำโมเดล ค่าเงินที่ผมเอาไปถลุงเล่นที่อังกฤษเป็นเวลาเก้าปีเต็ม เอ๊ย ลืมตัว เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่อังกฤษกัน เอาเป็นค่ารถโตโยต้าอัลพาร์ดที่เอาไว้ใช้ส่งของให้ลูกค้าก็ไปอ้อนขออากงมา จริงๆ จะใช้รถส่งของธรรมดาก็ได้นะ ฮอนด้าซีอาร์วีก็พอใช้ได้แล้ว แต่ตอนนั้นถ้าไม่ได้ซื้ออัลพาร์ดก็รู้สึกว่าจะขาดใจตายเสียตรงนั้นให้ได้ อากงเห็นแก่ที่ผมยอมกลับไทยก็เลยควักเศษๆ เหรียญในกระเป๋ากางเกงแพรไปซื้อมาให้ ซื้อไปก็ด่าไปแต่ก็จ่ายเงินสด เซลส์ที่โชว์รูมโตโยต้าแทบจะอุ้มอากงไปนั่งที่โซฟาต้อนรับลูกค้าแล้วกราบแทบตัก ซึ่งบุญคุณเรื่องนี้ผมต้องกราบอากงแบบเบญจางคประดิษฐ์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย (แต่ตอนนี้ไปนอนอยู่ที่ศูนย์ด้วยสาเหตุการเสียอันลึกลับ) ส่วนเงินที่ตัวเองหาได้แบ่งคนอื่นใช้ไหม ไม่มีทาง เงินของครอบครัวก็คือของผม เงินผมก็คือของผม ลูกบ้านไหนประเสริฐกว่าผมคงไม่มีแล้วบนโลกนี้ ...แล้วทำไมผมถึงต้องอยากแต่งงงแต่งงานมีลูกด้วยล่ะ

ใจเย็นๆ อาม่าอากง เจ้หลิน พี่สาวผมพูดแทรกขึ้นมา ปกติเจ้เป็นคนไม่ค่อยพูด เมื่อเจ้เอ่ยขึ้นผมนึกใจชื้นว่าน่าจะมีคนสงบศึกให้แล้ว ให้ไอ้อิมมันไปคิดมาก่อนก็ได้ว่าตกลงมันจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย ไว้มันตัดสินใจได้แล้วอากงอาม่าค่อยถามมันเรื่องลูก

โอ๊ย เจ้! นานๆ จะพูดแทนที่จะพูดอะไรที่มีประโยชน์ หาเรื่องใส่หัวผมอีก

ลูกค้าที่ร้านสวยๆ เยอะนะ ลื้อน่าจะมาดูงานที่บ้านหน่อยเผื่อเจอคนที่ถูกใจ มาช่วยอาฮ้วงทำงานไปด้วยดูเหมือนอากงไม่เข้าใจความนัยของเจ้หลิน แต่ไม่รู้ก็ดีแล้ว เจ้จะมาให้ผมถูกไล่ออกจากตระกูลตอนนี้ไม่ได้นะ ใช่ซี้! เฮียฮ้วงก็มีลูกสาวฝาแฝด มีเมียเป็นลูกสาวร้านเพชร เจ้หลินก็เพิ่งแต่งงานกับลูกชายบ้านที่นำเข้าเครื่องเทศจากเมืองจีน เหลือผมเป็นคนโสดคนเดียวในบ้าน แปลกแยกราวกับเป็นแกะดำของวงศ์ตระกูล

อย่าให้มันมาช่วยงานที่ร้านเลยอากง คิดซะว่าผมขอ เฮียฮ้วงพี่ชายคนโตของผมเอ่ยแทรกขึ้นมาขณะที่ป้อนข้าวลูกลิงฝาแฝดวัยสองขวบไปด้วย มาช่วยทีไรเหมือนมาป่วน บรรลัยวายวอดทุกที นี่มันดูราคาทองเป็นหรือยังก็ไม่รู้”

กับอีแค่ราคาทองก็ต้องดูเป็นสิ ผมถลึงตาใส่ไอ้เฮีย

แล้วแยกทองแท้ทองเก๊ออกหรือยัง พี่ชายพูดจี้จุด ผมสะอึกแล้วรูดซิปปากทันควัน แม่ง เล่นแรงว่ะ! ไม่มีอะไรจะห่วยแตกไปกว่าการที่ลูกชายคนเล็กของร้านทองที่มีสาขาอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และภาคกลางจะไม่มีความสามารถในการแยกทองแท้กับทองเก๊ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โคตรทุเรศเลย

“อาอิมมันแค่ไม่ใส่ใจ แต่อีไม่ใช่คนโง่

อากงก็ถือหางมันอยู่เรื่อย พี่ชายของผมบ่นแต่ไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เพราะไอ้ลิงแฝดก่อกวนพอดี

แล้วเรื่องปัญหาคนโสด 101 ก็จบไปแบบงงๆ

เรื่องที่สองคือ ปัญหามรดก 101 ตามมาทันควัน ไม่ปล่อยให้หายใจหายคอบ้างเลย

เออ อิมป๊าของผมพูดขึ้นมาหลังจากไม่พูดอะไรมานาน “เรื่องที่ป้าให้อิมขายบ้าน อิมว่ายังไง ที่คุยกันไว้เมื่อสักสองเดือนก่อน”[D1] 

ผมสะดุ้ง มองทุกคนรอบวง เจ้หลินส่งสายตาเห็นอกเห็นใจมา ส่วนเฮียฮ้วงกลืนน้ำลายลงคอ อากงอาม่าไม่พูดอะไร คีบข้าวเข้าปากเคี้ยวเสียงแจ๊บๆ บรรยากาศในบ้านหนักอึ้งขึ้นมาทันควัน ผมรู้ว่าป๊าจะพูดอะไรต่อ คราวนี้ถึงกับกินไม่ลง ผมวางตะเกียบตามด้วยชามข้าว ยกมือไหว้พ่ออากงอาม่าพี่ชายพี่สาว รวมหลานแฝดด้วย มันปาช้อนใส่หัวผม ผมไม่ถือสา อิมนึกได้ว่ามีธุระ ขอกลับก่อนนะ

แล้วผมก็เดินออกจากบ้านไปเลยโดยที่มีเสียงของป๊าผมตะโกนไล่หลังมาบอกให้กลับมาคุยกันให้เรียบร้อยก่อน

เจ้หลินมาขวางไว้ ป๊า เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่คุยเรื่องนี้อีก บ้านหลังนั้นเป็นของอิมนะ ป๊าสัญญากับน้องมันแล้วว่าจะไม่ยุ่งก็ต้องไม่พูดถึงอีก ป๊ารักษาสัญญาสิ

ผมไม่รู้หรอกว่าป๊าทำหน้ายังไง แต่ที่ผมรู้ก็คือตัวเองพูดตอบกลับไปว่า ถ้าป๊าดึงดันจะขายบ้านให้ได้ อิมจะไม่กลับเมืองไทยอีก

แล้วจะไปอยู่ที่ไหน

เอกวาดอร์ หมู่เกาะกาลาปากอส ผมหันไปตอบแล้วเชิดใส่ เออ! ผมจะไปอยู่กับมังกรโคโดโมะ... ไม่สิ มังกรโคโมโด เต่ายักษ์ นกบูบี้เท้าสีน้ำเงิน อีกัวนาทะเลและกิ้งก่าจิ๋ว ผมเคยไปนะเว้ย! ทำโมเดลพวกแม่งอยู่ตั้งเดือนนึง กว่าจะส่งงานได้แทบอ้วกออกมาเป็นทรายปลอม ถ้าไม่ได้จ้างผมด้วยเงินสามพันปอนด์นี่ผมไม่ทำจริงๆ เชื่อเหอะ

พี่สาวของผมถอนหายใจแล้วลากป๊ากลับไปที่เดิม เจ้ก็รู้ว่าผมไม่ทำจริงๆ หรอก ในเมื่อที่พักพิงหนึ่งเดียวบนโลกของผมก็คือบ้านหลังนี้ (ถ้าเจ้เชื่อเรื่องการงอนป๊าแล้วประชดชีวิตด้วยการไปใช้ชีวิตหมู่เกาะกาลาปากอส จะถือว่าพี่สาวของผมล้มเหลวมาก อยู่กรุงเทพฯ ยังไม่ค่อยมีปัญญาหาข้าวกินเอง ไปอยู่ที่นั่นมีหวังอดตายกลายเป็นศพให้แร้งกินตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง)

เล่าแค่นี้ก่อนละกัน ขอทำใจก่อน ที่เหลือแม่งชีวิตดราม่า... งอนป๊า!

สถาปนิกเนี่ยเรียนมาเพื่อสร้างตึกรามบ้านช่อง แต่ชีวิตตัวเองน่ะจัดการอะไรไม่ได้เลย ไอ้อิมเอ๊ย



[1] ปฐมกาล 22:17

[2] ผู้นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เป็นคำที่ออกเสียงตามภาษาโปรตุเกส ตั้งแต่ยุคที่มิชชันนารีชาวโปรตุเกสเข้ามาเผยแผ่ศาสนาในสมัยอยุธยา

 



======================================


ป.ล. ที่จริงตอนสามนี่เขียนไว้ยาวเป็นสองเท่า แต่คิดว่าแบ่งสองตอนดีกว่าจะได้มีลงสองอาทิตย์ เอ๊ย ไม่ใช่ จะได้อ่านแล้วไม่งงประเด็นของแต่ละอาชีพที่จั่วไว้บนหัว 

อย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่าเรื่องนี้จะเขียนแบบไม่เอาสาระ ฮา เราก็จะเขียนในแบบที่เราสนุกไปเรื่อยอะ อยากให้อ่านกันเพลินๆ ไม่คิดมาก ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยน้า!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

206 ความคิดเห็น

  1. #189 sunmarine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 07:59
    อิมรั่วมาก คนที่มาร่วมบ้านก็กุมความลับมาก เลนนี่เป็นใคร ตามมาง้ออิมหรอ
    ทำไมอิมไม่อยากพูดถึงอังกฤษ ฝังใจอะไร
    ที่บ้านอิมคือตามใจหลานดีงามมาก 5555
    #189
    0
  2. #158 ~*:.ChezZ[y].:* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 20:57
    โอโหหหห บ้านรวยไปไหนนคะพี่ 
    อยากรู้เรื่องที่อังกฤษสุดๆๆๆๆๆๆ
    #158
    0
  3. #155 moony+lilac (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:03
    อาอิมดูหลีกเลี่ยงเรื่องที่อังกฤษนะคะ สงสัยต้องไปสอบถามลิงเพชรแล้วว่ายังลืมใครไม่ได้ แล้วที่ลืมใครไปจริงๆ ก็พ่อบัตเลอร์นั่นไง ต้องมีประเด็นแหงม ได้กลิ่นอะไรตุๆ
    #155
    0
  4. #105 Cho_co_late (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 12:20
    ชอบเวลาหลุดเรื่องอังกฤษแล้วเฉไฉไปเรื่อย 5555555 ไปอยู่มาตั้งเก้าปี ไปอยู่กับผู้แหงๆ
    อากงควักเศษเงินจากกางเกงผ้าแพรซื้อัลพาดให้นี่อยากได้เศษเงินนั้นบ้างอะไรบ้างอ่ะค่ะอากงงง
    #105
    0
  5. #71 Mheeyeti (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 00:20
    ตอนนี้อ่านสบายเลยสนุกกตลกอิมเล่าเรื่องที่บ้านจัง55555
    #71
    0
  6. #61 yinling (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    เจ้หลินแอบชี้โพรงให้กระรอก หรือว่าเธอเป็นเพื่อนกับคุณเจน?
    #61
    0
  7. #44 freedom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:08
    ในทางเศรษฐศาสตร์การมีลูกก็เป็นการช่วยเศรษฐกิจระยะยาวนะคะพี่อิม และเดี๋ยวปท.เราก็กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุหมด
    #44
    1
    • #44-1 Lingbahh สนพ.นาบู(จากตอนที่ 3)
      8 กรกฎาคม 2560 / 23:39
      จริงด้วยแต่ระยะสั้นนี่พ่อแม่กระเป๋าฉีก (ยกเว้นอากงเพราะอากงรวย) แต่อิมเป็นสถาปนิก อิมบอกว่าอิมมีสิทธิ์มั่วได้! 5555555
      #44-1
  8. #43 padang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 21:35
    สนุกค่ะ
    #43
    1
  9. #42 lulutia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 19:29
    บอกป๊าสิว่าจะให้ปั๋วเลี้ยง ปั๋วรวยมีรถหรูไม่ต้องพึ่งมรดก เนาะ5555
    #42
    1
    • #42-1 Lingbahh สนพ.นาบู(จากตอนที่ 3)
      6 กรกฎาคม 2560 / 20:22
      เค้ายังไม่ได้เสียกันนะเธอ!!
      #42-1
  10. #41 Nuttanun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 18:48
    โหลๆๆๆๆ หยอดกะปุกเลยป่าว ตอบด่วนนนนน
    #41
    1